งานวันเกิดคุณชายมี่(2)
เมื่อประมุขของงานเอ่ยขึ้นแล้วงานเลี้ยงฉลองก็เริ่มเป็นไปอย่างที่ได้ตะเตรียมไว้อย่างดีงานวันเกิดไม่มีอะไรมากไปกว่าจัดให้แขกนำของขวัญที่จะมามอบให้มาอวดเบ่งใส่กันโดยเฉพาะพวกขุนนางใหญ่ที่ไม่ได้ส่งมอบของขวัญตั้งแต่แรก แต่จะมามอบในตอนนี้เพื่อให้ประจักแก่สายตาถึงบารมีของตนที่มีของล้ำค่าเพียงไหนและสามารถนำมามอบให้คนๆหนึ่งได้ง่ายๆ แต่ก็ว่าเถอะผลรับที่ได้กลับมาอาจจะมากว่านั้นก็ได้ใครเล่าจะรู้
‘ติงติ้ง ติ่ง’ เสียงดนตรีบรรเลงขึ้นพร้อมการแสดงเปิดงานสาวงามหลายคนเริ่มออกมาวาดลวดลายการแสดงอย่างชำนิชำนาญ การแสดงทำให้พวกชิงเถาผ่อนคลายความอึดอัดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ไปได้พอสมควรหากพวกนางรู้เสียหน่อยว่ามีใครมาร่วมงานแล้วล่ะก็พวกนางคงผิดคำพูดไม่มาเสนอหน้าให้คนเห็นเหมือนดั่งตอนนี้หรอก
‘แปะๆๆ’การแสดงจบลงไปพร้อมเสียงปรบมือให้กำลังใจแก่นักแสดงจากผู้ชมส่งไปให้อย่างล้นหลามก่อนที่ในงานจะเงียบเสียงลงไปอีกครา
“ต่อไปจะเป็นการมอบของขวัญแก่คุณชายมี่หนิงหยาง”เสียงหนึ่งดังออกมามี่หนิงหยางที่ได้ยินเขาก็เดินลงออกจากที่นั่งของตนมาเล็กน้อยเพื่อรอรับมอบของขวัญ
“เชิญท่านเสนาบดีฟาง”คนผู้แรกที่ได้ยินชื่อก็รีบลุกขึ้นพร้อมด้วยครอบครัวไปมอบของขวัญแก่เจ้าของงานทันทีที่ต้องขนทั้งครอบครัวเดินออกมาด้วยก็เพื่อบุตรของเขานั้นจะได้เด่นชัดเป็นที่น่าสนใจได้ง่ายหรือก็ไม่ใช่ความคิดแปลกใหม่อะไรใครๆ เขาก็ทำกัน และยังเหมือนเป็นการให้เกียรติเจ้าของงานอีกด้วย
“เชิญท่านเจ้ากรมพิธีการเหอ”
“เชิญท่านเสนาบดีกวง”
“เชิญท่านรองเจ้ากรมเทียน”เสียงร้องบอกออกมาเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน เหมือนเป็นการเอื้อประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ให้แก่ผู้ที่มามอบของขวัญก็มิปานแต่ว่าตอนนี้มีคนหนึ่งที่ไม่พอใจกับการกระทำนี้เป็นอย่างมากนั่นก็คือเจ้าของงานที่ต้องมายืนรอรับของแต่ละคนอย่างใจเย็นพร้อมปากที่ต้องฉีกยิ้มเอาไว้ไม่ให้เสียงาน
“เอ๊ะ นั่นมัน”ชิงเถาที่เห็นโจทก์เก่าเอ่ยบอกกับพี่สาวเบาๆ ก่อนหน้านี้นางไม่ยักจะเห็นหญิงผู้นั้นสงสัยคนเยอะไปหน่อยแต่ดีแล้วที่ไม่เห็นเพราะนั่นแสดงว่านางกับคุณหนูผู้นั้นไมได้นั่งอยู่ใกล้กันนัก
“ลี่ถิงเราต้องนำของออกไปมอบให้คุณชายอย่างนั้นหรือไม่”เยว่ซินถามออกมาอย่างกังวล นางไม่กล้าจะเดินออกไปให้อยู่ตรงกลางของเส้นทางการจดจ้องของคนทั้งงานหรอกนะ
“ข้าก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะเจ้าว่าอย่างไรอาเถา” ลี่ถิงถามความเห็นน้องสาวออกมาตอนพวกนางเข้ามาก็เดินตรงเข้ามาเลยไม่ได้หยุดยืนส่งมอบของขวัญหน้างานแต่อย่างไรฉะนั้นแล้วของขวัญสำหรับมี่หนิงหยางก็ยังวางแหม็บอยู่ข้างชิงเถาอยู่อย่างนี้
“ฮ่ะๆๆขอบคุณขอรับสำหรับของขวัญ”
“ขอบคุณมากๆขอรับ”
“ขอบคุณที่มาร่วมงานวันนี้”
“ไงวันเกิดเจ้าข้ามิได้ไปหรอกนะ แต่ชอบของขวัญที่ข้าส่งไปให้ไหม”มี่หนิงหยางที่ยืนรับมอบของขวัญนั้นเขาก็ต้องทำตัวเป็นมิตรที่ดีกับทุกคนเอ่ยขอบคุณออกไปอย่างไม่ขาดสาย เขานั้นเป็นคนไม่มีพรรคมีพวกเขาจะคุยจะหัวเราะกับทุกคนเพื่อไม่ให้ส่อไปถึงการมีฝักมีฝ่ายหรือเอนเอียงไปหาฝ่ายไหนเป็นพิเศษแต่ก็ยกเว้นองค์ชายองค์หญิงทั้งสามที่มาร่วมงานวันนี้เสียหน่อยเพราะพวกเขาสนิทกันตั้งแต่เด็กแล้วหรือจะบอกว่าเขาเป็นหัวหน้าเด็กพวกนี้ก็ว่าได้
“ขอบคุณสำหรับของขวัญและนี่ข้าให้เจ้า” เยี่ยนเทียนฉินเอ่ยขึ้นแล้วยื่นของให้ไปผิดคาดอย่างมากมี่หนิงหยางเขาไม่มีคิดว่าคู่ปรับขัดฝีปากคนปัจจุบันของเขาจะมาอวยพรวันเกิดในวันนี้ด้วย
“ขอบใจเจ้ามากที่มา”มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาอย่างขอบคุณ อย่างน้อยๆ ชายผู้นี้ก็ยังมาร่วมงานของเขาล่ะนะ
ผ่านไปครู่ใหญ่เสียงเรียกให้แต่ละครอบครัวออกไปมอบของขวัญก็มาถึงอีกตระกูลที่ไม่คิดว่าจะมีชื่อในค่ำคืนนี้ด้วยแต่ชื่อเสียงนั้นตอนนี้ก็โด่งดังไปทั่วเมืองหลวงแล้ว
“เชิญคุณหนูทั้งสามจากตระกูลเจี้ยนเฉิงขอรับ”เสียงร้องขึ้นส่งให้พวกชิงเถาที่นั่งนิ่งสงบต้องสะดุ้งตกใจ
“ฮ่ะใช่เรียกพวกเราหรือไม่เจ้าคะ”ชิงเถาถามพี่สาวทั้งสองออกมาหรือว่าเมื่อครู่นางเพียงหูแว่วไปเท่านั้น
“น่าน่าจะใช่นะ” ลี่ถิงนางเอ่ยออกมาอีกคน
“รีบไปเถอะอย่าให้พวกเขารอนาน”เยว่ซินที่เห็นว่าผู้คนเริ่มมองหาคนที่ร้องเรียกแล้วนางจึงเร่งให้ทั้งสองรีบลุกเดินออกไป
“เจ้าค่ะ”
ชิงเถาถือกล่องสุราเดินนำอีกสองสาวงามมาตรงหน้ามี่หนิงหยางที่ยืนยิ้มแป้นรอพวกนางอยู่
“โอ๊ะ เจ้ามีของขวัญมาให้ข้าด้วยขอบใจมากนะเจ้าแม่ค้าน้อย”เขาเอ่ยกับนางอย่างอารมณ์ที่เห็นชิงเถาถือกล่องมาให้นางได้แต่คิดในใจถ้าไม่คิดว่านางจะเอาของขวัญมาให้แล้วเขาจะให้คนเรียกพวกนางออกมาทำไมกันล่ะฮะ
“ขอให้คุณชายมี่มีความสุขมากๆเจ้าค่ะ” ลี่ถิงเอ่ยออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ นางไม่ได้กลัวคนตรงหน้าหรอก แต่นางกลัวคนรอบๆตัวที่มองตรงมายังนางต่างหาก
“ขอบใจพวกเจ้ามากทำขนมให้ไม่พอยังลำบากเอาของขวัญมามอบให้อีก” เขาเอ่ยออกมาอีกความก่อนจะลงมือเปิดกล่องของขวัญออกมาดูทันที สร้างความตกใจให้กับผู้คนมากเพราะคนอื่นๆถ้าไม่เปิดให้เขาดูเองก็เพียงยื่นให้และอวยพรไปเท่านั้น
“โอ้รู้ใจข้าเสียด้วยให้สุราดีมา” มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาอย่างชอบใจ ชิงเถานางอยากจะตีมือเขานักใครให้เขาเปิดดูตอนนี้กันดีหน่อยที่นางใส่ขวดคนละสีกับของเยี่ยนเทียนฉินมิเช่นนั้นมันก็คงเป็นของขวัญที่สิ้นคิดมากเพราะภายในวันเดียวนางก็มอบให้ถึงสองคน
“ค่อยค่อยไปดูทีหลังก็ได้เจ้าค่ะ” ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างขอร้อง แต่ไหนเลยเขาจะทำตามนางขอ
“ได้อย่างไรได้ของดีมาก็ต้องรีบคว้าไว้เพื่อคนของข้าไม่ระวังทำแตกขึ้นมาข้าก็อดนะสิ”เอ่ยจบเขาก็ยกขวดสุราขึ้นกระดกทันทีไม่ดูสายตาห้ามปรามของคนอื่นเสียเลย ไหนจะคนของเขาที่มองหน้ากันเลิกลักแล้วไหนมาโทษพวกเขาได้กัน
“อึก อึก”เสียงเขากลืนสุราเข้าไปสองอึกใหญ่ก่อนที่จะพอ
“นี่มันสุราอะไรกันทำไมกลิ่นถึงได้หอมขนาดนี้ทั้งรสชาติข้าก็ไม่เคยลิ้มลองมาก่อนสุราจากร้านเจ้าข้าก็ลองมาจนจะไปทำออกมาขายแข่งกับเจ้าได้อยู่แล้ว แต่ไม่มีแบบนี้แน่นอน”เขาเอ่ยถามชิงเถาออกมาอย่างสนใจแต่ชิงเถาที่ได้ยินอยากจะเอาค้อนตีหัวเขาเสียสักทีไหนให้มากินเพื่อเอาสูตรไปทำขายแข่งกับนางกัน
“สุราที่นำมาเป็นของขวัญก็ต้องพิเศษกว่าเป็นไหนๆเจ้าค่ะ รับรองได้ว่าไม่มีที่ไหนมีออกมาขายอีกแน่ ชาตินี้ท่านคงได้ลองเพียงเท่านี้”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างกัดฟันพูด เรื่องเมื่อครู่นางยังโกรธเขาไม่หาย
“ข้าลิ้มลองสุรามาแล้วทั่วทุกทีแต่ยังไม่เคยเจอรสนี้มาก่อนแต่ยังไงข้าจะไม่ยอมให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ลองแน่นอน”เขาเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ ชิงเถาได้แต่คิดเขาเอาอะไรมามั่นใจ ให้รู้เสียก่อนเถอะว่ามันมาจากกลิ่นของอะไรค่อยมาพูด