ทะลุมิติมาเป็นเขยแต่งเข้าตระกูลเซียน พร้อมระบบทายาทบันดาลโชค

    บทที่ 34 สุ่มรางวัลติดต่อกันสองครั้ง

            เพียงชั่วพริบตา เวลาสองเดือนก็ได้ล่วงเลยไป ในช่วงเวลานี้ ข่าวการตั้งครรภ์ของหลินชิงหานเป็นที่รับรู้กันทั่ว ทว่าทางตระกูลกลับไม่ได้มีท่าทีพิเศษใด ๆ มีเพียงหลินเต๋อที่นำของขวัญมาเยี่ยมเยียนและปลอบใจบ้างเป็นครั้งคราว

     

            ต่อมาในคืนหนึ่ง หลินอีอีและหลินเฟยอิ่งก็ได้ตั้งครรภ์พร้อมกัน การตั้งครรภ์ของทั้งสองนางมาได้ประจวบเหมาะยิ่งนัก เพราะยามนี้โจวลั่วรู้ตัวดีว่าเขาได้ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการเมืองภายในตระกูลอย่างลึกลับ จนทำให้เขารู้สึกขาดความมั่นคงอย่างหนัก

     

            ประกอบกับการสุ่มรางวัลครั้งก่อนที่ได้เพียงปราณกำเนิดบริสุทธิ์ซึ่งใช้ได้แค่กับทายาทเท่านั้น เขาจึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่าจะสุ่มได้ของที่มีประโยชน์ต่อตนเองบ้าง

     

            เขาส่งกระแสจิตเข้าสู่หน้าจอการสุ่มรางวัล โจวลั่วจ้องมองวงล้อสีขาวด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อเห็นว่าตนมีสิทธิ์สุ่มรางวัลสองครั้ง

     

            'ครั้งนี้คงต้องได้ของดีบ้างล่ะนะ' เขาพึมพำในใจก่อนจะเลือกเริ่มการสุ่ม

     

            บนวงล้อนั้น ดวงแสงสีทองหมุนวนอย่างรวดเร็ว ผ่านไปครู่หนึ่งก็หยุดลงที่ช่อง [เคล็ดวิชา]

     

            หัวใจของโจวลั่วสั่นสะท้าน ความรู้สึกสิ้นหวังผุดขึ้นมาในใจ 'ล้อกันเล่นหรือเปล่า ทำไมถึงเป็นเคล็ดวิชาล่ะ'

     

            ตัวเขาที่มีเคล็ดรวบรวมปราณอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องการน้อยที่สุดในตอนนี้ก็คือเคล็ดวิชา เพราะมีเพียงผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกปราณชั้นห้าขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะสามารถควบคุมพลังปราณเพื่อใช้ในการต่อสู้ได้ ต่อให้เขาได้เคล็ดวิชามาในตอนนี้ เขาก็ไม่สามารถกระตุ้นพลังเพื่อใช้งานมันได้อยู่ดี

     

            ดวงกุดเกินไปแล้ว หรือว่าเป็นเพราะเขาไม่ได้ล้างหน้าก่อนสุ่มกันแน่?

     

            [ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับเคล็ดกายาหมีอสูร!]

     

            [รางวัลถูกส่งเข้าสู่ช่องเก็บของของโฮสต์โดยอัตโนมัติ โปรดตรวจสอบ!]

     

            เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นตามคาด โจวลั่วเหม่อลอยไปชั่วครู่

     

            'เคล็ดวิชาฝึกกายาหรือ?'

     

            ท่ามกลางความสิ้นหวังในตอนแรก กลับเริ่มมีความหวังผุดขึ้นมา หากบอกว่าเคล็ดวิชาระดับฝึกปราณเขายังใช้ไม่ได้ แต่เคล็ดวิชาฝึกกายานี้กลับพอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แม้ว่าในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร เหล่าผู้บำเพ็ญกายาจะมีฐานะและพลังต่อสู้ที่ไม่โดดเด่นนัก แต่ในช่วงก่อนจะถึงระดับฝึกปราณชั้นห้า การฝึกกายาถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

     

            เพียงแต่การฝึกกายานั้นต้องใช้ทั้งเวลาและทรัพย์สินมหาศาล คนส่วนใหญ่จึงมักเลือกที่จะตรากตรำบำเพ็ญเพียรตามปกติ มากกว่าจะยอมเสียเวลาไปกับการฝึกกายา เพราะในภายหลัง ผู้บำเพ็ญระดับฝึกปราณจะสามารถสยบผู้บำเพ็ญกายาในระดับเดียวกันได้อย่างราบคาบ

     

            เมื่อเห็นว่าเป็นเคล็ดวิชาฝึกกายา โจวลั่วก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เพียงแต่ชื่อของมันดูจะแปลกไปสักหน่อย เขาจึงหันไปมองข้อมูลเคล็ดวิชาในช่องเก็บของ

     

            [เคล็ดวิชา : เคล็ดกายาหมีอสูร]

     

            [ระดับ : ระดับฝึกปราณ ขั้นสูง]

     

            [คำอธิบาย : เคล็ดวิชาที่รังสรรค์จากการสังเกตท่วงท่าของหมีอสูร ใช้เคล็ดวิชาขัดเกลาเอ็น กระดูก และเนื้อหนัง เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง โดยต้องใช้ทรัพยากรล้ำค่าช่วยในการหล่อเลี้ยง เพื่อให้กายาแข็งแกร่งดุจหมีอสูร หากฝึกสำเร็จ ในระดับที่ต่ำกว่าระดับฝึกปราณ กายาจะไร้เทียมทาน]

     

            หลังจากอ่านคำอธิบาย โจวลั่วก็ถึงกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ นี่ถึงกับเป็นเคล็ดวิชาระดับฝึกปราณขั้นสูง แถมยังสามารถต้านทานการโจมตีในระดับฝึกปราณได้อีกด้วย หากฝึกฝนจนบรรลุขั้นสูงสุด ในตระกูลหลินเขาก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องภยันตรายใด ๆ อีกเลย

     

            แต่สิ่งที่โจวลั่วให้ความสนใจคือ ทรัพยากรล้ำค่าที่ระบุไว้ เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ หากคิดจะฝึกกายา การเสียเงินทองนั้นเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ทว่าการสร้างร่างกายให้แข็งแรงก็เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการมีลูกก็ต้องการร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเช่นกัน

     

            เขาหวังเพียงว่าทรัพยากรล้ำค่าเหล่านั้นจะไม่ใช่ของที่หายากเกินไป ไม่อย่างนั้นการที่เขาเรียนรู้ไปก็ไม่ต่างอะไรกับไม่ได้เรียน และจะกลายเป็นเรื่องที่ได้ไม่คุ้มเสีย เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เลือกเรียนรู้เคล็ดวิชานี้ทันที

     

            ในวินาทีต่อมา ข้อมูลเกี่ยวกับเคล็ดกายาหมีอสูรก็หลั่งไหลเข้าสู่สมอง ทั้งเคล็ดวิชาการฝึก ทรัพยากรล้ำค่าที่จำเป็นต้องใช้ รวมถึงข้อควรระวังต่าง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน

     

            ผ่านไปครู่ใหญ่ โจวลั่วจึงซึมซับข้อมูลทั้งหมดได้สำเร็จ ด้วยความช่วยเหลือจากระบบ การควบคุมเคล็ดวิชาระดับฝึกปราณขั้นสูงนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา สิ่งที่ยากเพียงอย่างเดียวคือทรัพยากรล้ำค่าที่ระบุไว้

     

            เดิมทีเขาคิดว่าเพียงแค่ใช้ทรัพยากรล้ำค่าขัดเกลากายาในยามสำคัญก็เพียงพอแล้ว แต่เขากลับประเมินการผลาญทรัพยากรของการฝึกกายาต่ำเกินไป ขั้นแรกเขาจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรล้ำค่าเพื่อปรับสมดุลร่างกาย จนกว่าจะพร้อมสำหรับเงื่อนไขในระดับหนึ่ง จากนั้นจึงใช้ทรัพยากรระดับสูงขึ้นเพื่อขัดเกลา วนเวียนเช่นนี้ไปจนถึงชั้นห้า

     

            มีเพียงเมื่อผ่านครบทั้งห้าขั้นเท่านั้น กายาของเขาจึงจะไร้เทียมทานในระดับที่ต่ำกว่าระดับฝึกปราณ ยามนี้โจวลั่วตั้งเป้าหมายเพียงแค่ทำขั้นที่หนึ่งให้สำเร็จ เพื่อรับประกันว่ากายาของตนจะทนต่อการโจมตีของผู้บำเพ็ญระดับฝึกปราณชั้นห้าได้

     

            เมื่อสงบใจได้แล้ว เขาจึงหันกลับไปมองที่หน้าจอการสุ่มรางวัลอีกครั้ง เขายังมีโอกาสเหลืออยู่อีกหนึ่งครั้ง ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะสุ่มได้อะไร

     

            คราวนี้โจวลั่วไม่ลังเล เขาเลือกสุ่มรางวัลทันที ไม่นานนัก ดวงแสงสีทองก็หมุนวนแล้วไปหยุดลงที่ช่อง [สัตว์ปราณ]

     

            'สัตว์ปราณหรือ?'

     

            'จะสุ่มได้สัตว์เทพในตำนานหรือเปล่านะ?'

     

            โจวลั่วเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่อยู่ในช่องสัตว์ปราณไม่น่าจะแย่กระมัง หากสุ่มได้สัตว์เทพจริง ๆ เขาคงไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใดอีก สามารถท่องไปได้ทุกหนแห่งอย่างไร้ผู้ต้าน

     

            ทว่าฝันนั้นช่างงดงาม แต่ความจริงกลับโหดร้าย

     

            [ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับแมววิญญาณเหมันต์!]

     

            [รางวัลถูกส่งเข้าสู่ช่องเก็บของของโฮสต์โดยอัตโนมัติ โปรดตรวจสอบ!]

     

            'ฟังดูไม่เหมือนชื่อสัตว์เทพเลยแฮะ' แถมดูจากชื่อแล้ว ระดับของมันก็คงไม่สูงเท่าไหร่ด้วย ด้วยความสงสัย โจวลั่วจึงมองไปที่สัญลักษณ์ [แมวสีขาว] ในช่องเก็บของ

     

            [สัตว์ปราณ : แมววิญญาณเหมันต์]

     

            [ระดับ : ระดับสาม]

     

            [คำอธิบาย : สัตว์อสูรที่มีถิ่นกำเนิดจากภูเขาหิมะ ขนสีขาวช่วยให้พวกมันพรางตัวในหิมะได้อย่างดีเยี่ยม ในช่วงวัยเยาว์จะสามารถใช้พลังวิชามายาได้ เมื่อเติบโตเต็มที่ยังสามารถใช้พลังปราณที่แข็งแกร่งเพื่อสร้างความสามารถอื่น ๆ ได้อีกด้วย]

     

            'สัตว์อสูรระดับสามก็ดูไม่เลวนี่นา' โจวลั่วครุ่นคิด

     

            สิ่งที่เรียกว่าสัตว์ปราณหรือสัตว์อสูรนั้น มีระดับพลังไล่จากต่ำไปสูงคือ ระดับหนึ่ง ระดับสอง ระดับสาม ระดับสี่... ซึ่งสอดคล้องกับมนุษย์ในระดับฝึกปราณ ระดับกลั่นปราณ ระดับจินตาน ระดับหยวนอิง ตามลำดับ

     

            ระดับของแมววิญญาณเหมันต์ที่เป็นระดับสามนี้ ไม่ได้หมายถึงจุดเริ่มต้นของมัน แต่มันคือขีดจำกัดสูงสุดของมัน ซึ่งหมายความว่า เมื่อมันเติบโตจนถึงช่วงสูงสุด มันจะมีพลังเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานของมนุษย์

     

            ระดับจินตานนั้น ดูเหมือนจะมีเพียงในสำนักชิงหยวนเท่านั้นที่มีตัวตนเช่นนี้อยู่ หากเขาสามารถเลี้ยงดูมันจนเติบโตได้ ก็สามารถใช้เป็นสัตว์ปราณเฝ้าบ้านได้อย่างดีเยี่ยม

     

            เพียงแต่ระยะเวลาในการเลี้ยงดูนั้นช่างยาวนานนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่มันยังเป็นเพียงลูกแมว ตามที่เขาเคยอ่านในตำราโบราณ สัตว์อสูรทั่วไปกว่าจะเติบโตเต็มที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยร้อยปี และยิ่งเป็นสัตว์อสูรที่เก่งกาจเพียงใด ก็ยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น นี่เป็นเพียงช่วงเติบโตเต็มที่ ยังไม่รวมช่วงเติบโตสมบูรณ์และช่วงสูงสุดอีกสองระดับ

     

            กว่าจะเติบโตเต็มศักยภาพจริง ๆ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ แต่ก็นับว่าโชคดีที่ตัวเขามีเวลาเหลือเฟือที่สุด

     

            โจวลั่วยังไม่คิดจะเรียกแมววิญญาณเหมันต์ออกมาในตอนนี้ เพราะเขายังนอนอยู่บนเตียง หากเอาออกมาตอนนี้คงยากจะอธิบายได้ รอพรุ่งนี้หาโอกาสออกไปข้างนอก แล้วค่อยแสร้งทำเป็นว่าซื้อมันกลับมา และถือโอกาสหาซื้อทรัพยากรล้ำค่าที่ต้องใช้สำหรับขั้นที่หนึ่งของเคล็ดกายาหมีอสูรไปด้วยเลย

     

            อย่างไรเสีย ด้วยฐานะของเขาในยามนี้ ตระกูลไม่ได้จำกัดอิสรภาพของเขาแล้ว เพียงแค่ต้องแจ้งให้ทราบเท่านั้น ส่วนการจะออกจากเมืองเฟิงเยี่ยนั้น นอกจากต้องแจ้งแล้วยังต้องได้รับอนุญาตจากตระกูลด้วย ซึ่งด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ ตระกูลคงไม่มีทางปล่อยให้เขาออกไปเพียงลำพังแน่นอน

     

            เขาสลัดความไม่สบายใจทิ้งไปแล้วเหม่อมองเพดานเตียง โดยรวมแล้ว การสุ่มรางวัลทั้งสองครั้งนี้ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ทำให้หัวใจที่ว้าวุ่นในช่วงนี้ได้รับการปลอบประโลมขึ้นมาบ้าง

     

            ทว่าต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นการฝึกกายาหรือการเลี้ยงดูสัตว์ปราณ ล้วนต้องใช้เงินทองจำนวนมหาศาล ลำพังเพียงหินปราณที่ตระกูลมอบให้ในแต่ละเดือนย่อมไม่เพียงพอแน่นอน ยังดีที่ตอนไปงานโอสถปราณครั้งก่อน เขาได้ขายยาออกไปชุดหนึ่งพอให้ประทังไปได้สักพัก แต่นั่นก็ไม่ใช่ทางแก้ระยะยาว

     

            เขาคงต้องเร่งปรุงยาเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองเสียแล้ว

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นเขยแต่งเข้าตระกูลเซียน พร้อมระบบทายาทบันดาลโชค ที่คุณอ่าน