ระบบสังหารเทพ ภาค นรกไร้สิ้นสุด

    [GKS] ตอนที่ 40 : เคล็ดวิชาเทพสดับ

    "หนอยนังหนู นิเจ้ากล้าลงมีกับคุณชายหลี ลูกชายเจ้าเมืองเกล็ดขาวรึ อยากตายซะแล้ว" ชายผู้นี้มันไม่ได้พูดเปล่า ปราณพลังของตัวมันเอ่อล้นจากกาย ไม่ช้าร่างของมันก็คล้ายหายวับไปในสายตาของคนธรรมดา ก่อนจะยกฝ่าเท้าตวัดหมายฟาดใส่เด็กหญิงเป็นเส้นตรง หากฝ่าเท้านี้โดนนาง และนางเป็นเพียงเด็กหญิงธรรมดา ฝ่าเท้านี้คงสังหารนางได้อย่างแน่นอน การลงมือของมันช่างโหดเหี้ยมและไม่ยั้งมือจริงๆ


    !!!ปัง... เสียงพื้นศิลาแตก


    แต่เด็กหญิงตัวน้อยกับยิ้มเย้ยหยัน ร่างปรากฏว่าเป็นคล้ายหมอกควัน ก่อนที่ฝ่าเท้านี้จะถึงตัวนาง ร่างของนางคล้ายจางหายไปก่อนแล้ว นี่แสดงถึงระดับเคล็ดวิชาที่ดูจะเหนือกว่าอีกฝ่ายมากนัก มันดูไม่สามัญเลย ตอนนี้ผู้คนเห็นความสามารถของเด็กหญิงต่างจ้องอย่างตกตลึง


    ในความสับสนวุ้นวายนี้ไม่ช้า...


    เพียะ ฝ่าเท้าเล็กของพานลี่ก็วาดวงอีกครั้ง แม้จะเยาว์วัยแต่ท่วงท่าของนางช่างสวยงามและสมบูรณ์เหลือเกิน ฝ่าเท้าตวัดเข้าปลายคางของอีกฝ่าย โลหิตชุ่มปากมันแล้ว


    !!!ฟุบ ฟุบ ฟุบ


    เสียงมีดบินแหวกอากาศ ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่าย แม้กับเด็กหญิงตัวน้อยไร้อาวุธพวกมันยังจะลงมือกันโหดเหี้ยมขนาดนี้ เฉียวเฟิงเห็นเช่นนี้นัยน์ตาแฝงความไม่พอใจแล้ว


    หากแต่ด้วยมันรู้ว่า แม้มีดบินนี้จะฉับไวราวกับกระสุนปืน แต่เด็กหญิงตัวน้อยของมัน ที่บรรลุการฝึกเคล็ดวิชา 'ปราณลวงพิสดาร' มาแล้ว พร้อมกดฐานพลังเอาไว้ มีดบินพวกนี้สำหรับนางหาได้มีอะไรไม่


    พานลี่ที่รับรู้การมาถึงของมีดบินได้ในชั่วครู่ นางมิได้เก็บกลั้นระดับปราณของตัวเอง นอกจากนั้นยังรีดเร้นพลังปราณสูงขึ้นไปอีกระดับ เส้นผมของนางปลิดปลิว การระเบิดพลังปราณทำให้นางดูต่างจากที่เป็น


    นางโยกกายหลบมีดบินห้าเล่มอย่างเฉียดชิว ก่อนร่างจะหายวับไป


    "!!!หมัดเจ้าป่า" เสียงพานลี่ตะโกนดังพร้อมร่างของบุรุษผู้หนึ่งลอยไปกระแทกกำแพง กระอักโลหิตไม่หยุด


    คุณชายหลีที่พึงได้สติจากการถูกตบด้วยฝ่าเท้า มือข้างหนึ่งลูบใบหน้า ได้แต่พูดชี้นิ้วว่า เจ้า... เจ้า... แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร ไม่ช้ามันก็มองหน้าผู้คนโดยรอบ มันรู้สึกอับอาย ก่อนจะมองร่างบริวารคนสนิท ก่อนจะกล่าววาจาทิ้งท้ายและหายไปในฝูงชน


    "นังตัวดีเรื่องไม่จบแค่นี้แน่"


    พานลี่แลปลิ้นปริ้นตา ก่อนจะหันมองไปทางฝูงชนพร้อมพูดกล่าวว่าพ่อแม่พี่น้องไม่มีอะไรแล้ว ยอดหญิงพานลี่ได้จัดการพวกคนไม่ดีไร้มารยาทก็เท่านั้น


    ไม่ช้าก็มีผู้ใหญ่หลายคนมาลุมล้อมนาง ถามว่าเป็นศิษย์สำนักอะไรบ้าง เป็นลูกเต้าเหล่าใครบ้าง นอกจากนั้นก็มีหลายคนชมนางว่าน่ารัก พานลี่ยิ้มไม่หุบ


    โดยที่ในมุมไม่ไกลนั้นเฉียวเฟิงจ้องมองเด็กน้อยอย่างเงียบๆ


    ก่อนจะมองไปในทิศทางที่คุณชายหลีจากไป


    ซึ่งแม้มันจะวิ่งไปไกลแล้ว แต่เสียงพึงพำที่แผ่วเบาของมันเฉียวเฟิงกับได้ยินชัดนัก


    -[เคล็ดวิชาเทพสดับ]-


    "บัดซบนางเด็กตัวดี ไม่ว่าเจ้าจะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร หากแต่กล้าทำให้ข้าหลีซวนผู้นี้ขายหน้าต่อหน้าผู้คน ทั้งที่ๆ ข้าเป็นถึงลูกของท่านเจ้าเมือง นังเด็กน้อยเจ้าไม่ตายดีแน่นอน.."


    เฉียวเฟิงตอนนี้ได้แต่ถอนหายใจ ไอ้คุณชายน้อยหลีซวนผู้นี้ดูอย่างไรก็อายุวัยเพียง 14 15 หากแต่ทำไมมันถึงได้มีจิตอาฆาตผู้อื่นได้รุนแรงถึงเพียงนี้ นอกจากนั้น เหล่าบ่าวของมันเวลาลงมือกับเด็กหญิงตัวน้อยเช่นพานลี่ การลงมือแต่ละท้วงท่าก็หมายปลิดชีพ โหดเหี้ยมเกินจำเป็น สิ่งเหล่านี้ทำให้เฉียวเฟิงรู้สึกไม่พอใจนัก ในครู่สั้นๆ จิตสังหารปรากฏออกจากตัวมันแล้ว


    มือข้างหนึ่งของมันล้วงไปในเสื้อก่อนจะหยิบกระดาษห่อก้อนดินปั้นกลมเล็กๆ ออกมา


    เฉียวเฟิงเอาก้อนดินเล็กๆ นี้ มันดีดเจ้าสิ่งนี้ไปโดนที่ชายเสื้อของคุณชายหลี


    สิ่งนี้... มันคืออะไรกันนะ


    .

    .

    .


    พานลี่ปลีกตัวจากฝูงชน นางยิ้มก่อนกระซิบข้างหูศิษย์พี่ของนาง และพูดกล่าวว่า เมื่อครู่ใช้เงินของศิษย์พี่ไปไม่น้อย ช่วยไม่ได้ที่ทำของร้านเสียหาย หากไม่จ่ายเงินให้ทางร้านไปซ่อมแซมก็ดูใจร้ายเกินไปจริงไหม เด็กหญิงพานลี่ยิ้ม


    ก่อนจะรีบจูงมือเฉียวเฟิงเข้าร้าน


    "ศิษย์พี่ถึงตาเราแล้วเจ้าคะ เมื่อครู่เจ้าของร้านมาบอกว่า เพราะเห็นแก่ที่ข้าน่ารักและมีฝีมือสูงส่ง วันนี้เถ้าแก่จะลงมือปรุงอาหารให้พวกเรากินเองเลยนะ ร้านนี้ดังมาก ปกติไม่มีทางเลยนะที่เจ้าของร้านจะมาลงมือทำอาหารเองแบบนี้ ลาภปากครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะพานลี่คนนี้แล้ว ศิษย์พี่ท่านต้องกินเยอะๆ นะ"


    พานลี่เด็กหญิง นางยิ้มอย่างไร้เดียงสา โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้สร้างปัญหาเอาไว้แล้ว


    เฉียวเฟิงยิ้มบางเบา ก็นิ่งคิดอะไรบางอย่างครู่หนึ่ง


    ไม่ช้าก็จำต้องปฏิเสธเด็กหญิงตัวน้อยของมันแล้ว


    "พานลี่เจ้ากับหลีกังกินกันไปเถอะ ศิษย์พี่พึงนึกออกว่ามีเรื่องสำคัญต้องทำ"


    พานลี่เด็กน้อยตัวแสบไม่ช้าก็หันซ้ายหันขวา ก่อนเอามือป้องหูเฉียวเฟิง ไม่ช้านางก็กระซิบพูดแผ่วเบา


    "ศิษย์พี่นี่ท่านคงไม่ได้โกรธที่ข้าลงมือกับคนพวกนั้นใช่ไหม มันช่วยไม่ได้จริงๆ นะ พานลี่เห็นคนมารังแกศิษย์พี่ที่น่ารักของพานลี่ได้ที่ไหนล่ะ ศิษย์พี่ท่านไม่ได้โกรธศิษย์น้องหญิงแสนน่ารักคนนี้ใช่ไหม" พานลี่ไม่ช้าก็ยิ้มอย่างเขิน


    เฉียวเฟิงส่ายหน้า เอามือลูบศีรษะนางเบาๆ


    "พานลี่เด็กดี ศิษย์พี่ใหญ่จะโกรธเจ้าได้ยังไง" เฉียวเฟิงยิ้มอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินด้วยท่าร่างแสนพิเศษคล้ายเป็นเงาหายไปในกลุ่มคน


    พานลี่มองศิษย์พี่ก่อนถอนหายใจและยิ้มอย่างเขินอาย ไม่รู้ทำไมศิษย์พี่ใหญ่ถึงช่างดูเป็นผู้ใหญ่ที่พึงพาได้กว่าพี่น้องคนอื่นๆ ของนางอีก และอย่าว่าแต่พี่น้องเลย แม้แต่ท่านพ่อของนาง พานลี่ถึงกับแปลกใจ ศิษย์พี่ใหญ่ช่างให้ความรู้สึกอบอุ่นและน่าไว้วางใจยิ่งกว่าท่านพ่อแท้ๆ ของนางเสียอีก


    เสียงหลีกังดัง


    "อ้าว พานลี่แล้วศิษย์พี่ใหญ่ไปไหนแล้ว"


    ตอนนี้สองมือของหลีกังเต็มไปด้วยกล่องของกิน ที่พานลี่ฝากให้หลีกังไปต่อแถวซื้อแทนนาง


    พานลี่เห็นหน้าหลีกังไม่ช้านางก็ได้แต่ถอนหายใจ อุตส่าห์วางแผนให้หลีกังไปซื้อของ จะได้หาเวลาอยู่กับศิษย์พี่นานๆ แต่ตอนนี้ด้วยเรื่องวุ่นๆ ทำแผนการณ์เสียหายหมดแล้ว


    พานลี่เศร้าใจก่อนจะชวนหลีกังไปนั่งกินอาหารในร้านดังด้วยกัน


    ใบหน้าของเจ้าของร้านช่างร่าเริงเมื่อเจอพานลี่


    อาจจะเพราะการแสดงฝีมือเมื่อครู่ ในโลกใบนี้นับถือคนแข็งแกร่งยิ่ง


    คาดว่าการทำแบบนี้ของเจ้าของร้านคงมีเป้าประสงค์


    หมายสร้างสัมพันธ์กับยอดจอมยุทธ์หญิงในอนาคต


    .

    .

    .


    เฉียวเฟิงกระโดดเหยียบ กระเบื้องหลังคาแผ่นแล้วแผ่นเล่า มันช่างเงียบกริบ ยิ่งกว่าแมวก้าวเสียอีก


    พุ่งตัวราวภูตผีอยู่ครู่ใหญ่ ก็คล้ายถึงที่หมาย เฉียวเฟิงหลับตา จมูกสูดกลิ่นบางอย่าง


    "เป็นที่นี่สินะ..."

    คล้ายกับเรื่องระบบสังหารเทพ ภาค นรกไร้สิ้นสุด ที่คุณอ่าน