“ท่านแม่ วันนี้ข้าอยากกินข้าวมันไก่ประเดี๋ยวข้าเข้าครัวเองนะเ้าคะ” ซินหยางเฟิ่งกล่าวกับมารดาในครัว
ขณะนี้นางซินฟางกำลังจุดไฟเตรียมอุ่นอาหารกลางวันอยู่ในครัวอย่างขะมักเขม้น
“อาหารชนิดใหม่หรือ ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”นางซินฟางถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
ซินหยางเฟิ่งพยักหน้า “ใช่เ้าค่ะข้าซื้อวัตถุดิบมาเมื่อวานนี้แล้ว จริงๆแล้ว ข้าวมันไก่เหมาะสำหรับมื้อเช้ามากกว่าเพราะมันให้พลังงานสูง”
นางซินฟางทำหน้างงงวย ไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกสาวกำลังพูด“พลังงาน พลังงานอะไรหรือ”
“เอ่อ ช่างเถิดเ้าค่ะเอาเป็ว่ากินแล้วมันทำให้เรามีแรงมากขึ้น ทำงานได้นานขึ้นน่ะเ้าค่ะ”ซินหยางเฟิ่งไม่อยากอธิบายอะไรที่เป็วิทยาศาสตร์มากนัก
“อือๆ ได้สิ ถ้าเช่นนั้นให้แม่ช่วยเ้าดีหรือไม่เผื่อคราวหน้าเ้าอยากกินอีก แม่จะได้ทำให้เ้ากิน”นางซินฟางเสนอตัวด้วยความหวังดี เพราะกลัวลูกสาวจะเหนื่อย
ซินหยางเฟิ่งพยักหน้าแล้วเริ่มต้นด้วยการทำไก่ต้มข้าวมันไก่ ประมาณหนึ่งเค่อครึ่ง เนื้อไก่ก็สุกได้ที่นางจึงตักเนื้อไก่ออกแล้วพักน้ำซุปไว้
“เมื่อไก่สุกแล้วให้นำมาแช่ในน้ำเย็นๆจะช่วยให้ไก่มีความนุ่มฉ่ำอร่อย เนื้อไก่จะไม่แห้ง ไม่เละ ไม่มันจนเกินไปนี่คือเคล็ดลับทำให้เนื้อไก่นุ่มเด้งฉ่ำเ้าค่ะ”ซินหยางเฟิ่งอธิบายขณะตักเนื้อไก่แช่ลงในน้ำที่เตรียมไว้
“อ้อ” นางซินฟางคลายแววตาสงสัย แล้วพยักหน้าหงึกหงักรู้สึกภูมิใจเล็กน้อยที่ลูกสาวของนางเก่งและมีความรอบรู้
เมื่อจัดการกับไก่เสร็จ จึงให้นางซินฟางซาวข้าวรอส่วนตัวเองก็จัดการเจียวหนังไก่แล้วนำมาผัดกับเครื่องปรุงอื่นๆเมื่อนางทำเสร็จก็นำข้าวที่นางซินฟางเตรียมไว้ให้ไปหุงด้วยน้ำซุปไก่ที่พักไว้แล้วรอให้ข้าวสุกขณะรอ ซินหยางเฟิ่งก็ทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ เมื่อข้าวมันไก่สุกก็เห็นเม็ดข้าวเงางามสวย กลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายออกมาจนนางซินฟางอดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นแล้วพูด
“หอมมาก”
“แน่นอนสิเ้าค่ะ แต่แค่นี้ยังไม่พอ”ซินหยางเฟิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นางหยิบไก่มาสับเป็ชิ้นๆนำถ้วยมาตักข้าวมันไก่ในหม้อแล้วคว่ำลงบนจาน ต่อมานำไก่ที่สับเป็ชิ้นๆแล้ววางลงบนข้าวมันไก่ในจาน นำผักมาวางประดับเล็กน้อย
“โอ้ มันดูดีน่ากินมากเลย” นางซินฟางกล่าวแววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
ซินหยางเฟิ่งยิ้มในที่สุดนางก็จะได้กินข้าวมันไก่เสียที
นางซินฟางตักข้าวมันไก่และน้ำจิ้มใส่ถ้วยเล็กๆแยกกันแล้วนำไปวางลงในปิ่นโตไม้ไผ่สานสามชั้นที่เพิ่งสานเสร็จเมื่อวานนี้แล้วให้ซินกังนำอาหารปิ่นโตไปส่งให้เหล่าซินและซินฮุ่ยชิวที่บ้านของคนที่จ้างงาน
คนครอบครัวสกุลซินทุกคนได้กินข้าวมันไก่สำหรับมื้อกลางวันสะใภ้จางติดใจ ชมไม่หยุดปาก
สะใภ้จาง “อร่อยมาก”
แม่เฒ่ามู่และคนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย
นางซินฟาง “ใช่ ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากเกินไปนักข้าช่วยเฟิ่งเฟิ่งทำเพียงครั้งเดียว ข้าก็จำได้แล้ว”
สะใภ้จาง “โอ้ ข้าก็อยากทำเป็บ้างเ้าช่วยสอนข้าได้หรือไม่”
นางซินฟางหันไปมองซินหยางเฟิ่งเป็เชิงถามซินหยางเฟิ่งยังไม่ทันตอบ สะใภ้จางก็พูดต่อ
“ข้าวมันไก่อร่อยๆ แบบนี้ถ้าเราสามารถทำขายได้ก็คงจะดีนะ เราจะได้มีรายได้เพิ่ม ใช่หรือไม่เ้าคะท่านแม่”สะใภ้จางหันไปถามแม่เฒ่ามู่ เพื่อขอการสนับสนุน
นางซินฟางขมวดคิ้ว เพราะตอนนี้นางรู้แล้วว่าอาหารของลูกสาวนางสามารถเขียนเป็สูตรอาหารแล้วขายได้แต่หากสะใภ้จางคิดจะทำอาหารขายด้วยสูตรนี้ เงินรายได้ก็จะเข้าสู่ครอบครัวเช่นกันนางไม่้าตัดสินใจเื่นี้แทนลูกสาว นางจึงหันไปมองซินหยางเฟิ่งไม่รอให้นางซินฟางถาม ซินหยางเฟิ่งก็เข้าใจความคิดของนางทันที นางจึงพูด
“ได้สิ”
นางซินฟางแปลกใจที่ซินหยางเฟิ่งยินยอมบอกสูตรอาหารให้อย่างง่ายดาย
“แต่สูตรอาหารของเ้าสามารถนำไปขายเป็เงินได้เลยนะ”นางซินฟางกล่าวเตือน
“แต่ถ้าเราขายอาหารเอง ในระยะยาวเราจะได้เงินมากกว่าการขายสูตรนะ”สะใภ้จางรีบพูด เพราะกลัวว่าซินหยางเฟิ่งจะเปลี่ยนใจ
นางซินฟางไม่พอใจที่สะใภ้จางพูดแทรกเพราะมันเป็การรบกวนการตัดสินใจของซินหยางเฟิ่ง
ซินหยางเฟิ่งมองผู้มีอายุทั้งสามคน แล้วยิ้มให้มารดา“ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านแม่ เราเป็ครอบครัวเดียวกันถึงอย่างไรเงินที่หามาได้ก็ใช้ด้วยกันอยู่แล้ว แล้วทำไมข้าต้องหวงสูตรด้วยเล่าข้าควรดีใจเสียอีกที่ป้าสะใภ้อยากขายอาหารแล้วนำเงินมาช่วยจุนเจือครอบครัวจากสูตรอาหารของข้า”
สะใภ้จางขมวดคิ้ว
“แต่...” นางซินฟางอยากจะพูดอะไรต่อ
ซินหยางเฟิ่งส่ายหน้า “ไม่เป็ไรจริงๆ เ้าค่ะข้ายังมีสูตรอาหารอื่นอีกเยอะหากป้าสะใภ้อยากใช้สูตรอาหารนี้ของข้าทำมาหากินข้าก็ไม่หวงเ้าค่ะ”
“จริงหรือ” สะใภ้จางพูด แววตาฉายความตื่นเต้นแล้วเหมือนจะคิดอะไรได้นางจึงหันไปพูดกับแม่เฒ่ามู่
"ท่านแม่ ต่อไปข้ากับท่านพี่จะทำข้าวมันไก่ขายข้าคิดว่ามันต้องขายดีและได้เงินมากแน่ๆ เมื่อวานนี้หยางเฟิ่งขายสูตรอาหารได้นางยังเก็บเงินไว้ใช้เองส่วนหนึ่ง ข้าเองก็กำลังจะทำเงินได้เช่นกันเช่นนั้นแล้วข้าขอเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้ใช้ส่วนตัวบ้างได้หรือไม่เ้าคะ
ซินหยางเฟิ่งก้มหน้าแอบยิ้ม เพราะยังไม่ทันจะขายได้เลยสะใภ้จางก็พูดเื่ขอเก็บเงินไว้ใช้ส่วนตัวเสียแล้ว
ตอนนี้แม่เฒ่ามู่กับนางซินฟางนั่งตัวชะงักแข็งไปชั่วขณะเสียแล้วตอนแรกแม่เฒ่ามู่ก็ยังอารมณ์ดีอยู่เพราะคิดว่าต่อไปครอบครัวก็จะมีรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง แต่ยังไม่ทันไรลูกสะใภ้ของนางก็เสนอขอเก็บเงินไว้ใช้เองบางส่วนเสียแล้วแม่เฒ่ามู่จึงกล่าวเสียงเรียบติดจะเ็า
“เอาไว้รอให้ตาเฒ่ากับสามีเ้ากลับมาก่อนแล้วค่อยคุยกันอีกที”
สะใภ้จางรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่แม่เฒ่ามู่ไม่ตอบตกลงนางทันที แต่เมื่อคิดตามที่แม่สามีพูดนางก็เข้าใจได้จึงได้แต่รับคำ “เ้าค่ะ”
แล้วสมาชิกทั้งเจ็ดคนก็นั่งกินข้าวเงียบๆต่อภายในใจของแต่ละคนกำลังคิดอะไรใครจะรู้
หลังจากเดินย่อยข้าวแล้ว แม่เฒ่ามู่ก็นอนพักผ่อน
ซินหยางเฟิ่งมีแผนว่าจะทำไข่เยี่ยวม้าสีทองเมื่อวานนางซื้อวัตถุดิบหลักมาแล้ว นั่นก็คือไข่เป็ดหนึ่งร้อยสามฟองที่นางคิดจะทำไข่เยี่ยวม้าสีทองจำนวนเท่านี้ก็เพราะกว่าจะรู้ผลว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ก็ต้องใช้เวลาสามสิบถึงสี่สิบห้าวันระยะเวลาหมักให้ไข่เป็ดธรรมดากลายเป็ไข่เยี่ยวม้าสีทองต้องใช้เวลานานจะทำน้อยไปก็เสียดายเวลา จะทำมากไปก็เกรงว่าจะไม่สำเร็จ แล้วไข่จะเสียเปล่าจึงคิดว่าทดลองทำไข่เยี่ยวม้าสีทองจำนวนเท่านี้น่าจะเหมาะพอดี
วัตถุดิบทำไข่เยี่ยวม้าสีทองไม่พร้อมเหมือนชาติที่แล้วของนางจริงๆ แล้วการทำไข่เยี่ยวม้าสีทองมีหลายสูตรสูตรที่นางจะทำต่อไปนี้เป็สูตรที่นางไม่ได้เลือกทำในชาติที่แล้ว แต่เคยศึกษาไม่คิดเลยว่าสูตรที่ตนไม่สนใจตอนนั้น จะได้นำมาใช้ทำในเวลานี้
ซินหยางเฟิ่งมีวัตถุดิบเกือบครบแล้วขาดก็เพียงของบางอย่างเท่านั้น นางจึงถามซินกัง “ข้าอยากได้แกลบข้าจะหาได้จากที่ไหน”
“เ้าจะนำไปทำอะไรหรือ” ซินกังสงสัย
ซินหยางเฟิ่ง “ข้าจะทดลองทำอะไรสักหน่อยน่ะแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ ดังนั้นข้าจะยังไม่บอกเ้าเอาเป็ว่าเ้าจะหาของที่ข้า้าได้หรือไม่”
ซินกัง “อือ ได้สิ ถ้าเป็แกลบละก็มีเยอะแยะหาได้ง่ายแล้วเ้า้าเยอะไหม”
“เอาสักสิบจินก็แล้วกัน”
แม้ว่าซินกังจะไม่รู้ว่าซินหยางเฟิ่ง้าแกลบไปทำสิ่งใดแต่เขาก็เต็มใจหาให้ เขาพยักหน้ารับแล้วเดินจากไป
หลังจากผ่านไปราวครึ่งชั่วยามแกลบก็ถูกนำมาวางไว้บริเวณหนึ่งที่ซินหยางเฟิ่งชี้
เมื่อดูพระอาทิตย์แล้วเห็นว่ายังมีเวลานางจึงลงมือทำไข่เยี่ยวม้าสีทองทันที
วิธีทำก็แสนง่าย เพราะนางทำงานด้วยเสียงส่วนผู้ลงมือคือซินกังนางซินฟางเห็นลูกสาวและหลานชายกำลังทำอะไรบางอย่างจึงออกมาดูด้วยความสนใจจนเมื่อถึงขั้นตอนการจุ่มไข่ลงในส่วนผสมแล้วนำมาคลุกแกลบ นางซินฟางจึงช่วยทำแม่เฒ่ามู่ตื่นนานแล้ว ก็มาช่วยด้วยเช่นกัน
เพราะช่วยกันทำหลายคน จึงใช้เวลาเพียงไม่นานทุกอย่างก็เสร็จสิ้น
“เสร็จแค่นี้หรือ” ซินกังถามเมื่อเขาวางไข่ที่คลุกแกลบใบสุดท้ายลงในกระจาดไม้ไผ่
ซินหยางเฟิ่ง “อือ ขั้นตอนการทำเสร็จแค่นี้ต่อไปก็แค่รอ เพราะมันต้องหมักไว้ประมาณสามสิบถึงสี่สิบห้าวันถึงจะแกะส่วนผสมที่พอกไว้ออกได้ถ้าสำเร็จมันก็จะกลายเป็ไข่เยี่ยวม้าสีทอง ถ้าไม่สำเร็จมันก็จะกลายเป็ไข่เน่า”
ตอนนี้ซินกังรู้แล้วว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่นี้เรียกว่า‘ไข่เยี่ยวม้าสีทอง’ ตอนแรกซินหยางเฟิ่งไม่ยอมบอกแต่เพราะได้อานิสงส์จากแม่เฒ่ามู่ ซินหยางเฟิ่งจึงยอมบอกชื่อของมัน
จริงๆแล้วซินหยางเฟิ่งจะเร่งเวลาทำไข่เยี่ยวม้าสีทองก็ได้เพราะนางมีเครื่องอบเร่งเวลาในชิปมิติซึ่งสามารถปรับเร่งเวลาได้สูงสุดคือครึ่งชั่วยามต่อสิบวัน สำหรับไข่เยี่ยวม้าสีทองนี้ นางอบเพียงประมาณสองชั่วยามไข่เยี่ยวม้าสีทองก็สามารถแกะได้แล้ว แต่มันจะดูมหัศจรรย์เกินไปปล่อยให้กระบวนการหมักเป็ไปตามธรรมชาติดีกว่า
เมื่อเหล่าซินและซินฮุ่ยชิวกลับถึงบ้านนางซินฟางก็ทำอาหารเย็นเกือบเสร็จแล้ว
หลังอาหารเย็นแม่เฒ่ามู่เล่าเื่ที่สะใภ้จาง้าขายข้าวมันไก่แล้วขอเก็บเงินไว้ใช้ส่วนตัวบางส่วนจากกำไรที่ได้รับ
หลังจากได้ฟังซินฮุ่ยชิวก็รู้สึกไม่สบายใจที่ภรรยาของเขาร้องขอแบบนั้นและไม่พอใจที่นางพูดออกมาโดยไม่ปรึกษาเขาก่อน
ต่อมาพวกเขาก็พูดคุยปรึกษาและโต้เถียงกันเล็กน้อย
จากนั้นก็สรุปได้ว่าจะขายเป็ห่อโดยใช้ใบบัวห่อเตรียมไว้เลย แล้วใส่ตะกร้าไปขายในตลาดเมื่อคำนวณราคาต้นทุนแล้วจะขายในราคาห่อละสิบอีแปะ เงินทุนนำมาจากกองกลางรับผิดชอบทำและขายโดยครอบครัวของซินฮุ่ยชิวกำไรหลังหักต้นทุนแล้วให้ส่งเข้ากองกลางครึ่งหนึ่ง เก็บไว้ใช้ส่วนตัวได้ครึ่งหนึ่ง
ซินหยางเฟิ่งไม่มีความเห็นใดนางเพียงแค่มองพวกเขาพูดคุยปรึกษากันเงียบๆ ราวกับนางเป็คนนอกไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับนางตอนนี้นางเริ่มจะรู้ชัดถึงนิสัยใจคอของแต่ละคนในครอบครัวนี้บ้างแล้ว