เจ้าและข้าไม่ได้เป็นอะไรกัน
ฟางเฉินและพวกจางอิงเย่ทั้งสามคนเข้าไปในที่พักของฟางเฉินอีกครั้ง ฟางเฉินได้จบมือจางอิงเย่เอาไว้ ทำให้จางอิงเย่ตื่นตระหนกและต้องการจะผลักฟางเฉินออกไปแต่จางอิงลู่กลับส่ายหน้าห้ามเอาไว้“วูบ!!!!!”ร่างของทั้งสามหายไปและปรากฏขึ้นมาบนชั้นที่ 7 ของตำหนักวิญญาณ จางอิงเย่กลายเป็นตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น“พวกเราอยู่ที่ใหน” จางอิงเย่กลายเป็นระวังและถอยห่างจากฟางเฉิน“ที่แห่งนี้คือตำหนักวิญญาณเป็นสมบัติวิเศษชิ้นหนึ่งที่ข้าได้รับสืบทอดมา” ฟางเฉินกล่าว“และไม่ใช่แค่นั้นที่ข้ามาหาฟางเฉินเพราะต้องการจะเรียรรู้ภาพเซียนเหล่านั้น” จางอิงลู่กล่าว“นี่มัน ไม่น่าเชื่อภาพเซียนพวกนี้!!!!!” จางอิงเย่ตื่นตระหนกและเดินเข้าไปมองภาพวาดด้วยความตื่นเต้นเพราะนางสัมผัสได้ว่าถ้าหากนางได้ศึกษาภาพวาดเหล่านี้กฎสายเซียนของนางจะเพิ่มเร็วขึ้นหลายเท่า“เอาละทีนี้เจ้าก็รู้แล้วเพราะงั้นเราออกไปกันเถอะ” ฟางเฉินกล่าว“เจ้าพาพี่ข้าออกไปก่อนเลยข้าจะศึกษาอยู่ที่นี่ต่อเพราะตอนนี้พี่สาวของข้าก็รู้เรื่องแล้ว” จางอิงลู่กล่าว“เดี๋ยวก่อนข้าเองก็จะอยู่ที่นี่ด้วย” จางอิงเย่กล่าว“ทำไม” ฟางเฉินขมวดคิ้ว“ทำไมงั้นเหรอ น้องสาวข้ายังอยู่ได้แล้วทำไมข้าจะอยู่ไม่ได้” จางอิงเย่กล่าว“เฮ้อ แม่นางจางข้าว่าท่านเข้าใจผิดแล้วที่อิงลู่สามารถเรียนรู้ภาพเซียนในตำหนักของข้าได้เพราะนางและข้ามีความสัมพันธ์ที่เจ้าน่าจะรู้ดีแต่เจ้าและข้านั้นต่างออกไปเจ้าและข้าไม่ได้เป็นอะไรกันเลยแม้แต่สหายก็ยังไม่ใช่ที่ข้าบอกความลับนี่กับเจ้าเพราะเจ้าเป็นพี่สาวของอิงลู่เท่านั้น” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“นี่เจ้า!!!!!!” ใบหน้าของจางอิงเย่กลายเป็นร้อนผ่าวจ่างอิงลู่ยิ้มออกมานางเองก็คิดว่าท่านพี่ของนางนั้นต้องถูกเล่นงานแบบนี้เอาเสีนบ้าง จางอิงลู่แกล้งทำเป็นไม่สนใจและศึกษากฎสายเซียนบนภาพวาดต่อไป จางอิงเย่กัดฟันด้วยความโกรธนางนั้นรู้ว่าตอนนี้พลังของจากอิงลู่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆหลังจากที่มาศึกษาภาพเซียนเป็นเวลาหนึ่งเดือนและถ้าหากเวลาผ่านไปอีกไม่นานจางอิงลู่จะต้องแซงหน้านางแน่ซึ่งมีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่นางยอมไม่ได้ในฐานะพี่สาว“จะต้องทำยังไงเจ้าถึงจะยอมให้ข้าศึกษาภาพเซียนเหล่านี้” จางอิงเย่กล่าว“ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะรู้อยู่แล้วว่าข้าต้องการอะไร” ฟางเฉินกล่าว“ไม่มีทางข้าไม่มีทางตกเป็นผู้หญิงของเจ้าเด็ดขาด” จางอิงเย่กล่าว“ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับโบกมือร่างของจางอิงเย่และตัวเองก็ออกไปจากตำหนักวิญญาณจางอิงเย่จ้องมองฟางเฉินด้วยความโกรธก่อนจะกระทืบเท้าและเดินออกไปจากที่พักของฟางเฉิน ฟางเฉินอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ก่อนจะสัมผัสได้ว่าลูกศิษย์ตัวน้อยทั้งสองของตนกลับมาแล้ว“อาจารย์นี่ท่านคิดจะควงสองเลยงั้นเหรอ” ต้าเถียนกล่าวด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ“เจ้าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้า เอาละใหนมารองดูการฝึกฝนของพวกเจ้าสิว่าก้าวหน้าไปถึงใหนแล้ว” ฟางเฉินกล่าว“หึ หนึ่งเดือนมานี้ข้าได้อัดเจ้าลิงโง่นั่นมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว” ต้าเถียนกล่าวอย่างโอ้อวด“บัดซบ เหลวใหลทั้งเพอย่างเจ้าเนี่ยนะจะอัดข้าแค่ทำให้ขนของข้าล่วงยังทำไม่ได้เลย” ความโลภกล่าว“เจ้าว่าอย่างไรนะ ดีถ้างั้นข้าจะได้ทดสอบให้ท่านอาจารย์เห็น” ต้าเถียนกล่าวและพุ่งเข้าหาความโลภทันที“ไอ้เด็กหน้าโง่” ความโลภยิ้มเย็นและหลบการโจมตีของต้าเถียนได้อย่างว่องไวและทุบหมัดลงไป“ลูกไม้เดิม ๆ” ต้าเถียนเบี่ยงตัวก่อนจะแทงหอกออกไป“คิดว่าจะโดนข้างั้นเหรอ” ความโลภกล่าวเย้ยหยัน“ยังไม่หมด จงติดตามมันไป” ต้าเถียนคำรามทันใดนั้นหอกอสนีก็กลายเป็นอสรพิษอสนีและพุ่งติดตามร่างของความโลภไป ความโลภตื่นตระหนกและเบี่ยงตัวหลบแต่ก็ไม่สามารถหลบได้หมดและทิ้งรอยไหม้อยู่บนร่าง“พอแค่นั้นแหละ ดูเหมือนว่าเจ้าจะตั้งใจศึกษาทักษะหอกพื้นฐานมาอย่างดี แต่ว่าแค่นี้มันยังไม่เพียงพอเพราะถ้าเทียบกับอัจฉริยะระดับสูงเจ้ายังไม่ใช่คู่มือของพวกเขา” ฟางเฉินกล่าว“ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยชี้ทางสว่างให้กับข้า ที่จริงแล้วข้าไม่เคยเอาชนะพี่สองของข้าได้เลยแต่เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าสามารถเอาชนะเขาได้แล้วทำให้ท่านพ่อของข้าชื่นชมข้าอย่างมาก” ต้าเถียนกล่าวอย่างภาคภูมิ“เจ้าอย่าได้พึ่งลำพองเพราะยังมีอัจฉริยะอีกมากที่อยู่ในระดับเดียวกันกับเจ้าและแข็งแกร่งกว่าเจ้าเพราะงั้นเจ้าจงตั้งใจศึกษาและวางรากฐานของตัวเองให้ดี” ฟางเฉินกล่าว“ต่อไปเป็นเจ้าแล้ว เจ้าตามข้ามาข้าจะพาไปทดสอบความรู้ด้านสมุนไพรก่อน” ฟางเฉินกล่าวหลังจากฟางเฉินพาจิงเสวี่ยนไปความโลภและต้าเถียนก็ออกไปเที่ยวเล่นกันทันที ด้วยฐานะของต้าเถียนทำให้ต้าเถียนมีหินเซียนอยู่เป็นจำนวนมากและความโลภก็ให้ต้าเถียนซื้อของกินราคาแพงจำนวนหนึ่งให้ตัวเองภายในห้องปรุงยาในที่พักของฟางเฉิน ฟางเฉินแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมาอย่างหาได้ยากเพราะจิงเสวี่ยนนั้นสามารถจดจำรายชื่อสมุนไพรที่ฟางเฉินให้ไปศึกษาได้ทั้งหมดโดยไม่มีตกหล่นเลยแม้แต่น้อยซึ่งถ้าพูดถึงความสามารถด้านความจำฟางเฉินก็มั่นใจในตัวเองเพราะด้วยจิตวิญญาณเนตรบรรพชนจะจดจำทุกสิ่งในครั้งแรกที่เห็นได้อย่างแม่นยำ แต่จิงเสวี่ยนนั้นไม่ใช่นางมีเพียงจิตวิญญาณระดับสวรรค์เท่านั้นแต่นางกลับจดจำรายชื่อสมุนไพรได้ทั้งหมด“ถ้างั้นเจ้ารู้ถึงขั้นตอนการปรุงยาแล้วหรือยัง” ฟางเฉินกล่าว“ข้าพอศึกษามาบ้างแต่ยังไม่เคยรองทำมาก่อน” จิงเสวี่ยนกล่าว“ถ้างั้นเจ้ารองปรุงยาระดับต่ำดู” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับส่งมอบสูตรการปรุงยาและสมุนไพรให้ 1 ชุดจิงเสวี่ยนใช้เวลาศึกษาไม่นานนางก็เข้าใจจนหมดและนางเตรียมจะปรุงยา“ในตอนปรุงยาเจ้ารองใช้จิตวิญญาณของเจ้าแทนเตาปรุงยาดู ข้าคิดว่าจิตวิญญาณของเจ้าน่าจะช่วยให้การปรุงยาของเจ้าง่ายขึ้น” ฟางเฉินกล่าวจิงเสวี่ยนทำตามคำกล่าวของฟางเฉินอย่างว่าง่าย นางปลดปล่อยจิตวิญญาณเตาพญาหงส์ออกมา เตาสามหาสีแดงฉานปรากฏและปลดปล่อยความร้อนออกมา จิงเสวี่ยนค่อยๆนำสมุนไพรใส่เข้าไปในเตาพญาหงส์ทีละชิ้นตามลำดับ ซึ่งไม่นานเปลวเพลิงที่ร้อนแรงก็ลุกไหม้เตาพญาหงส์เริ่มทำการย่อยสลายสมุนไพรอย่างรวดเร็วเมื่อมาถึงกระบวนการบีบอัดเม็ดยาจิงเสวี่ยนก็เริ่มทำตามสิ่งทีได้นางได้ศึกษามาแม้จะใช้เวลานานเล็กน้อยแต่นางก็กลั่นเม็ดยาระดับต่ำออกมาได้ 1 เม็ด“เปลวเพลิงในเตาปรุงยานี้เจ้าสามารถควบคุมให้มันโจมตีได้หรือไม่” ฟางเฉินกล่าว“ไม่ได้ ข้าเคยรองมาแล้วดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของข้าจะไม่เหมาะกับการโจมตีเพราะนอกจากขวางมันไปมาแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก” จิงเสวี่ยนกล่าว“แล้วการขยายหรือหดละ” ฟางเฉินกล่าว“ไม่ได้อีกเช่นกัน” จิงเสวี่ยนกล่าวฟางเฉินที่ถามสิ่งที่ตัวเองค้างคาใจออกมาไปแล้วจึงคิดได้อย่างเดียวจิตวิญญาณของลูกศิษย์คนนี้มีเพื่อปรุงยาเท่านั้นและมันจะสามารถทำให้การปรุงยาง่ายขึ้นถึง 2 เท่าเลยทีเดียว