(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 167 หาคู่ครองให้กับลูกสาวตน

            ไม่นานนัก ทั้งสี่คนก็ยังคงสนทนากันต่ออีกครู่หนึ่ง คำพูดแลกเปลี่ยนสลับไปมาอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศซึ่งก่อนหน้านั้นตึงเครียดจากเรื่องการแข่งขันและรางวัลอันล้ำค่า ต่างค่อยๆคลี่คลายลงจนเหลือเพียงความสงบภายในห้องทำงานอันกว้างขวาง


            ท้ายที่สุด หวงเยี่ยและหวูเหยียนจีต่างลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างพร้อมเพรียง


            “เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน.. ให้พวกท่านทั้งสองได้พูดคุยกันตามสบาย!”


            คำกล่าวของหวงเยี่ยสุภาพเรียบร้อย หวูเหยียนจีเพียงพยักหน้าแทนถ้อยคำ ก่อนที่ทั้งคู่จะหมุนกายเดินออกจากห้อง ทิ้งไว้เพียงสองพ่อลูกในความเงียบที่ค่อยๆแผ่ขยายเข้าปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด บรรยากาศภายในจึงกลับมาสงัดอีกครั้ง


            หย่าอี้หานเอนกายพิงพนัก สายตามองตรงไปยังบุตรสาวด้วยรอยยิ้ม คล้ายผู้เฝ้ามองดอกไม้ที่ตนเองปลูกเติบโตขึ้นมาจนงดงาม


            “หย่าเฟย..”


            “ตอนนี้ลูกเองก็อายุจะเกินสี่สิบปีแล้วนะ”


            “ทำไมถึงไม่มองหาคู่ครองหน่อยละ”


            “พ่อคนนี้เองก็อยากจะอุ้มหลานตัวเล็กๆแล้วเนี่ย!”


            หย่าเฟยซึ่งกำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบถึงกับสะดุ้ง ชาอุ่นในปากแทบสำลักออกมา


            นางรีบวางถ้วยลงบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว แววตาที่เคยสงบนิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงในพริบตา


            “พะ.. พูดบ้าอะไรของท่าน!”


            น้ำเสียงของนางสะท้อนความเขินอายปนหงุดหงิด เหมือนไม่อยากเชื่อว่าบิดาจะกล่าวเรื่องเช่นนี้ออกมาอย่างหน้าตาเฉยได้


            “ก็บอกไปแล้วยังไงละว่าข้าไม่ต้องการจะมีผัวหรือมีสามีอะไรทั้งสิ้น!”


            “เพราะในยุคสมัยนี้น่ะ.. การมีครอบครัวก็ไม่ต่างอะไรไปจากฝันร้ายหรอก!”


            “วันดีคืนนี้อาจถูกเผ่าพันธุ์มังกรที่แข็งแกร่งเข้ามารุกราน มันเป็นยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความโกลาหล!”


            “การมีครอบครัวหรือคู่ครองน่ะเหรอ.. เป็นทางเลือกท้ายสุดเลยละ แล้วที่สำคัญคงไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะคู่ควรกับข้าหรอก!”


            คำกล่าวของหย่าเฟยชัดคำ ไม่ได้เอ่ยด้วยความเขินอายเพียงอย่างเดียว หากเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและทัศนะที่นางยึดถืออย่างแน่วแน่


            หย่าอี้หานฟังจนจบโดยไม่แทรกแม้แต่น้อย รอยยิ้มบนใบหน้าไม่ได้จางหาย หากยิ่งเผยความเอ็นดูมากขึ้น


            “งั้นถ้าเป็นเจ้าเด็กหวงเยี่ยคนนี้ละ?”


            คำถามนั้นร่วงลงอย่างเรียบง่าย ทว่ากลับหนักหน่วงยิ่งกว่าประโยคทั้งหมดก่อนหน้า


            “นะ.. นั่นมัน..”


            หย่าเฟยชะงักงันในทันที มือที่วางอยู่บนโต๊ะนิ่งสนิท ดวงตางดงามเบิกขึ้นและไม่อาจปิดบังความประหลาดใจ


            หย่าอี้หานยังคงกล่าวต่ออย่างสบายอารมณ์


            “หวงเยี่ยซื่อจื่อ.. สุดยอดอัจฉริยะที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์ ใช้เวลาหนึ่งเดือนในการพัฒนาตนเองจากคนธรรมดามาเป็นนักล่ามังกรระดับสี่ อีกทั้งตอนนี้ยังครอบครองเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพอันดับที่หนึ่งอย่างเทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์อีก!”


            “ทั้งรูปลักษณ์และหน้าตาเองก็หล่อเหลา.. ไม่ใช่สิ จะเรียกว่าหล่อเหลาก็คงไม่ถูกนัก เป็นหนุ่มน้อยหน้าสวยเสียมากกว่า”


            “เพราะงั้นตัวของเขาก็น่าจะเหมาะสมกับเจ้าอยู่ไม่มากก็น้อยเลยใช่ไหมละ?”


            คำกล่าวจบลงพร้อมรอยยิ้มแฉ่งของผู้เป็นพ่อ สายตาจับจ้องไปยังบุตรสาวอย่างไม่ปิดบังความขบขัน


            หย่าเฟยถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ความหงุดหงิดเมื่อครู่คล้ายถูกแปรเปลี่ยนเป็นความว้าวุ่นบางอย่างที่นางไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าขาวผ่องพลันร้อนวูบเล็กน้อย แม้นางจะพยายามควบคุมสีหน้าเอาไว้อยู่ก็ตาม


            “ท่านพ่อ.. เขายังเด็กกว่าข้าตั้งเท่าไร แล้วอีกอย่างนึง..”


            นางหยุดคำพูดไว้กลางอากาศ ดวงตาหลุบลงเพียงชั่วพริบตาก่อนจะเงยขึ้นอีกครั้งอย่างจริงจัง


            “ข้าเพียงมองเขาในฐานะนักล่ามังกรที่มีศักยภาพเท่านั้น และไม่ได้มีความคิดอื่นใดเลยทั้งนั้น!”


            ทว่าหย่าอี้หานกลับหัวเราะขึ้นด้วยท่าทางที่ขบขัน


            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”


            “เด็กกว่าแล้วยังไง?”


            “ในยุคสมัยของนักล่ามังกรใครจะไปสนใจอายุกันเล่า!”


            “เพราะผู้ที่แข็งแกร่งย่อมได้รับการยอมรับ และผู้ที่โดดเด่นย่อมดึงดูดสายตา แล้วเจ้าจะบอกว่ามองไม่เห็นศักยภาพของเขาจริงหรือ?”


            คำถามนั้นได้แทงตรงเข้าไปยังใจของหย่าเฟยอย่างแม่นยำ


            จนหญิงสาวต้องชะงักงันอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตางดงามที่ก่อนหน้านั้นยังเต็มไปด้วยความหงุดหงิดกลับค่อยๆสงบนิ่งลง


            ก่อนที่นางจะส่ายศีรษะไปมา ราวกับพยายามสะบัดความคิดที่เพิ่งถูกโยนใส่มาอย่างไม่ทันตั้งตัว


            “เลิกคิดไปเลยค่ะท่านพ่อ”


            “ไอ้เรื่องการแต่งงานหรือจะจับคู่ครองให้ข้าน่ะ.. ตอนนี้ข้ายังไม่สนใจผู้ชายคนไหนทั้งสิ้น!”


            น้ำเสียงของหย่าเฟยมั่นคงและไม่สั่นไหว ดวงตาคมสวยมองบิดาอย่างไม่หลบเลี่ยง ราวกับต้องการยืนยันจุดยืนของตนให้ชัดเจนที่สุด


            ทว่านางก็หยุดเว้นจังหวะไปเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นอีกครั้งอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆ ก่อนจะกล่าวต่ออย่างมีน้ำหนัก


            “แต่ถ้าเกิดลูกสนใจขึ้นมาจริงๆ.. หวงเยี่ยคนนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนัก!”


            ประโยคสุดท้ายถูกเปล่งออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ยากจะตีความ ว่าเป็นเพียงคำหยอกย้อน หรือมีบางสิ่งซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น


            หย่าอี้หานถึงกับชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาพลันเปล่งประกายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับได้ยินคำตอบที่เกินคาดคิดจากปากบุตรสาว


            “งั้นเหรอ?”


            ท่าทางของเขาแฝงความประหลาดใจอย่างชัดเจน จ้องมองนางอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าที่ผ่านมา


            “ถ้าเจ้าพูดแบบนี้พ่อเองก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวละกัน!”


            “แต่พ่อจะบอกให้ชัดๆเลยละกัน.. ว่าหวงเยี่ยซื่อจื่อคนนี้น่ะไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง!”


            “เขาเป็นนักล่ามังกรที่มีพรสวรรค์ และมากพอที่จะขึ้นเป็นนักล่ามังกรที่แข็งแกร่งมากที่สุดในโลกใบนี้เลยละ”


            คำกล่าวนั้นมิใช่การยกยอ หากเป็นการประเมินของผู้มากประสบการณ์ที่มองเห็นศักยภาพอันล้ำลึกเกินกว่าสายตาคนทั่วไป


            พอได้ฟังเช่นนั้น นัยน์ตาของหย่าเฟยก็สั่นไหวโดยไม่รู้ตัว


            “เพราะงั้นถ้าลูกตัดสินใจได้ขึ้นมาจริงๆจังๆ ลูกก็ต้องคว้าเขาเอาไว้ให้อยู่หมัดเลยละ”


            “เพราะยังไงซะผู้แข็งแกร่งน่ะ.. ย่อมจะต้องดึงดูดสายตาผู้หญิงที่งดงามอีกมากมาย!”


            “พวกนางเหล่านั้นคงจะเข้าหาเด็กคนนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง! ลูกเองก็ต้องทำคะแนนก่อนที่ตัวของเขาจะถูกแย่งชิงไป!”


            “พ่อบอกได้เพียงแค่นี้ละ”


            คำพูดทิ้งท้ายถูกกล่าวออกมาอย่างสงบ ไม่มีการย้ำซ้ำ ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม


            กล่าวจบ ชายหนุ่มผมดำลุกขึ้นจากโซฟาอย่างไม่รีรอ ท่วงท่าของเขาเรียบง่าย พลางหันหลังให้บุตรสาว ก่อนก้าวเดินออกไปจากห้องทันที


            ภายในห้องจึงเหลือเพียงหย่าเฟยคนเดียว ความเงียบที่เคยสงบนิ่ง กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยความคิดอันวุ่นวาย หัวใจของนางเต้นระรัวขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม จังหวะที่เคยมั่นคงกลับเร่งเร็วผิดปกติ ราวกับมีบางสิ่งมาปลุกเร้าให้สั่นสะเทือน


            “นะ.. นี่ท่านพ่อของข้าประเมินเขาสูงถึงเพียงนี้เชียว?”


            เสียงพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว พลางยกมือขึ้นแตะอกซ้ายของตนเอง รู้สึกได้ถึงแรงเต้นที่กระหน่ำชัดเจนยิ่งขึ้น


            “อันที่จริงตอนแรกข้าก็ไม่ได้สนใจเจ้าเด็กหวงเยี่ยในเรื่องรักๆใคร่ๆเลยสักนิด”


            “ไม่เคยคิดที่จะมองเป็นอื่น!”


            “แต่เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้จากปากของท่านพ่อ..”


            “หัวใจของข้ากลับสั่นไหว!”


            ความคิดมากมายแล่นผ่านอย่างรวดเร็ว


            ภาพของหวงเยี่ยปรากฏขึ้นในจิตใจ ชายหนุ่มผู้มีสายตาสงบนิ่ง ทว่าซ่อนความแน่วแน่เอาไว้ลึกสุดใจ ความสามารถที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพอันดับหนึ่งที่ครอบครองอยู่


            ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขา ทั้งหมดล้วนเหนือความคาดหมาย


            “หรือว่าข้าตอนนี้กำลังเกิดความสนใจในตัวของเจ้าเด็กแสบหวงเยี่ยจริงๆนะ?”


            คำถามนั้นสะท้อนก้องอยู่ภายในหัว แล้วยิ่งคิดนางก็ยิ่งรู้สึกว่าความมั่นใจเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอน ทำให้ใบหน้าขาวผ่องค่อยๆแดงก่ำขึ้นอย่างชัดเจน ความร้อนผ่าวแผ่กระจายจากแก้มไปจนถึงใบหู ราวกับผลแอปเปิลที่สุกจัดจนเปล่งสีแดงสด


            นางยกมือขึ้นแตะแก้มตนเองอย่างลนลาน


            “ข้าเป็นอะไรไปกัน…”


            เสียงพึมพำแฝงความงุนงง สายตาเหลือบมองไปยังประตูที่บิดาเพิ่งเดินออกไป ความเงียบในห้องยิ่งทำให้ความคิดดังชัดเจนขึ้น หัวใจยังคงเต้นแรงเหมือนจังหวะไม่ยอมชะลอลง ความว้าวุ่นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนกำลังกัดกินความมั่นคงภายในอย่างช้าๆ


            “หวงเยี่ย.. ดูเหมือนว่าเจ้าจะทำให้ข้าเริ่มลังเลได้แล้วจริงๆ”


            หย่าเฟยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับอารมณ์ให้สงบ แต่ทุกครั้งที่หลับตา ภาพของหวงเยี่ยกลับชัดเจนขึ้นกว่าเดิมเลยก็ว่าได้


            “ให้ตายสิ ไอ้ความรู้สึกนี้มันน่าหงุดหงิดจริงๆ”


            ...

            ไอ้เด็กเวรได้ของโคตรดี 55+


            ผู้อำนวยการแห่งมหาวิทยาลัยเทพอสูร หย่าเฟย

            คู่หูของหย่าเฟย ราชันย์มังกรจักรพรรดิทองคำ หลงอิน

    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน