เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 95 พลังแห่งจักรวาล

    “ พวกเราต้องรีบไปช่วยท่านอาจารย์ แต่เกรงว่าฝีมือพวกเราอ่อนด้อย พวกเราอยากเชิญศิษย์พี่จ้าวอี้ไปด้วย จะได้ไหม?” ชิงอี้เอ่ยแทนทุกคน

    เสี่ยวเทียนยังเอามือค้ำคอ องค์ชายสี่อยู่ เลยเหวี่ยงร่างที่หมดแรงเหมือนเหวี่ยงสิ่งของ ร่างองค์ชายสี่ล้มคว่ำหน้าไปกับพื้นดินหมดสภาพองค์ชาย ลูกน้องอีกสามสิบคน ล้วนถูกเทพอินทรี จัดการเสียเกลี้ยง เลยหาคนที่มาช่วยองค์ชายสี่ไม่ได้

    “ ศิษย์น้องรับปากพวกนางไปเถอะ ศิษย์พี่ไปไม่ไหว เจ้าไปช่วยท่านเจ้าสำนักมู่เจียอย่าให้ท่านตกหลุมพรางของคนชั่ว”

    เสี่ยวเทียนเดินเข้ามาหาศิษย์พี่ฟางอี้ แล้วหยิบน้ำทิพย์ออกมา แล้วกรอกปากศิษย์พี่ฟางอี้ทันที   พอลิ้นได้รับน้ำทิพย์ ร่างกายที่บอบช้ำก็กลับมาเป็นปกติ พลังที่ได้รับกลับทำให้ พลังเวทย์ในตัวกลับพุ่งขึ้นมาอย่างง่ายดาย กลายเป็น เซียนจอมเวทย์ขั้นต้น มีวงแหวนสีฟ้าขึ้นมาบนหัว 1 วง ทุกคนล้วนตื่นเต้น แสดงความยินดีไปกับ ศิษย์พี่ฟางอี้กันทุกคน

    “ อา  ขอบใจศิษย์น้อง น้ำโอสถของเจ้าที่สรรพคุณยอดเยี่ยมจริงๆ  พวกเรารีบไปช่วยท่านเจ้าสำนักมู่เจียกันดีกว่า”  ศิษย์พี่ฟางอี้พูดจบ ก็เอาไม้กายสิทธิ์ ออกมาแล้วเขียนยันต์เป็นวงกลม แล้วก็นำทุกคนไป ปรากฏตัวที่โรงเตี้ยมไหวอัน ที่องค์ชายสี่บอกเอาไว้   แล้วได้พบกับ เจ้าสำนักมู่เจีย กำลังนั่งดื่มน้ำชากับศิษย์อีกหลายสิบคน  พอเห็นสี่ดรุณีโผล่ออกมาจาก ประตูมิติที่ศิษย์พี่ฟางอี้สร้างขึ้นมา ก็ตกใจ

    “ อาจารย์”  ทั้งสี่คนรีบเข้าไปห้ามอาจารย์ไม่ให้ดื่มน้ำชาทันที อาจารย์จี้เสียก็ดีใจที่เห็นลูกศิษย์ปลอดภัย  หลังสอบถามเรื่องราว อาจารย์จี้เสีย ถึงกับโมโหองค์ชายสี่ยิ่งนัก

    “ บัดซบ ครั้งก่อนข้าอุตส่าห์ตักเตือน แต่ที่ไหนได้ ครานี้คิดสังหารตัวข้าไม่พอ ยังคิดย่ำยีศิษย์ของข้าอีก  ดีนะ ที่ได้เจ้าสองคนได้ช่วยเหลือ มิเช่นนั้น พวกเราต้องหลงกลมันแน่” จากนั้นหันไปมองหา เถ้าแก่โรงเตี้ยม ซึ่งบัดนี้พอรู้ว่า แผนแตกก็หนีหายกันไปจนหมด

    “ อาจารย์ได้โปรดระงับโทสะก่อน  บัดนี้องค์ชายสี่ ถูกศิษย์พี่จ้าวอี้ จัดการซะหมดสภาพแล้ว ต่อไปคงเข็ดไม่กล้ามาวอแว พวกเราอีก”  ทั้งสี่สาวก็เล่า เรื่องที่เสี่ยวเทียนจัดการกับ องค์ชายสี่ให้อาจารย์ฟัง ซึ่งทำให้อาจารย์จี้เสีย ที่มีพลังเวทย์ระดับเซียนจักรพรรดิ หันมามองหน้า เสี่ยวเทียนโดยละเอียดอีกครั้ง

    “ เจ้าคือ จ้าวอี้ ที่ถูกบีบให้เซ็น หนังสือ ถอนหมั้นกับ ไป๋เซียงศิษย์เอกสำนักโมจินและที่อัด องค์ชายแปดจนสาหัส แล้วสังหารองครักษ์วังหลวงตายไปร้อยคน ด้วยตัวเจ้าเพียงคนเดียว?”  อาจารย์จี้เสีย นึกเรื่องราวของจ้าวอี้ขึ้นได้ ทุกคนเลยนึกออกไปตามๆ กัน เพราะเรื่องราวนี้ดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองแล้ว

    “ ขอรับ”  เสี่ยวเทียนตอบเบาๆ

    “ ช่างตาต่ำเสียจริง บุคลิกองอาจ มาดผู้กล้า ทอดตาทั่วแผ่นดินนี้จะหาที่ไหนได้

    ข้าจะยก สี่ดรุณีให้ตบแต่งกับเจ้าสักคน เจ้าคิดเห็นเป็นเช่นใด”

    เสี่ยวเทียนแทบสำลักออกมา สี่สาวดรุณีต่างอาย บิดชายเสื้อจนย่นไปหมด

    “ ข้ายังเด็กนัก เพิ่งฝึกเรียนวิชาเวทย์ได้แค่วันเดียว เรื่องอื่นๆ ยังไม่กล้าคิด”

    เสี่ยวเทียนรีบบอกปัดทันที

    “ อะไรนะ นี่เจ้าเพิ่งเริ่มฝึกวิชาเวทย์เมื่อวาน แล้วนี่เจ้าอยู่ขั้นจอมเวทย์ระดับสูงแล้วหรือเนี่ย?”  อาจารย์จี้เสีย ตกใจ ทุกคนก็เริ่มหันมาสนใจประเด็นนี้ ด้วยเหมือนกัน

    “ ศิษย์น้องเล็ก กล่าวความจริง ท่านอาจารย์เพิ่งรับศิษย์น้องเล็กเข้าเป็นศิษย์หลัก

    แล้วเริ่มถ่ายทอดวิชาให้เมื่อวานนี้เอง”  ฟางอี้ยืนยันด้วยทันที

    “ ท่านเมี่ยวคง นี่สายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก และโชคดี ที่ได้เจ้าเป็นศิษย์ ข้ารู้สึกอิจฉา อาจารย์เจ้ายิ่ง ข้าคงต้องไปเยี่ยมท่านเมี่ยวคง เพื่อพูดเรื่องงานแต่งของเจ้าในไม่ช้านี้แน่ เจ้าไม่ต้องห่วงไป”   อาจารย์มู่เจีย ยังไม่ยอมล้มเลิกความคิด ทำเอาเสี่ยวเทียนเริ่มหวาดกลัว รีบสะกิดให้ศิษย์พี่ฟาง ขอตัวกลับกันก่อนดีกว่า

    “ เมื่อท่านผู้อาวุโสไม่เป็นอะไรแล้ว พวกเราทั้งสองคนต้องขอตัวลาก่อน”

    ฟางอี้เขียนประตูมิติอีกครั้ง แล้วพาเสี่ยวเทียนกลับสำนักทันที

    “ ไม่เลว ทั้งศิษย์พี่ศิษย์น้อง ใช้ได้ทั้งคู่ เสียดาย ขาดอีกสองคน  พวกเจ้าสี่คนตกลงกันได้หรือยัง”  อาจารย์จี้เสีย หันไปมองศิษย์เอกทั้งสี่ ที่ยังคงอายม้วนไปมาไม่หยุด

    ณ ตำหนักองค์รัชทายาท

    รัชทายาท กับคนสนิทอีกสี่คน มีเซียนราชันจอมเวทย์  1 คน แล้วเซียนจอมเวทย์อีกสามคน กำลังลุ้นว่า ศิลานักปราชญ์ เวลานี้เปลี่ยนร่างคล้ายคน กำลังทำการเปลี่ยนเก้าอี้ไม้ ให้กลายเป็นทองคำ แต่ว่ามันทำได้แค่ขาเก้าอี้เป็นทองคำได้แค่1 ฝ่ามือ มันก็นอนแผ่หลา แล่วบอกว่า

    “ ข้าบอกแล้ว ข้าไม่กินอะไรมาเป็นพันปี ข้าจะไปมีพลังเปลี่ยนทองได้ มากขนาดนี้ได้อย่างไร พวกเจ้าต้องนำทองมาให้ข้ากินอีก” ศิลานักปราชญ์เอ่ยบอกกับรัชทายาท

    “ ตั้งแต่เจ้ามานี่ เจ้ากินทองไปร้อยกว่ากิโลแล้วนะ ยังไม่มีพลังกลับคืนมาอีกหรือ?”  เซียนจอมเวทย์คนหนึ่งย้อนศิลานักปราชญ์

    “ หากพวกเจ้าขี้เหนียวเช่นนี้ ข้าคงต้องกลับไปจำศีลเหมือนเดิมดีกว่า”

    “ รัชทายาท ศิลานักปราชญ์พูดความจริง ข้าสัมผัสพลังหลังที่เขากินทองคำมากขึ้นเรื่อยๆ”  เซียนราชันเวทย์เอ่ยกับรัชทายาท

    “ เอาละ พวกเจ้าไปเอาทองมาให้ศิลานักปราชญ์กินอีก เอามาทีเดียว 100 กิโลเลย”  รัชทายาทออกคำสั่ง ศิลานักปราชญ์กระโดดตัวลอยอย่างดีใจ

    ในขณะเดียวกัน ก็มีทหารมารายงานเรื่องด่วน

    “ กราบทูล รัชทายาท องค์ชายสี่ถูกจ้าวอี้หักแขนทั้งสองข้าง บาดเจ็บสาหัส เวลานี้ ถูกนำตัวไปรักษาที่ สำนักแพทย์หลวงแล้ว”

    “ อะไรนะ นี่มันยังกล้าออกมาอาละวาด นอกสำนักอีกหรือนี่ รัชทายาทโปรดสั่งการ ข้าขอนำกำลังไปจับกุมมันมาลงโทษให้ได้”  เซียนจอมเวทย์ระดับสูงผู้หนึ่งกล่าวเสนอตัว

    “ ไม่ต้อง น้องสี่ไปเจอมันได้อย่างไร” รัชทายาทไม่ใจร้อน แต่ย้อนถามอย่างใจเย็น

    “ องค์ชายสี่ ไปดักฉุด สี่ดรุณีแห่ง สำนักมู่เจีย ถูกจ้าวอี้เห็นเข้า ก็เลย....ก็เลยทำร้ายองค์ชายสี่บาดเจ็บสาหัสพะยะค่ะ”  ทหารเอ่ยรายงานจบ รัชทายาทส่ายหน้า

    “ เป็นเชื้อพระวงศ์ดีดี ไม่ชอบ อยากเป็นสุนัข สุดท้ายโดนเข้าหักแขนกลับมาร้องโอดโอย สมควรหักขามันอีกสองข้าง ต่อไปจะได้ไม่ทำให้ ชื่อเสียงของราชวงศ์เสื้อมเสีย”  องค์รัชทายาทเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจยิ่ง

    “ ท่านเซียนราชัน ท่านช่วยแจ้งข่าว ไปที่ หน่วยเวทย์โลหิต ให้เวลาพวกมัน 7 วันต้องนำหัวจ้าวอี้มาวางแทบเท้าข้าให้ได้ ไม่เช่นนั้น ข้าจะยุบบ้านพักของพวมันทิ้งซะ !”  เซียนราชันรับคำสั่งรีบไปสั่งการทันที

    ระหว่างทางเสี่ยวเทียนเอ่ยถามถึง ป่าอาถรรพ์เชอร์วู๊ด คืออะไร ก็ทราบว่า

    "อีก 1 เดือน ป่าอาถรรพ์เชอร์วู๊ดจะถูกเปิด โดยกฏแห่งธรรมชาติเพื่อ ให้พวกจอมเวทย์ทั้งหลาย ไปหาของวิเศษ ทรัพยากรการฝึกตน ที่อยู่ด้านในป่าแห่งนี้ ซึ่งว่ากันว่า เมื่อบรรพกาล ในป่าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้ เหล่าจอมเวทย์ฝึกฝนเรียนรู้  ซึ่งของวิเศษที่มีค่ามากในป่าอาถรรพ์เชอร์วู๊ด คือ น้ำอมฤต ผู้กินเข้าไปจะเป็นอมตะไม่มีวันตาย 

    ม้าพีกาซัส ผู้มีปีกเป็นพญาอินทรี มันจะออกลูกทุกสามปีใครได้พบเป็นคนแรก จะมีโอกาสได้ครอบครอง

    ไข่ทองคำ สามารถกินเข้าไปแล้ว จะช่วยเพิ่มพลังเวทย์ได้  แล้วยังมีอาวุธวิเศษ เช่น เถาหนาม  ไผ่วิญญาณ  วิญญาณสัตว์เวทย์ต่างๆ 

    สิ่งต่างๆเหล่านี้แม้กระทั่ง จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างพ่อมดเมอร์ลินก็เคยได้รับพลังจากในป่าอาถรรพ์เชอร์วู๊ดมาแล้ว”

    “ เมอร์ลินได้ของวิเศษอะไรมา?”

    “ เพชรจอมปราชญ์ ว่ากันว่า ทำให้เมอร์ลินได้รับความฉลาด หยั่งรู้อนาคตจากเพชรจอมปราชญ์ในป่าอาถรรพ์เชอร์วู๊ดแห่งนี้”  ศิษย์พี่ฟางอี้อธิบาย

    เสี่ยวเทียนสนใจเข้าไปชม ป่าแห่งนี้เช่นกัน เสี่ยวเทียนบอกว่า หากป่าเปิดเมื่อไร ขอให้แจ้งเขาด้วย เขาสนใจที่จะเข้าไปเช่นกัน หลังจากนั้นเสี่ยวเทียนก็เข้ามา

    ในมิติฟ้าคราม ภรรยาทั้งสองของเขาวันนี้ทำอาหารอร่อยๆ รอเขาอยู่มากมาย

    “ เอ วันนี้เป็นวันอะไรนะ  ทำไม่ภรรยาข้า ถึงได้ทำอาหารมากมายเยี่ยงนี้”

    “ ภรรยาของท่าน  ตั้งครรภ์พร้อมกันทั้งสองคนเลย สามีดีใจไหม?” วาวากับเจินเจินเอ่ยออกมาพร้อมกัน เสี่ยวเทียนบัดนี้อายุเพียง 12 ปี ก็ดีใจอย่างยิ่ง โผเข้าไปกอดภรรยาทั้งสองด้วยความดีใจ อาจารย์ลู่เอินปรากฏร่างออกมา แล้วร่วมฉลองด้วย

    “ วาวาตั้งท้องได้ สองเดือนแล้ว ข้าทำนายว่า ต้องได้บุตรีที่ยิ่งใหญ่เหนือโลกานี้แน่ๆ เพราะว่าพลังของ กายาจันทราพิสุทธิ์ ผสมกับร่างกายาอมตะของเจ้า บุตรีที่เกิดมานั้น ต้องเป็นเทพเซียนตั้งแต่ในท้องแม่ เวลานี้ ข้าสัมผัสได้ถึงพลังปราณเทพราชันในตัวของเด็กน้อยนี้ได้บ้างแล้ว กว่าจะครบเก้าเดือน ข้าคิดว่า เด็กคนนี้ต้องกลายเป็นเซียนก่อนคลอดออกมาแน่ๆ”

    วาวาได้ฟังแล้วก็อดปลื้มปิติไม่ได้ ส่วนเจินเจินนั้น เริ่มใจคอไม่ดีนัก อาจารย์ลู่เอินเห็นหน้าก็เอ่ยต่อว่า

    “ เจ้าจะได้บุตรชาย อีก 15 เดือนถึงจะคลอดออกมา เขาผู้นี้มีกายาอมตะมาจุติ ถึงแม้ว่าเขาไม่บรรลุเซียนก่อนคลอดเหมือน บุตรีของวาวา แต่ภายหลังจากที่เขากำเนิด เขาก็จะมีพลังเซียนเหมือนกัน เหตุที่เขา ต้องอยู่ภายในท้องนานก็คนอื่นๆ ก็เพราะว่า ร่างของเจ้าจะสามารถซึมซับ น้ำอสุจิศักดิ์สิทธิ์ของเสี่ยวเทียนได้มากที่สุด ทำให้ เด็กน้อยนั้นได้รับพลังจอมเวทย์จากเสี่ยวเทียนได้โดยตรง ดังนั้นเด็กคนนี้คลอดออกมาจะมีทั้งพลังเซียนกับพลังจอมเวทย์ไปพร้อมๆ กัน”

    “ อาจารย์หมายความว่า ข้าต้องหมั่นทำการบ้าน กับเจินเจินอย่างนั้นหรือ?”

    “ ถูกต้อง แต่ก็ต้องรู้จักสำรวมเอาไว้บ้าง” 

    เจินเจินได้ฟังก็หน้าแดง ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา

    “ ข้าได้เป็น พ่อคนแล้ว เย้....!”

    เสี่ยวเทียน เริ่มนำไข่มุกทองคำมาดูดซับ เพื่อเพิ่มพลังเซียน เพราะบัดนี้ เขามีพลังเซียนระดับ 45 ขั้นจักรพรรดิแล้ว ดังนั้นเหลือแค่ไม่กี่ระดับ ก็สามารถทะลุขึ้น เซียนฟ้า

    ดังนั้นวันนี้ หากเขามีพลังเซียนมาก ลูกๆ ของเขา ก็จะมีความมั่นคงแข็งแกร่งตามเขาไปด้วย หลังจากไข่มุกทองคำดูดซับไปแล้ว 15 เม็ด แล้วก็ดูดซับหยกพลังจากหยกมังกรฟ้าอีกสี่ชิ้นพร้อมกัน  พลังอันมหาศาลพุ่งใส่เสี่ยวเทียนอย่างมากมาย จนจุดรับพลังเซียนในร่างเริ่มเต็ม จนระเบิดพลังเซียนออกมาอีก 15 ระดับ จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ดึงพลังจันทราพิสุทธิ์ที่ได้รับมาจาก วาวา ออกมาหลังจากที่ได้หลับนอนมาหลายวัน แล้วเก็บพลังจันทราพิสุทธิ์เอาไว้ยังไม่นำออกมา พอนำออกมาใช้ก็ผลักดันพลังเซียนในร่างให้เพิ่มขึ้นไปอีก 5 ระดับ กลายเป็นพลังเซียนระดับที่ 65 เป็นขั้นเซียนฟ้าแล้ว 

    เสี่ยวเทียนในตอนนี้สามารถสัมผัสบรรยากาศรอบกายได้ชัดมากกว่าก่อน ถึงสองเท่า สามารถใช้พลังฝ่ามือยูไลได้แข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อน พลังจิตที่ใช้กับหมัดเงาสังหารบัดนี้สามารถสร้างเป็นรูปต่างๆ ได้ดังใจนึก เสี่ยวเทียนพุ่งขึ้นไปบนฟ้า แล้วส่งเสียงร้องออกมาดังๆ  เพื่อคลายความขัดข้อง อึดอัดทั้งปวง  ย๊ากกกกกกกก !!!!!

    ร่างของเสี่ยวเทียนพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าไม่หยุดเหมือนจรวดพุ่งขึ้นไปนอกอวกาศ

    ร่างกายของเสี่ยวเทียนกลายเป็นน้ำแข็งแต่ก็ทำให้เขาซึมซับพลังธาตุต่างๆเข้ามาในพลังจิตวิญญาณเขามากขึ้นเรื่อย ยิ่งเขาพุ่งร่างขึ้นสูงแรงกดดันยิ่งเบาลงๆ แต่พลังที่ได้รับกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วเขาก็ลอยมาอยู่เหนือบรรยากาศของโลก เสี่ยวเทียนนั่งสมาธิพบว่า บัดนี้ จุดชีพจรจุดที่สามที่อยู่เหนือท้องน้อยของเขาได้ถูกปลุกขึ้นมาใช้งานได้แล้ว แสงสีแดงค่อยเลือนหายไปเป็นแสงสีส้มขึ้นมาแทน วงที่1 วงที่สอง และก็วงที่สาม ในที่สุดเสี่ยวเทียนก็มาอยู่ในขั้น ราชันจอมเวทย์ระดับสูงได้แล้ว 

    เสี่ยวเทียน มองไปรอบๆ บรรยากาศ เสี่ยวเทียนสามารถใช้วิชาดูดพลังแห่งจักรวาลเหล่านี้มาใช้ได้อย่างเต็มที แต่เสี่ยวเทียนยังไม่นำมาเพิ่มพลังแต่เก็บพลังเอาไว้ในจุดตันเถียน  ถึงแม้ว่าบนบรรยากาศนอกโลกจะไม่มีออกซิเจน แต่เสี่ยวเทียนก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้ออกซิเจน เพราะอาศัยพลังงานอื่นๆ ที่รอบตัวมาเป็นพลังงานได้หมด 

    “ อาจารย์บนอวกาศนี้ทำให้ข้าดูดซับพลังจักรวาลได้มากขึ้นกว่าด้านล่างมากเลย ต่อไป ข้ามาดูดซับพลังบนนี้จะดีกว่านะ?” เสี่ยวเทียนเอ่ยกับ อาจารย์ลู่เอิน

    “ เจ้านี่มันบ้าจริงๆ ข้าเองก็ไม่เคยคิดว่า นอกบรรยากาศโลกเช่นนี้ จะทำให้พลังเซียนและพลังจอมเวทย์สามารถเพิ่มระดับได้  ค่อยๆ ฝึกไป ไม่ต้องเร่งมาก อายุเจ้ายังน้อย อย่าเพิ่งฝืน อะไรก็ตาม หากมันมากไป มันต้องมีผลเสียตามมา”

    “ ขอรับอาจารย์ ข้าจะหยุดฝึกไปสักพักก่อน แล้วอีกสามวันค่อยขึ้นมาฝึกใหม่”

    เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็สลายร่างกลายเป็นสายลม พุ่งกลับไปสำนักเหยาซานทันที

    ณ ยอดเขาเหยาซาน  อาจารย์เมี่ยวคง ยืนมองดูร่างของเสี่ยวเทียนที่ลอยไปบนฟ้าสักพัก แล้วก็มอง ร่างที่กลายเป็นสายลม พุ่งผ่านกลับลงมาที่บ้านพักด้วยความตื่นเต้นตกใจไม่น้อย

    “ เด็กน้อยคนนี้ ใช้วิธีฝึกตนอย่างไรกันนะ ? ช่างอัจฉริยะจริง ๆ  แค่สองวันก็สามารถบรรลุได้ ถึงระดับราชันจอมเวทย์ หรือว่าเขาจะเป็น เจ้าชายแห่งฟ้าในตำนาน มาจุติใหม่จริงๆ !”....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน