ชายหนุ่มใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเขาก็เดินกลับลงมาอีกครั้งในชุดลำลองชุดใหม่ ในมือมีซองเอกสารสีน้ำตาลติดมาด้วย เขาสังเกตว่าไม่มีรถของเพื่อนสนิทจอดตรงหน้าบ้านเหมือนตอนที่เขาเข้ามา ริมฝีปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจ อย่างน้อยการได้ตกลงกับเธอสองคนจะเป็ผลดีมากกว่า
จุดมุ่งหมายของชายหนุ่มคือห้องโถงกว้างที่อยู่ด้านปีกซ้ายของบ้านที่ถูกต่อเติมขึ้นมาใหม่สำหรับหญิงสาวและลูก บ้านริมน้ำที่ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดรับอากาศบริสุทธิ์ภายนอกได้รอบทิศ เพราะเ้าของบ้านนิยมความเย็นจากธรรมชาติมากกว่าเครื่องปรับอากาศที่ติดเอาไว้ในทุกห้อง และ้าให้หลานได้รับอากาศบริสุทธิ์
เรือนกระจกที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำและสวนของบ้านได้ในเวลาเดียวกัน ในขณะที่เรือนพักอาศัยอยู่บนปีกขวาของบ้าน ซึ่งความสูงก็จะสามารถทำให้มองเห็นวิวแม่น้ำได้เหมือนกัน แต่สามารถมองเห็นสวนในระยะไกลๆ เพราะมีหลังคาเรือนกระจกปิดบังเอาไว้
เพราะบ้านเป็เรือนกระจกเกือบทั้งหลัง ในตอนกลางวันกระจกและม่านของบ้านจะถูกเปิดโล่งเพื่อรับลมด้านนอก ชายหนุ่มมองเห็นมารดาของเขาอยู่ในสวนที่อยู่ไกลออกไป พื้นที่ตรงนั้นเป็สวนสมุนไพรที่นางนิยมปลูกเอาไว้ ชายหนุ่มสังเกตว่านางกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับกอว่านบางอย่าง เห็นอย่างนั้นคงใช้เวลานานพอสมควรถ้านางจะกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง เพราะฉะนั้นทางของเขาค่อนข้างสะดวก
ชายหนุ่มรีบก้าวเข้าไปในห้องที่หญิงสาวอยู่ เธอนั่งหันหลังให้กับประตูทำให้ไม่รู้ว่าเขาเดินเข้าไป หญิงสาวกำลังก้มมองหน้าลูกน้อยที่อยู่บนตัก เขาเห็นเธอตั้งข้อศอกมือทั้งสองข้างไขว้เข้าหากันในลักษณะช้อนอุ้มลูกอีกคน ในขณะที่บนเบาะที่วางอยู่ด้านหน้ามีเด็กอีกคนนอนอยู่
คนที่อยู่บนเบาะส่งเสียงร้องออกมาเป็ระยะๆ แม้เสียงจะไม่ดังมาก แต่ก็ทำให้คนที่เดินเข้ามาใหม่ได้ยินเสียงร้อง
ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาหญิงสาวก็เอ่ยปากขอร้องทันที ในบ้านหลังนี้นอกจากนางวรากุลยังมีผู้ช่วยอย่างพิมอีกคน เพราะศกุนตลาบอกว่าเธอสามารถเลี้ยงลูกเองได้โดยไม่ต้องจ้างพยาบาลพิเศษมาช่วยดูแล กลายเป็ว่าทั้งสามคนช่วยกันดูแลได้ดี
“พี่พิมหรือคุณแม่คะ ช่วยตลาอุ้มคีตาเรอหน่อยค่ะ ตลาต้องให้นมนาราอีกคน ร้องใหญ่แล้ว” หญิงสาวบอกโดยที่ไม่ได้หันกลับมามอง หลังจากนายแพทย์ธนานนท์ถูกไล่ให้กลับไปตอนที่เธอจะให้นมลูก ในบ้านก็เหลือเพียงนางวรากุลและสาวใช้ในบ้านเท่านั้น
“ผมเอง” หญิงสาวหันกลับไปมองทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มไม่คุ้นหูตอบกลับ ในจังหวะที่เขาก้าวเข้ามาใกล้ถึงตัวเธอ เธอรีบลนลานใช้ผ้าปิด่อกของตัวเองเอาไว้ อุ้มลูกน้อยพาดบ่า ในขณะที่หนูน้อยนาราร้องไห้จ้า
หญิงสาวจำเสี้ยวหน้าของเขาได้คลับคล้ายคลับคลา หลังจากที่เช็กสภาพความเรียบร้อยของตัวเองเธอก็เงยหน้ามองเขาอีกครั้ง ผู้ชายคนที่เธอเคยเจอในร้านขนมเมื่อปีก่อน ตอนนี้เธอไม่สามารถคาดเดาว่าเขาจะมีความเกี่ยวพันกับบ้านนี้อย่างไรบ้าง
“คุณเป็ใครคะ ถ้ามาหาคุณแม่ ท่านคงอยู่ด้านนอก กรุณาออกไปรอด้านนอกเพราะฉันแต่งตัวไม่สุภาพ” หญิงสาวเอ่ยปากขอร้องอย่างสุภาพ
“ป้องเขต ศิริประภาเพ็ญ พ่อของเด็กน้อยสองคนนี้” ชายหนุ่มตอบกลับท่ามกลางเสียงร้องจ้าของหนูน้อยนารา
“คุณออกไปก่อนนะคะ ลูกหิวนม” หญิงสาวเผลอหลุดปากออกไปอย่างสนิทสนม เพราะเธอเป็กังวลว่าลูกอีกคนจะหิวนมและร้องไห้อย่างหนัก
คำเรียกแทนตัวลูกอย่างสนิทสนมที่หลุดออกมาจากปากของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเล็กๆ อย่างพอใจ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ตั้งกำแพงสูงและฝังรอยเกลียดตราหน้าเขาเอาไว้อย่างที่คิด
“ผมเป็พ่อ อยากช่วยเลี้ยงลูก ให้ช่วยป้อนนมไหม”
“คุณเพิ่งรู้ตัวหรือคะ ว่าคุณก็เป็พ่อคน” หญิงสาวเหน็บเสียงเย็น
สมน้ำหน้า โดนไปหนึ่งดอก
อ่านฉบับเต็มๆ แบบไม่ค้างคา
มีรูปเล่มนะคะ
อีบุ๊กจิ้มที่ลิงค์ได้เลยค่ะ
สำหรับนักอ่านที่ไม่มีเวลาอ่าน ฝากติดตามเสียงอ่านในช่องนิยายเสียงด้วยนะคะ
บันทึกเสียงจบเล่มแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการตัดต่อ กด Sub รอได้เลยค่ะ
ประเดิมเื่แรก คุณแม่ฝากรัก คุณพ่อรับฝากและเชตสลัดคานค่ะ
ช่อง BaanRarisa Story คลิกที่รูปภาพได้เลยค่ะ