ท่านเ้าที่กล่าวขึ้น“ของสิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยอาคมมนต์ดำต้องใช้สิ่งไม่พึงประสงค์มาชำระล้างให้สิ้นฤทธิ์กันไป”
“สิ่งไม่พึงประสงค์หรืออะไรล่ะ” เฉินอี้หันไปถามท่านเ้าที่
ท่านเ้าที่ส่ายหน้าและกล่าวว่า“ควรจะต้องเป็สิ่งต้องห้าม ดีที่สุดคือเืที่มาจากแหล่งไม่พึงประสงค์”
“เืหรือ? เืไก่ได้ไหมเืหมา เืแมว นก หนู แมลงสาบ?" เฉินอี้พึมพำท่องออกมาให้ท่านเ้าที่ฟัง ท่านเ้าที่ส่ายหน้ายิ้มๆ และหันไปมองหน้าอาหลิ่งนางมองหน้าท่านเ้าที่กลับพลันใบหน้าของนางก็ดูเหมือนว่าจะมีสีเืขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างมิน่าเชื่อ
ท่านเ้าที่หันไปมองนอกห้องและหันกลับมาบอกว่า“ฮูหยินจางกำลังเดินเข้ามาในห้องนี้แล้ว ตอนนี้ยังหาเืล้างอาคมมิได้ก็ทำการสกัดอาคมมิให้ออกฤทธิ์ไว้ก่อนเถิด”
“แล้วต้องทำอย่างไรขอรับท่านเ้าที่”เฉินอี้เอ่ยถาม
“อันว่าพระคุณของมารดาเปรียบดั่งฟ้าและมหาสมุทรไม่ว่าสิ่งเลวร้ายเช่นใดที่เกิดกับบุตร ก็มิเคยหนีพ้นชายกระโปรงผู้เป็มารดา”เมื่อท่านเ้าที่กล่าวจบก็หายตัวไป
เฉินอี้นิ่งคิดนิดหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของป้าจางเดินเข้ามาใกล้ถึงประตูห้องเขาจึงกระโจนจากเตียงของจางฝูลู่ลงไปนั่งอยู่บนพื้นห้อง และแสร้งร้องโอดโอย
เมื่อป้าจางเปิดประตูเข้ามาก็เห็นเฉินอี้นั่งกุมขาตนเองอยู่บนพื้นนางจึงรีบถลาเข้ามาในห้องและเข้าไปประคองเฉินอี้ทันที
“ตายจริง! อาอี้ เป็อันใดหรือเปล่าเหตุใดจึงล้มลงไปได้เล่า” ป้าจางรีบสำรวจร่างกายของเฉินอี้โดยเฉพาะตรงขาที่เขาร้องว่าเจ็บๆๆ
“ป้าจางขอรับ ข้าเจ็บที่ขาขอรับไม่รู้ว่าเมื่อครู่ไปชนกับอะไรเข้า” เฉินอี้ทำหน้าตาบิดเบี้ยวและเรียกร้องให้ป้าจางก้มดูขาของเขาให้ที อาหลิ่งยืนมองเฉินอี้โวยวายเจ็บขาก็กลั้นขำจนไหล่ะเื
ขนาดใช้กระเบื้องกรีดมือตนเองเพื่อนำเืมาเขียนยันต์เฉินอี้ยังไม่เคยร้องออกมาสักแอะมิรู้ว่าไปฝึกทักษะการแสดงหลอกคนอื่นมาจากที่ใดกัน
“ป้าจางขอรับ ข้าดีขึ้นแล้วขอรับ มิเป็ไรแล้ว”อยู่ๆ เฉินอี้ก็หายเ็ปราวกับมิเคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อนเฉินอี้ยันตัวลุกขึ้นยืนและยิ้มให้ป้าจาง นางมองดูเฉินอี้งงๆ ที่อยู่ๆเขาก็หยุดร้องโวยวาย ลุกขึ้นมายิ้มแฉ่ง
“ป้าจางไปปลุกฝูลู่เถิดขอรับ”เฉินอี้บอกป้าจางพลางนำมือไพล่หลังตนเองเอาไว้ ป้าจางเดินไปปลุกจางฝูลู่ครู่หนึ่งจางฝูลู่ก็ตื่นขึ้นมางัวเงียพอเห็นเฉินอี้ยืนอยู่ในห้องของตนเองก็รีบเดินมาหา
“อาอี้ เ้ามาทำอันใดหรือ” จางฝูลู่เอ่ยถามป้าจางตีแขนจางฝูลู่ดังเผียะจนเขาสะดุ้ง ต้องยกมือขึ้นลูบเพื่อคลายความเจ็บ
“โอ๊ย! ท่านแม่ท่านตีข้าทำไมเนี่ย”
“อาลู่ห้องของเ้ามิได้เก็บให้เรียบร้อยใช่หรือไม่อาอี้เดินเข้ามาจึงสะดุดล้มลงไปกับพื้น ดีนะที่ไม่ถึงกับหัวร้างข้างแตก”ป้าจางพูดพลางก็หยิกแขนจางฝูลู่ไปอีกหนึ่งครั้ง จางฝูลู่ร้อง โอ๊ย! อีกที
“หา! อาอี้หกล้มหรือ เป็อันใดมากหรือเปล่าแต่....ห้องข้าไม่ได้รกนะ แล้วข้าก็ไม่ได้จัดสิ่งใดในห้องใหม่ด้วยเ้าล้มได้อย่างไรกันอาอี้”
“ไม่เป็ไรขอรับป้าจางข้าไม่ได้เป็อันใดแล้ว ที่เจ็บก็หายแล้ว ท่านป้าไม่ต้องเป็ห่วงขอรับ”เฉินอี้กล่าวตัดบท
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้วล่ะ อาอี้วันนี้เ้าอยู่กินข้าวที่บ้านป้านะ อีกเดี๋ยวลุงไห่กลับมาป้าจะเข้ามาตาม”ป้าจางแตะแขนเฉินอี้ขณะพูด และหันไปหยิกลูกชายอีกทีก่อนออกจากห้องจางฝูลู่สะดุ้งร้อง โอ๊ย! อีกครั้งหนึ่ง
“ผู้ใดเป็ลูกชายท่านกันแน่เนี่ยท่านแม่ โอยระบมไปหมดแล้ว” จางฝูลู่ลูบแขนตนเองไปมา และหันมาหาเฉินอี้
“ห้องข้าไม่ได้รกจริงๆนะ” จางฝูลู่กล่าวเสียงอ่อย
*****
วันต่อมาจางฝูลู่กับเฉินอี้ก็เข้าเมืองมาพร้อมกัน หมู่บ้านหลี่เคิงที่ทั้งสองอาศัยอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองซุนฉือมากนัก ใช้เวลาเดินไม่ถึงสองเค่อก็ถึงเช้านี้จางฝูลู่รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าแต่เฉินอี้กลับดูซีดเซียวลงไปเล็กน้อย
เมื่อวานตอนกินข้าวเย็นที่บ้านป้าจางลุงจางสังเกตเห็นว่าชายกระโปรงของภรรยาฉีกขาดจึงเอ่ยถามป้าจางเองก็จำมิได้ว่าตนเองไปเดินเกี่ยวสิ่งใดมากระโปรงขาดไปั้แ่เมื่อใดมิได้รู้ตัวเลยเฉินอี้ที่นั่งกินข้าวอยู่ร้องบอกป้าจางว่ากับข้าววันนี้อร่อยมาก ป้าจางจึงเลิกสนใจชายกระโปรงและหันมาเติมข้าวให้เฉินอี้อีกถ้วย
เศษผ้าจากชายกระโปรงของป้าจางตอนนี้เฉินอี้เอามาพันถุงหอมและเหน็บไว้ในเข็มขัดของตนเองเรียบร้อยแล้ว
จางฝูลู่นำทางเฉินอี้มาที่ร้านยาไท่อันถังร้านยานี้รับซื้อสมุนไพรและโสม ทุกครั้งที่เฉินอี้เก็บสมุนไพรมาได้จางฝูลู่จะเป็คนพาเฉินอี้นำมาขายที่ร้านยาแห่งนี้เนื่องจากที่นี่ให้ราคาดีและเถ้าแก่ถังก็มีอัธยาศัยที่ดีต่อทุกคน
เมื่อทั้งสองคนเข้ามาในร้านมีลูกค้าอยู่บ้างประปรายเถ้าแก่ถังเห็นเฉินอี้กับจางฝูลู่ก็ออกมาต้อนรับอย่างยินดีเขาชอบสมุนไพรที่เฉินอี้นำมาขายให้เขามากเพราะสมุนไพรแต่ละอย่างที่เฉินอี้นำมาค่อนข้างหายากและต้นใหญ่กว่าสมุนไพรที่คนอื่นนำมาขายให้เขา
“เสี่ยวอี้ วันนี้มีสมุนไพรอะไรมาให้ข้าบ้างหรือไหน ขอข้าดูหน่อย”เถ้าแก่ถังเดินยิ้มมารับตะกร้าจากเฉินอี้และสำรวจสมุนไพรด้วยความสนใจ
“โอ้! นี่หน่อต้นเจียวกวงนี่นา หน่อใหญ่เสียด้วยอ๊ะ! นี่ ซิงเทียนเถาที่เอาไว้ล้างพิษนี่!เ้าไปหามาได้อย่างไรกัน เอ๊ะ!…..”
เถ้าแก่ถังชะงักเมื่อหยิบห่อผ้าที่อยู่ด้านล่างสุดของตะกร้าขึ้นมาพอเปิดผ้าออกเขาถึงกับมือสั่นและมองเฉินอี้ตาโต
จางฝูลู่เห็นเถ้าแก่ถังตัวแข็ง ตาค้าง ก็ในึกว่าอยู่ๆ เถ้าแก่ถังจะสิ้นลม ก็อ้าปากเตรียมจะร้องเรียกเถ้าแก่เสียงดังเถ้าแก่ถังรีบเอามืออุดปากจางฝูลู่และพาทั้งสองคนเข้าไปคุยกันหลังฉากกั้นเพื่อมิให้ผู้อื่นเห็น
“เ้าไปได้เ้านี่มาจากที่ใด”เถ้าแก่ถังถามจางฝูลู่ พลางชี้นิ้วไปที่ห่อผ้า
“อาอี้เป็คนไปเก็บมาข้าไม่รู้หรอก” จางฝูลู่เกาหัวงงๆ
“ข้าขึ้นเขาไปเก็บมาเมื่อสองวันก่อนขอรับเถ้าแก่ถัง” เฉินอี้บอก
“แต่บนเขาไม่น่าจะมีสิ่งนี้หลงเหลืออยู่แล้วนะหรือว่า……เ้าไปที่เขาฝั่งตะวันตกมารึ เสี่ยวอี้!” เถ้าแก่ถังมีน้ำเสียงใ
เฉินอี้พยักหน้าและยิ้ม“ขอรับ”
จางฝูลู่เองก็แทบจะไม่เชื่อหูนี่อาอี้บ้าไปแล้วหรือ
ูเาฝั่งตะวันตกเป็สถานที่ที่เงียบงันที่สุดมิเคยมีผู้ใดกล้าเหยียบย่างขึ้นไปเป็สิบปีแล้ว
เนื่องจากสมัยก่อนหากมีคนขึ้นไปบนเขา เวลาจะกลับก็มิเคยได้เดินกลับลงมาด้วยตนเอง
มีแต่แบกศพกลับลงมา
ส่วนผู้ที่ลงมาจากเขาโดยที่มิได้โดนแบก
ก็คือตกจากหน้าผามาเป็ศพอยู่ที่ตีนเขา
ทำให้ตลอดสิบปีมานี้มิมีผู้ใดขึ้นเขาฝั่งตะวันตกอีกแล้ว
เขาฝั่งตะวันตกจึงเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและนอกจากสัตว์ป่าก็คือโจรป่าด้วย
“อาอี้!”จางฝูลู่เรียกเฉินอี้เสียงเข้ม และถอนใจหนักๆ