เจ้าพระยาอรรถสิทธิ์ฤทธิไกร โผล่หน้าออกมาใกล้ ๆกับขจร แล้วบอกว่า
“ มันไม่ใช่ทายาทของกู มันไม่ใช่” แล้วก็หายวับไป
“ ผมอยากรู้ ใครเป็นคนทำของใส่ท่านหญิงสิริปทุมวดี” ขจรเอ่ยแล้วมองไปรอบๆ ก็พบกับ ท่านเจ้าพระยานั่งอยู่บนโต๊ะ จ้องหน้าขจรเขม็ง
“ เอ็งเป็นใครกัน ทำไมถึงมองเห็นข้าได้”
“ ผมชื่อ ขจร เป็นหมอรักษาท่านหญิง”
“ หมอผีนี่เอง”
ขจรจะปฏิเสธแต่ก็ไม่อยากเสียเวลา จึงยิงคำถามย้ำไปอีกที
“ต้องลงท่านเจ้าพระยาทราบหรือไม่ใครเป็นคนคิดร้ายต่อท่านหญิง?”
“ เอ็งดูเอาเองก็แล้วกัน” ท่านเจ้าพระยายกไม้เท้า วางบนหัวขจร พลันปรากฏภาพหญิงสาวหน้าตาสวย คนหนึ่งอยู่ในห้องครัว ได้นำ แผ่นหนังควายเล็กๆ ใส่อาหารชามหนึ่ง แล้วยกออกมา เสริฟ์ให้คนบนโต๊ะอาหาร มีท่านหญิงนั่งตรงกลาง มีท่านชายกลางนั่งด้านขวา และมีแพรไหมนั่งชิดกัน พอหญิงสาวเดินมาแล้วจะเป็นคนเสริฟ์เอง แต่ว่า มีหัวหน้าแม่บ้าน มาแย่งเอาไปเสริฟ์ให้แทน แล้วอาหารชามนั้นก็ถูกวางไว้ตำแหน่งของท่านหญิงสิริปทุมวดี
หญิงสาวเห็นแล้วอดตกใจไม่ได้ จะไปห้ามก็ไม่กล้า เพราะเจตนาของเธอคือ ทำของใส่ แพรไหม ไม่ใช่ ท่านหญิงรัตนาวดี
ขจรมองหน้าท่านเจ้าพระยาที่ทำหน้าโกรธขึ้ง อยู่ตลอด
“ แม่ครัวคนนี้เป็นใคร?”
“ มันเป็นเมียบ่าวของชายกลาง” ท่านเจ้าพระยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
ที่แท้เรื่องชิงรักหักสวาท กันนี่เอง แล้วท่านหญิงก็เลยพลอยมารับเคราะห์กรรมไปด้วย
“ เฮ้อ ท่านเจ้าพระยาอยากให้ผมช่วยเรื่องนี้อย่างไรดี ไล่เมียบ่าวคนนี้ออกไปเลยไหม?”
“ เรื่องน่าละอายเช่นนี้ ข้าไม่อยากยุ่ง ข้าคอยปกป้องพวกมันจากคนภายนอก แต่ว่าพวกมันดันกัดกันเอง แถมยังดึงคนภายนอกมาทำร้ายคนในบ้านเดียวกันเองอีก ข้าไม่อยากจะอยู่ปกป้องพวกมันอีกแล้ว ทุกวันนี้ข้ารอเวลา ที่จะได้ไปเกิดพร้อมกับท่านหญิงเท่านั้น ข้าไม่อยากไปเกิดเพียงลำพัง”
โอ้ รักแท้รอเกิดใหม่พร้อมกันนี่เอง ช่างรักมั่นคงเสียเหลือเกิน ขจรส่ายหัว
“ งั้นผมต้องขอคุยเรื่องนี้กับท่านหญิงก่อน ให้ผมบอกไหมว่าท่านเจ้าพระยาตอนนี้รอท่านหญิงไปเกิดใหม่อยู่”
“ อย่า ไม่ต้องพูด ข้าไม่อยากให้เธอต้องลำบากใจ”
“ แล้วเรื่องชายกลางไม่ใช่ ทายาทของท่านหมายความว่าอย่างไร”
“ สายเลือดไพร่ มันก็ยังคงเป็นสายเลือดไพร่อยู่วันยังค่ำ ทำยังไงได้สายเลือดของข้ามันถูกสาปตายไปหมดแล้วนี่ คงต้องปลงปล่อยให้มันล้างผลาญไปเช่นนี้”
ท่านเจ้าพระยาเอ่ยแบบปลงๆ ไม่คิดว่ามีใครจะช่วยเรื่องนี้ได้ ขจรเห็นว่าไม่ได้ขอร้องอะไรเขา เลยเดินออกไปเปิดประตู ห้อง เชิญชายกลางกับ ท่านหญิงสิริปทุมวดีเข้ามาคุยกันเพียงสองคน
“ คุณชายกลางมีภรรยาอยู่แล้ว แต่ไม่ได้บอกกับคุณแพรไหมใช่ไหมครับ”
ชายกลางถึงกับตาโต แล้วแสดงท่าไม่พอใจขจรอย่างยิ่ง
“ นี่มันเรื่องส่วนตัวของผม คุณเกี่ยวอะไรด้วย”
ท่านหญิงสิริปทุมวดี กลับขมวดคิ้วแสดงสีหน้าแปลกใจ ถามว่า
“ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ คนที่ทำเรื่องอุบาทว์อับปรีย์ใส่ฉันด้วย”
“ อะไรนะ ใครกันมันทำเรื่องชั่ว กับ เสด็จย่าได้”
ขจรไม่ทันได้ตอบอะไร ก็หันหน้าไปมองคุณชายกลาง
“ หรือว่า เป็นแม่นวล นี่มันกล้าทำอย่างนี้กับฉันเชียวเหรอ?”
“ ใจเย็นๆ ก่อนครับ คุณนวลอะไรเนี่ย ไม่ได้คิดร้ายกับ ท่านหญิง แต่ คิดร้ายกับ คุณแพรไหมมากกว่า”
“ เป็นไปไม่ได้ นวลออกจากใสซื่ออย่างนั้น จะไปคิดร้ายกับใครได้ แต่ว่า นวลทำอะไรหรือครับ” ชายกลางเริ่มสงสัย
“ มันเอาหนังควายเสกมาให้ฉันกิน หากไม่ได้หมอขจรช่วย ป่านนี้ฉันพุงแตกตายไปแล้ว”
“ หา !! มีเรื่องเช่นนี้ด้วย?”
“ เด็ก ไปตามตัวนังนวลมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย” ท่านหญิงสั่งการออกไป ไม่นาน นวลก็คลานเข่าเข้ามา พอเข้ามาถึง ก็ถูก ท่านหญิงตบหน้าคว่ำไปกับพื้นทันที
“ แกกล้าดียังไง ถึงกล้าเอาของสกปรกเช่นนี้มาให้ฉันกิน”
นวลถูกตบไปก็ตัวสั่น ยิ่งพอรู้ว่า ท่านหญิงรู้แล้ว ก็ตัวสั่นก้มลงกรามแทบเท้า ท่านหญิงสะอื้นไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร
“ หนูไม่ได้คิดจะให้ท่านหญิงกิน หนูแค่อยากให้นังแพศยานั่นกินเท่านั้น”
ท่านหญิงถีบหน้านวลกลิ้งไปกับพื้น
“ แกเก็บเสื้อผ้าออกไปจากวังสัตตบงกช ต่อไปห้ามมาเหยียบที่นี่อีก”
“ ท่านหญิง ได้โปรดเถอะเจ้าค่ะ อย่าไล่หนูออกเลย ท่านชายช่วยหนูด้วย ไหนบอกว่า จะให้หนูเป็นภรรยาเอกไงเจ้าคะ”
“ นี่ ชายกลางได้มันเป็นเมียแล้วเหรอ?"
“ เปล่านะเสด็จย่า นังนี่มันตอแหล ชายกลางไม่เคยทำอะไรมันเลย มันคิดเองเออเอง” ชายกลางปฏิเสธเสียงหลง
“ ฮือ ฮือ ฮือ ท่านชาย แล้วนี่อะไร” นวลหยิบมือถือเปิดออกให้ทุกคนดู พบว่าชายกลางกำลังมีเพศสัมพันธ์กับนวล โดยท่านชายเองเป็นคนถ่ายคลิปเก็บไว้เองด้วย
“ เสด็จย่า อย่าไปเชื่อมัน มันยั่วยวน วางยาเสน่ห์ใส่หลาน”
ท่านหญิงถึงกับกุมขมับ เครียดไปในทันที ท่านชายกลางถึงกับ เดินเข้าไปหมายจะเตะใส่นวลด้วยความโมโห ขจรต้องลุกเข้ามาขวางหน้าเอาไว้
“ ผมว่าคุยกันดีๆ ก็ได้นะครับ”
ขจรมองไปที่นวล เห็นเงาวิญญาณเด็กน้อย ยืนจ้องหน้า ชายกลางด้วยสายตาโกรธแค้นยิ่ง
“ มึงอยู่อะไรด้วยวะ นึ่มันเรื่องในครอบครัวกูนะเว้ย”
“ หยุดนะ ชายกลาง ห้ามเสียมารยาทกับ หมอขจร” ท่านหญิงสิริปทุมวดีตวาดเสียงดัง ทำให้ชายกลางถึงกับ มองหน้าขจรอย่างไม่พอใจ
“ ท่านหญิงครับ ตอนนี้นวลกำลังตั้งท้องอยู่ ผมว่าค่อยๆ คุยกันดีกว่าครับ”
“ ฮ้า นี่แกตั้งท้องกับชายกลางอย่างนั้นรึ?”
นวลเองก็ยังไม่แน่ใจเรื่องนี้เท่าไรนัก เลยอึกอักไม่กล้าตอบ
“ พาไปตรวจที่โรงพยาบาลดีกว่า เพื่อความแน่ใจครับ” ขจรแนะนำ
“ ได้ หากว่าเป็นจริงฉันจะให้เธออยู่ที่นี่ต่อไป พามันไปหาหมอ แล้วรีบเอาผลมาให้ฉันดู” ท่านหญิงสั่งนางกำนัลคนสนิท แล้วพานวลออกไปในทันที
“ เสด็จย่า หลานผิดไปแล้ว นังนวลมันต้องผสมยาเสน่ห์ให้หลานกินแน่ๆเลย”
“ ออกไปก่อนไป ฉันอยากอยู่กับ หมอขจรสองต่อสอง”
ท่านหญิงสิริปทุมวดีเอ่ยอย่างเหน็ดเหนื่อน ขจรต้องเข้ามาประคองแล้วถ่ายทอดลมปราณเข้าไปในร่าง เพื่อให้เลือดลมกลับมาเดินตามปกติ ไม่ให้เครียดจนเกินไป
“ ขอบใจหมอมาก หากไม่ได้หมอฉันคงแย่แน่ๆ ว่าแต่หมอรู้ได้อย่างไร ว่านังนวลเป็นคนทำ”
“ ผีบ้านผีเรือนเป็นคนบอกครับ”
“ อะไรนะ หากเป็นคนอื่นพูดนี่ ฉันไล่ตะเพิดออกไปจากวังนี้แล้ว แต่เป็นหมอพูดฉันเชื่อสนิทใจ ผีบ้านผีเรือนหน้าตาเป็นยังไง ทำไมฉันไม่เคยเห็นเลย”
“ ผมเชื่อว่า สักวันหนึ่งท่านหญิงต้องได้เห็นท่านแน่ ตอนนี้ท่านทำได้แค่เพียงปกป้องคุ้มครองคนในบ้านให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข แต่ก็มีบางครั้งท่านก็ไม่อาจช่วยได้เหมือนกัน”
“ แล้วนี่ฉันควรทำอย่างไรต่อไปดี ตอนนี้ตระกูลอรรถสิทธิฤทธิไกล เหลือทายาทแค่ ชายกลางเพียงคนเดียว หญิงใหญ่กับหญิงเล็กก็แต่งงานไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว หากนังนวลให้กำเนิดทายาทจริงๆ ฉันก็จะรับเลี้ยงมันเอาไว้ ตอนนี้ห่วงแต่ชายกลาง ตอนนี้เป็นพ่อคนแล้ว ยังทำตัวเป็นเพลย์บอยไปวันๆ งานการไม่ยอมทำ เฮ้อ...”
ขจรได้แต่ยิ้มให้กำลังใจ นี่มันเป็นเรื่องภายในครอบครัว เขาไม่กล้าไปยุ่งจริงๆ
“ พักผ่อนให้มากๆ ตอนนี้ร่างกายเพิ่งจะปรับสภาพมาใหม่ๆ หากมีเรื่องให้กังวล มันจะไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ”
“ ฉันละอิจฉา ท่านหญิงรัตนาวดีจริงๆ ที่ได้ลูกหลานอย่างเธอ ทั้งทำธุรกิจก็ได้ดี ยังเป็นหมอที่เก่ง ไม่ประพฤตินอกลู่นอกทาง”
“ ท่านหญิงพักผ่อนดีกว่าครับ หากมีเรื่องอะไรก็โทรหาผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ” ขจรขอตัวกลับ แต่พอเดินลงมาจากตำหนักใหญ่ พอจะขึ้นรถ ก็เห็นแพรไหมเดินเข้ามาหา ด้วยสีหน้าไม่ค่อยดี
“ ขอกลับด้วยนะคะ”
“ หืม?”
“ ฉันบอกเลิกกับคุณชายกลางแล้วค่ะ”
“ ทำไมล่ะ?”
“ เขาหลอกฉัน เขามีภรรยาอยู่แล้วกำลังท้องด้วย”
ขจรอึ้งไป ขณะจะขับรถออกไป ชายกลางก็กระโดดมาขวางหน้าเอาไว้
“ แพรไหม นี่คุณจะเลิกกับผมแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย?”
“ หลีกไปซะ เราไม่เหมาะกันหรอก”
“ ได้ คุณตัดสินใจเองนะ มีคนรอคิวที่จะขึ้นมาแทนที่คุณมากมายแต่ผมไม่สนใจ ไปเลย แล้วอย่าโทรมาง้อก็แล้วกัน”
ชายกลางพูดด้วยความมั่นใจเสียเหลือเกิน แต่ยังไม่หลบ ยังคงขวางรถของขจรอยู่อย่างนั้น
“ จบกันแล้วก็หลีกทางด้วยครับ” ขจรยังเอ่ยอย่างสุภาพ
“ แกก็เหมือนกัน ที่หลังไม่ต้องมาเหยียบวังของฉันอีก จำเอาไว้”
ชายกลางเอ่ยจบสะบัดก้นเข้าไปในตำหนักทันที
“ คุณคบกับเขาไปได้อย่างไรกันนี่” ขจรบึ่งรถสปอร์ตของเขาออกไปทันที
“ ฉันแค่กินข้าวกับเขาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น พี่ซินดี้บอกว่าให้ลองคบไฮโซบ้าง เผื่อว่างานตอนนี้จะดีขึ้น”
“ คบเพื่อผลประโยขน์?”
“ อืม.. เป็นดาราใช่ว่าจะมีงานตลอดเสียเมื่อไร พ่อแม่พี่น้องต่างอยู่อย่างสุขสบาย พวกเขาไม่เข้าใจฉันหรอก บางครั้งฉันต้องยอมไปกินข้าวกับ พวกเจ้าของสินค้า แบรนด์ดังๆ เพื่อให้เขาได้ใกล้ชิด จับมือถือแขน บางครั้งต้องแต่งกายเพื่ออวดสรีระของตัวเองลงไอจี เพื่อเรียกยอดไลค์ ยอดติดตาม น่าสมเพช ใช่ไหม ชีวิตดาราอย่างฉัน” แพรไหมเล่า เรื่องนี้ออกมาอย่างไม่อาย แล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา ขจรเองก็ไม่คิดว่า แพรไหมจะมีอารมณ์แบบนี้ด้วย
ขจรปล่อยให้เธอสะอื้นไห้แบบนั้นสักพัก จึงถามเธอว่า
“ จะให้ผมไปส่งที่ไหนครับ”
“ ไปไหนก็ได้ ฉันยังไม่อยากกลับบ้าน”
“ เอ่อ คือว่า..”
“ พอคุณรู้ว่าฉันเป็นอย่างนี้ เลยรังเกียจฉันใช่ไหม จอดลงตรงข้างหน้านี่เลยก็ได้
ฉันไม่รบกวนคุณแล้ว”
“ คือว่า ผมไม่ได้รังเกียจแต่ผมต้องไปเรียนหนังสือ”
“ นี่มันบ่ายแล้ว ที่ไหนเขาเปิดสอนกัน”
ขจรมองเวลาได้ประมาณบ่ายสองโมง กว่าจะถึงมหาลัย ก็คงไม่ได้เรียนอะไรจริงๆ
“ คุณอยากไปไหนล่ะ”
“ ไม่รู้ แล้วแต่คุณก็แล้วกัน”
ขจรไม่รู้จะไปไหนดี เลยขับรถไปที่ค่ายมวยสยามยุทธ์
“ ที่นี่แหละ ที่นี่มีชุดซ้อมให้เลือกด้วย คุณไปเปลี่ยนชุด แล้วมาซ้อมชกมวยกับผมดีกว่า”
“ ว้าว ที่นี่ทันสมัยกว่าที่เก่าเยอะเลย ดีเหมือนกัน รอฉันไปเลือกชุดซ้อมก่อนนะ”
มาดามเกรซ เห็นขจรพาสาวสวยเข้ามา ก็รีบออกมาหาทันที
“ พาสาวที่ไหนมา แฟนเหรอ?”
“ เปล่าครับ คุณแพรไหม ดาราดังไงครับ พอดีเจอกันระหว่างทาง เลยชวนมาซ้อมมวยครับ”
“ อืม เธอมาก็ดี ว่าจะโทรไปบอกอยู่พอดี ทางสนามมวยราชดำริ เขาอยากให้เธอชกข้ามรุ่นไปชกรุ่นฟลายเวท เธอสนใจไหม เพิ่มน้ำหนักอีก 3 ปอนด์เท่านั้น”
“ ก็ได้ครับ ตอนนี้ไม่ได้ขึ้นชกที่ไหนรู้สึก อึดอัดเหมือนกัน”
“ ทางสมาคมมวยกว่าจะเรียกตัวเข้าค่ายฝึก ก็อีกสองเดือน ถ้าเป็นคนอื่นๆ ก็จะทำได้แค่ซ้อมไม่กล้าขึ้นชก กลัวบาดเจ็บ ”
“ นั่นไม่ใช่ผมแน่นอน”
“ ได้ ฉันจะติดต่อให้เดี๋ยวนี้เลย”
มาดามเข้าไปในห้องทำงานแล้วเริ่มติดต่อทันที
ครูทิมแม้ตอนนี้มีเงินแล้ว แต่ก็ยังคงมาเป็นครูสอนมวยที่นี่อยู่ไม่ไปไหน
“ ไง ไม่ได้มาซ้อมนานเลย แล้วพาสาวที่ไหนมา หน้าตาคุ้นๆ”
“ ก็คุณแพรไหมดาราไง”
“ อ๋อ จำได้แล้ว นี่กลายเป็นแฟนกันแล้วเหรอ”
“ เปล่า แค่เพื่อนกันเท่านั้น”
แล้วแพรไหมก็วิ่งออกมา พร้อมกันชุดนักมวยไทยเสื้อกล้ามดูน่ารักจริงๆ
ขจรถถอดเสื้อออก โชว์มัดกล้ามที่หนากว่าแต่ก่อน แต่ยังใส่กางเกงยีนส์ แล้วใส่นวมล่อเป้า
“ มาเลยครับ ต่อยเข้ามาเลย ไม่ต้องยั้งนะครับ”
แพรไหมต่อยใส่ขจร เสียงดัง เป๊าะ แป๊ะ ๆ จนเหนือยหอบ แต่โดนขจรกระตุ้นให้เตะต่ออีก ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แพรไหมนั่งกับพื้นเหงื่อท่วมกาย อาการเครียดหายไป มีแต่อาการหอบเหนื่อยขึ้นมาแทนที่
ขจรสอนท่าโยคะ เพื่อให้หายจากอาการปวดเมื่อย ไปสองสามท่า ทำให้แพรไหมถึงกับสดชื่นขึ้นทันที
“ ไม่น่าเชื่อ ว่าทำแค่นี้จะหายเหนื่อย หายเพลียได้”
“ ความจริง ถ้าเราท่องมนตร์กำกับไปด้วย จะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้น และหายเหนื่อยเร็วกว่านี้อีก คราวหน้าผมจะค่อย สอนให้ ตอนนี้ฝึกท่าพื้นฐานแบบนี้ไปก่อน”
“ หิวแล้ว พาไปหาของกินหน่อยซิ”
“ ไม่มีปัญหา ไปร้านประจำของผมเลย”
ขจรพามานั่งกินข้าวที่ร้านไก่ย่างอบน้ำผึ้ง มีหมูสะเต๊ะรสเด็ด หน้าสนามมวยเดอะแชมเปี้ยน ที่บัดนี้ได้ถูกรื้อออกไปแล้ว แต่ร้านไก่ย่างยังคงขายอยู่
ทั้งสองคนสั่งไก่มาสองตัว หมูสะเต๊ะอีก 100 ไม้ ทั้งสองแข่งกันกินกันอย่างสนุกสนาน ใช้ถุงมือฉีกไก่กินเข้าปาก อย่างไม่ต้องอายใคร แพรไหมมีรอยยิ้มที่สดใสปราศจากเครื่องสำอาง เธอใส่เพียงเสื้อยืดสีขากางเกงยีนส์ธรรมดา ก็น่ารักโดยไม่ต้องแต่งหน้า แต่ทันใดนั้นเองประสาทสัมผัสของขจรกลับได้ยินเสียงหัวใจดังขึ้นมาที่ท้องของ แพรไหม?
แพรไหมท้อง? บางทีเขาไม่ต้องรู้เรื่องสักเรื่องบางก็คงจะดี แล้วก็เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ ขจรไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา
“ ขอบใจนะ ฉันไม่เคยยิ้ม และ กิน อย่างมีความสุขอย่างนี้มาก่อน ไม่ต้องกลัวว่าภาพพจน์ดาราจะเสียหาย ไม่ต้องกลัวอ้วน ไม่มีใครมาขอถ่ายรูป ฉันอยากมีชีวิตอย่างนี้ตลอดไป”
“ เอาไว้ มาซ้อมมวยคราวหน้า ผมจะพามากินอีกก็ได้”
“ จริงๆ นะ”
“ อืม”
คืนนั้นขจรก็ไปส่ง แพรไหมที่คอนโดของเธอ จากนั้นก็กลับไปตำหนักริมน้ำของเขา
คืนนั้น เขาฝันประหลาด เห็นแพรไหมในชุดนอน มีแต่เลือดเต็มหน้า โบกมือลาเขาอย่างเศร้าสร้อย จนขจรต้องตกใจตื่น มีความรู้สึกแปลก ๆ หัวใจเต้นแรงผิดปกติ
“ แค่ฝัน คงไม่มีอะไรหรอกนะ”
ในตอนเช้า ข่าวทุกสำนัก รายงานว่า พบศพของแพรไหม ดาราสาวชื่อดัง ตกตึกลงมาจากชั้น 14 ภายในห้องของดาราสาวพบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง เมายาอยู่พูดจาไม่รู้เรื่อง ถามได้ความว่า เขาชื่อ นายเกียรติกำจร อรรถสิทธิ์ฤทธิไกร เป็นทายาทหมื่นล้านแห่งวังสัตตบงกช
ขจรฟังข่าวแล้วก็กำหมัดแน่น ไม่คิดเลยว่า แพรไหมจะต้องมาตายอย่างน่าสงสารเช่นนี้......