นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 366 พิกัด

        ตอนที่ 366 พิกัด

         

         

        ทั้งสองเถียงกันอยู่ครู่หนึ่งกว่าที่จะแยกออกมาได้ ตัวนกพิราบยังคงมีความเป็นมืออาชีพอยู่บ้างเขาจึงเป็นฝ่ายเลิกโต้เถียงด้วยก่อน “คุณนี่จะใจดีเกินไปแล้ว มูลค่าของคำแห่งพลังของปีกแห่งผืนฟ้ามันสูงมากนะครับ” นกพิราบถอนหายใจทิ้งท้าย

         

        “คุณต่างหากล่ะครับที่ใจดี ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าพึ่งจะปฏิเสธการขายไปเหรอครับ คนนั้นเสนอให้ตั้งพันล้านไม่ใช่รึไง มาครั้งนี้กลับเรียกแค่ 200ล้าน” โฟเรลเลิกคิ้ว จากที่เขาจำได้ ข้อมูลเรื่องคำแห่งพลังของปีกแห่งผืนฟ้านั้นแพงกว่านี้มาก

         

        “ซื้อใจลูกค้าใหม่ไงล่ะครับ แถมดูยังไงเธอก็ไปได้ไกลแน่ ๆ สนิทไว้ก่อนยังไงก็ไม่เสียหาย” นกพิราบตอบ การทำความรู้จักลูกค้าที่มีพลังการซื้อสูงเป็นเรื่องธรรมดาของเหล่านักธุรกิจ

         

        โฟเรลหรี่ตาลงน้อย ๆ เขาพบนกพิราบมาหลายครั้งแล้ว และเขาค่อนข้างมั่นใจว่าอีกฝั่งไม่ใช่คนเช่นนั้น เขาไม่พบความผิดปกติที่ชีพจรของอีกฝ่าย นั่นแปลว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหกเสียทีเดียว หรือไม่ก็นกพิราบนั้นสามารถปรับสภาพชีพจรและลมหายใจได้จนเขาไม่อาจจับได้

         

        “อีกอย่าง ปัจจุบันนี้ข้อมูลเรื่องคำแห่งพลังของปีกแห่งผืนฟ้าก็ไม่ได้มีมูลค่าสูงสุดอีกแล้วล่ะครับ ก็ดันมีอีกนภาหนึ่งที่ขึ้นมาเคียงข้างเธอได้แล้วนี่นา” นกพิราบหัวเราะ สายตาของเขาเป็นประกาย ความต้องการจะล่วงรู้ข้อมูลของอีกหนึ่งนภาฉายชัดเต็มใบหน้า

         

        “นิทาน วงจันทรา” โฟเรลหลับตาลงตอบกลับ ช่วงหลังมานี้คนผู้เดียวที่ขึ้นไปเทียบเคียงปีกแห่งผืนฟ้าได้ก็มีแต่เขาเท่านั้น เพียงค่ำคืนเดียว ชายที่ชื่อว่านิทาน วงจันทราก็ได้กลายเป็นจุดสนใจของคนทั่วทั้งมหาทวีป

         

        “ใช่ ผู้เรียนรู้ 5คำในตำนานกลับปรากฏขึ้นพร้อมกันถึงสองคนในยุคเดียวกัน แถมเขายังแข็งแกร่งมากพอจะต่อกรกับปีกแห่งผืนฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งเผ่าพันธุ์ได้ แค่ไม่กี่เดือนมานี้ผมก็ได้รับคำร้องเกี่ยวกับหมอนั่นมาเป็นร้อยแล้วล่ะมั้ง” นกพิราบหัวเราะสนุก

         

        “แล้วเป็นไง? มีข้อมูลดี ๆ บ้างมั้ย” โฟเรลถามกลับ หากเป็นเรื่องของอีกหนึ่งนภา ตัวเขาเองก็สนใจเช่นกัน

         

        “5แสนไกอา” นกพิราบอมยิ้ม เอียงคอมองโฟเรลด้วยสายตาหยอกล้อ โฟเรลควักเงินก้อนหนึ่งมอบให้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

         

        ก่อนหน้านี้เขาพูดเองว่าค่อนข้างมีปัญหาด้านการเงิน หากกลับยอมควักเงินทีเดียวห้าแสนเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าโฟเรลนั้นสนใจเพียงใด นกพิราบรับเงินมาตรวจนับ เมื่อยืนยันว่าครบแล้วก็กลืนเงินปึกนั้นหายลงท้องไป ภาพเด็กหญิงตัวเล็กที่กลืนเงินไปกว่า 5แสนไกอาทำให้นิทานคิ้วกระตุกน้อย ๆ

         

        ตลอดระยะเวลาการพูดคุยที่เกี่ยวข้องกับเขา ตัวเรนเดลไม่ได้ทำตัวให้ดูน่าสงสัยแม้แต่น้อย เพียงเคลื่อนไหวใบหน้าไปตามที่ควรจะเป็น ท่าทีสงสัยและสนอกสนใจยามที่กล่าวถึงตัวเขาเองนั้นเป็นธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง

         

        ผู้เรียนรู้ 5คำในตำนานอีกคนหนึ่ง แม้จะเป็นนักบวชธุดงค์ก็ต้องเคยได้ยินมา และเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดความสนใจ

         

        “หมอนั่นเป็นสหายสนิทกับองค์หญิงที่ 4 แห่งราชวงศ์ไฟกัลป์ องค์หญิงคนนั้นรอบคอบและฉลาดเป็นกรดจนน่าเหลือเชื่อเลยล่ะ ตลอดหลายเดือนมานี้เธอปล่อยทั้งข่าวปลอมข่าวจริงปนกันมั่วไปหมด” นกพิราบหยิบกระดาษที่มีรูปของไพลินและนิทานออกมาวาง

         

        “เธอยังจัดเตรียมคนที่คอยป่วนคนลอบติดตามของผมด้วย พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ติดตามตัวนิทานโดยตรง แต่กระจายอยู่โดยรอบนครรัตนะ คอยปั่นป่วนการสืบข่าวแถมยังวางหลักฐานปลอมไว้เพียบ”

         

        “เป็นองค์หญิงที่เก่งจนน่ารำคาญเลยล่ะครับ”

         

        เรนเดลที่ฟังอยู่แอบอมยิ้มในใจ ถูกต้องแล้ว เพื่อนของเขาเก่งที่สุด!

         

        “จนถึงปัจจุบันนี้ผมสายข่าวของผมเข้าถึงตัวนิทาน วงจันทราได้แค่ครั้งเดียว และยืนยันได้ว่าเขาขึ้นเป็นนักสลักเอกแล้ว และได้มีการติดต่อกับดักลาส ยอดฝีมือนักรังสรรค์จากเผ่ารูเบียสก่อนจะกลับมาปักหลักอยู่ที่นครรัตนะ มีความเป็นไปได้ว่าเขากำลังเตรียมตัวสำหรับการประลอง”

         

        “งั้น 5แสนไกอาที่ผมจ่ายไปคือเพื่อรู้ถึงความเก่งขององค์หญิง 4 กับข้อมูลแค่นั้น?” โฟเรลขมวดคิ้ว หากเป็นเช่นนั้นจริงข้อมูลชุดนี้ก็ราคาแพงเกินความจำเป็นไปมาก

         

        “ใจเย็นน่า ผมไม่ขายของที่ไม่คุ้มราคาอยู่แล้ว ข้อมูลสำคัญอีกชุดหนึ่งที่คนส่วนมากไม่รู้ คุณต้องถูกใจแน่ครับ” นกพิราบเดาะลิ้น แม้เขาจะหน้าเงินแต่จรรยาบรรณของเขายังคงอยู่ครบถ้วน

         

        “นิทาน วงจันทรานั้นได้ออกจากนครรัตนะนานแล้ว ตัวนิทานที่นครรัตนะปัจจุบันคือตัวปลอม ดังนั้นนิทานในปัจจุบันกำลังใช้ตัวตนอื่นเพื่อออกเดินทาง” นกพิราบยิ้ม

         

        ข้อมูลชุดนี้ทำให้โฟเรลเบิกตากว้างอย่างแท้จริง ท่าทีตกใจของโฟเรลทำให้นกพิราบได้ใจ เขายิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจในข้อมูลชุดนี้ “เพราะได้รับการสนับสนุนจากผู้แสวงวิถีตะวันจำแลงและองค์หญิง 4 ตัวนิทานจึงมีร่างปลอมไว้หลอกตบตา เมื่อรวมกับสิ่งที่องค์หญิงจัดเตรียมไว้ คนที่รู้ว่านิทานออกจากเมืองนานแล้วจึงมีไม่มากนัก”

         

        เรนเดลเผยสีหน้าตกใจปนงุนงง ตัวตนเรนเดลเพียงสนใจนิทานระดับหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นเรื่องที่นิทานจะอยู่หรือออกจากนครรัตนะนั้นไม่สำคัญกับเธอ

         

        ความแตกแล้วเหรอเนี่ย แต่ก็ถ่วงเวลาได้นานมากพอแล้ว แต่ถ้าหมอนี่รู้ ก็ตีไปว่าองค์ชายนั่นก็รู้ได้เลย ในสายตาของนิทาน การข่าวขององค์ชายคนนั้นอาจจะไม่ด้อยไปกว่านกพิราบเลย หากให้พูดจากใจ ถ้าตอนนี้องค์ชายคนนั้นรู้แล้วว่าเขาคือเรนเดล นิทานก็คงจะไม่แปลกใจนัก

         

        “แล้วตอนนี้นิทานอยู่ที่ไหนครับ” โฟเรลถามต่อ ในใจเขาเตรียมควักเงินอีกก้อนหนึ่งออกมาแล้ว เรนเดลทางด้านข้างเลิกคิ้วน้อย ๆ โฟเรลจะอยากรู้ตำแหน่งของเขาไปทำไม?

         

        นกพิราบเงยหน้ามองโฟเรลด้วยสายตาเช่นเดียวกันกับเรนเดล อีกฝ่ายจะอยากรู้ตำแหน่งของนิทานไปทำไม นกพิราบฉีกยิ้มกว้าง หัวเราะในลำคอเสียงเบา

         

        “100ล้านไกอา…ก็อยากจะพูดอย่างนั้นอยู่นะครับ แต่น่าเสียดายที่ผมยังไม่รู้เนี่ยสิ” นกพิราบยักไหล่ ส่ายหัวปฏิเสธโฟเรลด้วยสีหน้ากวนอารมณ์

         

        โฟเรลไม่ได้ตื๊อต่อแต่อย่างใด เมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่ทราบก็คือไม่ทราบ นายหน้าข่าวอย่างนกพิราบนั้นเชื่อถือได้ ข่าวที่ซื้อจากเขาคือความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย นิทานลอบโล่งอกไม่น้อย หากนกพิราบไม่ทราบ โอกาสที่คนอื่นจะทราบก็ยิ่งน้อยลงไปอีก

         

        แม้กระนั้นการได้พบกับนกพิราบและสัมผัสได้ถึงเครือข่ายข่าวสารของอีกฝ่ายก็เป็นการย้ำเตือนให้นิทานเพิ่มความระมัดระวังตัว

         

        เซเรนเซ่ที่นิ่งเงียบมาตลอดหันไปจับจ้องนกพิราบ มันไม่ได้โคจรพลังจิตวิญญาณใด ๆ ในร่างหากขาหลังข้างซ้ายของมันกลับย่อลงเล็กน้อยจนแทบไม่อาจสังเกต นั่นคือตำแหน่งของคำแห่งพลัง ไล่ตามเป้าหมาย

         

        มันไม่ไว้ใจเด็กหญิงคนนี้แม้สักนิด มันจึงเตรียมตัวและเตรียมพร้อมจะตอบสนองอย่างรวดเร็วหากเกิดอะไรขึ้น เพราะนิทานสั่งให้มันปกปิดคำแห่งพลังคำอื่นไว้ มันจึงมีคำแห่งพลังคำเดียวที่ใช่ได้ คือไล่ตามเป้าหมายบนร่างของมันเอง

         

        ทั้งนิทานและคีตานั้นทำใจไว้แล้วว่าแรงดึงดูดศูนย์กลางและไล่ตามเป้าหมายต้องถูกอีกฝ่ายมองเห็นและจดจำไปแล้ว

         

        “ตกลงคุณมาหาผมด้วยเรื่องอะไรครับ คุณไม่ใช่คนที่จะสนใจอีกหนึ่งนภาอยู่แล้วนี่” นกพิราบถามกลับ เขากวาดสายตาไปรอบตัว คนหลายคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเริ่มปรากฏให้เห็นที่ไกล ๆ แล้ว บางทีนกพิราบคงไม่มีเวลามากพอจะคุยเล่นเช่นนี้อีกนานนัก

         

        “คุณเรนเดลต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวิหารค้ำสมุทรครับ เป็นตำแหน่งของหนึ่งในวิหารนั้นและหากเป็นไปได้ก็ต้องการพิกัดที่ละเอียดมากพอด้วยครับ” โฟเรลเอ่ยตอบ เขาไม่อยากปล่อยให้เรนเดลต้องระแวงนานเกินไปนัก

         

        เด็กหญิงตัวเล็กเท่าเอวที่ความจริงแล้วเป็นถึงนายหน้าข่าวอันดับต้น ๆ ของมหาทวีป แถมยังสืบจนรู้ถึงความลับของเธอ ไม่ว่าใครก็คงจะไม่อยากอยู่ด้วยนานเกินไปนัก

         

        “โอ้? เรื่องแค่นั้นเองเหรอครับ ไม่ใช่ว่าคุณโฟเรลไปถามเอาจากคุณเคลลัสจะง่ายกว่าเหรอครับ” นกพิราบเอียงคอน้อย ๆ สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการง่ายกว่าที่เขาคิดไว้มาก เป็นเพียงข้อมูลที่หายากหน่อยเพราะกาลเวลาเท่านั้น

         

        “หรือเพราะว่าคุณเคลลัสได้ยื่นข้อเสนออะไรที่ไม่สมควรอีกแล้วรึเปล่า” นกพิราบเผยรอยยิ้ม เป็นใบหน้าที่ทำให้เรนเดลเกิดความสงสัยว่าแท้จริงแล้วเด็กหญิงคนนี้ล่วงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่กันแน่

         

        โฟเรลเลือกที่จะเมินเฉยรอยยิ้มนั้น ไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับเคลลัส เพียงเอ่ยปากต่อไป “วิหารที่บรรจุเสาค้ำสมุทรที่ชื่อว่า แท่นแม่เหล็กบรรพกาลครับ”

         

        “วิหารที่ 27 วิหารแท่นแม่เหล็กบรรพกาล? น่าสนใจนี่ครับ ขนาดตัวผมเองยังไม่เคยมีข้อมูลว่าศิลาจากแท่นนั้นสามารถนำไปทำประโยชน์อะไรได้ หรือวิหารนั้นจะมีความลับอื่นอยู่อีก” นกพิราบลุกขึ้นจากเก้าอี้ขี้เถ้าของตน เงยหน้ามองโฟเรลอย่างสนอกสนใจ

         

        “ตกลงรู้พิกัดมั้ยครับ”

         

        “ก็ต้องรู้แหงอยู่แล้วสิครับ”

         

        “ราคาครับ”

         

        “รีบร้อนจริง ๆ น้า นั่นสินะ ข้อมูลนี้ถึงจะราคาไม่แพงแต่ก็คงต้องไปตามหาจากพวกผู้อาวุโสแก่ ๆ ของเผ่าใต้บาดาล ไม่งั้นก็คงต้องเป็นพวกนักวิจัยระดับสูงมาก ๆ” นกพิราบเผยรอยยิ้มอีกครั้ง พูดจาลากเสียงราวกับกำลังคิดว่าจะให้อีกฝ่ายจ่ายอะไรเป็นค่าตอบแทนดี

         

        “ผมเองก็เริ่มจะสงสัยแล้วสิว่าคุณหนูคนนั้นจะอยากไปที่วิหารนั่นทำไม” นกพิราบหันมามองเรนเดลด้วยสายตาน่าขนลุก การที่ถูกเด็กหญิงอายุไม่ถึง 10ขวบเรียกกว่าคุณหนูนั้นดูน่าอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง

         

        “ถ้ายินดีจะตอบละก็ ผมจะไม่คิดเงินข่าวนี้ก็ได้นะครับ”

         

        เรนเดลนิ่งไปครู่หนึ่ง ชั่งตวงความคุ้มค่าในหัวว่าตนควรตอบไปตามตรงหรือไม่ สิ่งที่เขากังวลที่สุดไม่ใช่เรื่องที่อาจจะมีคนเข้ามาแย่งศิลาแม่เหล็กบรรพกาลไป แต่เป็นการที่จะมีคนเชื่อมโยงตัวตนเรนเดลกับนิทานเข้าด้วยกันได้

         

        โดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นคือนายหน้าข่าวอันดับต้น ๆ ของมหาทวีป

         

        อีกฝ่ายนั้นล่วงรู้มากถึงขั้นที่ว่าตัวเขานั้นไม่อยู่ในนครรัตนะแล้ว และยังล่วงรู้ว่าเขาไปพบดักลาสมาก่อน หากเธอตอบไปตามตรงว่าตามหาศิลาแม่เหล็กบรรพกาลไปเพื่อเป็นวัตถุดิบรังสรรค์สมบัติ มีความเป็นไปได้ที่เขาจะเชื่อมโยงเธอและนิทานเข้าด้วยกัน

         

        คำแห่งพลัง แรงดึงดูดศูนย์กลาง และ ไล่ตามเป้าหมายนั้นสมควรถูกอีกฝ่ายมองเห็นแล้ว แผ่นปิดยันต์สมควรไร้ประโยชน์ต่อหน้าอีกฝ่าย ดังนั้นหากอีกฝ่ายเข้าถึงตัวนิทานได้จริง ๆ เขาจะเห็นทันทีว่าเรนเดลและนิทานเป็นนักสลักเอกที่มีคำแห่งพลังคำแรกเหมือนกัน

         

        การมีคำแห่งพลังซ้ำอาจไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ทั้งผู้ฝึกสัตว์และสัตว์คู่หูจะมีคำแห่งพลังเข้าคู่กันทั้งสองคนนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ นั่นหมายความว่าวินาทีที่นกพิราบพบตัวจริงของเขา ตัวตนของเรนเดลก็จะต้องถูกลบไปทันทีเช่นกัน

         

        ‘ขอปฏิเสธค่ะ บอกราคามาดีกว่าค่ะคุณนกพิราบ’ เรนเดลตอบอย่างมั่นคง เธอคงไว้ซึ่งใบหน้าระมัดระวังปนระแวง

         

        ในฐานะนักบวชจากศาสนจักรแล้ว ตัวตนเช่นนกพิราบที่หากินกับการขายข่าวของบุคคลอื่นนั้นเป็นสีเทาอย่างชัดเจน อีกฝ่ายนั้นไม่แบ่งแยกว่าขายเพียงข้อมูลของคนชั่วหรือปกป้องคนดี

         

        ตราบใดที่มีเงิน นกพิราบสามารถมอบข่าวสารทุกประเภทให้ได้ ดังนั้นเรนเดลสมควรจะหวาดระแวงบุคคลประเภทนี้ ตัดสินใจใช้เงินฟาดเอา พร้อมทั้งหมายมั่นไว้ว่าหลังจากจบภารกิจนี้ตัวตนเรนเดลจะต้องหายไปตลอดกาล

         

        “ถ้างั้นก็ 2แสนไกอาครับ” นกพิราบไร้ท่าทีเสียดายหรือโมโห เพียงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม เงินค่าข่าวนี้เรนเดลย่อมต้องเป็นผู้ออกเอง เมื่อนกพิราบกลืนเงิน 2แสนไกอาลงท้อง เขาจึงเริ่มบอกเล่าข้อมูลที่เธอซื้อ

         

        “วิหารคำสมุทรที่ 27 วิหารแท่นแม่เหล็กบรรพกาล หมายเลขของแต่ละวิหารไม่ได้ตั้งจากลำดับการพบเจอ แต่ตั้งจากตัวเลขที่สลักไว้ที่เสาค้ำสมุทร ตำนานว่ากันว่านี่คือลำดับที่องค์ซูอาส่งเสาลงมาจากดวงจันทร์” นกพิราบคายกระดาษปึกหนึ่งออกมาจากปาก

         

        “ตัวเสาทั้งเสานั้นเป็นแม่เหล็กแรงสูง ในอดีตกาลมันมีพลังมากถึงขนาดที่ทำให้กระแสน้ำรอบด้านปั่นป่วนและกดทับพลังจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตใกล้ ๆ แต่หลังจากที่ซูอาจมพวกมันลง พลังอำนาจเหล่านั้นก็หายไป หลงเหลือเพียงเสาแม่เหล็กธรรมดา ๆ แท่งหนึ่ง แม้แต่ศิลาที่ปริแตกออกก็ยังคงสภาพแม่เหล็กไว้”

         

        “เพราะอย่างนั้นเผ่าใต้บาดาลในอดีตจึงได้สร้างวิหารที่ทำจากหินล้วน ๆ เข้าปกคลุมมัน ที่ตำแหน่งนี้ครับ” นกพิราบกางแผนที่ออก จี้นิ้วระบุพิกัดลงไปยังจุดหนึ่งของแผนที่