เสิ่นซิ่วเต๋อทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เขาเคยคิดว่าตนเองนั้นไม่ได้รักใคร่เซี่ยหลันชิงอีกแล้ว ทว่า... เขากลับรู้สึกเ็ปขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เขาไม่เคยอยากให้นางตายจริง ๆ เขาแค้นที่ตระกูลเซี่ยทรยศตระกูลของเขา เขาเอาคืนตระกูลเซี่ยจนทุกคนพังพินาศไปหมดยกเว้นนาง เขารักนาง เขาไม่อาจเห็นนางตายได้ แต่ขณะเดียวกันเขาก็เกลียดชังตระกูลของนาง เขาจึงไม่อาจหักใจทำดีกับนางได้ แต่ก็ไม่อาจปล่อยนางไปได้เช่นกัน
เพื่อให้นางล้มเลิกเื่ฆ่าตัวตายซะ เขาจึงทำให้นางท้อง หวังใช้เืเนื้อเชื้อไขของนาง เป็โซ่ล่ามจองจำนางให้อยู่กับเขาไปตลอดชีวิต
เขารู้ดีว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่บุตรสาวของผู้อื่น ใบหน้าของซินเอ๋อร์คล้ายคลึงเขาทุกอย่าง เพียงแต่เพื่อทำร้ายจิตใจนาง เขากลับพูดพล่อย ๆ บอกว่าซินเอ๋อร์คือเด็กที่เกิดจากบุรุษอื่น ในจวนแห่งนี้เป็จวนของเขา ั้แ่นางมาอยู่ที่นี่ นางก็ไม่ได้ออกไปนอกจวนแม้แต่ครึ่งก้าว บุรุษใดเล่าจะกล้าแตะต้องนาง หากมันผู้นั้นกล้าทำจริง ๆ คงถูกถลกหนังไปนานแล้ว
ระยะนี้เขาไม่ได้อยู่จวน ไม่ได้พูดจาอะไรกระทบกระเทือนจิตใจนาง เหตุใดจู่ ๆ นางถึงคิดฆ่าตัวตายอีกแล้ว หนำซ้ำยังเผาซินเอ๋อร์ไปด้วย เหตุใดถึงเป็เช่นนี้
เสิ่นซิ่วเต๋อลุกขึ้นยืน เขากำมือแน่น แววตาคมกริบเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงใจ ชายหนุ่มเดินฉับ ๆ ไปที่ห้องโถงในเรือนหน้า เรียกเหล่าข้ารับใช้ทุกคนให้มารวมกันอยู่ที่นี่
ทุกคนมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง ขาดก็แต่เสี่ยวเหอเท่านั้น ที่จู่ ๆ ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ถามหาตัว ก็ไม่มีผู้ใดพบเห็น
“เหตุใดนางถึงทำเช่นนี้”
แม่ทัพเสิ่นซิ่วเต๋อเอ่ยถามเสียงเข้ม ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาเยือกเย็นราวกับธารน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ ทุกคนต่างหวาดกลัวจนร่างกายสั่นเทิ้ม สิ่งที่พวกเขากระทำต่อแม่นางเซี่ย หากถูกท่านแม่ทัพสอบสวนจนกระจ่าง พวกเขาคงถูกคาดโทษอย่างไม่ต้องสงสัย
เคร้งงงง!!!
“ข้า! ถาม! ว่า! เหตุใดนางถึงทำเช่นนี้!!!” ในเมื่อถามแล้วไม่มีคนตอบ เขาจึงปัดชายแขนเสื้อไปกระทบกับชุดกาน้ำชาลายคราม เศษแก้วกระเบื้องแตกกระจายเกลื่อนพื้น
แล้วก่อนที่จะมีข้ารับใช้คนใดเอ่ยปากตอบ เสียงของนายทหารรับใช้คนหนึ่งก็ดังแว่วมาจากด้านนอก ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงเงียบกริบเหมือนป่าช้า
“ท่านแม่ทัพขอรับ พบตัวแม่นางเสี่ยวเหอแล้วขอรับ” ทหารคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน ก่อนที่ทหารอีกสองคนจะลากแม่นางเสี่ยวเหอให้เข้ามานั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเสิ่นซิ่วเต๋อ
เสี่ยวเหอเป็สาวใช้ของจวนสกุลเสิ่นก็จริง แต่ในใจของนาง นางถือว่าตนเองเป็คนของคุณหนูสามเซี่ยมาั้แ่แรก
ปีนั้นในตอนที่สองตระกูลยังไม่ได้บาดหมางกัน คุณหนูสามเซี่ยกับท่านแม่ทัพ ออกไปขี่ม้าชมเมือง บังเอิญพบกับเสี่ยวเหอที่นอนหิวโซใกล้ตาย และป่วยหนัก ประจวบกับ่นั้นจวนสกุลเสิ่นขาดคนอยู่พอดี คุณหนูสามเซี่ยจึงร้องขอให้ท่านแม่ทัพช่วยนางไว้ และพานางกลับไปเป็สาวใช้ที่จวนเสิ่น
เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำของคุณหนูสามเซี่ยแท้ ๆ นางถึงมีชีวิตอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ บุญคุณในครานั้นนางไม่มีวันลืมเลือน
ดังนั้นก็ไม่เห็นแปลกที่นางจะรู้สึกรักและเคารพต่อคุณหนูสามเซี่ยขนาดนั้น แม้ว่าคุณหนูสามเซี่ยผู้งดงามในวันวาน จะกลายเป็แม่นางเซี่ยผู้ตกอับแล้ว นางก็ไม่เคยคิดร้าย ไม่เคยรังเกียจ ไม่เคยอกตัญญูต่อบุญคุณในอดีตของคุณหนูสามเซี่ยเลยสักครั้ง กลับกันคือนางคอยให้ความช่วยเหลือ และคอยดูแลคุณหนูสามเซี่ยให้ได้มากที่สุดตราบเท่าที่สาวใช้ต่ำต้อยคนหนึ่งจะสามารถทำได้
แต่อีกด้านหนึ่งก็ไม่ใช่ว่านางไม่สำนึกในบุญคุณของตระกูลเสิ่นที่ให้นางเป็หญิงรับใช้ แต่บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ ชิงชังก็ส่วนชิงชัง นางชิงชังท่านแม่ทัพเหลือเกินที่ใจร้ายกับลูกเมียของตัวเองขนาดนั้น กระทั่งลูกสาวของตนป่วยไข้ใกล้ตายก็ยังไม่ให้การช่วยเหลือใด ๆ บัดนี้พวกนางตายแล้ว จะมาสืบเสาะหาต้นสายปลายเหตุทำไมอีก
นางกล้าพูดได้เต็มปาก ว่าแม่นางเซี่ยไม่เพียงเป็ผู้มีพระคุณของนาง แต่ยังเป็เหมือนพี่น้องของนาง คือสหายที่ดีที่สุดของนาง นางรู้สึกผิดยิ่งนักที่ช่วยอะไรแม่นางเซี่ยไม่ได้ ท้ายที่สุดก็ต้องทนมองสองแม่ลูกถูกเปลวเพลิงแผดเผาไปต่อหน้าต่อตา
นางอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก สิ่งไหนไม่สมควรพูด นางก็จะพูดให้หมด ถือว่าเป็การไถ่โทษที่ไม่สามารถช่วยเหลือแม่นางเซี่ยได้ เสี่ยวเหอนางไม่หวั่นเกรงต่อความตายอีกแล้ว หากท่านแม่ทัพจะสังหารนาง เพียงเพราะนางพูดความจริงเกี่ยวกับสองแม่ลูก เช่นนั้นนางก็ยินดีน้อมรับ จะได้ตามไปอยู่กับเซี่ยหลันชิงเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป
ชีวิตของนางคุณหนูสามเซี่ยเป็คนมอบให้ หากนางต้องตายเพราะคุณหนูสามเซี่ย ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ
“ในจวนของข้า เ้าสนิทกับนางที่สุด บอกข้า... นางทำแบบนั้นเพราะอะไร” เสียงของเสิ่นซิ่วเต๋อยังคงแข็งกร้าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ดวงตาสีดำรัตติกาลคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาที่ข่มกลั้นไม่ให้ไหลออกมา
“ท่านแน่ใจหรือเ้าคะ ว่าอยากฟัง!” เสี่ยวเหอเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัว น้ำเสียงของนางแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
หลังจากเกิดเื่ขึ้น นางก็คาดเดาได้ว่า องค์หญิงเหยียนซีจะต้องสั่งให้คนในจวนมาเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย รวมถึงเอาเถ้ากระดูกของแม่นางเซี่ยกับลูกสาวไปทิ้งให้ไกลหูไกลตา
ด้วยไม่อยากให้เป็เช่นนั้นเสี่ยวเหอจึงซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตา คอยสังเกตการณ์ว่าคนพวกนั้นจะเอาโครงกระดูกของแม่นางเซี่ยกับลูกไปทำอะไรที่ไหน
เมื่อโครงกระดูกถูกเอาออกไป นางก็สะกดรอยตามไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ นางใช้สมบัติในกล่องไม้ที่แม่นางเซี่ยทิ้งไว้ให้ เอาไปแลกกับโครงกระดูกของสองแม่ลูก จากนั้นก็รีบเอาไปลอยในแม่น้ำหวงปิ่งที่อยู่ทางใต้ของเมือง
หวังให้กระแสน้ำสายนั้นช่วยปลอบประโลมดวงิญญาของพวกนาง หวังให้พวกนางได้ไปสู่สุคติ ไม่ต้องทุกข์ทนทรมานภายในสถานที่ชั่วร้ายแห่งนี้อีก หากโลกหน้ามีจริงขอให้พวกนางได้ไปเกิดใหม่ เกิดเป็คนที่มีวาสนา ประสบพบพานแต่ความสุข พบเจอแต่คนรักใคร่จริงใจไม่หักหลัง เพียงเท่านี้ความรู้สึกผิดในใจของเสี่ยวเหอก็ถูกบรรเทาเบาบางลง
“บังอาจ! กล้าขึ้นเสียงต่อหน้าท่านแม่ทัพได้อย่างไร” ทหารคนหนึ่งโพล่งเสียงตัดบทโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะใช้ด้ามไม้พลองทุบตีที่หลังของเสี่ยวเหออย่างแรง นางเสียหลักล้มลงหัวเข่าสองข้างกระแทกพื้นดัง ‘กึก!’
แต่ความเ็ปภายนอก ไม่อาจเทียบได้กับความเ็ปภายในใจของนาง เสี่ยวเหอมีหนึ่งสิ่งที่อยากพูดมาโดยตลอด แต่ไม่มีโอกาสได้พูด บัดนี้เป็ตายไม่สน นางจะสำรอกความลับนั้นออกไปเสีย
“เื่ที่ตระกูลเซี่ยทรยศตระกูลเสิ่นของท่าน เชื่อหรือไม่ว่าองค์หญิงเหยียนซีมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้” คำพูดเพียงประโยคเดียวของเสี่ยวเหอทำห้องโถงทั้งห้องเงียบกริบเหมือนป่าช้า เสิ่นซิ่วเต๋อหรี่เปลือกตาแคบ สมองของเขาพลันคิดพิจารณาอย่างรวดเร็ว
‘ความบาดหมางของสองตระกูลเกี่ยวข้องกับองค์หญิงเหยียนซีงั้นหรือ?’
“บังอาจ เป็แค่คนใช้ชั้นต่ำ เ้ากล้าเอ่ยใส่ร้ายองค์หญิงได้อย่างไร ตระกูลเซี่ยทรยศตระกูลเสิ่น องค์หญิงข้าเกี่ยวอะไรด้วย” สาวใช้จากเรือนขององค์หญิงที่เข้ามารวมตัวอยู่ที่นี่ด้วย ทนฟังคำพูดดูิ่ที่หลุดออกมาจากปากของเสี่ยวเหอไม่ได้จึงเอ่ยท้วงขึ้นมากะทันหัน แต่ทว่าก็โดนเสี่ยวเหอเอ่ยสวนกลับทันควันเช่นกัน
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ก็เพราะความใคร่อยากได้บุรุษของผู้อื่นมิใช่หรือ นางจึงวางแผนทำให้สองตระกูลแตกหักกัน การตายของผู้าุโสองตระกูลล้วนมีนางเป็ต้นเหตุ รึเ้าจะเถียง!!” เสี่ยวเหอไม่กลัวตายจึงพูดโพล่งเช่นนี้ ผิดกับสาวใช้นางนั้นที่กลัวตายอย่างยิ่ง จึงไม่กล้าอ้าปากเถียงต่อแม้แต่คำเดียว
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะนังคนชั้นต่ำ หากเ้ายังไม่ยอมหยุด ข้าจะสั่งให้คนตัดลิ้นเ้าเสีย” คราวนี้เป็เสียงทรงอำนาจเย่อหยิ่งที่ดังมาจากนอกบานประตู ไม่นานร่างระหงขององค์หญิงเหยียนซีก็ย่างกรายเข้ามาภายในห้องโถง การปรากฏตัวของนางยิ่งสร้างแรงกดดันให้กับบ่าวไพร่ทุกคนหนักเข้าไปอีก แต่ทว่าไม่ใช่กับเสี่ยวเหอคนนี้
“พูดต่อไป อย่าหยุด!” ในขณะที่คนหนึ่งบอกให้หยุดพูด อีกคนกลับสั่งให้พูดต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าเสี่ยวเหอเลือกฟังคำสั่งของท่านแม่ทัพ
“ฮึ! ใช้อำนาจบารมีของฮ่องเต้และฮองเฮาทำให้ตนได้แต่งออกมาเป็ฮูหยินจวนแม่ทัพ พยายามเข้าหาหลับนอนกับท่านแม่ทัพหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ ท้ายที่สุดก็ต้องใช้แผนสกปรก วางยาท่านแม่ทัพจนได้คุณชายน้อยมาหนึ่งคน แต่น่าสมเพชสิ้นดี ที่แม้กระทั่งเด็กน้อยที่ตนเองคลอดออกมาอย่างยากลำบากก็ไม่อาจรั้งใจบุรุษได้”
คำพูดของสาวใช้ต่ำต้อยคนหนึ่ง สามารถทำให้องค์หญิงอับอายได้ถึงเพียงนี้ ใบหน้าที่ขาวผ่องงดงามของนางบัดนี้แดงฉ่าเหมือนผลท้อสุกปลั่ง นางเป็ถึงองค์หญิงแห่งราชวงศ์ จะปล่อยให้สาวใช้ชั้นต่ำมาพูดจาดูิ่เช่นนี้ได้อย่างไร
หากเื่นี้เกิดในวังหลวง เห็นทีว่าพูดได้เพียงคำเดียว หัวของนางก็หลุดจากบ่าไปนานแล้ว
“ทหาร! ตัดลิ้นนาง อย่าให้นางพูดได้อีกไปชั่วชีวิต หากผู้ใดขัดคำสั่งไม่ยอมทำตาม เท่ากับขัดราชโองการของฝ่าา ข้าจะขอให้เสด็จพ่อเอาพวกเ้าไปปะา” องค์หญิงเหยียนซีตวาดลั่น ไร้ซึ่งคราบขององค์หญิงผู้แสนดีที่นางพยายามแสร้งทำต่อหน้าเสิ่นซิ่วเต๋อมาโดยตลอด ตอนนี้หางจิ้งจอกของนางโผล่แล้ว แววตาของนางก็ดุร้ายเหลือเกิน
“ที่นี่คือจวนเสิ่น ข้าเป็ใหญ่ หาใช่วังหลวง เหยียนซีเ้าอย่าคิดเอาตำแหน่งองค์หญิงมากดขี่ทหารของข้า หากยังเห็นข้าเป็สามีอยู่ ก็จงเงียบปากซะ” เสิ่นซิ่วเต๋อตวาดลั่นเช่นกัน จวนแห่งนี้เป็จวนของเขา จะปล่อยให้นางวางมาดโดยไม่เห็นหัวเขาเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
“ทหาร!!!” องค์หญิงเหยียนซีไม่ฟังคำเตือนของสามี นางทำเช่นนี้ก็เพื่อท้าทายอำนาจเขา เขาเป็สามีนาง เขาควรปกป้องนาง หาใช่เปิดทางให้คนอื่นมาพูดจาิ่เกียรตินางเช่นนี้
ที่ผ่านมานางยอมเขามาโดยตลอดก็จริง นั่นก็เพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความผิดที่นางทำลับหลังเขา แต่คราวนี้มันไม่เหมือนกัน นางจะยอมอีกไม่ได้แล้ว นังนี่มันรู้มาก มันหมายจะเปิดโปงความลับของนาง ผู้ใดเล่าจะปล่อยให้ตนเองตกกำแพงตายเพราะปากของสาวใช้ชั้นต่ำเพียงคนเดียว
“ผู้ใดกล้าก็ลองดู!” เสิ่นซิ่วเต๋อตวาดลั่นเมื่อเห็นว่าทหารนายหนึ่งหมายจะเข้ามาตัดลิ้นเสี่ยวเหอตามคำสั่งขององค์หญิงเหยียนซี ดวงตาคมกริบของเขามองกราดไปทั่วห้อง เพื่อรอดูปฏิกิริยาของเหล่าทหาร เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าทหารพวกนี้จะฟังคำของเขา หรือจะฟังคำของนางกันแน่