ส่วนมิเนอร์วาที่มาถึงก็ได้เป็ศิษย์สายนอกระดับ 1 เลยนั้น ย่อมต้องถูกหมายตาจากศิษย์คนอื่น หากป้ายยืนยันสถานะถูกฉกชิงไป ก็มีเพียงต้องไปตามเอากลับคืนมาหรือไม่ก็หาใหม่ ป้ายสถานะจะต้องถูกยืนยันในทุกๆ 1 ปี ยื่นเื่ยืนยันสถานะช้าได้ไม่เกิน 1 เดือน ในกรณีที่ไม่สามารถหาป้ายยืนยันสถานะมายืนยันกับทางสถาบันได้ภายใน1ปี จะถูกตักเตือนก่อน 1 ครั้งพร้อมบทลงโทษ และถ้าหาก 2 ปียังไม่สามารถนำป้ายสถานะมายืนยันได้อีกก็จะถูกขับไล่ออกจากสถาบัน
"แต่สำหรับเ้านั้นค่อนข้างพิเศษออกไป 7 วันนี้เ้าน่าจะยังปลอดภัย แต่ก็อย่าได้ชะล่าใจนัก หลังนางกลับไป พวกที่จดจ้องรออยู่ย่อมต้องขย้ำเ้าอย่างไร้ปรานี"
มาร์เต้หันหน้ามามองเด็กหนุ่มใช้คางชี้ไปทางเกรเซียเพื่อบอกเป็นัยว่า ภายในเจ็ดวันนี้เป็เพราะมีหญิงสาวอยู่ตัวมันจึงปลอดภัย ป้ายยืนยันสถานะนี้เป็ดั่งดาบสองคม ในทางหนึ่งคือเครื่องยืนยันแสดงถึงอำนาจความแข็งแกร่งของผู้ถือครอง และยังเป็ตัวพิสูจน์ว่าผู้มีพลังมากพอหรือไม่ ในอีกทางหนึ่งยิ่งสถานะสูงย่อมมีจำนวนน้อย อีกทั้งย่อมตกเป็เป้าเพ่งเล็งอย่างง่ายดาย อย่าไปถามหาความเป็ธรรมจากผู้ใดเพราะภายในเขตปกครองพิเศษแห่งนี้ ความแข็งแกร่งคือความยุติธรรม ถ้าอยากรีบเรียนให้จบไวๆ ก็สามารถทำได้ แน่นอนย่อมมีวิธีลัดเช่นนั้น ภายในสถาบันแห่งนี้ การใช้ชีวิตอยู่ภายในสถาบันให้ได้ 3 ปีแล้วไปจ่ายค่าเล่าเรียนทั้งหมดรวมทั้งค่าสำเร็จพิธีการศึกษา ก็ถือเป็อันเสร็จสิ้น มาร์เต้ยังบอกอีกว่าที่ต้องทำแบบนี้นั้นมีเหตุผล
ผู้คนจำพวกที่เลือกทำแบบนี้คือคนอ่อนแอ และงานต่างๆ ที่ต้องใช้แรงงานคน ล้วนคัดเลือกเอาจากคนพวกนี้ ถึงจะไม่สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง แต่หากอาศัยแข้งคนที่แข็งแกร่งกว่ายืนอย่างน้อยพวกมันก็ยังมีข้าวให้กิน มีบ้านให้นอน ทำงานเก็บเงินทน 3 ปี ก็สามารถไปยื่นเื่สำเร็จการศึกษา หากพวกมันไม่เลือกทำแบบนี้และเลือกยืนด้วยลำแข้งตัวเอง แน่นอนถ้าไม่แข็งแกร่งอย่างเพียงพอที่จะเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง ย่อมต้องอดตายอย่างแน่นอน
แต่โชคยังดีที่ทางสถาบันปล่อยให้กู้เรียนได้แบบจำกัดจำนวนเงิน พวกมันจะให้กู้แค่ค่าอาหารสองมื้อต่อวัน เป็เวลา1เดือน และถ้าไม่ยอมชำระหนี้ตามเวลา ก็จะมีการเก็บดอกเบี้ยแบบถึงเนื้อถึงตัว คงจะมีเพียงผู้ที่มีความสุขจากการโดนทำร้ายเท่านั้น ถึงจะชอบโดนเก็บดอกเบี้ยในลักษณะนี้ พูดไปเดินไปทั้งสามคนก็มาถึงอาคารอีกแห่งหนึ่ง
"จงจดจำไว้ว่ามีเพียงตัวเ้าที่แข็งแกร่งมากพอเท่านั้น ถึงจะสามารถเอาชีวิตรอดได้ อย่าได้ไว้ใจใครนอกจากตัวเอง นี่ก็ดึกมากแล้ว หวังว่าในอนาคตที่เจอกัน เ้าจะไม่ตกต่ำลงไปมากกว่านี้"
"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากมาย ไว้เจอกันครั้งหน้าข้าจะหาทางตอบแทนท่าน"
มิเนอร์วาโค้งตัวอย่างสุภาพขอบคุณอีกฝ่าย เดินจับมือนุ่มนิ่มอุ่นละมุนของเกรเซียจากมา เมื่อมองไปโดยรอบที่นี่คือ สถานที่ส่งตัวไปยังที่พักบริเวณประตูทิศเหนือ ทั้งคู่อยู่หน้าอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่งที่ถูกใช้เป็อาคารสำหรับสถานที่พักรอ ถัดไปอีกประมาณ 50 เมตรมีประตูไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกยกปิดไว้สนิทแนบไปกับกำแพงหินของสถาบัน
เมื่อหันหัวกลับไปด้านตรงข้ามในสถานที่ห่างไกลเป็อย่างมาก จะมองเห็นหลังคาของเหล่าอาคารขนาดใหญ่หรูหรา ราวกับราชวังมากมายสูงต่ำสลับกันไป ทั้งคู่คาดว่าที่นั่นคือใจกลางของวังมรณะสาบสูญ และตอนนี้พวกตนคงอยู่ที่ประตูสักบานหนึ่งซึ่งจะนำไปสู่เขตเหนือของวังมรณะสาบสูญ ทั้งคู่เดินเข้าไปข้างในและเลือกห้องพัก หลังจากทั้งคู่อ้ำอึ้งลนลานอยู่พักหนึ่ง ก็ตกลงกันว่าเพื่อความปลอดภัยจะนอนห้องเดียวกันแต่แยกเตียง เมื่อตกลงกันได้จึงเลือกเช่าห้องเดี่ยว ขนาด 2 เตียงพร้อมห้องอาบน้ำ
ภายในห้องพัก ั้แ่เดินเข้าห้องมาทั้งคู่ต่างไม่พูดไม่จา แยกกันนั่งบนเตียงของแต่ละคนความเงียบปกคลุมเป็เวลานาน ล้วนทำให้บรรยากาศอึดอัดเป็อย่างมาก
"อันที่จริง บิดาข้าขอร้องให้มาส่งเ้า เขาบอกกับข้าว่าบางทีอาจจะมีความผิดพลาดในบางขั้นตอนเลยทำให้เ้าถูกเลือกโดยวังมรณะสาบสูญ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ในสายตาคนภายนอกล้วนมองว่าที่นี่คือสถาบันผลิตโจร"
"เ้าคิดไม่ผิด โจรชั่วตัวจริงเสียงจริง"
เป็เกรเซียที่เอ่ยปากพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบงันนี้ลง
"นั่นไงล่ะ!...ข้าว่าแล้วทั้งไร้มารยาท ข่มขู่ กักขัง ขูดรีด แถมยังมองเ้าตัวสายตาน่ารังเกียจแบบนั้นอีก"
'นี่ข้าต้องกลายเป็โจรหรือนี่? ไม่สิข้าก็คือข้า ถ้าข้าไม่เป็โจรใครจะสนข้ากัน'
เด็กหนุ่มอดบ่นอย่างท้อแท้ในใจไม่ได้ เกรเซียหันหัวมาจ้องตาสีเขียวคู่นั้น รอยยิ้มบางเผยออกมากล่าวหยอกล้อสนุกสนาน
"เ้าหวงข้าหรือยังไงเด็กน้อย? เดี๋ยวนี้มิเนอร์วาของเราโตขึ้นแล้วสิ…ถึงขั้นกล้าจับมือสตรีแล้วเสียด้วย"
"ข้าเปล่านะ ข้าเป็ห่วงท่านเฉยๆ จะอย่างไรท่านก็มาส่งข้า ข้าย่อมต้องปกป้องท่านเื่นี้สมควรแล้ว!"
เด็กหนุ่มรู้สึกประหม่า ปฏิเสธขึ้นมาอย่างกะทันหัน รู้สึกว่าอันตรายเกินไป เป้าหมายของอีกฝ่ายก็ยังไม่ชัดเจน การปักธงเชื่อใจอีกฝ่ายยังไม่สามารถทำได้เต็มร้อยนัก
"ฮิๆ ๆ ข้าหยอกเ้าเล่นน่ะ อันที่จริงบิดาเขาเป็ห่วงเ้ามาก เลยวานใช้ให้ข้ามาส่งเ้า อีกทั้งท่านยังบอกว่าไม่ต้องกังวลจะรีบยื่นเื่โยกย้ายโรงเรียนให้แก่เ้า ขอให้เ้าอดทนไปก่อน"
เด็กหนุ่มคิ้วกระตุกไม่ตอบกลับ
'เป็ห่วงข้า…เ้านั่นเนี่ยนะ…ท่านถูกไหว้วานมา?...ท่านไม่รู้ถึงแผนของพ่อตัวเอง?...และถ้าเกิดเ้านั่นไม่ได้ไหว้วาน…ท่านก็คงจะไม่มาสถานที่แบบนี้ใช่หรือไม่'
มิเนอร์วารู้สึกน้อยใจเล็กน้อย แต่การคิดเื่หยุมหยิมต่อหน้าสตรีที่รู้สึกดีด้วย ย่อมเป็เื่ที่โง่เขลา ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงไม่เก็บมาคิดให้เสียความรู้สึก ยิ้มมองอีกฝ่ายเงียบๆ อย่างมีความสุข
"เนื่องจากค่าคุ้มครองถูกเรียกในราคาที่สูงมาก บิดาข้าได้ลองต่อรองดูแล้วแต่ก็ยังสูงอยู่ดี ท่านจึงจ่ายไหวแค่ 7 วัน และท่านหวังว่า 7 วันนี้จะสามารถช่วยให้เ้าตั้งตัวได้"
"อืม…นั่นสินะ ฝากขอบคุณท่านลุงด้วย บอกท่านว่าข้าขอบคุณมากที่ช่วยเหลือ จะจดจำบุญคุณนี้ให้ขึ้นใจ ท่านไปอาบน้ำก่อนเถอะ ข้าจะออกไปซื้ออาหารข้างนอก"
"ตกลง ระวังตัวด้วยอย่าออกไปจากเขตอาคารเพียงลำพัง ที่แห่งนี้คือสถานที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวในบริเวณนี้"
"ตกลง"
มิเนอร์วาออกไปเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่มมาสี่ถึงห้าอย่าง ที่คาดว่าเกรเซียน่าจะชื่นชอบ ระหว่างทางกลับไปห้องพัก เด็กหนุ่มยังได้สอบถามข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสถานที่เบื้องนอกประตูใหญ่กับทางผู้ดูแลอาคาร เมื่อไม่ได้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์เพิ่มเติม ก็เลิกสนใจเดินกลับห้องไปพลางคิดถึงวิธีการต่างๆ เมื่อกลับมาถึงก็พบเกรเซียในชุดนอนสีขาวบริสุทธิ์กำลังนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจก ทั้งคู่ประสานสายตาหน้าแดงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ จะอย่างไรก็ตาม นี่คือครั้งแรกในชีวิตของทั้งคู่ ที่ได้นอนค้างกับเพศตรงข้าม และดูเหมือนทั้งคู่ก็พอจะััความรู้สึกบางอย่างได้ ราวกับความคิดนั้นตรงกันโลหิตจึงสูบฉีดขึ้นบนในหน้า
"นี่อาหารข้าไม่รู้ว่าท่านชอบทานอะไร เลยเลือกซื้ออาหารจำพวกที่ท่านตักทานในงานวันเกิด ข้าขอตัวไปอาบน้ำบ้าง"
มิเนอร์วาเดินใจเต้นตึกตัก รู้สึกประหม่ากังวลไม่หาย เดินหายลับไปทางห้องอาบน้ำ ภายในอ่างไม้สำหรับแช่น้ำ น้ำอุ่นที่ถูกต้มจากกองฟืนด้านล่าง ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย หมอกที่เกิดจากไอน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เด็กหนุ่มนอนหลับตาอย่างเพลิดเพลิน
"อาจารย์ข้าจะสามารถเอาชีวิตรอด ในสถานที่แห่งนี้ได้สักกี่วันกัน เ้านั่นส่งข้ามาฆ่าปิดปากชัดๆ เห็นได้ชัดว่ามันมีแผนการบางอย่าง ถึงแม้มันจะยังไม่รู้ตัวก็เถอะ เพราะถ้ามันรู้ตัว ก็คงจ้างคนน่ากลัวพวกนี้ฆ่าข้าเลยดูจะง่ายกว่าการทำอะไรซับซ้อนแบบนี้"
เด็กหนุ่มเอ่ยคุยเบาๆ กับอาจารย์ทั้งสองของตนเอง
"เ้าไม่ต้องคิดมากไปศิษย์ข้า เื่แบบนี้ัเฒ่าเชี่ยวชาญมาก จะอย่างไรเผ่าพันธุ์ั์อนธการก็ใช้ชีวิตคล้ายกับเ้าโจรพวกนี้ ต่างกันเพียงแค่มีกฎเกณฑ์เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการปกครอง"
แอสคลีเพียสไร้ซึ่งความกังวลเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เดือดเนื้อร้อนใจ
"หึ! เผ่าของข้าไม่ใช่โจร และการละเล่นของมนุษย์กลุ่มนี้ อย่าว่าแต่ในอาณาเขตปกครองของข้าเลย แม้แต่ในหมู่ลูกหลานัแรกเกิดของข้า ล้วนมองเป็เื่ตลกขบขัน ไม่สนกฎเกณฑ์? ไม่ทำร้ายจนพิการหรือถึงตาย? ความยุติธรรมคือความแข็งแกร่ง? เทียบกับการปกครองที่แท้จริงไม่ได้แม้แต่เสี้ยวเล็บ อา…เริ่มจากวันนี้ไปเ้าต้องทำตามที่ข้าบอกเราจะพัฒนาพื้นฐานเ้ากัน เมื่อมีพื้นฐานที่มั่นคงการสร้างการปกครองขึ้นมาย่อมไม่ใช่เื่ยาก"
ัชราเริ่มสั่งสอนศิษย์ด้วยความไม่รีบร้อน ั้แ่ที่เข้าไปในห้องประชุมสภาาุโ อีฟริทก็ััถึงโชคชะตาเลือนรางโดยรอบได้ทันที ทุกสิ่งที่ทุกชีวิตในที่แห่งนี้มีเหมือนกับแทบทุกคน นั่นคือความรู้สึกที่กำลังบ่งบอกว่าพวกมันมีความสัมพันธ์กับโจร แต่จะเป็สัมพันธ์แบบไหนนั้นอีฟริทที่เหลือแค่เสี้ยวดวงจิตย่อมไม่อาจรู้ได้ สำหรับเผ่าพันธุ์ั์อนธการการละเล่นเป็โจรของมนุษย์พวกนี้ล้วนเป็เื่น่าขบขัน การใช้พลังที่มีในการบงการปกครองอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดต่างหากล่ะคือการปกครองที่แท้จริง
การที่ตัวเองแข็งแกร่งแต่ไม่สามารถบงการคนหมู่มากได้ จะไปมีประโยชน์อะไรในโลกที่แก่งแย่งกันแบบนี้ มีแต่ผู้ที่เคยเผชิญด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะรู้ว่ามันเป็การปกครองแบบไหน และผู้ที่ว่านั้นก็คือมันในตอนนี้ซึ่งกำลังเริ่มสอนบทเรียนการปกครองให้กับลูกศิษย์ที่มีเพียงคนเดียว หลังจากอาบน้ำเสร็จมิเนอร์วาที่อยู่ในชุดพร้อมนอนก็โดดขึ้นเตียงทันที
"ข้าก็เป็ห่วงกลัวว่าเ้าจะไม่มีวัตถุเก็บสิ่งของ เลยซื้อแหวนเก็บสิ่งของนี้มาให้ แต่ดูจากที่เ้ามีเสื้อผ้าไว้คอยสับเปลี่ยน คงเป็ข้าที่คิดมากไปเอง"
เกรเซียหยิบแหวนสีเงินวงหนึ่งขึ้นมาถือกล่าวอย่างเสียดาย
"อ้อของสิ่งนั้นข้าซื้อมาจากพ่อค้าคนหนึ่งที่สถาบันหลวงก่อนไปเข้าสอบ แต่ไม่เป็ไรมีสองชิ้นย่อมดีกว่าอยู่แล้ว"
มิเนอร์วาก็พึ่งรู้ว่าโลกใบนี้มีสิ่งที่เรียกว่าวัตถุเก็บสิ่งของ เลยหาข้ออ้างแก้เก้อไปว่าตนนั้นมีอยู่แล้ว แต่การจะให้ปฏิเสธความห่วงใยของหญิงสาว นั่นก็ไม่ถือว่าเป็เื่ดีจึงรับของมาด้วยความเต็มใจ และภายในคืนนั้นดูเหมือนจะเป็การเข้านอนที่ค่อนข้างจะไม่ได้นอน ในคืนแรกทั้งคู่ต่างตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แต่เมื่อความง่วงงันเข้าปกคลุม ทั้งสองก็เผลอตัวหลับไป วันเวลาเลื่อนผ่าน ภายใน 7 วันนั้นทั้งคู่ต่างพากันออกไปเดินเล่น เที่ยวชมไปยังสถานที่ต่างๆ ซื้อของใช้ที่จำเป็ ไม่ว่าจะเสื้อผ้า อาหาร ยา อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ
ในหลายๆ ครั้งก็พบเจอกับเหล่าผู้วิเศษที่เป็โจรชั่ว ซึ่งหมายจะเข้ามาทำอันตราย แต่เมื่อเกรเซียหยิบป้ายคุ้มครองออกมาแสดง พวกมันก็ได้แต่สบถก่นด่าและถอยจากไปอย่างไม่พอใจ กับกลุ่มมนุษย์ปกติธรรมดาทั้งคู่ย่อมมีความสามารถในการป้องกันตัวที่ดีในระดับหนึ่ง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูแล้วก็เพิ่มพูนพัฒนาขึ้นมาก ความห่างเหินเขินอายละลายหายไปนานแล้ว การเดินจับมือกันเวลาไปไหนต่อไหนล้วนถือเป็เื่ปกติ แม้จะนอนแยกเตียงกันแต่มิเนอร์วาก็ไม่เคยคิดเอาเปรียบสตรีร่วมห้อง
และแน่นอน่นี้มิเนอร์วาไม่ได้ฝึกฝน เตรียมตัวในเื่ของการพัฒนายกระดับพื้นฐานไม้ หรือพื้นฐานมืดเลย เนื่องจากไม่อยากให้เกรเซียรู้เื่ของตัวเองมากนัก จะอย่างไรเด็กหนุ่มก็ยังคงไม่ลืมว่าดีมัวร์คือหนึ่งในรายชื่อบนบัญชีแค้น และภายในตอนเช้าของวันที่ 8 เบื้องหน้าอาคารที่พักในตอนนี้มีนกอินทรีเกล็ดศิลาตัวหนึ่งยืนอยู่ ทางเื้ั ปรากฏบุคคลที่คาดว่าน่าจะเป็ผู้นำทางกลับสถาบันหลวงของหญิงสาว มันกำลังยืนมองดู คู่หนุ่มสาวหน้าตาดีเอ่ยร่ำลากัน อย่างไม่รีบร้อน
"ข้าต้องไปแล้ว ดูแลตัวเองด้วย ไว้มีเวลาจะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ"
"ข้าจะถือว่าแหวนวงนี้ คือของแทนใจจากเ้า ดูแลตัวเองด้วย ไม่ต้องกังวลเื่ของข้า ท่านไปเถอะ"
ถึงแม้ทั้งสองคน จะไม่เคยบอกความในใจของตัวเองออกมาให้อีกฝ่ายได้รับรู้ แต่หลังจากใช้เวลาร่วมกันมาหลายวันระยะห่างและความเขินอายที่มีในตอนแรก ได้จางหายไปนานแล้วทำให้เด็กหนุ่มพูดหยอกได้อย่างสนิทสนมเป็กันเอง
"หนุ่มน้อยของเรารู้จักสิ่งของแทนใจซะด้วย แก่แดดขนาดนี้คงไม่มีอะไรให้ข้าต้องห่วงแล้ว หวังว่าบิดาข้าจะรีบดำเนินการเื่ของเ้า ข้าต้องไปแล้ว ไว้มีเวลาก่อนที่ข้าจะมาหาเ้าจะส่งข้อความมาแจ้งก่อนล่วงหน้า รักษาตัวด้วย"
เกรเซียหน้าแดงเขินอายเล็กน้อย ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะยกเอาเื่ที่ตนมอบแหวนวงนั้นมาพูดเองเออเองว่าเป็ของแทนใจ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏชัดบนใบหน้าสวยงามของหญิงสาว ร่ำลากันอีกสองสามประโยค บนหลังอินทรีเกล็ดศิลาที่ตอนนี้ถูกนั่งไว้ด้วยเกรเซีย และบุคคลซึ่งคาดว่าวังมรณะสาบสูญส่งมารับตัว ก็จากไปไกลภายใต้การขยับปีกไม่กี่ครั้งของนกั์ ภาพสิ่งมีชีวิตบินได้ตัวโตก็หายไปจากสายตา ถูกมวลเมฆาซ่อนเร้นอำพรางหายไป
มิเนอร์วาที่ยืนจ้องมองอยู่ก็หันหัวกลับไปมองที่ประตูขนาดใหญ่บานนั้น เดินตรงไปทางยามเฝ้าประตูทำเื่ขอออกจากพื้นที่หลักมุ่งหน้าสู่เขตเหนือของสถาบัน หลังจากเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่กับเกรเซียเด็กหนุ่มก็ได้รู้จากแผนที่รอบบริเวณที่ซื้อมา ว่าพื้นที่กว้างใหญ่ของวังมรณะสาบสูญนั้น ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเขตเมืองชั้นนอกซึ่งเป็เขตปกครองพิเศษของกรุงฮัลเฟนด์ และสถานที่ปัจจุบันที่ตนอยู่ในตอนนี้คือประตูที่จะส่งศิษย์ไปทางเขตที่อยู่อาศัยฟากตะวันตก ซึ่งตั้งอยู่ที่พื้นที่หลักด้านเหนือของวังมรณะสาบสูญ
เมื่อทุกสิ่งถูกยืนยันตัวตนอีกครั้งเรียบร้อยประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกปล่อยลงมา สายโซ่ที่คอยดึงรั้งร่วงลงอย่างรุนแรง มิเนอร์วาไม่ได้ขลาดกลัวอะไร สาวเท้าเดินจากไปทันที
"การผจญภัยที่แท้จริงกำลังจะเริ่มสินะ"
เด็กหนุ่มอมยิ้มพูดคุยกับตัวเองแล้วเดินหายลับตาไป ประตูไม้ที่พึ่งถูกปล่อยลงไปถูกเก็บกลับขึ้นมาปิดตัวลงสนิทเรียบไปกับกำแพงศิลาอีกครั้ง
เื้ับานประตูไม้หลังกำแพงหิน รอบวังมรณะสาบสูญทุกทิศทางจะถูกปกคลุมด้วยป่าไม้สูงทึบเป็ระยะทางไกล ทำให้เป็สถานที่ซึ่งเหมาะสำหรับการดักปล้นชิงทรัพย์ เหล่าศิษย์ทุกคนที่เดินผ่านเข้าออกล้วนต้องระวังตัว พ้นจากเขตป่าไปถึงจะเป็เขตที่อยู่อาศัย ที่นั่นมีทุกสิ่งที่จำเป็ มีปัจจัยพื้นฐานสำหรับการดำรงชีพของมนุษย์ มีทั้งโรงเรียนที่แทบจะไร้นักเรียนและอาจารย์ แน่นอนถ้าอยากเรียนหนังสือสามารถมาจ้างให้สอนได้ แต่เนื่องจากการเอาชีวิตรอดในแต่ละวันก็ลำบากมากพออยู่แล้ว จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าไหร่
เหล่าแพทย์ก็เป็ดั่งผู้รักษา ที่เรียกร้องค่ารักษาแพงบรรลัย เต็มไปด้วยทหารประจำเมืองผู้รักษาความสงบ ที่ไม่เคยทำหน้าที่ตรวจตรารักษาความปลอดภัย นอกเสียจากจะมีเหตุฆ่ากันตาย หรือทำร้ายกันจนพิการาเ็สาหัส พวกมันถึงจะเริ่มทำงานอย่างจริงจัง การรับสินบนคือสิ่งถนัดและมีอยู่ทั่วทุกที่ ที่พักและร้านค้าที่ขายของเกินราคาจริงไปมาก
อีกทั้งร้านเหล้า หรือแม้แต่สถานที่เริงรมย์สำหรับทุกผู้คน ก็มีอยู่ทั่วไปเต็มไปหมด แผนของเด็กหนุ่มในตอนนี้ คือรีบออกไปจากป่าให้ไวที่สุดอาศัยขณะที่เวลานี้ยังเป็ตอนเช้า วิ่งฝ่าออกไปในรอบเดียว ลางสังหรณ์ร้องเตือนกับตัวเอง ว่าภายในป่ามีอันตรายอย่างแน่นอน เป็ความรู้สึกเสียววาบที่ไม่อยากเจอ
"อาจารย์ข้าต้องรีบหาตัวเองให้เจอก่อนใช่หรือไม่ พวกเราถึงจะสามารถดำเนินการตามแผนขั้นต่อไปได้"
มิเนอร์วาถามราชันย์ัซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันในข้อเท็จจริงนี้
"ไม่ต้องกลัวฝ่าไปเลย ข้าััได้จึงจิตมุ่งร้ายของอีกฝ่าย ที่ไม่มีเลยสักนิด หรือต่อให้เ้านั่นลงมือมันก็ทำอะไรเ้าไม่ได้ มันวิ่งตามเ้าไม่ทันหรอก"
มิเนอร์วาพยักหน้าเบาๆ ก้าวขาได้ก็สับเต็มที่วิ่งฝ่าไปในทันที เสียงสวบๆ ของฝีเท้าที่เหยียบใบไม้แห้งสะท้อนไปทั่วป่า ตามแผนเดิมเด็กหนุ่มต้องรีบหาพื้นฐานที่แท้จริงให้เจอก่อนว่าที่แท้แล้วขณะตัวเองทำลายพันธนาการแห่งชีวิตลงในครั้งแรก เส้นทางที่ตอบรับในคราแรกนั้นคือเส้นทางใดกันแน่ เพราะเป็ที่แน่ชัดแล้ว ว่าตัวเองไม่ได้มีเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับพื้นฐานใดพื้นฐานหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับรู้ถึงเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับพื้นฐานทั้งสองที่ผสมกัน หรือไม่ก็อาจมีความสามารถในการเรียนรู้พื้นฐานจากทุกธาตุ สิ่งใดก็เป็ไปได้เสมอ