เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 60

    ตอนนี้ยอดเงินในบัญชีของผมอยู่ที่ 2,051,550 บาท … ถือว่าเยอะอยู่พอสมควร


    เมื่อเห็นจำนวนเงินแล้ว ผมก็ตัดสินใจกดใช้สกิล ฟื้นฟูร่างกาย โดยไม่ลังเล


    [–500,000 บาท]


    [ยอดคงเหลือ : 1,551,550 บาท]


    ทันใดนั้น จอโปร่งแสงก็เปล่งประกายสว่างวาบ ราวกับตอบรับการตัดสินใจของผม


    แสงสีเขียวอ่อน ๆ ค่อย ๆ ลอยโอบรอบตัว ความอุ่นซึมซาบเข้าสู่ร่างกายจนรู้สึกสดชื่นเหมือนกับได้เกิดใหม่อีกครั้ง ผิวพรรณใสสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่เคยมีก็เลือนหายไปกับตา ร่างกายทุกส่วนดูมีชีวิตชีวาขึ้นราวกับเพิ่งได้รับการชุบตัวใหม่ทั้งหมด 


    ผมยกมือขึ้นแตะผิวตัวเอง พลางยิ้มบาง ๆ อย่างพอใจ... สมแล้วกับราคาถึงห้าแสนบาท


    ผมเดินออกจากห้องน้ำพร้อมพึมพำเบา ๆ ในใจ อาบน้ำบวกกับสกิลฟื้นฟูร่างกาย… ช่างรู้สึกดีเหลือเกิน


    ผมเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบกางเกงขาสั้นที่แขวนไว้ออกมาใส่เรียบร้อย จากนั้นก้าวไปที่เตียงและทิ้งตัวลงบนผืนที่นุ่มสบาย รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก


    ...


    ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ


    ขณะที่ผมกำลังนอนหลับ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทำให้ผมลืมตาตื่น เสียงเคาะซ้ำอีกครั้งทำให้ผมรีบลุกขึ้น ก้าวไปยังประตู


    คงเป็นปันปัน… ผมคิดในใจ พลางปรับสีหน้าให้กลับมาสดชื่นเหมือนเดิมพร้อมกับไปหยิบเสื้อมาสวม


    แต่เมื่อผมเปิดประตูออกไป กลับไม่ใช่ปันปัน ทำเอาหน้าผมซีดไปชั่วครู่


    ตรงหน้าคือ เกล เธอสวมเสื้อกีฬาแมนยูไซส์ใหญ่ คลุมลงมาถึงต้นขา ทำให้ไม่เห็นว่าเธอสวมกางเกงอะไรอยู่ข้างใต้ ในลุกนี้เธอดูน่ารัก ผมหยุดคิดแมนยูนัดล่าสุดเพิ่งชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2 – 0 นาน ๆ ชนะบ้างก็ยังดี


    ผมรีบทำตัวให้กลับมาสงบปกติ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ


    “น้องเกล… มีอะไรเหรอ?” พร้อมกับยิ้มบาง ๆ ให้เธอ 


    เกลยกมือข้างหนึ่งรวบผมสั้นประบ่าไปไว้ด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ “หนู…ขอเข้าไปได้ไหมคะ?”


    ผมชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้ อีกอย่าง… เฟย แฟนของเธอก็มาด้วย การที่เธอมาหาผมแบบนี้ มันก็ดูเกินไปหน่อย


    ผมตอบกลับเสียงกระตุก “เอ่อ… ทำไมเหรอ?” จากนั้นผมก้าวออกจากประตู ก่อนจะปิดประตูห้องตามหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เธอเข้ามา


    ผมเสริมต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “ไปนั่งคุยที่โต๊ะอาหารตรงนั้นก่อนก็ได้”


    ผมยิ้มให้เกล ก่อนจะเดินนำเธอไปที่โต๊ะ แล้วนั่งลง เธอเดินตามมา แล้วดึงเก้าอี้ข้าง ๆ ผม ออกเล็กน้อย แล้วนั่งหันหน้าเข้าหาผม


    เธอยกขาข้างหนึ่งไขว้ไว้บนอีกข้างอย่างเย้ายวน ผิวขาวอมเหลืองของเธอสะท้อนแสงสลัวจากโคมไฟ ทำให้เธอดูสวยและโดดเด่นขึ้นมา


    ตอนนี้ตีหนึ่งกว่า ๆ ผมหันไปมองนาฬิกาดิจิทัลที่ติดอยู่บนผนัง ไม่นานเกลก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ “เมษาบอกว่าพี่ยังไม่มีใคร” พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ หลังจากพูดจบ


    ผมตอบกลับเสียงเรียบ “ก็ประมาณนั้น… ทำไมเหรอ?” จากนั้นเสริมด้วยน้ำเสียงปกติ “ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว… เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้ดีกว่าไหม”


    “อือ…” เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ผมกว่าเดิม เสียงหวานแผ่วลง


    “แต่… ตอนนี้เพื่อนหนูก็นอนกันหมดแล้วนะ เหลือแค่พี่กับหนู… เรามาทำอะไรสนุก ๆ กันดีกว่าไหมคะ” เธอพูดช้า ๆ


    คำพูดของเธอช่างเย้ายวนใจ จนหัวใจผมเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะตอบออกไปเสียงหนักแน่น


    “คงไม่ดีหรอกมั้ง… เกลมีเฟยเป็นแฟนอยู่แล้วนิ”


    เธอยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกมือมาช้า ๆ สัมผัสน่องของผมเบา ๆ


    “ถ้าไม่บอกเฟย… เฟยจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ อีกอย่าง เราก็สนุกกันเท่านั้นเอง แค่สนุกกัน ไม่คิดอะไรไปมากกว่านั้น ”


    เธอเอียงตัวเข้ามาใกล้ ความใกล้ชิดทำให้ผมรู้สึกซ่านหวิวและหัวใจเต้นแรงขึ้น


    ขณะนั้นเอง ความคิดผมก็ตีกันไปมาว่าจะเอาอย่างไรดีกับสถานการณ์แบบนี้ เกลทั้งสวยและน่ารัก แต่เธอก็มีเฟยเป็นแฟนที่ดีอยู่แล้ว 


    ทันใดนั้น เธอก็กุมเข้ากับแก่นกายของผมที่กำลังแข็งขืนอยู่ แล้วเสริมขึ้นอีกว่า “หนูรู้ว่าพี่ก็อยากสนุก น้องชายพี่แข็งโป๊กแล้วเนี่ย”


    ผมสบตากับเธออย่างลังเล แต่ความรู้สึกร้อนรุ่มจากสัมผัสของเธอมันทำให้ความคิดด้านศีลธรรมของผมกำลังจะเลือนหายไปจนหมดสิ้น ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบกลับไปว่า “พี่... พี่ทำไม่ได้หรอกเกล”


    เกลไม่ตอบอะไร แต่กลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น เธอเลียใบหูของผมเบาๆ ก่อนจะกระซิบเสียงหวานว่า "พี่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรหรอกค่ะ ปล่อยให้หนูเป็นคนจัดการเอง”


    ผมยิ้มบาง ๆ แล้วดันไหล่ของเธอออกไปเบา ๆ “เกล… หยุดก่อน วันนี้มันไม่เหมาะ พี่ไม่ควรทำแบบนี้”


    ผมพูดออกไปเพื่อเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจล้ำเส้น หลังจากนั้นผมคิดแผนการอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบแต่มั่นใจ “เอาแบบนี้ดีกว่า… หลังจากจบทริปค่อยว่ากันนะ”


    เกลเลิกคิ้วขึ้น พร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม “เอาแบบนั้นเหรอคะ” เธอตอบเสียงแผ่ว


    “ใช่… ตอนนี้มันไม่เหมาะ พอถึงวันนั้น พี่จะจัดการทุกอย่างเอง โอเคนะ”


    ผมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะที่สายตาสบเข้ากับเธอ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ผสมกับความสนุกซุกซนเล็ก ๆ


    เกลสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะปล่อยแก่นกายของผม จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นพร้อมกับทิ้งท้ายว่า “หนูจะรอวันนั้นนะคะ”


    ผมพยักหน้ารับคำของเกล ก่อนที่เธอจะเดินจากไป ๆ ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางคิดในใจว่า… เกือบจะหยุดตัวเองไม่อยู่แล้วสิ


    ผมเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง ร่างกายรู้สึกฟรุ้งซ่านเต็มไปหมด อยากหาทางระบายความรู้สึก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

    ผมพยายามหลับตาและข่มตาให้หลับให้ได้ แต่แล้วก็ไม่หลับซะที จนเวลาล่วงเลยไปจนตีสอง 


    ผมนอนทอดตัวอยู่บนเตียง สกิล ไว้วางใจ ก็หมดเวลาไปตั้งนานแล้ว ปันปันคงไม่มาแล้วแหละ...


    แต่ก็อดคิดไม่ได้… หลังจากสกิลหมดลง ปันปันจะรู้สึกยังไงกับคำเชิญชวนที่ดูน่าขนลุกแบบนั้นนะ?



    ความคิดวนซ้ำวนไปมาในหัวผม 


    ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ผมรู้สึกสงสัย… จะเป็นปันปันหรือเกลกันแน่นะ


    ผมลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู แต่ก็ต้องชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นปันปันยืนอยู่ตรงหน้า


    เป็น ปันปัน จริง ๆ เธอสวมเสื้อยืดตัวใหญ่คลุมตัว กับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ทำให้ดูน่ารักและเรียบง่าย


    “น้องยังไม่นอนเหรอ” ผมกระซิบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แล้วเสริมอีกว่า “พี่นึกว่าจะไม่มาแล้วซะอีก… เข้ามาก่อนไหม?”


    ปันปันยิ้มบาง ๆ อย่างเขินอาย


    “ตอนแรกหนูว่าจะมาเร็วกว่านี้ แต่เกลเอาแต่เล่นโทรศัพท์” เธอพูดเบา ๆ ขณะเดินเข้ามาในห้องของผม


    พอผมปิดประตู เธอก็เสริมขึ้นอีก


    “พอถึงตีสอง หนูก็คิดว่าจะไม่มาแล้ว… ว่าแต่ดึกขนาดนี้ พี่ยังไม่นอนเหรอ หรือว่าพี่รอหนู?” เธอถามพลางทำสีหน้าสงสัย ใบหน้าแดงเล็กน้อย

    “ก็เปล่าหรอก… พี่เผลอตื่นมาพอดีน่ะ แต่ก็ไม่นึกว่าจะมาจริงๆ” ผมตอบกลับ พลางยิ้มแห้ง ๆ


    “นั่งก่อนสิ” ผมผายมือไปที่เตียง จากนั้นเปิดผ้าม่านออกเล็กน้อย ให้แสงสลัว ๆ ส่องเข้ามาในห้อง


    ปันปันเดินไปนั่งอย่างว่าง่าย แล้วมองมาที่ผมด้วยแววตาอยากรู้ “พี่บอกว่ามีวิธีคลายเครียด... มันคืออะไรเหรอคะ”


    “อันที่จริงมันก็...” ผมหยุดพูด ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี เพราะวิธีที่คิดไว้มันไม่อ้อมค้อมเอาเสียเลย

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663