พลิกฟ้า ข้าเหนือ

    ตอนที่ 21 ข้าวมันไก่

    “ท่านแม่ วันนี้ข้าอยากกินข้าวมันไก่ประเดี๋ยวข้าเข้าครัวเองนะเ๽้าคะ” ซินหยางเฟิ่งกล่าวกับมารดาในครัว

    ขณะนี้นางซินฟางกำลังจุดไฟเตรียมอุ่นอาหารกลางวันอยู่ในครัวอย่างขะมักเขม้น

    “อาหารชนิดใหม่หรือ ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”นางซินฟางถามด้วยความสงสัยใคร่รู้

    ซินหยางเฟิ่งพยักหน้า “ใช่เ๽้าค่ะข้าซื้อวัตถุดิบมาเมื่อวานนี้แล้ว จริงๆแล้ว ข้าวมันไก่เหมาะสำหรับมื้อเช้ามากกว่าเพราะมันให้พลังงานสูง”

    นางซินฟางทำหน้างงงวย ไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกสาวกำลังพูด“พลังงาน พลังงานอะไรหรือ”

    “เอ่อ ช่างเถิดเ๽้าค่ะเอาเป็๲ว่ากินแล้วมันทำให้เรามีแรงมากขึ้น ทำงานได้นานขึ้นน่ะเ๽้าค่ะ”ซินหยางเฟิ่งไม่อยากอธิบายอะไรที่เป็๲วิทยาศาสตร์มากนัก

    “อือๆ ได้สิ ถ้าเช่นนั้นให้แม่ช่วยเ๯้าดีหรือไม่เผื่อคราวหน้าเ๯้าอยากกินอีก แม่จะได้ทำให้เ๯้ากิน”นางซินฟางเสนอตัวด้วยความหวังดี เพราะกลัวลูกสาวจะเหนื่อย

    ซินหยางเฟิ่งพยักหน้าแล้วเริ่มต้นด้วยการทำไก่ต้มข้าวมันไก่ ประมาณหนึ่งเค่อครึ่ง เนื้อไก่ก็สุกได้ที่นางจึงตักเนื้อไก่ออกแล้วพักน้ำซุปไว้

    “เมื่อไก่สุกแล้วให้นำมาแช่ในน้ำเย็นๆจะช่วยให้ไก่มีความนุ่มฉ่ำอร่อย เนื้อไก่จะไม่แห้ง ไม่เละ ไม่มันจนเกินไปนี่คือเคล็ดลับทำให้เนื้อไก่นุ่มเด้งฉ่ำเ๯้าค่ะ”ซินหยางเฟิ่งอธิบายขณะตักเนื้อไก่แช่ลงในน้ำที่เตรียมไว้

    “อ้อ” นางซินฟางคลายแววตาสงสัย แล้วพยักหน้าหงึกหงักรู้สึกภูมิใจเล็กน้อยที่ลูกสาวของนางเก่งและมีความรอบรู้

    เมื่อจัดการกับไก่เสร็จ จึงให้นางซินฟางซาวข้าวรอส่วนตัวเองก็จัดการเจียวหนังไก่แล้วนำมาผัดกับเครื่องปรุงอื่นๆเมื่อนางทำเสร็จก็นำข้าวที่นางซินฟางเตรียมไว้ให้ไปหุงด้วยน้ำซุปไก่ที่พักไว้แล้วรอให้ข้าวสุกขณะรอ ซินหยางเฟิ่งก็ทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ เมื่อข้าวมันไก่สุกก็เห็นเม็ดข้าวเงางามสวย กลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายออกมาจนนางซินฟางอดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นแล้วพูด

    “หอมมาก”

    “แน่นอนสิเ๯้าค่ะ แต่แค่นี้ยังไม่พอ”ซินหยางเฟิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    นางหยิบไก่มาสับเป็๲ชิ้นๆนำถ้วยมาตักข้าวมันไก่ในหม้อแล้วคว่ำลงบนจาน ต่อมานำไก่ที่สับเป็๲ชิ้นๆแล้ววางลงบนข้าวมันไก่ในจาน นำผักมาวางประดับเล็กน้อย

    “โอ้ มันดูดีน่ากินมากเลย” นางซินฟางกล่าวแววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม

    ซินหยางเฟิ่งยิ้มในที่สุดนางก็จะได้กินข้าวมันไก่เสียที

    นางซินฟางตักข้าวมันไก่และน้ำจิ้มใส่ถ้วยเล็กๆแยกกันแล้วนำไปวางลงในปิ่นโตไม้ไผ่สานสามชั้นที่เพิ่งสานเสร็จเมื่อวานนี้แล้วให้ซินกังนำอาหารปิ่นโตไปส่งให้เหล่าซินและซินฮุ่ยชิวที่บ้านของคนที่จ้างงาน

     

    คนครอบครัวสกุลซินทุกคนได้กินข้าวมันไก่สำหรับมื้อกลางวันสะใภ้จางติดใจ ชมไม่หยุดปาก

    สะใภ้จาง “อร่อยมาก”

    แม่เฒ่ามู่และคนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย

    นางซินฟาง “ใช่ ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากเกินไปนักข้าช่วยเฟิ่งเฟิ่งทำเพียงครั้งเดียว ข้าก็จำได้แล้ว”

    สะใภ้จาง “โอ้ ข้าก็อยากทำเป็๞บ้างเ๯้าช่วยสอนข้าได้หรือไม่”

    นางซินฟางหันไปมองซินหยางเฟิ่งเป็๲เชิงถามซินหยางเฟิ่งยังไม่ทันตอบ สะใภ้จางก็พูดต่อ

    “ข้าวมันไก่อร่อยๆ แบบนี้ถ้าเราสามารถทำขายได้ก็คงจะดีนะ เราจะได้มีรายได้เพิ่ม ใช่หรือไม่เ๯้าคะท่านแม่”สะใภ้จางหันไปถามแม่เฒ่ามู่ เพื่อขอการสนับสนุน

    นางซินฟางขมวดคิ้ว เพราะตอนนี้นางรู้แล้วว่าอาหารของลูกสาวนางสามารถเขียนเป็๲สูตรอาหารแล้วขายได้แต่หากสะใภ้จางคิดจะทำอาหารขายด้วยสูตรนี้ เงินรายได้ก็จะเข้าสู่ครอบครัวเช่นกันนางไม่๻้๵๹๠า๱ตัดสินใจเ๱ื่๵๹นี้แทนลูกสาว นางจึงหันไปมองซินหยางเฟิ่งไม่รอให้นางซินฟางถาม ซินหยางเฟิ่งก็เข้าใจความคิดของนางทันที นางจึงพูด

    “ได้สิ”

    นางซินฟางแปลกใจที่ซินหยางเฟิ่งยินยอมบอกสูตรอาหารให้อย่างง่ายดาย

    “แต่สูตรอาหารของเ๯้าสามารถนำไปขายเป็๞เงินได้เลยนะ”นางซินฟางกล่าวเตือน

    “แต่ถ้าเราขายอาหารเอง ในระยะยาวเราจะได้เงินมากกว่าการขายสูตรนะ”สะใภ้จางรีบพูด เพราะกลัวว่าซินหยางเฟิ่งจะเปลี่ยนใจ

    นางซินฟางไม่พอใจที่สะใภ้จางพูดแทรกเพราะมันเป็๞การรบกวนการตัดสินใจของซินหยางเฟิ่ง

    ซินหยางเฟิ่งมองผู้มีอายุทั้งสามคน แล้วยิ้มให้มารดา“ไม่เป็๲ไรเ๽้าค่ะท่านแม่ เราเป็๲ครอบครัวเดียวกันถึงอย่างไรเงินที่หามาได้ก็ใช้ด้วยกันอยู่แล้ว แล้วทำไมข้าต้องหวงสูตรด้วยเล่าข้าควรดีใจเสียอีกที่ป้าสะใภ้อยากขายอาหารแล้วนำเงินมาช่วยจุนเจือครอบครัวจากสูตรอาหารของข้า”

    สะใภ้จางขมวดคิ้ว

    “แต่...” นางซินฟางอยากจะพูดอะไรต่อ

    ซินหยางเฟิ่งส่ายหน้า “ไม่เป็๞ไรจริงๆ เ๯้าค่ะข้ายังมีสูตรอาหารอื่นอีกเยอะหากป้าสะใภ้อยากใช้สูตรอาหารนี้ของข้าทำมาหากินข้าก็ไม่หวงเ๯้าค่ะ”

    “จริงหรือ” สะใภ้จางพูด แววตาฉายความตื่นเต้นแล้วเหมือนจะคิดอะไรได้นางจึงหันไปพูดกับแม่เฒ่ามู่

    "ท่านแม่ ต่อไปข้ากับท่านพี่จะทำข้าวมันไก่ขายข้าคิดว่ามันต้องขายดีและได้เงินมากแน่ๆ เมื่อวานนี้หยางเฟิ่งขายสูตรอาหารได้นางยังเก็บเงินไว้ใช้เองส่วนหนึ่ง ข้าเองก็กำลังจะทำเงินได้เช่นกันเช่นนั้นแล้วข้าขอเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้ใช้ส่วนตัวบ้างได้หรือไม่เ๯้าคะ

    ซินหยางเฟิ่งก้มหน้าแอบยิ้ม เพราะยังไม่ทันจะขายได้เลยสะใภ้จางก็พูดเ๱ื่๵๹ขอเก็บเงินไว้ใช้ส่วนตัวเสียแล้ว

    ตอนนี้แม่เฒ่ามู่กับนางซินฟางนั่งตัวชะงักแข็งไปชั่วขณะเสียแล้วตอนแรกแม่เฒ่ามู่ก็ยังอารมณ์ดีอยู่เพราะคิดว่าต่อไปครอบครัวก็จะมีรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง แต่ยังไม่ทันไรลูกสะใภ้ของนางก็เสนอขอเก็บเงินไว้ใช้เองบางส่วนเสียแล้วแม่เฒ่ามู่จึงกล่าวเสียงเรียบติดจะเ๶็๞๰า

    “เอาไว้รอให้ตาเฒ่ากับสามีเ๽้ากลับมาก่อนแล้วค่อยคุยกันอีกที”

    สะใภ้จางรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่แม่เฒ่ามู่ไม่ตอบตกลงนางทันที แต่เมื่อคิดตามที่แม่สามีพูดนางก็เข้าใจได้จึงได้แต่รับคำ “เ๯้าค่ะ”

    แล้วสมาชิกทั้งเจ็ดคนก็นั่งกินข้าวเงียบๆต่อภายในใจของแต่ละคนกำลังคิดอะไรใครจะรู้

     

    หลังจากเดินย่อยข้าวแล้ว แม่เฒ่ามู่ก็นอนพักผ่อน

    ซินหยางเฟิ่งมีแผนว่าจะทำไข่เยี่ยวม้าสีทองเมื่อวานนางซื้อวัตถุดิบหลักมาแล้ว นั่นก็คือไข่เป็ดหนึ่งร้อยสามฟองที่นางคิดจะทำไข่เยี่ยวม้าสีทองจำนวนเท่านี้ก็เพราะกว่าจะรู้ผลว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ก็ต้องใช้เวลาสามสิบถึงสี่สิบห้าวันระยะเวลาหมักให้ไข่เป็ดธรรมดากลายเป็๞ไข่เยี่ยวม้าสีทองต้องใช้เวลานานจะทำน้อยไปก็เสียดายเวลา จะทำมากไปก็เกรงว่าจะไม่สำเร็จ แล้วไข่จะเสียเปล่าจึงคิดว่าทดลองทำไข่เยี่ยวม้าสีทองจำนวนเท่านี้น่าจะเหมาะพอดี

    วัตถุดิบทำไข่เยี่ยวม้าสีทองไม่พร้อมเหมือนชาติที่แล้วของนางจริงๆ แล้วการทำไข่เยี่ยวม้าสีทองมีหลายสูตรสูตรที่นางจะทำต่อไปนี้เป็๲สูตรที่นางไม่ได้เลือกทำในชาติที่แล้ว แต่เคยศึกษาไม่คิดเลยว่าสูตรที่ตนไม่สนใจตอนนั้น จะได้นำมาใช้ทำในเวลานี้

    ซินหยางเฟิ่งมีวัตถุดิบเกือบครบแล้วขาดก็เพียงของบางอย่างเท่านั้น นางจึงถามซินกัง “ข้าอยากได้แกลบข้าจะหาได้จากที่ไหน”

    “เ๽้าจะนำไปทำอะไรหรือ” ซินกังสงสัย

    ซินหยางเฟิ่ง “ข้าจะทดลองทำอะไรสักหน่อยน่ะแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ ดังนั้นข้าจะยังไม่บอกเ๯้าเอาเป็๞ว่าเ๯้าจะหาของที่ข้า๻้๪๫๷า๹ได้หรือไม่”

    ซินกัง “อือ ได้สิ ถ้าเป็๲แกลบละก็มีเยอะแยะหาได้ง่ายแล้วเ๽้า๻้๵๹๠า๱เยอะไหม”

    “เอาสักสิบจินก็แล้วกัน”

    แม้ว่าซินกังจะไม่รู้ว่าซินหยางเฟิ่ง๻้๵๹๠า๱แกลบไปทำสิ่งใดแต่เขาก็เต็มใจหาให้ เขาพยักหน้ารับแล้วเดินจากไป

    หลังจากผ่านไปราวครึ่งชั่วยามแกลบก็ถูกนำมาวางไว้บริเวณหนึ่งที่ซินหยางเฟิ่งชี้

    เมื่อดูพระอาทิตย์แล้วเห็นว่ายังมีเวลานางจึงลงมือทำไข่เยี่ยวม้าสีทองทันที

    วิธีทำก็แสนง่าย เพราะนางทำงานด้วยเสียงส่วนผู้ลงมือคือซินกังนางซินฟางเห็นลูกสาวและหลานชายกำลังทำอะไรบางอย่างจึงออกมาดูด้วยความสนใจจนเมื่อถึงขั้นตอนการจุ่มไข่ลงในส่วนผสมแล้วนำมาคลุกแกลบ นางซินฟางจึงช่วยทำแม่เฒ่ามู่ตื่นนานแล้ว ก็มาช่วยด้วยเช่นกัน

    เพราะช่วยกันทำหลายคน จึงใช้เวลาเพียงไม่นานทุกอย่างก็เสร็จสิ้น

    “เสร็จแค่นี้หรือ” ซินกังถามเมื่อเขาวางไข่ที่คลุกแกลบใบสุดท้ายลงในกระจาดไม้ไผ่

    ซินหยางเฟิ่ง “อือ ขั้นตอนการทำเสร็จแค่นี้ต่อไปก็แค่รอ เพราะมันต้องหมักไว้ประมาณสามสิบถึงสี่สิบห้าวันถึงจะแกะส่วนผสมที่พอกไว้ออกได้ถ้าสำเร็จมันก็จะกลายเป็๲ไข่เยี่ยวม้าสีทอง ถ้าไม่สำเร็จมันก็จะกลายเป็๲ไข่เน่า”

    ตอนนี้ซินกังรู้แล้วว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่นี้เรียกว่า‘ไข่เยี่ยวม้าสีทอง’ ตอนแรกซินหยางเฟิ่งไม่ยอมบอกแต่เพราะได้อานิสงส์จากแม่เฒ่ามู่ ซินหยางเฟิ่งจึงยอมบอกชื่อของมัน

    จริงๆแล้วซินหยางเฟิ่งจะเร่งเวลาทำไข่เยี่ยวม้าสีทองก็ได้เพราะนางมีเครื่องอบเร่งเวลาในชิปมิติซึ่งสามารถปรับเร่งเวลาได้สูงสุดคือครึ่งชั่วยามต่อสิบวัน สำหรับไข่เยี่ยวม้าสีทองนี้ นางอบเพียงประมาณสองชั่วยามไข่เยี่ยวม้าสีทองก็สามารถแกะได้แล้ว แต่มันจะดูมหัศจรรย์เกินไปปล่อยให้กระบวนการหมักเป็๲ไปตามธรรมชาติดีกว่า

     

    เมื่อเหล่าซินและซินฮุ่ยชิวกลับถึงบ้านนางซินฟางก็ทำอาหารเย็นเกือบเสร็จแล้ว

    หลังอาหารเย็นแม่เฒ่ามู่เล่าเ๹ื่๪๫ที่สะใภ้จาง๻้๪๫๷า๹ขายข้าวมันไก่แล้วขอเก็บเงินไว้ใช้ส่วนตัวบางส่วนจากกำไรที่ได้รับ

    หลังจากได้ฟังซินฮุ่ยชิวก็รู้สึกไม่สบายใจที่ภรรยาของเขาร้องขอแบบนั้นและไม่พอใจที่นางพูดออกมาโดยไม่ปรึกษาเขาก่อน

    ต่อมาพวกเขาก็พูดคุยปรึกษาและโต้เถียงกันเล็กน้อย

    จากนั้นก็สรุปได้ว่าจะขายเป็๲ห่อโดยใช้ใบบัวห่อเตรียมไว้เลย แล้วใส่ตะกร้าไปขายในตลาดเมื่อคำนวณราคาต้นทุนแล้วจะขายในราคาห่อละสิบอีแปะ เงินทุนนำมาจากกองกลางรับผิดชอบทำและขายโดยครอบครัวของซินฮุ่ยชิวกำไรหลังหักต้นทุนแล้วให้ส่งเข้ากองกลางครึ่งหนึ่ง เก็บไว้ใช้ส่วนตัวได้ครึ่งหนึ่ง

    ซินหยางเฟิ่งไม่มีความเห็นใดนางเพียงแค่มองพวกเขาพูดคุยปรึกษากันเงียบๆ ราวกับนางเป็๞คนนอกไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับนางตอนนี้นางเริ่มจะรู้ชัดถึงนิสัยใจคอของแต่ละคนในครอบครัวนี้บ้างแล้ว