"หนอยนังหนู นิเจ้ากล้าลงมีกับคุณชายหลี ลูกชายเจ้าเมืองเกล็ดขาวรึ อยากตายซะแล้ว" ชายผู้นี้มันไม่ได้พูดเปล่า ปราณพลังของตัวมันเอ่อล้นจากกาย ไม่ช้าร่างของมันก็คล้ายหายวับไปในสายตาของคนธรรมดา ก่อนจะยกฝ่าเท้าตวัดหมายฟาดใส่เด็กหญิงเป็นเส้นตรง หากฝ่าเท้านี้โดนนาง และนางเป็นเพียงเด็กหญิงธรรมดา ฝ่าเท้านี้คงสังหารนางได้อย่างแน่นอน การลงมือของมันช่างโหดเหี้ยมและไม่ยั้งมือจริงๆ
!!!ปัง... เสียงพื้นศิลาแตก
แต่เด็กหญิงตัวน้อยกับยิ้มเย้ยหยัน ร่างปรากฏว่าเป็นคล้ายหมอกควัน ก่อนที่ฝ่าเท้านี้จะถึงตัวนาง ร่างของนางคล้ายจางหายไปก่อนแล้ว นี่แสดงถึงระดับเคล็ดวิชาที่ดูจะเหนือกว่าอีกฝ่ายมากนัก มันดูไม่สามัญเลย ตอนนี้ผู้คนเห็นความสามารถของเด็กหญิงต่างจ้องอย่างตกตลึง
ในความสับสนวุ้นวายนี้ไม่ช้า...
เพียะ ฝ่าเท้าเล็กของพานลี่ก็วาดวงอีกครั้ง แม้จะเยาว์วัยแต่ท่วงท่าของนางช่างสวยงามและสมบูรณ์เหลือเกิน ฝ่าเท้าตวัดเข้าปลายคางของอีกฝ่าย โลหิตชุ่มปากมันแล้ว
!!!ฟุบ ฟุบ ฟุบ
เสียงมีดบินแหวกอากาศ ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่าย แม้กับเด็กหญิงตัวน้อยไร้อาวุธพวกมันยังจะลงมือกันโหดเหี้ยมขนาดนี้ เฉียวเฟิงเห็นเช่นนี้นัยน์ตาแฝงความไม่พอใจแล้ว
หากแต่ด้วยมันรู้ว่า แม้มีดบินนี้จะฉับไวราวกับกระสุนปืน แต่เด็กหญิงตัวน้อยของมัน ที่บรรลุการฝึกเคล็ดวิชา 'ปราณลวงพิสดาร' มาแล้ว พร้อมกดฐานพลังเอาไว้ มีดบินพวกนี้สำหรับนางหาได้มีอะไรไม่
พานลี่ที่รับรู้การมาถึงของมีดบินได้ในชั่วครู่ นางมิได้เก็บกลั้นระดับปราณของตัวเอง นอกจากนั้นยังรีดเร้นพลังปราณสูงขึ้นไปอีกระดับ เส้นผมของนางปลิดปลิว การระเบิดพลังปราณทำให้นางดูต่างจากที่เป็น
นางโยกกายหลบมีดบินห้าเล่มอย่างเฉียดชิว ก่อนร่างจะหายวับไป
"!!!หมัดเจ้าป่า" เสียงพานลี่ตะโกนดังพร้อมร่างของบุรุษผู้หนึ่งลอยไปกระแทกกำแพง กระอักโลหิตไม่หยุด
คุณชายหลีที่พึงได้สติจากการถูกตบด้วยฝ่าเท้า มือข้างหนึ่งลูบใบหน้า ได้แต่พูดชี้นิ้วว่า เจ้า... เจ้า... แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร ไม่ช้ามันก็มองหน้าผู้คนโดยรอบ มันรู้สึกอับอาย ก่อนจะมองร่างบริวารคนสนิท ก่อนจะกล่าววาจาทิ้งท้ายและหายไปในฝูงชน
"นังตัวดีเรื่องไม่จบแค่นี้แน่"
พานลี่แลปลิ้นปริ้นตา ก่อนจะหันมองไปทางฝูงชนพร้อมพูดกล่าวว่าพ่อแม่พี่น้องไม่มีอะไรแล้ว ยอดหญิงพานลี่ได้จัดการพวกคนไม่ดีไร้มารยาทก็เท่านั้น
ไม่ช้าก็มีผู้ใหญ่หลายคนมาลุมล้อมนาง ถามว่าเป็นศิษย์สำนักอะไรบ้าง เป็นลูกเต้าเหล่าใครบ้าง นอกจากนั้นก็มีหลายคนชมนางว่าน่ารัก พานลี่ยิ้มไม่หุบ
โดยที่ในมุมไม่ไกลนั้นเฉียวเฟิงจ้องมองเด็กน้อยอย่างเงียบๆ
ก่อนจะมองไปในทิศทางที่คุณชายหลีจากไป
ซึ่งแม้มันจะวิ่งไปไกลแล้ว แต่เสียงพึงพำที่แผ่วเบาของมันเฉียวเฟิงกับได้ยินชัดนัก
-[เคล็ดวิชาเทพสดับ]-
"บัดซบนางเด็กตัวดี ไม่ว่าเจ้าจะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร หากแต่กล้าทำให้ข้าหลีซวนผู้นี้ขายหน้าต่อหน้าผู้คน ทั้งที่ๆ ข้าเป็นถึงลูกของท่านเจ้าเมือง นังเด็กน้อยเจ้าไม่ตายดีแน่นอน.."
เฉียวเฟิงตอนนี้ได้แต่ถอนหายใจ ไอ้คุณชายน้อยหลีซวนผู้นี้ดูอย่างไรก็อายุวัยเพียง 14 15 หากแต่ทำไมมันถึงได้มีจิตอาฆาตผู้อื่นได้รุนแรงถึงเพียงนี้ นอกจากนั้น เหล่าบ่าวของมันเวลาลงมือกับเด็กหญิงตัวน้อยเช่นพานลี่ การลงมือแต่ละท้วงท่าก็หมายปลิดชีพ โหดเหี้ยมเกินจำเป็น สิ่งเหล่านี้ทำให้เฉียวเฟิงรู้สึกไม่พอใจนัก ในครู่สั้นๆ จิตสังหารปรากฏออกจากตัวมันแล้ว
มือข้างหนึ่งของมันล้วงไปในเสื้อก่อนจะหยิบกระดาษห่อก้อนดินปั้นกลมเล็กๆ ออกมา
เฉียวเฟิงเอาก้อนดินเล็กๆ นี้ มันดีดเจ้าสิ่งนี้ไปโดนที่ชายเสื้อของคุณชายหลี
สิ่งนี้... มันคืออะไรกันนะ
.
.
.
พานลี่ปลีกตัวจากฝูงชน นางยิ้มก่อนกระซิบข้างหูศิษย์พี่ของนาง และพูดกล่าวว่า เมื่อครู่ใช้เงินของศิษย์พี่ไปไม่น้อย ช่วยไม่ได้ที่ทำของร้านเสียหาย หากไม่จ่ายเงินให้ทางร้านไปซ่อมแซมก็ดูใจร้ายเกินไปจริงไหม เด็กหญิงพานลี่ยิ้ม
ก่อนจะรีบจูงมือเฉียวเฟิงเข้าร้าน
"ศิษย์พี่ถึงตาเราแล้วเจ้าคะ เมื่อครู่เจ้าของร้านมาบอกว่า เพราะเห็นแก่ที่ข้าน่ารักและมีฝีมือสูงส่ง วันนี้เถ้าแก่จะลงมือปรุงอาหารให้พวกเรากินเองเลยนะ ร้านนี้ดังมาก ปกติไม่มีทางเลยนะที่เจ้าของร้านจะมาลงมือทำอาหารเองแบบนี้ ลาภปากครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะพานลี่คนนี้แล้ว ศิษย์พี่ท่านต้องกินเยอะๆ นะ"
พานลี่เด็กหญิง นางยิ้มอย่างไร้เดียงสา โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้สร้างปัญหาเอาไว้แล้ว
เฉียวเฟิงยิ้มบางเบา ก็นิ่งคิดอะไรบางอย่างครู่หนึ่ง
ไม่ช้าก็จำต้องปฏิเสธเด็กหญิงตัวน้อยของมันแล้ว
"พานลี่เจ้ากับหลีกังกินกันไปเถอะ ศิษย์พี่พึงนึกออกว่ามีเรื่องสำคัญต้องทำ"
พานลี่เด็กน้อยตัวแสบไม่ช้าก็หันซ้ายหันขวา ก่อนเอามือป้องหูเฉียวเฟิง ไม่ช้านางก็กระซิบพูดแผ่วเบา
"ศิษย์พี่นี่ท่านคงไม่ได้โกรธที่ข้าลงมือกับคนพวกนั้นใช่ไหม มันช่วยไม่ได้จริงๆ นะ พานลี่เห็นคนมารังแกศิษย์พี่ที่น่ารักของพานลี่ได้ที่ไหนล่ะ ศิษย์พี่ท่านไม่ได้โกรธศิษย์น้องหญิงแสนน่ารักคนนี้ใช่ไหม" พานลี่ไม่ช้าก็ยิ้มอย่างเขิน
เฉียวเฟิงส่ายหน้า เอามือลูบศีรษะนางเบาๆ
"พานลี่เด็กดี ศิษย์พี่ใหญ่จะโกรธเจ้าได้ยังไง" เฉียวเฟิงยิ้มอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินด้วยท่าร่างแสนพิเศษคล้ายเป็นเงาหายไปในกลุ่มคน
พานลี่มองศิษย์พี่ก่อนถอนหายใจและยิ้มอย่างเขินอาย ไม่รู้ทำไมศิษย์พี่ใหญ่ถึงช่างดูเป็นผู้ใหญ่ที่พึงพาได้กว่าพี่น้องคนอื่นๆ ของนางอีก และอย่าว่าแต่พี่น้องเลย แม้แต่ท่านพ่อของนาง พานลี่ถึงกับแปลกใจ ศิษย์พี่ใหญ่ช่างให้ความรู้สึกอบอุ่นและน่าไว้วางใจยิ่งกว่าท่านพ่อแท้ๆ ของนางเสียอีก
เสียงหลีกังดัง
"อ้าว พานลี่แล้วศิษย์พี่ใหญ่ไปไหนแล้ว"
ตอนนี้สองมือของหลีกังเต็มไปด้วยกล่องของกิน ที่พานลี่ฝากให้หลีกังไปต่อแถวซื้อแทนนาง
พานลี่เห็นหน้าหลีกังไม่ช้านางก็ได้แต่ถอนหายใจ อุตส่าห์วางแผนให้หลีกังไปซื้อของ จะได้หาเวลาอยู่กับศิษย์พี่นานๆ แต่ตอนนี้ด้วยเรื่องวุ่นๆ ทำแผนการณ์เสียหายหมดแล้ว
พานลี่เศร้าใจก่อนจะชวนหลีกังไปนั่งกินอาหารในร้านดังด้วยกัน
ใบหน้าของเจ้าของร้านช่างร่าเริงเมื่อเจอพานลี่
อาจจะเพราะการแสดงฝีมือเมื่อครู่ ในโลกใบนี้นับถือคนแข็งแกร่งยิ่ง
คาดว่าการทำแบบนี้ของเจ้าของร้านคงมีเป้าประสงค์
หมายสร้างสัมพันธ์กับยอดจอมยุทธ์หญิงในอนาคต
.
.
.
เฉียวเฟิงกระโดดเหยียบ กระเบื้องหลังคาแผ่นแล้วแผ่นเล่า มันช่างเงียบกริบ ยิ่งกว่าแมวก้าวเสียอีก
พุ่งตัวราวภูตผีอยู่ครู่ใหญ่ ก็คล้ายถึงที่หมาย เฉียวเฟิงหลับตา จมูกสูดกลิ่นบางอย่าง
"เป็นที่นี่สินะ..."