ไม่มีใครรู้ว่าสวีหยางอวี้ครอบครองแผนที่ม้วนหนังแกะกับอาวุธราชันย์ชนิดเป็นอย่างอาวุธจุติราชันย์ และยิ่งไม่มีใครรู้ว่าเขา... เคยไปที่นั่นมาแล้ว!
เขาเคยกระโดดไปมาบนใบบัวเหนือผิวน้ำที่มีปีศาจใหญ่ยักษ์พันเมตรอยู่เบื้องล่าง!และยังมีชีวิตรอดออกมาได้!
สายธารนับหมื่นย่อมไหลกลับคืนเป็นหนึ่งตอนนี้ทุกข้อมูลเบาะแสที่มีล้วนชี้ไปที่ทะเลผืนบัวเป็นจุดเดียวกันและตำแหน่งของทะเลผืนบัวก็อยู่ที่แนวเสาระเบียงตำหนักภูผาสายรุ้งแห่งหลงซู่ภายในพื้นที่ต้องห้าม!
ที่แห่งนั้นฝังเก็บความลับของจักรพรรดิองค์หนึ่งเอาไว้ที่แห่งนั้นเก็บซ่อนใจความที่จิตอาฆาตพันปีต้องการจะสื่อสารกับเขาเอาไว้
สายตาเรียบนิ่งของเขาจ้องมองจ้าวอู๋เย่แปดพื้นที่ต้องห้ามเต็มไปด้วยอันตรายร้ายกาจ แต่หาได้ฉุดรั้งความสงสัยอยากสำรวจของผู้ฝึกตนไม่จนกระทั่งตอนนี้ ไม่รู้ว่าแปดพื้นที่ต้องห้ามคร่าชีวิตเหล่าอัจฉริยะไปแล้วกี่ศพแต่ทุกปีๆ ก็ยังมีผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนเข้าไปที่นั่นอยู่เป็นเนือง
ระดับอันตรายพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ดังนั้นไม่อาจไปอย่างผลีผลาม
“ทิ้งอีเมล์ไว้ให้ฉันด้วย” ผ่านไปพักใหญ่ สวีหยางอวี้เอ่ยปากพูดเสียงนิ่ง“เย็นวันนี้ ฉันต้องการข้อมูลความคิดเห็นที่ตระกูลจ้าวมีต่อการเหตุการณ์ครั้งนี้รวมถึงข้อมูลของกองกำลัง ทรัพยากรและอุปกรณ์เครื่องมือทั้งหมดที่มี หลังจากวันนี้ไปหากต้องการติดต่อฉัน ให้ติดต่อผ่านอีเมล์เท่านั้น”
จ้าวอู๋เย่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือก “ได้ไม่ว่าการร่วมมือของพวกเราจะสำเร็จลุล่วงหรือไม่ฉันจะไม่บอกใครเรื่องที่นายมีของสิ่งนี้ทั้งนั้น”
เขาตระหนักเข้าใจถึงเหตุผลที่ทำให้ตัวเองมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่
สวีหยางอวี้พยักหน้าให้กับการอ่านสถานการณ์ของเขามุมปากพลันรั้นขึ้นยากสังเกต
ตอนนี้... ตระกูลจ้าวยังไม่รู้ว่าตัวเขาเป็นใคร...
ถ้าสวีหยางอวี้ตัดสินใจไปที่พื้นที่ต้องห้ามตำหนักภูผาสายรุ้งวันที่เขายกกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ไปทั้งกอง สีหน้าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างนะ?
หากร่วมมือกับเขา ก็เท่ากับว่าร่วมมือกับกองกำลังทัณฑ์สวรรค์!
ขอแค่ทำให้กองกำลังนี้แข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริงเท่านี้ก็เป็นที่พึ่งพาให้ตัวเขาได้แล้ว!
เพียงชั่วพริบตา สวีหยางอวี้ตัดสินใจอย่างไม่ลังเลถึงเวลาที่กองกำลังทัณฑ์สวรรค์จะเผยคมเขี้ยวให้โลกผู้ฝึกตนได้เห็นแล้ว!
“สหายเกา ฉันขอตัวกลับก่อนได้หรือไม่?” สรรพนามเรียกขานเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้จ้าวอู๋เย่เอ่ยถามหยั่งเชิง
“ได้” สวีหยางอวี้พยักหน้า
หลังจากจ้าวอู๋เย่จากไป สวีหยางอวี้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมพักใหญ่ก่อนออกไปจากตรงนั้นเช่นกัน
มู่ตันยืนรออยู่ตรงที่เดิมด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจเมื่อเห็นสวีหยางอวี้ก็พุ่งเข้าหาทันที “หัวหน้าคะ ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ? เมื่อครู่เกิดระเบิดขึ้นเหรอคะ? เกิดอะไรขึ้นข้างในเหรอคะ?”
“ไม่เป็นไร” สวีหยางอวี้หลับตาตอบ “หลี่จงหยวน ออกรถได้กลับไปที่ผานซานทันที มู่ตันแจ้งไปยังเมาปาเอ้อ เฉิงเจี้ยนเฟิง และโจวถิงถิงให้เตรียมตัวรอที่ห้องประชุมทันที”
“รับทราบครับ/ค่ะ!”
หลังจากบรรยากาศนิ่งเงียบลงสองสามวิฯ สวีหยางอวี้จึงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบเฉย“กองกำลังทัณฑ์สวรรค์เตรียมตัวเปิดประชุมรับสมัครสมาชิกเข้ากองได้”
ดวงตามู่ตันเป็นประกายขึ้นทันที เลือดลมพลุ่งพล่านกลางทรวงอกใบหน้าแดงเรื่อฉับพลัน ดวงตาหลี่จงหยวนคุวาวเช่นกัน หมัดสองข้างกำแน่น!
สองปี...
เป็นเวลาสองปีเต็ม! ในที่สุดกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ก็พร้อมออกเดินทางแล้ว!
การเปิดรับสมาชิกก่อตั้งกองกำลังเป็นงานที่ยุ่งยากงานหนึ่งเลยก็ว่าได้ไหนจะเรื่องลงทะเบียน รออนุมัติ รังสรรค์ตราสัญญาณประจำกอง ตั้งวัตถุประสงค์ของกองกำลังและกฎระเบียบเงื่อนไขต่างๆ ... กองกำลังระดับ A ไม่ใช่การดึงตัวยอดฝีมืออัจฉริยะมารวมๆกันแล้วจบ คนอื่นอาจจะทำแบบนั้น แต่สวีหยางอวี้ไม่ทำ
“มีเป้าหมายแล้วเหรอคะหัวหน้า?” เนินอกอวบอั๋นของมู่ตันกระเพื่อมขึ้นๆลงๆ เพราะความตื่นเต้น เธอกัดปากจ้องมองสวีหยางอวี้เมื่อเห็นหัวหน้าตัวเองไม่มีทีท่าตอบกลับจึงพูดปัด“เดี๋ยวฉันจะเตรียมการให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”
แต่นอนว่าต้องมีเป้าหมายแล้วสิ... สวีหยางอวี้หลับตาคลี่ยิ้มเพียงแต่เป้าหมายอาจทำให้พวกเธอตกใจเอาน่ะสิ...
ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ต้องลงมือทำทันที
คัมภีร์ราชาโอสถนิรันดร์คือไพ่ตายสุดยอดของเขาเพื่อเข้าใจคัมภีร์นี้อย่างแตกฉานเชี่ยวชาญ เขาก็พร้อมเสี่ยงอันตรายเพื่อมัน!
...
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง สวีหยางอวี้ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ห้องประชุมประจำกองกำลังเป็นครั้งแรก
เป็นห้องประชุมของอวี้หลินเว่ยสาขามณฑลหมิงสุ่ย กองกำลังระดับ A ทุกกองมีห้องประชุมเป็นของตัวเอง... หรือพวกเขาจะสร้างเซฟเฮ้าส์ของตัวเองที่อื่นก็ยังได้แต่สวีหยางอวี้มองว่าไม่จำเป็น
เมื่อเขาเดินเข้ามาในห้องประชุมทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว เมาปาเอ้อมู่ตัน โจวถิงถิง เฉิงเจี้ยนเฟิง หลี่จงหยวน...ทั้งหมดคือสมาชิกของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ในตอนนี้
มู่ตันรับตำแหน่งผู้ช่วยเมาปาเอ้อรับตำแหน่งผู้จัดการด้านการเงินและการรับภารกิจที่เหลืออีกสามคนคือสมาชิก
สีหน้าของสวีหยางอวี้เป็นปกติเหมือนทุกวัน เข้ามาก็ยังไม่รีบเอ่ยปากพูดเขากวาดมองทุกคนรอบหนึ่ง พลันแอบรู้สึกยอมรับในตัวพวกเขาอยู่ในใจ
ถึงแม้พวกเขาจะยังไม่บรรลุขั้นเลี่ยนชี่ระดับกลางกันแต่ว่าตบะของพวกเขามีพัฒนาการกันขึ้นมาก บ่งบอกว่าสองปีที่ผ่านมาไม่มีใครแอบขี้เกียจสักคน
ตอนนี้ ประหนึ่งสายตาทุกคนมีคบเพลิงอยู่ในตาทุกคู่สายตาต่างรวมอยู่บนตัวเขาเป็นจุดเดียวกัน เพียงแค่ประโยคที่ว่า‘ก่อตั้งกองกำลัง’ แม้เป็นคำพูดเรียบง่าย แต่เมื่อก่อตั้งสำเร็จตัวเองจะมีกองกำลังเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง! มีที่มั่นหมายและธงของตัวเอง!และโลกผู้ฝึกตนจะได้ยินชื่อของตัวเองมากขึ้น!
กองกำลังคือกลุ่มคนแย่งชิงทรัพยากรการฝึกตน ยิ่งมีชื่อเสียงมากเท่าไรก็จะถูกสื่อเชิญไปสัมภาษณ์และดึงดูดบริษัทผู้ฝึกตนขนาดใหญ่มาลงทุนในตัวผู้ฝึกตนคนนั้นเพื่อเป็นตัวแทนให้บริษัทพวกเขา ซึ่งจะมาพร้อมกับทรัพยากรสนับสนุนอย่างไม่หยุดหย่อน!
“ฉันคิดว่าทุกคนคงรู้ดีแล้ว” สวีหยางอวี้คลี่ยิ้ม “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปกองกำลังทัณฑ์สวรรค์จะเปิดรับสมัครสมาชิกเข้ากอง”
เขากวาดมองอีกรอบ โจวถิงถิงกับเฉิงเจี้ยนเฟิงต่างหายใจหนักหน่วง
“หัว หัวหน้าครับ!” น้ำเสียงตื่นเต้นของเฉิงเจี้ยนเฟิงสั่นเครือ“ในที่สุดพวกเราก็เปิดรับสมาชิคสมัครอย่างเป็นทางการแล้วใช่ไหมครับ?”
“กองกำลัง...” โจวถิงถิงตื่นเต้นจนไม่เป็นตัวเองของตัวเอง “พวกเราอาจเป็นเหมือนกองกำลังอื่นๆที่ประสบความสำเร็จ! อาจจะมีผู้คนมากมายต้องการให้พวกเราทำภารกิจ...”
มุมปากสวีหยางอวี้ยกขึ้นเล็กน้อย
‘อาจจะ’ งั้นเหรอ?
ไม่ใช่สิ
จะต้องต่างหาก!
มีคัมภีร์ราชาโอสถนิรันดร์เป็นไพ่ตายตัวหัวหน้ากองกำลังเป็นถึงปรมาจารย์โอสถเพียงหนึ่งเดียวของยุคสมัยใหม่ เตรียมรับหินวิญญาณเป็นเทน้ำเทท่าได้เลย!
ถ้าเป็นแบบนี้... ต่อให้หลังจากนี้ความลับเรื่องอาวุธราชันย์ถูกเปิดเผยจะมีใครกล้าเป็นศัตรูกับตัวเองอีก?
เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่อีกครั้ง ความแข็งแกร่งของกองกำลังจะเป็นปากเสียงช่วยพูดแทนเขา!
“หัวหน้าคะ!” ท่าทางของมู่ตันดูจริงจังเป็นทางการกว่าคนอื่นยิ่งนักทว่าใบหน้าก็ยังแดงเรื่อจากความตื่นเต้นอยู่รำไรเธอขยับขาแว่นยืนขึ้นโค้งคำนับด้วยความเคารพ “ในฐานะที่เป็นผู้ช่วยของคุณเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการก่อตั้งรับสมัครสมาชิกกองกำลังอย่างเป็นทางการคุณไม่ต้องสนใจเรื่องยิบย่อยอะไรทั้งนั้นแต่มีสองเรื่องที่ดิฉันต้องการเตือนหัวหน้าไว้ก่อนค่ะ”
สวีหยางอวี้พยักหน้า ก่อนยกแก้วชาขึ้นจิบ “ว่ามา”
มู่ตันหันไปหาทุกคน และพูดขึ้นเสียงดังฟังชัด “ผู้ชนะอันดับหนึ่งของแต่ละมณฑลที่ได้ขึ้นเป็นหัวหน้ากองกำลังระดับA สามารถรับนักเรียนที่จบรุ่นเดียวกันเป็นสมาชิกได้ค่ะการแข่งขันจัดอันดับของเทียนเต้า ไม่ใช่แค่กันประลองยุทธ์ธรรมดาแต่อีกมุมหนึ่งมีไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของนักเรียนคนนั้นว่ามีคุณสมบัติเพียงพอจะเข้าร่วมกองกำลังหรือไม่แต่ว่า...”
“แต่ว่าของฉันเป็นกรณีพิเศษ และต้องเปิดรับสมัครด้วยตัวเองสินะ?” สวีหยางอวี้คลี่ยิ้มพูดแทรก
“ใช่” เมาปาเอ้อรับช่วงต่อ “หยางอวี้ ฉันก็อยากจะขอเตือนนายไว้อย่างค่าเลี้ยงดูสมาชิกในกองและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้มีราคาค่อนข้างสูง!โดยเฉพาะการซื้ออุปกรณ์ทันสมัยต่างๆยกตัวอย่างเช่นกองกำลังอสรพิษเหินที่เมืองจิงตูพวกเขาไม่เพียงแต่มีอุปกรณ์เครื่องมือคุณภาพสูงแต่ยังมีกองวิจัยเพื่อพัฒนากองกำลังของตัวเอง ฉันนำเงินตั้งต้นของนายมาคำนวนคร่าวๆก็น่าจะติดชุดเกราะและซื้อยุทโธปกรณ์ให้สมาชิกได้สิบคน...ฉันในฐานะสมาชิกอาวุโสก็ควรได้รับสิทธิ์นั้นใช่หรือไม่?”
ตัดเข้าตัวเองอีกแล้ว!
สวีหยางอวี้ไม่สนใจเขา “หมายความว่าเงินที่ฉันมีอยู่ตอนนี้สามารถรับสมัครสมาชิกได้แค่สิบคนใช่ไหม?”
“ใช่แล้วค่ะนี่เป็นข้อมูลที่สอดคล้องกับเรื่องที่สองที่ดิฉันต้องการจะพูดพอดี” มู่ตันเม้มปาก“ก่อนกองกำลังเปิดรับสมัคร ตามขั้นตอนแล้ว จะมีพิธีก่อตั้งกองกำลังอย่างเป็นทางการตัวคุณต้องเข้าร่วมค่ะ... เพราะหน่วยงานองค์กรด้านนอกจะเริ่มประเมินกองกำลังทัณฑ์สวรรค์นับตั้งแต่ตอนนั้นหน้าที่การสร้างภาพลักษณ์และการใช้ภาพลักษณ์หารายได้นี้ดิฉันสามารถจัดการแทนได้ค่ะ... เพราะว่าคุณเป็นคนพิเศษ สังหารทายาทตระกูลหมิงเป็นผู้ชนะอันดับหนึ่งของมณฑลหนานถงและเป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุโศกนาฏกกรมรมจูหงเสวี่ย ...”
“เดี๋ยวฉันจัดการเรื่องนี้เอง” มู่ตันพูดไม่ทันจบสวีหยางอวี้ก็พูดแทรกขึ้นเสียงเรียบ
“ได้ค่ะ คือดิฉันแค่ต้องการจะสร้างชื่อเสียงให้กองกำลังทัณฑ์สวรรค์...”มูตันพูดไปได้ครึ่งหนึ่งก็หยุดชะงักมองสวีหยางอวี้อย่างตะลึง “หัวหน้า...เมื่อกี้คุณพูดว่า...”
“ฉันพร้อมจะโด่งดังและเป็นหน้าเป็นตาให้กองกำลังของตัวเอง”สวีหยางอวี้พูดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ไอหยา!!! ท่าทางแบบนี้ของหัวหน้าเราน่ารักจัง... เอ๊ะ! น่ารักก็อยู่ส่วนน่ารักแต่คุณหัวหน้ายังไม่ช่ำชองในแวดวงวงการบันเทิงเลยนะคะ! จริงๆคุณหัวหน้าอยู่เป็นจุดศูนย์รวมขวัญกำลังใจและสีสันหน้าตาให้กองกำลังทัณฑ์สวรรค์อยู่เฉยๆก็ได้นะคะ... จะมาแย่งหน้าที่ของดิฉันทำไม?
มู่ตันได้แต่พูดขึ้นในใจ
“มีปัญหาเหรอ?” สวีหยางอวี้เอ่ยถาม
“ไม่มีค่ะ...” มู่ตันพูดแบบไม่ต้องคิด “แต่ว่าดิฉัน...เอ่อคือว่าดิฉันน่าจะมีเส้นสายในแวดวงวงการบันเทิงและอื่นๆ มากมายกว่านะคะ...นี่พวกนายเป็นอะไร?”
เธอยังพูดไม่ทันจบ อยู่ๆ ดวงตาของเมาปาเอ้อกับหลี่จงหยวนก็แดงก่ำลมหายใจหืดหอบ พากันจ้องมองสวีหยางอวี้ตาเขม็ง
สวีหยางอวี้มีแผนเรื่องนี้อยู่ในใจเขาไว้แล้ว!
พวกเขาทั้งสองต่างรู้ดี!
พวกเขาทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าทำไมสวีหยางอวี้ต้องการทำเรื่องนี้ด้วยตัวเอง!เพราะว่าสวีหยางอวี้มีความมั่นใจในเรื่องสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองมากกว่าที่มู่ตันมีเป็นร้อยเท่า!ไม่สิ... หมื่นเท่าเลยก็ว่าได้!
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้อได้เปรียบด้านประสบการณ์หรือเส้นสายของหล่อนเลยสักนิด!
“ฉัน...” สวีหยางอวี้ใช้นิ้วพลิกม้วนบุหรี่เล่นในมือ ทำท่าเหมือนจะพูดแต่ดันมีเสียงพูดแทรก
“นายไม่ต้องพูด!”
“ไม่ต้องพูด ไม่ต้องพูด!” เมาปาเอ้อนวดขมับตัวเองและพูดเพ้อเจ้อออกมาเต็มไปหมด “ฉันคิดถึงจิ้งจิ้ง คิดถึงแค่จิ้งจิ้งอย่าถามว่าจิ้งจิ้งเป็นใคร! เธอเป็นสุนัขอเมริกันเอสกิโมด็อก! ฉันจะดูแลเธอเอง!”
“อะไรเนี่ย?” มู่ตันมึนงงโจวถิงถิงกับเฉิงเจี้ยวเฟิงก็ต่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“หัวหน้าครับ ทำเลยครับ! เรื่องนี้หัวหน้าต้องทำด้วยตัวเอง! เอาเลยครับ!”หลี่จงหยวนลุกพรวดจากที่นั่งตัวเอง จ้องมองสวีหยางอวี้ตาเขม็ง ริมฝีปากแห้งผาก“โอกาสที่ยิ่งใหญ่... ช่างเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า!”
“พวกนาย...” โจวถิงถิงมองพวกเขาทั้งสองอย่างแปลกใจ “เป็นอะไร...”
แต่สวีหยางอวี้รู้ดีว่าพวกเขาเป็นอะไรและอยากพูดอะไร
งานประมูล... งานประมูลของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์!งานประมูลที่จะเป็นโทรโข่งตะโกนป่าวประกาศไปทั่วหวาซย่าว่า ‘กองกำลังทัณฑ์สวรรค์!กองกำลังของหัวหน้าสวีหยางอวี้มาแล้ว!’
ช่างเป็นฤกษ์งามยามดีจริงๆ !
ศาสตร์หลอมโอสถโบราณปรากฏกลางยุคสมัยใหม่! แค่พาดหัวข้อแบบนี้ก็ทำเอาแตกตื่นไปทั้งประเทศแล้ว!
“ฉันมีแผนเปิดตัวของฉันแล้ว” เขาหันเป็นพูดกับมู่ตันเสียงเรียบ “มู่ตันเธอไปช่วยเมาปาเอ้อฉันต้องการแผนงานและงบประมาณเรื่องการก่อตั้งกองกำลังอย่างละเอียดภายในสองวัน”
มู่ตันไม่รีบตอบกลับทันทีเธอได้แต่มองเมาปาเอ้อกับหลี่จงหยวนอย่างมึนงงและบ่นพึมพำกับตัวเอง“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันตกข่าวอะไรไป?”
ใช่! หล่อนตกข่าว!!!
หลี่จงหยวนอั้นคำพูดไว้ในใจจนหน้าเขียว!
หัวหน้า! เอาเลย ถ้ารวยแล้วไม่แสดงออกก็เหมือนใส่ชุดสูทในที่มืด! การเก่งและกระแดะนำเสนอตัวเองไม่เป็นแล้วจะเก่งไปทำไม! ยังลังเลอะไรอีก? ยังต้องกังวลอีกเหรอ?รีบใช้โอสถวิเศษขว้างแสกหน้าพวกผู้ดีจอมปลอมพวกนั้นซะ!ขอแค่กองกำลังทัณฑ์สวรรค์ของพวกเราจัดงานประมูลขึ้นชื่อเสียงเงินทองต้องไหลมาเทมาอย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเลย!
เมาปาเอ้ออยากจะพูดออกไปแต่ก็ไม่พูด เขาหรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์เขาเข้าใจแผนการในใจของสวีหยางอวี้เป็นอย่างดี
โอสถวิเศษก็เจ๋งแล้ว แต่ปรมาจารย์หลอมโอสถโบราณเพียงคนเดียวในยุคปัจจุบันแม่งโครตเจ๋ง!
ภายใต้ความไม่แน่นอนบางอย่าง ด้วยนิสัยรอบคอบของหยางอวี้แล้วเมาปาเอ้อมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าสวีหยางอวี้จะไม่ทำอะไรอย่างหุนหันพลันแล่นอย่างแน่นอน
“เอาล่ะ” สวีหยางอวี้คลี่ยิ้มก่อนเปิดประเด็นใหม่“ก่อนวางแผนงบประมาณอย่างละเอียดฉันต้องแจ้งทุกคนในทราบถึงเป้าหมายแรกของพวกเราในครั้งนี้”
เมื่อท่าทีของสวีหยางอวี้เริ่มจริงจัง ทุกคนก็เก็บปากเงียบทันทีต่อให้ตอนนี้หลี่จงหยวนจะตื่นเต้นจนแทบตะกายฝาผนังก็ตามแต่ก็ต้องพยายามนิ่งสงบให้มากที่สุด
สวีหยางอวี้กวาดมองทุกคน รอยยิ้มที่มุมปากค่อยๆ หายไปทีละนิด
“ครั้งนี้ ฉันตัดสินใจในเรื่องที่เลวเลวที่สุดลงไป”สายตาเขาจ้องมองลงไปในแก้วชา“เป้าหมายแรกของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ก็คือแนวเสาระเบียงตำหนักภูผาสายรุ้งแห่งหลงซู่”
“จงวางแผนงบประมาณให้ครอบคลุม เพื่อรองรับสมาชิกทั้งสิบคนในเร็ววัน”
บรรยากาศ เงียบสงัดดั่งป่าช้าในบัดดล