ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบูเาขึ้นมาในที่สุดท้องฟ้าสีชมพูประดับประดาด้วยฝูงนกกระสาที่เริ่มบนลงสู่ท้องนาจับปลาเล็กปลาน้อยเพื่อเป็อาหาร ดวงจันทร์จาง ๆยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่อีกฟากหนึ่ง สปริงเกอร์ที่ถูกติดตั้งในแปลงผัก 4แปลงกระจายหยดน้ำระยิบระยับลงไปบนผืนดิน เถาของฟักทองและถั่วฝักยาวกำลังเต้นรำอ่อนช้อยยินดีกับความชื้นและไออุ่นจากแสงแดดกลิ่นหอมของดินที่ชุ่มน้ำฟุ้งกระจายเมื่อกระทบกับความร้อนของแดดยามเช้าเ้าของร้านจัดการให้เทหญ้าใหม่ ๆ ลงในรางอาหารสำหรับวัวและม้าแคระจากนั้นจึงป้อนถั่วฝักยาวให้แกะและหมูลายด่างเพื่อไม่ให้พวกมันหาว่าเธอลำเอียง
ร้านอาหารของเหล่าดวงิญญาจะเปิดเวลาเที่ยงคืนจนถึงหกโมงเช้ามีเ้าของร้านและแม่ครัวรวมกันแล้วหนึ่งคนถ้วน นอกจากนี้ยังมีคุณตาผู้ช่วยอีกหนึ่งคนคอยเตรียมอาหารให้เหล่าิญญาที่แวะเวียนกันเข้ามาไม่ขาดสาย
หลังจากปิดร้านแล้ว ก็เข้าสู่กระบวนการเตรียมวัตถุดิบสำหรับการเปิดร้านอีกครั้งซึ่งได้จัดวางไว้อย่างเป็ระบบตรวจเช็กวัตถุดิบ รอรับของ สั่งของในวันถัดไป
สำหรับวันนี้ไข่สองฟองสุดท้ายถูกปรุงเป็ไข่ดาวอย่างทรงเกียรติไข่ไก่นั้นจะถูกสั่งและเติมเข้ามาทุกสามวัน เพื่อให้ได้ไข่ที่สดใหม่เสมอ พูดถึงแล้วเสียงรถมอเตอร์ไซด์ที่คุ้นหูดังขึ้นอยู่ด้านหน้ารั้วบ้าน
“ของมาส่งครับ”เสียงเรียกของคนสั่งของทำให้เ้าของร้านวางมือจากถั่วฝักยาวเธอโยนมันลงไปในรางอาหาร เลิกอ้อยอิ่งกับสัตว์เลี้ยงในฟาร์ เธอเปิดประตูออกมาจากโรงนาหมวกกันน็อคสีแดงโผล่พ้นขอบรั้วออกมา เธอเดินเลียบไปตามรั้วไม้หน้าบ้านกล่าวทักทายคนส่งของและรับไข่ไก่แผงหนึ่งเข้ามา เขายิ้มจนตาหยี
"ลูกสาวเป็ยังไงบ้างคะพี่เห็นว่าวันก่อนแกขี่จักรยานล้ม" เ้าของร้านถามไถ่ถึงอาการของลูกสาววัย 6ขวบของคนส่งของ
ดูเหมือนว่าอาการของเด็กน้อยจะไม่เป็อะไรมากจากนั้นคนส่งของจึงส่งถุงตาข่ายบรรจุหัวหอม กระเทียม และพริกแห้งถูกมัดไว้รวมกันให้กับเธอเมื่อเก็บของเข้าไปในห้องเก็บวัตถุดิบแล้ว จึงถึงเวลาอาหารเช้าของเธอบ้าง
จานข้าวที่ถูกโปะด้วยไข่ดาวสองฟองถูกยกมาวางไว้บนโต๊ะไม้ใต้ต้นประดู่ดอกสีเหลืองนวลของมันเปล่งประกายเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ยามเช้าเป็ธรรมเนียมที่ว่าอาหารของลูกค้าคนล่าสุดมักจะกลายเป็เมนูอาหารเช้าของเธอเพื่อตัดขั้นตอนในการคิดว่าอยากกินอะไรในแต่ละวันออกไปต่างกันที่วันนี้ไข่ไก่ของเธอคือไข่จากแม่ไก่สีน้ำตาลที่เลี้ยงไว้ข้างแปลงผักแทนไข่ไก่จากฟาร์มที่ใช้ปกติในร้าน
คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป ถูกดึงออกจากกระเป๋าเ้าของร้านตรวจเช็กว่าวันนี้มีลูกค้าสั่งของผ่านเว็บไซต์หรือไม่รายการสินค้าถูกจดลงอย่างประณีตเสร็จแล้วข้าวไข่ดาวตรงหน้าจึงถูกจัดการอย่างเกลี้ยงเกลา
“เคลย์” เธอเรียก
แมวสีดำะโขึ้นโต๊ะชื่อของมันถูกตั้งตามขนสีดำเงาซึ่งแปลว่าดินเหนียวมันเลียกินไข่แดงที่ติดอยู่ในจานข้าวเท้าสีขาวทั้งสี่ข้างของมันตัดกับขนสีดำทั้งตัว ทำให้เหมือนกำลังใส่ถุงเท้าอยู่อุ้งเท้าสีชมพูและขนสีขาวั้แ่หน้าอกจนถึงท้องของเคลย์ทำให้มันดูเป็เหมือนสุภาพบุรุษผู้ดีในชุดทักซิโด้
“รสนิยมดีใช่ไหมล่ะ ไข่ดาวน่ะ”
เ้าแมวร้องเหมียวตอบรับที่จริงแล้วเ้าแมวไม่ควรจะมาอยู่บนโต๊ะอาหาร และไม่ควรกินอาหารของคนแม้จะพยายามไม่ตามใจมันมากแต่หลายหนที่เธอยอมปล่อยให้มันกินของเล็กน้อยเป็รางวัลของความน่ารัก
“ไหนดูซิ...”
เธอเปิดกล่องพลาสติกที่ถือติดออกมาจากในร้านกล่องบรรจุสิ่งของที่เหล่าิญญาผู้เป็ลูกค้าบางคนทิ้งไว้ให้เพื่อเป็ของตอบแทนสำหรับอาหารสำหรับวันนี้เ้าของร้านได้รับแหวนทองคำวงเล็กวงหนึ่งมันไม่มีประโยชน์กับฉันในที่ที่ฉันจะไปจากนี้ลูกค้าคนหนึ่งกล่าวขณะวางแหวนทองลงในกล่อง Tips Box ของร้าน นอกจากนั้นก็มีการ์ดขอบคุณซึ่งเขียนได้จากในร้านอาหารหนังสือเื่ แม่มด ของโรอัล ดาห์ล และไฟแช็กโลหะหนึ่งอัน
ร้านขายของออนไลน์ที่ชื่อว่าของที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ถูกเปิดขึ้นมาเกือบสี่ปีแล้วมันเริ่มต้นขึ้นไม่นานหลังจากที่เ้าของร้านได้ค้นพบร้านอาหารสำหรับดวงิญญาในโรงนาของบางอย่างถูกส่งมอบเป็ค่าตอบแทนสำหรับอาหารแทนเงินอีกเหตุผลคือมันไม่มีประโยชน์ที่จะพกพาไปอีกแล้วของเ่าั้ถูกประกาศขายในฐานะของที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังจากคนตายเพื่อเป็ทุนสำหรับซื้อวัตถุดิบต่อไปในตอนแรกไม่มีใครคิดว่าของของคนตายจะได้รับการยอมรับจากผู้คนที่ยังอยู่ในเมื่อในสังคมมีคนที่หากินโดยพูดเื่ความร้ายกาจของผีสางและคำสาปมากมายอยู่ถมเถไป ทั้งที่แท้จริงแล้วนอกจากความสามารถในการหยิบจับของที่เป็ของตนเองแล้วไม่มีสิ่งใดที่คนตายไปแล้วจะทำได้เลยสักเื่แค่เด็ดดอกไม้สักดอกดวงิญญาเ่าั้ยังทำไม่ได้เลยแต่สุดท้ายสิ่งของเหล่านี้ก็ถูกซื้อไปโดยผู้คนที่คิดว่ามันมีความหมายต่อเขาและจะเป็ประโยชน์ในราคาที่แสนถูก
เ้าของร้านเก็บหนังสือและไฟแช็กลงกล่องใช้เวลาในตอนเช้าอ้อยอิ่งอยู่กับเคลย์แม้จะไม่รู้คำตอบว่าเพราะเหตุใดคนตายถึงพกพาของบางอย่างติดตัวมาด้วยได้ เธอก็พบว่าบางอย่างก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เข้าใจในคำตอบแต่เพื่อให้ยอมรับเพียงเท่านั้น
เธอนอนอ่านหนังสือที่พึ่งได้มาเมื่อวานนี้จนสุดท้ายก็เผลอหลับไปบนเปลสานใต้ต้นประดู่แสงแดดยามใกล้เที่ยงส่องลอดกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ลงมาโดนใบหน้าสุขุมของหญิงสาวเธอลืมตาขึ้น ปัดผมหยักสกออกจากใบหน้าชื้นเหงื่อความรู้สึกหนักที่หน้าท้องคงเป็เ้าแมวของเธอและหนังสือที่เธออ่านค้างไว้
“เห้ย...”
หญิงสาวสะดุ้งจนใจแป้ว เพราะเมื่อเธอลืมตาขึ้นแล้วพบว่าภาพที่ทับซ้อนอยู่ข้างหลังแมวสีดำคือชายหนุ่มสายตาซุกซน
“ไง เชฟ...” ชายหนุ่มร้องทัก “...สบายใจจังเลยนะมาหลับเอาใต้ต้นไม้แบบนี้ น่าอิจฉาจัง...”
“คุณมาทำไม” เ้าของร้านสาวผลุดลุกขึ้นนั่งกรอบหน้ามีเหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นประปรายเพราะนอนอยู่ใต้แสงแดดที่ลอดส่องลงมาในยามสายเป็เวลานานแมวสีดำของเธอหาวปากกว้างและะโหนีไป ตัวเองตายไปแล้วจะทำอะไรสบายกว่านี้ก็ยังได้เลยนี่เ้าของร้านได้แต่บ่นปนตำหนิชายตรงหน้าในใจ
“ไม่เป็มิตรเอาซะเลยนะ...”ชายในเสื้อเชิ้ตสีขาวตัดพ้อ เขายกขาขึ้นนั่งขัดสมาธิลงบนโต๊ะเชฟสาวที่เขากล่าวคำทักทาย จ้องเขม็งมาที่เขาอย่างขัดใจ
เ้าของร้านนึกถึงวันแรกที่ชายคนนี้โผล่เข้ามาที่ร้าน
....................
คืนนั้นเป็คืนที่ฝนตกชุ่มฉ่ำอากาศเย็นของเดือนมกราคมทำให้กระจกในร้านเกิดฝ้าเม็ดฝนกระทบกับกระจกดังปุกปักและไหลหยดลงสู่พื้นทำให้เกิดลายสายน้ำสลับกับหยดน้ำเกาะประปรายมือเรียวสวยแข็งแรงหยิบเอาเหยือกที่บรรจุครีมข้นไว้เต็มเปี่ยมเทลงไปในเครื่องปั่นเนย
ทุกครั้งหลังจากคนส่งนมนำนมมาส่งที่ร้านแล้วมันจะถูกทิ้งไว้นิ่ง ๆในห้องเย็นสำหรับเก็บวัตถุดิบให้ครีมลอยขึ้นมาอยู่บริเวณ้าจากนั้นก็จะได้ครีมข้นสำหรับไว้ปั่นเนยที่ใช้ในร้านในขณะที่เ้าของร้านกำลังใช้มือหมุนด้ามจับเครื่องปั่นเนยแบบดั้งเดิมอย่างขะมักเขม้นน้ำนมก็ถูกกวนเป็วงกลมกลายเป็วิปครีมจากนั้นไขมันและของเหลวเริ่มแยกตัวออกจากกันสีเหลืองสวยของเม็ดเนยเริ่มเด่นชัดน้ำหนักของด้ามหมุนเริ่มมากขึ้นเพราะเนยเริ่มจับตัวเป็ก้อนในตอนนั้นเองที่เสียงกระดิ่งประตูหน้าดังกรุ๋งกริ๋ง ชายหนุ่มยืนเปียกปอนหนาวสั่นอยู่ที่ประตู
เ้าของร้านเคยคิดว่าดวงิญญานั้นไม่มีความรู้สึกหนาวหรือร้อนซึ่งตรงกันข้าม แม้มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่จะััพวกเขาไม่ได้แต่พวกเขาสามารถััและรู้สึกถึงทุกอย่างได้อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะรับรู้ถึงสภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงหรือการเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงแต่สิ่งเ่าั้ไม่สามารถฆ่าพวกเขาหรือทำให้เ็ปทรมานได้อีกแล้ว
เ้าของร้านที่พึ่งเดินออกมาจากหลังร้านเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งประตูกรุ๊งกริ๊งก็เห็นว่าชายคนนี้ยืนอยู่ดวงิญญาที่ยังถูกตรึงไว้กับโลกนี้สินะ เธอคิดในใจก่อนที่จะกล่าวต้อนรับ
“ที่นี่คือที่ไหน...” ชายคนดังกล่าวถาม
“ร้านอาหารน่ะ...” หญิงสาวเ้าของร้านตอบเธอเกล้าผมขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าสงบนิ่ง ดวงตากลมโตดูเด็ดเดี่ยวใบหน้าใสเงาวับเหมือนกระจกมีกระขึ้นประปรายเพราะทำงานในสวนบ่อยครั้ง และแก้มแดงเรื่อจากการทำงานหนักหน้าเตาร้อนเพื่อเตรียมของในครัวั้แ่หัวค่ำ
ดวงิญญาที่ยังคงถูกตราตึงไว้กับโลกเดินเข้ามาในร้านร่างกายของเขาถูกโซ่จาง ๆยึดโยงจากฝ่าเท้าทั้งสองข้างลงไปใต้พื้นซึ่งไม่รู้ว่าไปสิ้นสุดที่ใดเขาลากโซ่เคลื่อนที่ไปกับตัวเขาราวกับเรือที่กำลังลากแหอยู่ใต้น้ำเขานั่งลงที่โต๊ะริมหน้าต่าง หันหลังให้กับเธอเป็สัญญาณว่าเขา้าเวลาและพื้นที่ที่เป็ส่วนตัว ชายชราเดินโซเซ วางแก้วและน้ำเปล่าแช่ด้วยเลม่อนกับใบมิ้นต์รสชาติสดชื่นไว้หนึ่งเหยือกจากนั้นจึงหยิบเมนูวางไว้ให้ลูกค้าแล้วเดินจากไป
“อยากได้ชาร้อน ๆ แทนหรือเปล่าคะ”หญิงสาวเ้าของร้านเอ่ยปากถามเพราะเห็นว่าอากาศวันนี้ค่อนข้างชื้นและเขาก็ตัวเปียกแม้จะไม่ทรมานกับความหนาวเย็น แต่เธอคิดว่าของร้อนในวันแบบนี้น่าจะอร่อยกว่า
เขามองกลับมาที่เธอสายตาหม่นหมองจับจ้องอย่างไม่เข้าใจ โดยไม่รอคำตอบ หญิงสาวถือกาน้ำชาพร้อมกับถ้วยชาใบเล็กวางไว้ที่โต๊ะจากนั้นจึงบรรจงเทน้ำชาลงไปกลิ่นชายอดน้ำค้างหอมหวานราวกับบุปผชาติลอยฟุ้งทำให้ความสงบพวยพุ่งขึ้นมาจากหน้าอกถึงใบหน้าท้องรู้สึกอุ่นขึ้นทั้งที่ยังไม่ได้ลิ้มรสเสียด้วยซ้ำ
“น้ำเย็น ๆ นั่นแหละดีแล้ว” ชายชราซึ่งกำลังเดินออกจากหลังร้านส่งเสียงตอบเขานั่งลงตรงข้ามกับลูกค้าที่พึ่งเข้ามาใหม่
“เอ๋ คุณตาคะ...”ความพยายามที่จะทักท้วงของเ้าของร้านถูกหยุดลงเมื่อลูกค้ายกมือขึ้นเป็สัญลักษณ์ว่าเขายอมรับในการร่วมโต๊ะกับชายแก่เฒ่าผู้นี้
“ผมมาที่นี่เพราะชายคนนี้เชิญมาน่ะ...คือผมทานของร้อนๆ ไม่ค่อยเก่งน่ะครับ ขอบคุณมาก” ลูกค้าหนุ่มตอบเ้าของร้านพยักหน้าแล้วเดินกลับไปอยู่หลังเคาน์เตอร์น้ำชาตรงหน้าถูกดื่มโดยชายชราผู้เป็ผู้ช่วยเ้าของร้านแทน เอ้อ ให้มันได้แบบนี้สิเ้าของร้านได้แต่ตัดพ้อในใจ จากนั้นหันไปปั่นเนยต่ออย่างตั้งอกตั้งใจเมื่อเนยเริ่มจับตัวกันเป็ก้อน เธอกรองเอาส่วนที่เป็ของเหลวออกเพื่อเก็บไว้ทำบัตเตอร์มิลค์และสำหรับเอาใจเ้าเคลย์ซึ่งตอนนี้กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในโรงนาซึ่งเป็โลกอีกฝั่งหนึ่งของร้านนี้จากนั้นนำก้อนเนยไปล้างน้ำเย็นเพื่อกำจัดของเหลวส่วนที่ไม่จำเป็
กลิ่นเครื่องสมุนไพรหอมฟุ้งจนทำให้ชายต่างวัยสองคนหันมามองเ้าของร้านผสมเครื่องเทศที่มีกลิ่นเหมือนแสงแดดอ่อน ๆบนยอดเขาลงไปในก้อนเนยพร้อมกับเกลือดำก่อนจะใช้ไม้พายนวดผสมและอัดลงไปในกล่องพิมพ์
“ไม่เคยเห็นใครทำเนยด้วยตัวเองแบบนี้มานานแล้วคุณน่ะ ตอนยังมีชีวิตอยู่ เคยอยู่ในยุควิคตอเรียนหรืออะไรแบบนั้นหรือเปล่าครับหรือเคยไปเรียนทำอาหารที่เมืองนอก”
“เอ่อ...ตอนนี้ฉันก็ยังมีชีวิตอยู่ค่ะสูตรนี้ก็แค่ดูมาจากยูทูปน่ะค่ะ...” เ้าของร้านตอบลูกค้าที่พึ่งเข้ามาใหม่โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าคำตอบนั้นทำให้เขาเริ่มสนอกสนใจในร้านนี้มากขึ้น
“เอ๊ะ...อย่าบอกว่านี่คือสาเหตุที่คุณตาชวนผมมาที่นี่แปลว่าเธอจะช่วย...”
“ไม่ใช่หรอก...” ชายชราตอบทันควัน
“...เ้าของร้านไม่ได้มีหน้าที่แก้ไขเื่ค้างคาในโลกของคนเป็ให้กับคนตายหรอกนะ”โดยไม่ปรานีสีหน้าผิดหวังปรากฏเข้ามาแทนที่แววตาตื่นเต้นของชายหนุ่มชายชราย้ำเตือนถึงข้อจำกัดนี้ให้กับเขา “เ้าของร้านอาหารสำหรับคนตายดังนั้นหน้าที่ก็มีแค่ทำอาหารให้กับคนตายเท่านั้น”
แต่เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นสีหน้าสลดนั้นก็พลันเปลี่ยนเป็แววตาดื้อดึงเขาลุกจากโต๊ะโซฟาริมหน้าต่างมานั่งที่เคาน์เตอร์ วางข้อศอกสองข้างเท้าแขนโน้มข้ามฝั่งไปยังฝั่งปรุงอาหารของเ้าของร้านอย่างกระตือรือร้นสัญญาณของการอยากมีปฏิสัมพันธ์ เธอคิด
“คุณเป็เ้าของร้านหรือ คุณชื่ออะไร...” เขาถาม
“คุณเ้าของร้านคือเ้าของร้านหรือจะเรียกว่ามาสเตอร์ก็ได้ เรียกแค่นั้นก็พอแล้วล่ะ...” ชายชราแทรกตอบพลางวางเหยือกน้ำแช่เลม่อนมินต์ที่ย้ายมาจากโต๊ะข้างหน้าต่างไว้บนกระดาษรองชายหนุ่มทำเสียงจิ๊กจั๊กรำคาญใจ“...และอย่าคิดจะเซ้าซี้ให้เธอช่วยทำอะไรบนโลกคนเป็เลยนายไม่ใช่คนแรกหรอกนะที่พยายามขอร้องให้ช่วยทำอะไรแบบนั้น”
“คุณ...เอ่อ...คือการที่คุณยังเฝ้าแต่อยากจะแก้ไขเื่ราวที่คุณทิ้งไว้ข้างหลังไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลยนะคะนอกจากนั้นยังฝืนกฎธรรมชาติด้วยฉันไม่สามารถทำให้คนตายส่งผลอะไรต่อโลกของคนเป็ได้ มันจะส่งผลเสียต่อฉันเหมือนกันฉันทำได้แค่ทำอาหารที่คุณอยากกินให้นะคะ” เธออธิบายด้วยสายตาแน่วแน่
บทสนทนาจบลงแค่นั้นในห้องบรรยากาศเงียบเชียบมีเพียงเสียงมีดกระทบกับเขียงบรรเลงร่วมกับเสียงเม็ดฝนเท่านั้น
ในร้านเล็ก ๆกลิ่นแป้งถูกความร้อนฟุ้งสร้างความรู้สึกอบอุ่นน้ำตาลในแป้งเริ่มเกิดการเผาไหม้เป็สีน้ำตาลด้วยกระบวนการเดียวกับการเผาไหม้ในการทำคาราเมล ทำให้ขนมปังที่ถูกปิ้งจนเกรียมก่อนเสิร์ฟนั้นมีกลิ่นหอมหวาน
“มาสเตอร์...ชายคนนี้ชื่อหมูให้เขาทานอะไรจากร้านของคุณหน่อยเถอะ” ชายชรากล่าว
เ้าของร้านยิ้มเล็กน้อยหันไปเตรียมถาดไม้สีอ่อน ขนมปังเบเกิลแข็งย่างจนหอมเสิร์ฟวางลงตรงหน้าของชายหนุ่มเนยสดใหม่หั่นเป็ก้อนสี่เหลี่ยมลูกเต๋าวางเคียงข้างกับครีมชีสแตงกวาญี่ปุ่นแช่น้ำเย็นเนื้อแน่นจากสวนของเธอเองถูกฝานวางไว้เป็เครื่องเคียง
หมูปาดครีมชีสและเนยลงบนเบเกิลกลิ่นสมุนไพรสดชื่นทำให้เขาคลายความกังวลใจ เขาหยิบเบเกิลเข้าปาก กรอบนอกเหนียวนุ่มด้านใน เพราะแป้งขนมปังถูกต้มจนเหนียวนุ่มจากนั้นนำมาอบและเมื่อจะรับประทานจึงนำมาย่างในเตาอบให้ภายนอกเกรียมกรอบอีกครั้งรสชาติเบเกิลเข้ากับเนยและครีมชีสอย่างมากจากนั้นเขาจึงตามด้วยแตงกวาสดส่งตรงเข้าไปในปากสร้างความรู้สึกสดชื่นตัดกับความอุ่นของเบเกิล
“หืม...”อร่อยสุด ๆ ไปเลย หมูหลับตาพริ้ม รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
“อร่อย ใช่ไหมคะ” เธอถาม
ลูกค้าหนุ่มไม่ส่งเสียงใดๆได้แต่ยิ้มด้วยดวงตาวิบวับ ยกน้ำเลม่อนมินต์ขึ้นดื่ม และก้มหน้าทานต่อไป
เบเกิลหนึ่งคำ...แตงกวาหนึ่งคำ...ตามด้วยเบเกิลอีกครั้ง
หอมอุ่น...เย็นสดชื่น...จากนั้นก็หอมอุ่นอีกครั้ง
เ้าของร้านสาวมองลูกค้าทานโดยไม่วางมือสักวินาทีเดียวเธอคิดภาคภูมิใจ ก่อนจะปาดเอาครีมชีสขึ้นมาโรยด้วยโรสแมร์รี่คนจนเข้ากันแล้วปาดลงบนแตงกวาของตัวเองเสียงเคี้ยวกรุบกรับทำให้หมูที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับวงออเครสตร้าเบเกิลตรงหน้าละสายตาขึ้นมามองเ้าของร้านส่งครีมชีสผสมโรสแมร์รี่ให้เขาบ้างเขารับครีมชีสสมุนไพรมาปาดลงบนแตงกวาของตัวเองเสียงกรุบกรับเพราะฟันบดเคี้ยวแตงกวาประสานกับเสียงเคี้ยวของเ้าของร้านทั้งคู่สบตาแล้วจึงเกิดเป็เสียงหัวเราะขบขันกันและกันเมื่อพบว่าพวกเขาทั้งคู่ความถลำลึกไปในโลกของแตงกวาและครีมชีส
“ทำไมถึงเรียกว่ามาสเตอร์ล่ะครับปกติเห็นเขาเรียกแต่ผู้ชาย”
“ตอนที่คุณก้าวเข้าร้านมาคุณสนหรือเปล่าว่าฉันเป็ผู้หญิงหรือผู้ชาย..”
หมูส่ายหน้าเป็การรับสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเขามากที่สุดคือการที่มีร้านอาหารสำหรับคนตายแบบเขา กับการที่เธอเป็คนเป็นั่นต่างหาก“...ฉันเป็เ้าของร้านและเป็แม่ครัวด้วย ร้านนี้เคยเป็ของพ่อมาก่อนถ้าพ่อของฉันถูกเรียกว่ามาสเตอร์ได้จะใช้คำว่ามาสเตอร์กับฉันซึ่งมีสถานะเดียวกันในตอนนี้ก็ไม่เห็นจะเป็อะไรเลยนี่คะ”
“อื้ม...นั่นสินะผมคิดว่าการที่คุณเป็ผู้หญิงไม่ได้ทำให้คุณเป็มาสเตอร์ของร้านนี้ไม่ได้จริง ๆนั่นแหละ ใช่ไหมครับคุณตา”
ชายชราไม่ตอบ เขาก้มหัวให้กับเ้าของร้านสาว เดินกลับเข้าไปหลังร้านเมื่อไม่อยากตอบก็จะไม่ตอบ ไม่จำเป็ต้องทำอะไรที่ฝืนใจตัวเองและไม่จำเป็ต้องอธิบายเหตุผลให้ใครเข้าใจด้วยว่าทำไมนี่คือบทเรียนที่ชายชราได้เรียนรู้มาตลอดนับไม่ถ้วนปี ั้แ่ที่เขามีตัวตนขึ้นมา
“แต่สำหรับที่ที่ผมจากมาการเป็ผู้หญิงหรือผู้ชายมันสำคัญมากจริงๆ ...” หมูเริ่มต้นเล่าเื่ของตนเอง“...ผมเป็เด็กผู้ชายที่เป็ลูกของภรรยาคนที่สองของเตี่ยแม่ใหญ่หรือภรรยาคนแรกของพ่อให้กำเนิดลูกสาวและเสียชีวิตไปก่อนที่แม่ผมจะแต่งงานเข้าบ้านหลังจากแต่งงานกับพ่อ แม่คลอดผม แล้วแม่ก็จากไปเช่นกัน...”
ชายชราเดินกลับมาบริเวณฝั่งของลูกค้าเขายืนพิงเคาน์เตอร์หันหลังให้กับเ้าของร้านและหมู
“...พี่สาวผมชื่อเป็ด ตอนนี้เธอมีชีวิตอยู่น่าจะอายุ 42 แล้ว เราห่างกัน 14 ปี เธอใช้ชีวิตอยู่กับความเชื่อที่ว่าเธอมีหน้าที่ดูแลผม...วันที่ผมตาย นั่นคือวันที่พี่เป็ดคิดว่าตัวเองทำหน้าที่ล้มเหลวและชีวิตที่เหลืออยู่ไม่มีความหมายอะไรอีก...”
ทุกอย่างในร้านเงียบสงัดบรรยากาศเศร้าไหลผ่านลงมาในร้านเหมือนหมอกที่ไหลลงสู่หุบเขา
“...แน่นอน ผมเรียกเตี่ยว่าเตี่ยผมมาจากครอบครัวที่ฝ่ายพ่อเป็คนเชื้อสายจีน ลูกชายแบบผมคือหัวแก้วหัวแหวนส่วนพี่สาวของผมมีหน้าที่ทำให้ผมเติบโตมาอย่างไร้าแและมีชีวิตที่สวยงาม”เขายิ้มเยาะเล็กน้อยให้กับคำบอกเล่าของตัวเองเ้าของร้านจ้องมองลูกค้าอย่างตาไม่กะพริบ มือถือผ้าสีขาวเช็ดแก้วใสเงาวับอย่างละเอียดลออ
“มีครั้งหนึ่งพี่สาวผมเลิกเรียนมาแกนั่งทานมาม่าอยู่ในที่ประจำ ผมเองพึ่งกลับมาจากบ้านเพื่อนก็หิวมากเช่นกันจึงยกมาม่าของเธอขึ้นซด นั่นล่ะ ลิ้นพองเลยั้แ่นั้นผมก็ทานของร้อนไม่ได้...แต่สิ่งที่ฝังใจกว่าคือทุกคนดุพี่สาวผมใหญ่โตว่าไม่ระวังผมให้ดีจนทำให้ผมเจ็บตัว...ผมเคยคิดว่าครอบครัวปฏิบัติต่อพี่สาวไม่ยุติธรรมแต่พี่สาวผมเองก็ปฏิบัติต่อตนเองแบบไม่ยุติธรรมเหมือนกัน...เธอไม่เคยเลือกความสุขของตัวเองเลยสักครั้ง...และทุกคนก็ไม่เคยเลือกความสุขของเธอทุกคนที่ว่ารวมถึงตัวผมด้วย ผมแทบไม่เคยรู้สึกขอบคุณเธอตอนที่มีชีวิตอยู่จนวันที่ผมเห็นเธอนอนร้องไห้กอดรูปหน้าศพของผมผมถึงรู้ว่าที่ผ่านมาเธอรักผมมากขนาดไหน...รักจนไม่เหลือความรักไว้ให้ใคร”
เ้าของร้านและชายชราฟังอย่างตั้งใจเธอยกเหยือกน้ำเทลงไปในแก้วน้ำให้เขา จากนั้นเขาจึงเล่าต่อว่า หลังจากที่เขาตายตอนนั้นพี่สาวของเขาอายุ 30 ปี มีคนรักอยู่หนึ่งคนเมื่อต้องสูญเสียน้องชายอย่างเขาไป เธอจึงเสียใจมากจนไม่เป็ผู้เป็คน ซึ่งนั่นทำให้เื่ราวความรักของเธอต้องจบลงเพราะขนทนอยู่กับเธอในสภาพแบบนั้นไม่ได้อีกต่อไป
“ผ่านมาจนตอนนี้ก็ 12 ปีแล้ว...ผมอยากให้คุณช่วยให้พี่สาวของผมได้แต่งงาน”ชายหนุ่มผู้ล่วงลับพูดขึ้นทั้งที่ยังเคี้ยวเบเกิลอยู่เต็มปาก
เ้าของร้านสาวหุบยิ้มกระแทกกระทั้นวางแก้วในมือลงเคาน์เตอร์ตรงหน้าลืมความทะนุถนอมที่มีให้มันอยู่ก่อนหน้านี้จนหมด
“เดี๋ยวนะ...” เสียงเขียวปั๊ดดังขึ้นมาขัดกับบรรยากาศทึมเทาเมื่อสักครู่
หมูยิ้มยียวนและนั่นคือสัญญาณของความวุ่นวายใจที่ชายหนุ่มผู้มีนามว่าหมูคนนี้ได้สร้างขึ้น
....................
ั้แ่ตอนนั้นแล้วที่เธอตงิดใจว่านั่นจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่หมูจะวอแวเซ้าซี้ให้เธอแก้ไขเื่ราวก่อนตายของเขานอกจากนี้ยังไม่ให้ความร่วมมือในการค้นหา อาหารจานที่ใช่ ด้วยเขามักนั่งทานแตงกวาและครีมชีสที่ร้านแต่ไม่เคยทำให้โซ่ที่เท้าของเขาหายไปได้เลยสักครั้งแม้จะบอกปฏิเสธหลายครั้งที่จะให้ความร่วมมือแก่เขา แต่ชายหนุ่มผู้ตายมาแล้ว 12ปีคนนี้ก็ไม่เคยลดละความพยายาม
“คุณหมู คุณไม่ควรมาเจอฉันนอกร้านนะคะ”เมื่อไหร่ก็ตามที่คนจากโลกของคนตายเข้ามายุ่มย่ามในโลกของคนเป็มักจะไม่ส่งผลดีตามมาเสมอ
“ผมแค่มาแจ้งข่าวน่ะครับเชฟ...”ชายหนุ่มไม่สนใจคำเตือนของหญิงสาวเลยสักนิด “...คืนนี้เวลาเที่ยงคืนคุณจะมีผู้ช่วยคนใหม่นะครับ ยังไงก็ฝากดูแลเด็กคนนี้ด้วย ผมไปล่ะ”
หมูะโลงจากโต๊ะเดินตรงเข้าไปที่โรงนาซึ่งเป็ที่ตั้งของร้านอาหารโลกิญญาเขาเปิดประตูหลังร้านที่เ้าของร้านใช้เดินทางเข้าออกประจำและหายลับตาไป
นี่เป็ครั้งแรกในรอบ 4ปีที่มีิญญาของคนตายออกมาจากร้าน หรือจะเรียกว่าเป็ครั้งแรกั้แ่เ้าของร้านรับ่ต่อจากพ่อของเธอหรือจะเรียกอีกอย่างว่าครั้งแรกในชีวิตที่เธอเกิดมาเลยก็ได้แม้จะไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ความสงสัยในคำพูดของหมูที่บอกว่าจะมีผู้ช่วยคนใหม่เข้ามาในร้านทำให้เธอหายง่วง