The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่104 บุกดันเจี้ยน8

              “หนอยแน่..นี่ฉันคุยดีๆนะ..บังอาจมา ‘หึ’ ใส่ฉันงั้นหรอ!!!” 

              เซเลน่ากำหมัดแล้วยกมือขึ้นราวกับจะหาเรื่อง

              “หึ..”

              ลูน่าเดินไปไม่สนใจ

              “อย่ามาเมินฉัน…ฉันคือราชวงศ์นะ!!…”

              เซเลน่าเดินตามลูน่าไป 

              “นี่เซซิเลีย..ไม่ไปห้ามจะดีหรอ” เรเวลถาม

              “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ..ไม่น่าจะมีเรื่องแน่นอน” เซซิเลียกล่าวแบบนั้น

              “พูดแบบนี้ยิ่งน่าห่วงกว่าเดิมอีก..”

              ถ้ามองจากนิสัยของเซเลน่ากับลูน่าแล้ว..ทั้งคู่ไม่น่าจะเข้ากันได้อย่างแรง

              “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

              เซเลน่าเดินตามลูน่าเร็วขึ้น

              “จริงสิ!”

              ลูน่าหยุดเดินกระทันหัน

              "อัก.."

              เซเลน่ากระแทกถูกหลังของลูน่าเต็มๆจนเกิดเสียงชุดเกราะกระทบกัน

              “ในที่สุดก็หยุดสักทีนะ..”

              “ฉันไปต้องไปถามราชวงศ์ผมสีเหลืองคนนั้นก่อน…ว่าฉันต้องมาเฝ้าเวรตอนไหน”

              เซเลน่าได้ยินดังนั้นเธอก็นึกขึ้นได้..ว่าเธอเองก็ลืมถามเซซิเลียตรงนี้เหมือนกัน

              “อะ..เอ่อ..มันก็จริงแหะ..งั้นพวกเราไปกันเถอะ”

              “….” ลูน่าไม่ได้ตอบอะไร

              เธอเดินย้อนกลับไปเหมือนเดิม

              เมื่อเดินมาถึงจึงเห็นเพื่อนๆในห้องตัวเองกำลังจับฉลากกันอยู่

              “อ้ะ..มาแล้วหรอ” เรเวลทัก

              “คือว่า..” 

              ลูน่ากำลังจะพูดต่อ..แต่ถูกเรเวลขัดขึ้นมา

              “ตอนนี้พวกเรากำลังจับฉลากกันอยู่ว่าแต่ละคู่จะได้อยู่เฝ้าเวรกันช่วงไหน…และถ้าหากเธอไม่มาจับฉลากพวกเราก็จะได้ให้เธอเฝ้าเวรเป็นคู่สุดท้าย” 

              “งั้นหรอ..งั้นฉันขอจับฉลากด้วยละกัน”

              ลูน่ายื่นมือไปลงหยิบกระดาษในขวดโหล

              “เดี๋ยวก่อน!!…ฉันจับเอง..”

              เซเลน่าดึงมือลูน่าออกแล้วล้วงมือตัวเองลงไปแทน

              เธอหยิบกระดาษใบนึงขึ้นมา 

              กระดาษสีขาวมีหมายเลข4 เขียนอยู่ตรงกลาง

             “คิวที่4 ?”

             "คิวแรกจะอยู่เวรตอน 3ทุ่ม-4ทุ่มค่ะ แต่ตอนนี้เวลา2ทุ่มครึ่งแล้ว ฉะนั้นคิวที่4ก็จะเฝ้าเวรตอนเที่ยงคืนถึงตี1”

             “เดี๋ยวก่อนสิเซซิเลีย..แต่พวกเราจะออกจากเซฟตี้พ้อยก่อน6โมงไม่ใช่หรอ..งั้นเท่ากับว่าคู่ที่เฝ้าเวรมันก็ต้องไม่ถึง15คู่น่ะสิ”

              “แรกๆฉันเองก็คิดว่าจะขยายเวลาพักให้เลย6โมงเช้าไปน่ะ..ทั้ง15คู่จะได้เฝ้าเวรกันครบทุกคนแบบเท่าเทียม…แต่มาคิดได้ว่าเราไม่ควรเสียไปมากกว่านี้..อีกอย่างหลังชั้นที่5ลงไปมันอาจจะมีเซฟตี้พ้อยอีกก็ได้ ฉะนั้นรอบตี5ถึง6โมงเช้าจะเป็นคิวเวรของคู่ที่10พอดี หลังจากนั้นไป คู่ที่11ถึง15 จะต้องเฝ้าเวรในเขตเซฟตี้พ้อยชั้นถัดๆไป”

              “งั้นคู่ที่ 11 ถึง 15 ก็หนักสุดน่ะสิ เพราะเวลานอนน้อยสุดแล้ว…ก็แบบถ้าหลังชั้นที่5ลงไปมันยังมีเซฟตี้พอยอยู่อะนะ”

              “เพราะงั้นฉันถึงใช้ระบบจับฉลากเอาไงละคะ”

              “อืม..โอเค..สรุปฉันต้องตื่นมาเฝ้าเวรเวลาตอนเที่ยงคืนถึงตี1สินะ..ฉันไปนอนก่อนละ”

              เซเลน่าโบกมือลาเซซิเลีย..แล้วเดินกลับไปนอนตรงจุดวางถุงนอนของตัวเอง

              “ฝันดีนะคะ”

              “งั้นฉันไปนอนก่อนล่ะ”

              ลูน่าเองก็ไปนอนออมแรงก่อนเช่นกัน

              ส่วนคนอื่นๆที่จับฉลากกันเสร็จแล้วก็ทยอยไปนอนตามที่นอนของตน 

              เหลือไว้เพียงเซซิเลียกับเรเวลที่ต้องอยู่เวรกันคู่แรก

              เรเวลหยิบนาฬิกาพกพาขึ้นมาดู

              20:45 น.  

              “เอาเถอะ..พวกเราต้องเฝ้าเวรถึง1 ชม.15นาทีเชียวนะ”

              “งั้นมาเฝ้าเวรกันเถอะค่ะ”

              เซซิเลียกับเรเวลเดินไปนั่งกันตรงโขดหินริมทะเลสาบ

              ทั้งคู่หันหน้ามองมาทางเพื่อนร่วมห้องที่หลายคนตอนนี้กำลังมุดตัวนอนอยู่ภายใต้ถุงนอนของตัวเอง

              “เซซิเลียฉันว่าเธอหันหน้าไปทางริมทะเลสาบดีกว่านะ”

              “ทำไมหรอคะ?”

              “มอนสเตอร์ที่โจมตีพวกเราเมื่อกี้มันอำพรางพลังเวทย์ตัวเองได้…ฉะนั้นการหันหน้าไปมองแค่ทางเดียวดูท่าจะอันตรายเกินไปหน่อยและคงจะดีกว่าถ้ามีคนคอยระวังหลังให้กัน...ส่วนฉันจะเฝ้าข้างหน้าตรงนี้เอง”

              "อย่าโกหกฉันเลย..บอกความจริงมาเถอะค่ะ"

              "เอ่อคือ..นั่งมุมนี้ฉันไม่อยากให้ผู้ชายคนอื่นแอบมองใต้กระโปรงเธอน่ะ..ช่วยหันไปอีกฝั่งเถอะ"

              “ขะ..ขะ..เข้าใจแล้วค่ะ”

              เซซิเลียรีบนั่งหันหน้าไปทางริมทะเลสาบพร้อมกับหน้าแดงด้วยความอายเล็กน้อย

              ทั้งคู่เรียกอาร์ติเฟกซ์ไว้กับตัว..อยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้ตลอดเวลา 

              เรเวลเปิดหน้าต่างสเตตัสของตัวเองเพื่อดูค่า Exp ทั้งหมดที่ได้ในวันนี้

              เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV30

              ‘EXP 78/1200’ (+56)

              “ทั้งที่โค่นมอนสเตอร์ไปตั้งมากมายขนาดนั้นแท้ๆ แต่Exp ขึ้นมาแค่นิดเดียวเองแหะ แถมมอนสเตอร์พวกนั้นก็เลเวลสูงกว่าเรานิดนึงด้วยแม้จะไม่มากก็เถอะ”

              เซซิเลียได้ยินที่เรเวลพูดจึงเปิดหน้าต่างสเตตัสของตัวเองขึ้นมาดู

              เซซิเลีย แคทเทอรีน เดอฟอน เบลฟาร์ส (เผ่ามนุษย์) LV30

              ‘EXP 64/1200’ (+42)

              “นั่นสินะคะ..ท่าทางข้อมูลที่อาจารย์เอเรนเคยบอกน่าจะจริง..เห็นว่าหลายคนใช้ชีวิตอยู่ที่ รร.แห่งนี้ 3ปี ส่วนมากเก็บเลเวลได้แค่ 30-35เท่านั้นเอง ส่วนพวกที่เก็บเลเวลได้ถึง40เท่านั้น ถึงจะมีสิทธิได้เข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์”

             “ถ้าเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์ได้แล้วก็จะมีสิทธิไต่เต้าตำแหน่งจนเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์กับจักรพรรดิเวทมนตร์สินะ”

              “เพราะงี้การได้เข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์จึงเป็นความฝันของใครหลายๆคนในอาณาจักรนี้ไงคะ…ไม่สิ..ทุกอาณาจักรเลยล่ะมั้ง”

              “นั่นสินะ..ว่าแต่ทำไมเธอถึงอยากเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์ล่ะ..ในเมื่อชีวิตราชวงศ์น่าจะสุขสบายและมีเกียรติสูงกว่าพวกขุนนางอีกไม่ใช่หรอ..หรือว่าเธอเองก็อยากเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ก็จักรพรรดิเวทมนตร์เหมือนกัน”        

              “ฉันไม่คิดถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ”  

              “หืม?…แล้วทำไมกันล่ะก็ในเมื่อความฝันที่เหนือกว่าการเป็นราชวงศ์ก็มีแค่2ตำแหน่งนี้ไม่ใช่หรอ”

              “ทั้งหมดนี้เพราะฉันเกิดมาเป็นผู้หญิงค่ะ…หากเรียนจบจากโรงเรียนนี้ไปและเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์ไม่ได้..ทางเลือกก็มีอยู่2ทาง คือถูกส่งไปแต่งงานทางการเมืองกับอาณาจักรอื่นหรือไม่ก็แต่งงานกับราชวงศ์ตระกูลอื่นในอาณาจักรนี้เท่านั้นค่ะ”

              “อย่างงั้นสินะ”

              เรเวลแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยผลึกคริสตัล

              เซซิเลียพิงหลังของเธอลงบนหลังของเรเวล

              “สำหรับฉันแล้ว…ฉันไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รัก”

              “พูดง่ายๆคือเธออยากเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์เพราะอยากหลีกเลี่ยงการแต่งงานทางการเมืองงั้นหรอ”

              “ใช่แล้วค่ะ…ต่อให้ชีวิตนี้ฉันไม่ได้เจอกับคุณ..ฉันก็ยังคงจะมีความฝันแบบแบบนั้นอยู่ดี"

              หน่วยอัศวินเวทมนตร์เป็นหน่วยรบระหว่างอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดโลกใบนี้และเป็นกำลังรบเพียงหนึ่งเดียวของมวลมนุษยชาติที่สามารถป้องกันการรุกรานจากปีศาจในโลกของเทพธิดาเวสติเนลได้...จุดยืนของพวกเขาจึงต้องวางตัวเป็นกลางระหว่างอาณาจักรและไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่ง

              ถ้าหากเซซิเลียต้องการหลีกเลี่ยงการแต่งงานทางการเมืองแบบคลุมถุงชน..ก็คงมีแค่วิธีนี้วิธีเดียว

              "เพราะผู้ชายในโลกนี้หลายคนไม่ว่าจะชนชั้นไหนๆก็มีคนเห็นแก่ตัว หลงไหลอำนาจ ลาภยศ เงินทอง ชื่อเสียง จนมองข้ามศีลธรรมและความถูกต้องปะปนกันอยู่เต็มไปหมด…ซึ่งฉันไม่อยากแต่งงานกับคนพวกนี้เลยค่ะ…นอกจากนี้ยังมีบางคนที่มองว่าผู้หญิงมีค่าแค่เอาไว้สืบพันธุ์กับเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ทางเพศเฉยๆเท่านั้นเองด้วย” 

              เรเวลเริ่มทำหน้ามุ่ยขึ้นมา

              ‘เห้ยๆ..ฉันไม่เคยมองเธอแค่ว่าเอาไว้สืบพันธุ์หรือเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ทางเพศเลยนะ…ก็มีแต่เธอนี่แหละที่มารุกฉันก่อนไม่ใช่รึไง...’

              “เซซิเลีย..นี่เธอไม่ได้แอบด่าใครใช่มั้ยนิ”

              “อย่าเข้าใจผิดสิคะ..ฉันไม่ได้ว่าคุณสักหน่อย..แค่นึงถึงหน้าผู้ชายคนนึงที่ฉันไม่ค่อยชอบนี่แหละค่ะ”

              “ใครล่ะ..พี่ชายเธอหรอ?”

              เซซิเลียส่ายหน้า

              “ไม่ใช่พี่ชายฉันหรอกค่ะ..อย่าไปสนใจเลย..อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้เหมารวมคนไปทั่วเหมือนกับคุณนะคะ”

              “อึก..จุกเลยแหะ..ฮะๆๆ”

              เอาเถอะ..ถ้าขนาดผู้หญิงนิสัยแย่ๆอย่างเซเลก็อบลิน..เซซิเลียยังไม่เกลียดและยอมคบเป็นเพื่อนเลย..นอกจากนี้เซซิเลียเองก็ไม่ใช่คนที่ปฎิเสธการสารภาพรักได้ฮาร์ดคอร์แบบเอลิเซ่ด้วย

              แต่ว่านะ..ถ้าหากเป็นผู้ชายที่ถึงขนาดทำให้เซซิเลียเกลียดได้นี่คงจะนิสัยไม่น่าคบสุดๆของแท้เลยแหะ…ยังไงก็ภาวนาอย่าให้ตัวผมได้เจอะได้เจอคนๆนั้นเลยละกัน…เพราะตัวผมนี่ไม่อยากมีปัญหากับใครเลยจริงๆ

              “เป็นผู้หญิงนี่ก็ลำบากเหมือนกันแหะ…แล้วถ้าเกิดเป็นผู้ชายในราชวงศ์ล่ะ..ก็ไม่ต้องแต่งงานทางการเมืองงั้นสินะ”

              “เกิดเป็นผู้ชายมีสิทธิเลือกมากกว่าอยู่แล้วค่ะ..การแต่งงานสามารถเลือกผู้หญิงที่ตนชอบได้ตามใจเลย..แถมยังมีสิทธิที่จะได้ครองราชย์ในแต่รัชสมัยด้วย”

              “แล้วไม่มีใครอยากเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์กันเลยหรอ?”

              “ก็ถ้าเข้าแล้วได้เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์หรือจักรพรรดิเวทมนตร์กันได้ง่ายๆคงไม่มีใครมาเป็นกษัตริย์กันหรอกค่ะ…ดูแค่การเก็บเลเวลในวันนี้คุณก็น่าจะรู้แล้วนิ..ว่ากำแพงของความแข็งแกร่งมันสูงชันแค่ไหน…นี่ขนาดแค่เลเวล30เองนะคะ”

              “อืมก็จริงนะ…เออถามหน่อยสิ…ว่าแต่ที่ฉันคบกับเธอแบบนี้..ทำไมถึงไม่โดนทางบ้านเธอกีดกันล่ะ?..หรือเพราะเขาเห็นว่าตัวเธออยากเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์อยู่แล้วก็เลยปล่อยๆไป..เพราะคิดว่าเธอน่าจะเข้าได้”

              “สำหรับท่านแม่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้วล่ะคะ…เพราะเดิมทีท่านแม่เองก็มาจากขุนนางตระกูลวิสเคาน์ในอาณาจักรนี้เหมือนกัน..ไม่ได้เป็นราชวงศ์หรือองค์หญิงที่ไหนมาตั้งแต่แรก”

             “แต่ตระกูลวิสเคาน์ก็เป็นตระกูลขุนนางชั้นสูงเหมือนกันนะ…โดยฐานะแล้วก็ไม่ได้ดูแย่เลย..ซึ่งต่างจากฉันที่เป็นสามัญชนล้วนๆแน่นอน..แถมท่านไอรีนก็เป็นผู้หญิงที่หน้าตาสวยมากๆด้วย…ผู้ชายชนชั้นสูงหลายคงจะชอบกันเยอะนั่นแหละ" 

              “นั่นก็แล้วแต่คุณจะคิดเลยค่ะ..แต่ท่านแม่เองนอกจะท่านจะหน้าตางดงามแล้ว..จริงๆท่านก็ใจดีมากๆนะคะ”       

              “ฉันก็ไม่ได้ว่าแม่เธอใจร้ายสักหน่อยนิ..”   

              “นั่นสินะคะ..”

              เซซิเลียหัวเราะเล็กน้อย

              “แล้วท่านดยุคกับองค์ชายลูมิเอลล่ะ”

              “นั่นคงเพราะว่าคุณช่วยถอนคำสาปให้ท่านแม่ของฉันได้มั้งคะ..ท่านพ่อกับท่านพี่ของฉันเลยไม่มีปัญหา”

              “อืม..เอาเถอะ..”

              ผมผละตัวเองออกจากหลังของเซซิเลีย…จากนั้นยืนขึ้นแล้วยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย

              “ถึงยังไงฉันก็ขอบคุณเธอนะเซซิเลีย..ที่เธออุตส่าห์เลือกผู้ชายอย่างฉันน่ะ”

              เซซิเลียยืนขึ้น..แล้วกอดเรเวลจากทางด้านหลัง

              “จริงๆแล้วเป็นฝ่ายที่ฉันต้องขอบคุณต่างหากล่ะ..ว่าแต่ทำไมคุณถึงอยากเป็นจักรพรรดิ์เวทมนตร์หรอคะ…อะ..เอ่อ..คุณเคยตอบแล้วสินะ…งั้นเอาเป็น..ใครเป็นคนมอบความฝันนี้ให้คุณหรอคะ…หรือว่า…อยู่ๆก็อยากจะเป็นขึ้นมา”

              เรเวลส่ายหน้า

              “ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ..ฉันก็อยากเป็นหรอก…แต่ว่าผู้หญิงที่มอบความฝันนี้ให้ฉัน..ก็คือเอลิเซ่น่ะ”

     

       

        

              #คุยกับคนเขียน#

             ขออภัยอย่่างแรงครับที่วันนี้ไม่อัพก่อนเวลาตามสัญญา…แต่เดี๋ยวผมจะชดเชยให้โดยการอัพตอนต่อไปภายในวันนี้เลย…ฉะนั้นขออนุญาตไปเขียนตอนถัดไปก่อนนะครับ

              แล้วก็อย่าลืมไปกดติดตามเพจ Aungmoonlord Novel Writer ในเฟสบุ๊คด้วยเน้ออออออออ

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน