เมื่อถูกฉางเฟิงท้าทายเซียนขั้นที่3 ก็โกรธอย่างมากและกำลังจะลงมือแต่เซียนขั้นที่ 5 กลับใจเย็นกว่าและรู้สึกทึ่งกับพลังของฉางเฟิง
“สหายน้อยเป็นใครเจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่เจ้าสังหารไปนั้นเป็นคนของใคร”เซียนขั้นที่ 5 กล่าว
“แน่นอนว่ารู้แต่แล้วยังไงข้ามาในฐานะตัวแทนของแม่นางโหลวหลาน คนที่ขวางทางนางข้าจะฆ่าให้หมด”ฉางเฟิงกล่าว
“ก็ตามนั้นแหละเขาคือคนของข้าที่จะมาเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้เพราะงั้นเมื่อข้าตกอยู่ในอันตรายเขาจึงมีสิทธิ์ที่จะลงมือเอาละลุงจางได้เวลาที่ท่านจะลงมือได้แล้ว” โหลวหลานโบกมือ
ชายชราคนหนึ่งก็ปรากฏตัวพร้อมกับกลิ่นอายเซียนในร่างทวีความรุนแรง
“เซียนขั้นที่7 เป็นไปไม่ได้นี่ท่านถึงกับเก็บซ่อนไว้ได้นานถึงขนาดนี้” เซียนขั้นที่5 ตกใจและเตรียมถอยหนีทันที
“ข้ายังต่อสู้ไม่หนำใจเลยเพราะงั้นอย่าหวังว่าจะหนีไปได้”ฉางเฟิงปรากฏตัวตรงหน้าของเซียนขั้นที่ 3 กระบี่ในมือพุ่งออกไป
“บัดซบเอ้ยเป็นแค่จักรพรรดิตัวน้อยๆคิดจะสังหารข้า วันนี้ต่อให้ข้าต้องตายข้าก็จะขอฆ่าเจ้าก่อน”เซียนขั้นที่ 3เมื่อถูกฉางเฟิงยั่วยุก็ไม่สนใจสิ่งใดและพุ่งเข้าปะทะกับฉางเฟิงทันที
“ต้องการให้ข้าช่วยเขาหรือไม่”ลุงจางกล่าว
“ไม่จำเป็นต่อให้เกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวอสูรตนนั้นก็ลงมือเอง”โหลวหลานมองไปยังเสี่ยวเฮ่ยที่ยังทำตัวสบายพร้อมกับมีเสี่ยวเสี่ยวขี่บนหลังอยู่
“แข็งแกร่งมากจนมองไม่ออกเลยว่าอยู่ระดับใหน”ลุงจางเผยสีหน้าหวาดกลัวเมื่อมองไปยังเสี่ยวเฮ่ย
“อย่างที่คิดอสูรตนนั้นน่าจะเป็นจักรพรรดิเซียนไปแล้วเบื้องหลังของสหายฉางเฟิงคนนี้ยิ่งดูแล้วยิ่งลึกลับมากจริงๆ” โหลวหลานกล่าว
“แยกกันหนีพวกเราจะต้องแจ้งข่าวนี้ให้กับท่านผู้อาวุโสหนึ่งรู้” เซียนขั้นที่5 สั่งการทันที เซียนที่เหลือต่างพากันหลบหนีไปคนละทาง
“เมื่อมาแล้วคิดจะหนีงั้นหรือ”ลุงจากแสดงท่าร่างที่ยอดเยี่ยมออกมา อยู่ๆร่างของลุงจางก็แยกออกเป็นสามร่างและพุ่งตามเซียนทั้ง3 ที่หนีไปส่วนร่างหลักได้ติดตามเซียนขั้นที่ 5 ไป
“ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะซ่อนคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ไว้ข้างกาย”เจี้ยนอี้กล่าว
“เพื่อปกป้องตัวเองข้าก็ต้องเตรียมการเอาไว้บ้าง”โหลวหลานกล่าว
“สุดท้ายผู้หญิงอย่างพวกเราก็มักจะถูกกดขี่โดยพวกเขาโบราณเหล่านี้พวกมันมักจะคิดว่าผู้นำมีเพียงผู้ชายที่เป็นได้ส่วนผู้หญิงแบบพวกเรานั้นไม่เหมาะสม”ซวนหยวนเสวี่ยกล่าวเสียงเย็น
“เพราะงั้นข้าจะแสดงให้พวกนั้นได้เห็นถึงความสามารถของข้า”โหลวหลานกล่าวด้วยใบหน้าที่มั่นใจ
ทางฉางเฟิงตอนี้ได้ปะทะกับเวียนชั้นที่3 อย่างดุเดือดเรียกได้ว่าพลังที่ฉางเฟิงแสดงออกมาไม่ต่างจากเซียนขั้นที่ 3 เลยแน่นอนว่าฉางเฟิงใช้พลังปราณในร่างออกมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับแสดงพลังจิตออกมาช่วยต่อสู้ทำให้สามารถต่อสู้กับเซียนขั้นที่3 ได้อย่างสูสี
น่าเสียดายที่ฉางเฟิงผนึกสายเลือดเอาไว้ทำให้ไม่สามารถแสดงพลังได้เต็มร้อยแต่ด้วยทักษะที่ได้ขัดเกลาด้วยน้ำมือของซีรั่วหยานทำให้ฉางเฟิงไม่เสียเปรียบเลย
“เป็นไปไม่ได้เป็นไปไม่ได้ ระดับจักรพรรดิคนหนึ่งจะมีพลังมากขนาดนี้ได้อย่างไรเจ้าเป็นใครกันแน่” เซียนขั้นที่ 3 เผยสีหน้าตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
“จะไปสนใจทำไมว่าข้าเป็นใครสนใจการต่อสู้ไม่ดีกว่าเหรอ” ฉางเฟิงหัวเราะออกมาและเริ่มโจมตีอีกครั้ง
“หมื่นกระบี่หวนคืนฆ่า!!!!!!!!”
“บ้าเอ้ยฝ่ามือหินผา”
ทั้งสองระเบิดพลังโจมตีใส่กันจนแทบไม่หยุดพักหายใจเรียกได้ว่าการต่อสู้นี้ดุเดือดจนพวกหู่หวางยังต้องอ้าปากค้างพวกเขาที่พึ่งกลายเป็นเซียนยังต้องอับอายเมื่อเห็นพลังนั้น
“นี่หนะเหรอสายเลือดที่สืบทอดมาจากตัวตนระดับพระเจ้ามันต่างกันเกินไปแล้ว ความสามารถมันต่างกันกับพวกเราตระกูลเซียนราวฟ้ากับเหว”หู่หวางกล่าว
“มันไม่ใช่แค่นั้นถ้าให้ข้าเดามันน่าจะเป็นทักษะบ่มเพาะของฉางเฟิง ผู้อาวุโสบอกว่าฉางเฟิงต้องเจอกับการหวนคืนสู่จุดเริ่มต้นถึง9 ครั้ง นั่นมันต้องมีความหมายแน่ ถ้าทุกครั้งที่หวนคืนพลังของเขาไม่เพียงแต่จะไม่ลดลงแต่เพิ่มขึ้นละและเมื่อสะสมถึงเก้าครั้งก็ทำให้เขากลายเป็นตัวตนไร้พ่ายในระดับเดียวกันแบบนี้มันดูจะมีความเป็นไปได้มากกว่าพรสวรรค์อย่างเดียวเสียอีก”ซวนหยวนเสวี่ยกล่าว
“ฉลาดมากสาวน้อยเจ้าสนใจมาเป็นสนมของนายน้อยข้าไหมรับลองเลยว่าเจ้าจะไม่เสียใจ” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“ฮึ!!!!”ซวนหยวนเสวี่ยไม่ได้ตอบแค่เค้นเสียงออกมา
“ถ้าเป็นข้าข้าจะตอบตกลงทันที”เจี้ยนอี้ยกยิ้มออกมา
“เจ้ายังไม่มีคุณสมบัตินั้นเพราะเจ้ายังไม่ได้รับการยอมรับจากพวกข้า”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังแน่”เจี้ยนอี้กล่าว
“ไม่ได้ท่านพ่อเป็นของท่านแม่เสี่ยวเสี่ยวเท่านั้น” เสี่ยวเสี่ยวแสดงท่าทางไม่ยินยอมทันที
“นังหนูเปิดในให้กว้างหรือเจ้าไม่อยากมีพี่น้องเจ้าไม่กลัวว่าตนเองจะเหงาและไม่มีเพื่อนเล่นงั้นเหรอ” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“พี่น้องเพื่อนเล่น” เสี่ยวเสี่ยวแสดงท่าทางลังเลขึ้นมาทันที
ขณะที่ด้านล่างคุยกันด้านบนท้องฟ้าการต่อสู้ก็จบลงแล้ว พลังปราณของฉางเฟิงและเซียนขั้นที่ 3ถูกใช้ไปจนหมดเรียกได้การต่อสู้มองเหมือนจะเสมอกันแต่ว่าพริบตาฉางเฟิงก็ปลดปล่อยพลังจิตสุดท้ายออกมา
เนตรโกลาหลจ้องมองไปยังวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามพร้อมกับโจมตีออกไปพริบตาวิญญาณที่อ่อนล้าของศัตรูถูกระเบิดวิญญาณของฉางเฟิงเข้าอย่างจัง
“อ๊ากกกกกกกกกก”วิญญาณเซียนถึงกับแตกดับในพริบตาร่างล่วงลงจากท้องฟ้า
เสี่ยวเฮ่ยไม่รอช้ารีบนำร่างของเซียนคนนั้นมาเก็บไว้ทันทีเพราะหรับระดับจักรพรรดิลงไปโลหิตเซียนถือเป็นของล้ำค่าซึ่งช่วยในการฝึกฝนได้ดี แม้สำหรับฉางเฟิงจะไม่จำเป็นแต่คนอื่นๆไม่ใช่
“สุดยอดจริงๆเป็นการต่อสู้ที่สนุกมาก”ฉางเฟิงลงมายังเรือด้วยเสื้อผ้าที่ขาดและเผยให้เห็นท่อนบนร่างกายที่งดงามราวกับเซียนเทพทำให้จิตใจหญิงสาวบนเรือต้องเต้นตูมตาม
“นายน้อยรีบไปสวมเสื้อผ้าเถอะเดี๋ยวผู้หญิงพวกนั้นจะเลือดออกหมดตัว”เสี่ยวเฮ่ยมองไปยังพวกหญิงสาวของหอสมบัติที่เลือดใหลออกมาจากจมูก
“นี่พวกเจ้า”โหลวหลานถึงกับหน้าแดงเช่นกันจึงทำให้นางหันไปตวาดใส่คนของตนเอง
แม้แต่ซวนหยวนเสวี่ยยังหูแดงอย่างเห็นได้ชัดส่วนเจี้ยนอี้กลับเลียฝีปากด้วยความกระหายฉางเฟิงแสดงสีหน้าหวาดกลัวเมื่อเห็นท่าทางของเจี้ยนอี้จึงรีบสวมชุดทันที