“ พวกเราต้องรีบไปช่วยท่านอาจารย์ แต่เกรงว่าฝีมือพวกเราอ่อนด้อย พวกเราอยากเชิญศิษย์พี่จ้าวอี้ไปด้วย จะได้ไหม?” ชิงอี้เอ่ยแทนทุกคน
เสี่ยวเทียนยังเอามือค้ำคอ องค์ชายสี่อยู่ เลยเหวี่ยงร่างที่หมดแรงเหมือนเหวี่ยงสิ่งของ ร่างองค์ชายสี่ล้มคว่ำหน้าไปกับพื้นดินหมดสภาพองค์ชาย ลูกน้องอีกสามสิบคน ล้วนถูกเทพอินทรี จัดการเสียเกลี้ยง เลยหาคนที่มาช่วยองค์ชายสี่ไม่ได้
“ ศิษย์น้องรับปากพวกนางไปเถอะ ศิษย์พี่ไปไม่ไหว เจ้าไปช่วยท่านเจ้าสำนักมู่เจียอย่าให้ท่านตกหลุมพรางของคนชั่ว”
เสี่ยวเทียนเดินเข้ามาหาศิษย์พี่ฟางอี้ แล้วหยิบน้ำทิพย์ออกมา แล้วกรอกปากศิษย์พี่ฟางอี้ทันที พอลิ้นได้รับน้ำทิพย์ ร่างกายที่บอบช้ำก็กลับมาเป็นปกติ พลังที่ได้รับกลับทำให้ พลังเวทย์ในตัวกลับพุ่งขึ้นมาอย่างง่ายดาย กลายเป็น เซียนจอมเวทย์ขั้นต้น มีวงแหวนสีฟ้าขึ้นมาบนหัว 1 วง ทุกคนล้วนตื่นเต้น แสดงความยินดีไปกับ ศิษย์พี่ฟางอี้กันทุกคน
“ อา ขอบใจศิษย์น้อง น้ำโอสถของเจ้าที่สรรพคุณยอดเยี่ยมจริงๆ พวกเรารีบไปช่วยท่านเจ้าสำนักมู่เจียกันดีกว่า” ศิษย์พี่ฟางอี้พูดจบ ก็เอาไม้กายสิทธิ์ ออกมาแล้วเขียนยันต์เป็นวงกลม แล้วก็นำทุกคนไป ปรากฏตัวที่โรงเตี้ยมไหวอัน ที่องค์ชายสี่บอกเอาไว้ แล้วได้พบกับ เจ้าสำนักมู่เจีย กำลังนั่งดื่มน้ำชากับศิษย์อีกหลายสิบคน พอเห็นสี่ดรุณีโผล่ออกมาจาก ประตูมิติที่ศิษย์พี่ฟางอี้สร้างขึ้นมา ก็ตกใจ
“ อาจารย์” ทั้งสี่คนรีบเข้าไปห้ามอาจารย์ไม่ให้ดื่มน้ำชาทันที อาจารย์จี้เสียก็ดีใจที่เห็นลูกศิษย์ปลอดภัย หลังสอบถามเรื่องราว อาจารย์จี้เสีย ถึงกับโมโหองค์ชายสี่ยิ่งนัก
“ บัดซบ ครั้งก่อนข้าอุตส่าห์ตักเตือน แต่ที่ไหนได้ ครานี้คิดสังหารตัวข้าไม่พอ ยังคิดย่ำยีศิษย์ของข้าอีก ดีนะ ที่ได้เจ้าสองคนได้ช่วยเหลือ มิเช่นนั้น พวกเราต้องหลงกลมันแน่” จากนั้นหันไปมองหา เถ้าแก่โรงเตี้ยม ซึ่งบัดนี้พอรู้ว่า แผนแตกก็หนีหายกันไปจนหมด
“ อาจารย์ได้โปรดระงับโทสะก่อน บัดนี้องค์ชายสี่ ถูกศิษย์พี่จ้าวอี้ จัดการซะหมดสภาพแล้ว ต่อไปคงเข็ดไม่กล้ามาวอแว พวกเราอีก” ทั้งสี่สาวก็เล่า เรื่องที่เสี่ยวเทียนจัดการกับ องค์ชายสี่ให้อาจารย์ฟัง ซึ่งทำให้อาจารย์จี้เสีย ที่มีพลังเวทย์ระดับเซียนจักรพรรดิ หันมามองหน้า เสี่ยวเทียนโดยละเอียดอีกครั้ง
“ เจ้าคือ จ้าวอี้ ที่ถูกบีบให้เซ็น หนังสือ ถอนหมั้นกับ ไป๋เซียงศิษย์เอกสำนักโมจินและที่อัด องค์ชายแปดจนสาหัส แล้วสังหารองครักษ์วังหลวงตายไปร้อยคน ด้วยตัวเจ้าเพียงคนเดียว?” อาจารย์จี้เสีย นึกเรื่องราวของจ้าวอี้ขึ้นได้ ทุกคนเลยนึกออกไปตามๆ กัน เพราะเรื่องราวนี้ดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองแล้ว
“ ขอรับ” เสี่ยวเทียนตอบเบาๆ
“ ช่างตาต่ำเสียจริง บุคลิกองอาจ มาดผู้กล้า ทอดตาทั่วแผ่นดินนี้จะหาที่ไหนได้
ข้าจะยก สี่ดรุณีให้ตบแต่งกับเจ้าสักคน เจ้าคิดเห็นเป็นเช่นใด”
เสี่ยวเทียนแทบสำลักออกมา สี่สาวดรุณีต่างอาย บิดชายเสื้อจนย่นไปหมด
“ ข้ายังเด็กนัก เพิ่งฝึกเรียนวิชาเวทย์ได้แค่วันเดียว เรื่องอื่นๆ ยังไม่กล้าคิด”
เสี่ยวเทียนรีบบอกปัดทันที
“ อะไรนะ นี่เจ้าเพิ่งเริ่มฝึกวิชาเวทย์เมื่อวาน แล้วนี่เจ้าอยู่ขั้นจอมเวทย์ระดับสูงแล้วหรือเนี่ย?” อาจารย์จี้เสีย ตกใจ ทุกคนก็เริ่มหันมาสนใจประเด็นนี้ ด้วยเหมือนกัน
“ ศิษย์น้องเล็ก กล่าวความจริง ท่านอาจารย์เพิ่งรับศิษย์น้องเล็กเข้าเป็นศิษย์หลัก
แล้วเริ่มถ่ายทอดวิชาให้เมื่อวานนี้เอง” ฟางอี้ยืนยันด้วยทันที
“ ท่านเมี่ยวคง นี่สายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก และโชคดี ที่ได้เจ้าเป็นศิษย์ ข้ารู้สึกอิจฉา อาจารย์เจ้ายิ่ง ข้าคงต้องไปเยี่ยมท่านเมี่ยวคง เพื่อพูดเรื่องงานแต่งของเจ้าในไม่ช้านี้แน่ เจ้าไม่ต้องห่วงไป” อาจารย์มู่เจีย ยังไม่ยอมล้มเลิกความคิด ทำเอาเสี่ยวเทียนเริ่มหวาดกลัว รีบสะกิดให้ศิษย์พี่ฟาง ขอตัวกลับกันก่อนดีกว่า
“ เมื่อท่านผู้อาวุโสไม่เป็นอะไรแล้ว พวกเราทั้งสองคนต้องขอตัวลาก่อน”
ฟางอี้เขียนประตูมิติอีกครั้ง แล้วพาเสี่ยวเทียนกลับสำนักทันที
“ ไม่เลว ทั้งศิษย์พี่ศิษย์น้อง ใช้ได้ทั้งคู่ เสียดาย ขาดอีกสองคน พวกเจ้าสี่คนตกลงกันได้หรือยัง” อาจารย์จี้เสีย หันไปมองศิษย์เอกทั้งสี่ ที่ยังคงอายม้วนไปมาไม่หยุด
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
รัชทายาท กับคนสนิทอีกสี่คน มีเซียนราชันจอมเวทย์ 1 คน แล้วเซียนจอมเวทย์อีกสามคน กำลังลุ้นว่า ศิลานักปราชญ์ เวลานี้เปลี่ยนร่างคล้ายคน กำลังทำการเปลี่ยนเก้าอี้ไม้ ให้กลายเป็นทองคำ แต่ว่ามันทำได้แค่ขาเก้าอี้เป็นทองคำได้แค่1 ฝ่ามือ มันก็นอนแผ่หลา แล่วบอกว่า
“ ข้าบอกแล้ว ข้าไม่กินอะไรมาเป็นพันปี ข้าจะไปมีพลังเปลี่ยนทองได้ มากขนาดนี้ได้อย่างไร พวกเจ้าต้องนำทองมาให้ข้ากินอีก” ศิลานักปราชญ์เอ่ยบอกกับรัชทายาท
“ ตั้งแต่เจ้ามานี่ เจ้ากินทองไปร้อยกว่ากิโลแล้วนะ ยังไม่มีพลังกลับคืนมาอีกหรือ?” เซียนจอมเวทย์คนหนึ่งย้อนศิลานักปราชญ์
“ หากพวกเจ้าขี้เหนียวเช่นนี้ ข้าคงต้องกลับไปจำศีลเหมือนเดิมดีกว่า”
“ รัชทายาท ศิลานักปราชญ์พูดความจริง ข้าสัมผัสพลังหลังที่เขากินทองคำมากขึ้นเรื่อยๆ” เซียนราชันเวทย์เอ่ยกับรัชทายาท
“ เอาละ พวกเจ้าไปเอาทองมาให้ศิลานักปราชญ์กินอีก เอามาทีเดียว 100 กิโลเลย” รัชทายาทออกคำสั่ง ศิลานักปราชญ์กระโดดตัวลอยอย่างดีใจ
ในขณะเดียวกัน ก็มีทหารมารายงานเรื่องด่วน
“ กราบทูล รัชทายาท องค์ชายสี่ถูกจ้าวอี้หักแขนทั้งสองข้าง บาดเจ็บสาหัส เวลานี้ ถูกนำตัวไปรักษาที่ สำนักแพทย์หลวงแล้ว”
“ อะไรนะ นี่มันยังกล้าออกมาอาละวาด นอกสำนักอีกหรือนี่ รัชทายาทโปรดสั่งการ ข้าขอนำกำลังไปจับกุมมันมาลงโทษให้ได้” เซียนจอมเวทย์ระดับสูงผู้หนึ่งกล่าวเสนอตัว
“ ไม่ต้อง น้องสี่ไปเจอมันได้อย่างไร” รัชทายาทไม่ใจร้อน แต่ย้อนถามอย่างใจเย็น
“ องค์ชายสี่ ไปดักฉุด สี่ดรุณีแห่ง สำนักมู่เจีย ถูกจ้าวอี้เห็นเข้า ก็เลย....ก็เลยทำร้ายองค์ชายสี่บาดเจ็บสาหัสพะยะค่ะ” ทหารเอ่ยรายงานจบ รัชทายาทส่ายหน้า
“ เป็นเชื้อพระวงศ์ดีดี ไม่ชอบ อยากเป็นสุนัข สุดท้ายโดนเข้าหักแขนกลับมาร้องโอดโอย สมควรหักขามันอีกสองข้าง ต่อไปจะได้ไม่ทำให้ ชื่อเสียงของราชวงศ์เสื้อมเสีย” องค์รัชทายาทเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจยิ่ง
“ ท่านเซียนราชัน ท่านช่วยแจ้งข่าว ไปที่ หน่วยเวทย์โลหิต ให้เวลาพวกมัน 7 วันต้องนำหัวจ้าวอี้มาวางแทบเท้าข้าให้ได้ ไม่เช่นนั้น ข้าจะยุบบ้านพักของพวมันทิ้งซะ !” เซียนราชันรับคำสั่งรีบไปสั่งการทันที
ระหว่างทางเสี่ยวเทียนเอ่ยถามถึง ป่าอาถรรพ์เชอร์วู๊ด คืออะไร ก็ทราบว่า
"อีก 1 เดือน ป่าอาถรรพ์เชอร์วู๊ดจะถูกเปิด โดยกฏแห่งธรรมชาติเพื่อ ให้พวกจอมเวทย์ทั้งหลาย ไปหาของวิเศษ ทรัพยากรการฝึกตน ที่อยู่ด้านในป่าแห่งนี้ ซึ่งว่ากันว่า เมื่อบรรพกาล ในป่าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้ เหล่าจอมเวทย์ฝึกฝนเรียนรู้ ซึ่งของวิเศษที่มีค่ามากในป่าอาถรรพ์เชอร์วู๊ด คือ น้ำอมฤต ผู้กินเข้าไปจะเป็นอมตะไม่มีวันตาย
ม้าพีกาซัส ผู้มีปีกเป็นพญาอินทรี มันจะออกลูกทุกสามปีใครได้พบเป็นคนแรก จะมีโอกาสได้ครอบครอง
ไข่ทองคำ สามารถกินเข้าไปแล้ว จะช่วยเพิ่มพลังเวทย์ได้ แล้วยังมีอาวุธวิเศษ เช่น เถาหนาม ไผ่วิญญาณ วิญญาณสัตว์เวทย์ต่างๆ
สิ่งต่างๆเหล่านี้แม้กระทั่ง จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างพ่อมดเมอร์ลินก็เคยได้รับพลังจากในป่าอาถรรพ์เชอร์วู๊ดมาแล้ว”
“ เมอร์ลินได้ของวิเศษอะไรมา?”
“ เพชรจอมปราชญ์ ว่ากันว่า ทำให้เมอร์ลินได้รับความฉลาด หยั่งรู้อนาคตจากเพชรจอมปราชญ์ในป่าอาถรรพ์เชอร์วู๊ดแห่งนี้” ศิษย์พี่ฟางอี้อธิบาย
เสี่ยวเทียนสนใจเข้าไปชม ป่าแห่งนี้เช่นกัน เสี่ยวเทียนบอกว่า หากป่าเปิดเมื่อไร ขอให้แจ้งเขาด้วย เขาสนใจที่จะเข้าไปเช่นกัน หลังจากนั้นเสี่ยวเทียนก็เข้ามา
ในมิติฟ้าคราม ภรรยาทั้งสองของเขาวันนี้ทำอาหารอร่อยๆ รอเขาอยู่มากมาย
“ เอ วันนี้เป็นวันอะไรนะ ทำไม่ภรรยาข้า ถึงได้ทำอาหารมากมายเยี่ยงนี้”
“ ภรรยาของท่าน ตั้งครรภ์พร้อมกันทั้งสองคนเลย สามีดีใจไหม?” วาวากับเจินเจินเอ่ยออกมาพร้อมกัน เสี่ยวเทียนบัดนี้อายุเพียง 12 ปี ก็ดีใจอย่างยิ่ง โผเข้าไปกอดภรรยาทั้งสองด้วยความดีใจ อาจารย์ลู่เอินปรากฏร่างออกมา แล้วร่วมฉลองด้วย
“ วาวาตั้งท้องได้ สองเดือนแล้ว ข้าทำนายว่า ต้องได้บุตรีที่ยิ่งใหญ่เหนือโลกานี้แน่ๆ เพราะว่าพลังของ กายาจันทราพิสุทธิ์ ผสมกับร่างกายาอมตะของเจ้า บุตรีที่เกิดมานั้น ต้องเป็นเทพเซียนตั้งแต่ในท้องแม่ เวลานี้ ข้าสัมผัสได้ถึงพลังปราณเทพราชันในตัวของเด็กน้อยนี้ได้บ้างแล้ว กว่าจะครบเก้าเดือน ข้าคิดว่า เด็กคนนี้ต้องกลายเป็นเซียนก่อนคลอดออกมาแน่ๆ”
วาวาได้ฟังแล้วก็อดปลื้มปิติไม่ได้ ส่วนเจินเจินนั้น เริ่มใจคอไม่ดีนัก อาจารย์ลู่เอินเห็นหน้าก็เอ่ยต่อว่า
“ เจ้าจะได้บุตรชาย อีก 15 เดือนถึงจะคลอดออกมา เขาผู้นี้มีกายาอมตะมาจุติ ถึงแม้ว่าเขาไม่บรรลุเซียนก่อนคลอดเหมือน บุตรีของวาวา แต่ภายหลังจากที่เขากำเนิด เขาก็จะมีพลังเซียนเหมือนกัน เหตุที่เขา ต้องอยู่ภายในท้องนานก็คนอื่นๆ ก็เพราะว่า ร่างของเจ้าจะสามารถซึมซับ น้ำอสุจิศักดิ์สิทธิ์ของเสี่ยวเทียนได้มากที่สุด ทำให้ เด็กน้อยนั้นได้รับพลังจอมเวทย์จากเสี่ยวเทียนได้โดยตรง ดังนั้นเด็กคนนี้คลอดออกมาจะมีทั้งพลังเซียนกับพลังจอมเวทย์ไปพร้อมๆ กัน”
“ อาจารย์หมายความว่า ข้าต้องหมั่นทำการบ้าน กับเจินเจินอย่างนั้นหรือ?”
“ ถูกต้อง แต่ก็ต้องรู้จักสำรวมเอาไว้บ้าง”
เจินเจินได้ฟังก็หน้าแดง ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา
“ ข้าได้เป็น พ่อคนแล้ว เย้....!”
เสี่ยวเทียน เริ่มนำไข่มุกทองคำมาดูดซับ เพื่อเพิ่มพลังเซียน เพราะบัดนี้ เขามีพลังเซียนระดับ 45 ขั้นจักรพรรดิแล้ว ดังนั้นเหลือแค่ไม่กี่ระดับ ก็สามารถทะลุขึ้น เซียนฟ้า
ดังนั้นวันนี้ หากเขามีพลังเซียนมาก ลูกๆ ของเขา ก็จะมีความมั่นคงแข็งแกร่งตามเขาไปด้วย หลังจากไข่มุกทองคำดูดซับไปแล้ว 15 เม็ด แล้วก็ดูดซับหยกพลังจากหยกมังกรฟ้าอีกสี่ชิ้นพร้อมกัน พลังอันมหาศาลพุ่งใส่เสี่ยวเทียนอย่างมากมาย จนจุดรับพลังเซียนในร่างเริ่มเต็ม จนระเบิดพลังเซียนออกมาอีก 15 ระดับ จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ดึงพลังจันทราพิสุทธิ์ที่ได้รับมาจาก วาวา ออกมาหลังจากที่ได้หลับนอนมาหลายวัน แล้วเก็บพลังจันทราพิสุทธิ์เอาไว้ยังไม่นำออกมา พอนำออกมาใช้ก็ผลักดันพลังเซียนในร่างให้เพิ่มขึ้นไปอีก 5 ระดับ กลายเป็นพลังเซียนระดับที่ 65 เป็นขั้นเซียนฟ้าแล้ว
เสี่ยวเทียนในตอนนี้สามารถสัมผัสบรรยากาศรอบกายได้ชัดมากกว่าก่อน ถึงสองเท่า สามารถใช้พลังฝ่ามือยูไลได้แข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อน พลังจิตที่ใช้กับหมัดเงาสังหารบัดนี้สามารถสร้างเป็นรูปต่างๆ ได้ดังใจนึก เสี่ยวเทียนพุ่งขึ้นไปบนฟ้า แล้วส่งเสียงร้องออกมาดังๆ เพื่อคลายความขัดข้อง อึดอัดทั้งปวง ย๊ากกกกกกกก !!!!!
ร่างของเสี่ยวเทียนพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าไม่หยุดเหมือนจรวดพุ่งขึ้นไปนอกอวกาศ
ร่างกายของเสี่ยวเทียนกลายเป็นน้ำแข็งแต่ก็ทำให้เขาซึมซับพลังธาตุต่างๆเข้ามาในพลังจิตวิญญาณเขามากขึ้นเรื่อย ยิ่งเขาพุ่งร่างขึ้นสูงแรงกดดันยิ่งเบาลงๆ แต่พลังที่ได้รับกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วเขาก็ลอยมาอยู่เหนือบรรยากาศของโลก เสี่ยวเทียนนั่งสมาธิพบว่า บัดนี้ จุดชีพจรจุดที่สามที่อยู่เหนือท้องน้อยของเขาได้ถูกปลุกขึ้นมาใช้งานได้แล้ว แสงสีแดงค่อยเลือนหายไปเป็นแสงสีส้มขึ้นมาแทน วงที่1 วงที่สอง และก็วงที่สาม ในที่สุดเสี่ยวเทียนก็มาอยู่ในขั้น ราชันจอมเวทย์ระดับสูงได้แล้ว
เสี่ยวเทียน มองไปรอบๆ บรรยากาศ เสี่ยวเทียนสามารถใช้วิชาดูดพลังแห่งจักรวาลเหล่านี้มาใช้ได้อย่างเต็มที แต่เสี่ยวเทียนยังไม่นำมาเพิ่มพลังแต่เก็บพลังเอาไว้ในจุดตันเถียน ถึงแม้ว่าบนบรรยากาศนอกโลกจะไม่มีออกซิเจน แต่เสี่ยวเทียนก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้ออกซิเจน เพราะอาศัยพลังงานอื่นๆ ที่รอบตัวมาเป็นพลังงานได้หมด
“ อาจารย์บนอวกาศนี้ทำให้ข้าดูดซับพลังจักรวาลได้มากขึ้นกว่าด้านล่างมากเลย ต่อไป ข้ามาดูดซับพลังบนนี้จะดีกว่านะ?” เสี่ยวเทียนเอ่ยกับ อาจารย์ลู่เอิน
“ เจ้านี่มันบ้าจริงๆ ข้าเองก็ไม่เคยคิดว่า นอกบรรยากาศโลกเช่นนี้ จะทำให้พลังเซียนและพลังจอมเวทย์สามารถเพิ่มระดับได้ ค่อยๆ ฝึกไป ไม่ต้องเร่งมาก อายุเจ้ายังน้อย อย่าเพิ่งฝืน อะไรก็ตาม หากมันมากไป มันต้องมีผลเสียตามมา”
“ ขอรับอาจารย์ ข้าจะหยุดฝึกไปสักพักก่อน แล้วอีกสามวันค่อยขึ้นมาฝึกใหม่”
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็สลายร่างกลายเป็นสายลม พุ่งกลับไปสำนักเหยาซานทันที
ณ ยอดเขาเหยาซาน อาจารย์เมี่ยวคง ยืนมองดูร่างของเสี่ยวเทียนที่ลอยไปบนฟ้าสักพัก แล้วก็มอง ร่างที่กลายเป็นสายลม พุ่งผ่านกลับลงมาที่บ้านพักด้วยความตื่นเต้นตกใจไม่น้อย
“ เด็กน้อยคนนี้ ใช้วิธีฝึกตนอย่างไรกันนะ ? ช่างอัจฉริยะจริง ๆ แค่สองวันก็สามารถบรรลุได้ ถึงระดับราชันจอมเวทย์ หรือว่าเขาจะเป็น เจ้าชายแห่งฟ้าในตำนาน มาจุติใหม่จริงๆ !”....