บทที่ 35
แกว่งเท้าหาเสี้ยน
ขณะนี้บรรยากาศในหมู่บ้านเรดวู้ดกำลังเต็มไปด้วยปัญหาเล็กน้อยจำนวนมาก จนชาวบ้านเริ่มเป็นกังวล
เวลาเดียวกันนั้น อารมณ์ของพ่อค้าที่ต้องปักหลักนอกรั้วหมู่บ้านก็ขุ่นมัวยิ่งนัก
“บัดซบ...” พ่อค้าร่างอ้วนฉุทุบโต๊ะไม้ในกระโจมตนเองดังเปรี้ยง ก่อนจะระบายความในใจที่อัดอั้น “พวกเราออกเดินทางมาเกือบเดือน แต่ของที่ต้องการกลับถูกประมูลขายออกไปหมดแล้ว? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”
“ใช่ ๆ คนพวกนี้หยิ่งยโสนัก แถมยังปล่อยให้ราคาของชั้นต่ำพวกนั้นพุ่งสูงถึงกระสอบละยี่สิบเหรียญเงิน”
“นอกจะไม่จัดที่ทางให้พวกเราได้พักผ่อนและค้าขายแล้ว ยังส่งพวกเราออกมาตั้งกระโจมนอกเมืองอีก? พวกมันรู้หรือไม่ว่ากองคาราวานอาดิสคือใคร”
“เหอะ เจ้าพวกบ้านนอกต่ำช้าแบบนี้จะรู้จักได้อย่างไร พวกเจ้ารีบไปติดต่อกองทหารพวกนั้น บอกว่าพวกเรา กลุ่มการค้าอาดิสแห่งเทราส ต้องการเข้าพบผู้ดูแลหมู่บ้านและขอซื้อมันหวานชั้นต่ำพวกนั้นทั้งหมด!”
สมาชิกของกลุ่มการค้าผู้ยิ่งใหญ่จากแดนไกลพูดจาอย่างออกรสด้วยความฮึกเหิม ที่ผ่านมาไม่ว่าพวกตนไปที่ไหนก็จะต้องมีคนเปิดทางคอยให้ความสะดวกสบายตลอด นอกจากจะต้องร้องขอให้พวกตนขายสินค้าให้แล้ว อำนาจที่มีก็มากล้น... กลุ่มการค้าอาดิส เป็นหนึ่งในสามขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่แห่งเมืองเทราส ปราการโล่ทองคำแห่งแดนเหนือ
ทว่า... ทันทีที่ประกาศชื่อของตนให้กองทหารอารักขาได้ทราบ ไม่เพียงแต่สมาชิกในกลุ่มจะถูกปฏิบัติย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมแล้ว ชาวบ้านภายในยังไม่ต้อนรับและไม่มีผู้ใดยินดีจะติดต่อค้าขายด้วย ของล้ำค่าที่มี หรือแม้แต่เสบียงธัญพืชคุณภาพสูง เครื่องนุ่งห่มและหนังสัตว์ราคาแพงต่างถูกเมินเฉย พวกเขารู้สึกเหมือนโดนคว่ำบาตรทางการค้าอย่างเต็มรูปแบบ
โทสะที่มีจึงพุ่งขึ้นสูงจนหน้ามืดตามัว กำไรที่เคยคาดว่าจะได้รับสูญสลายไปกับสายลม เงินลงทุนที่ซื้อเหมาสินค้ามามากมายมีอนาคตจะกลายเป็นเหมือนเกลือที่ถูกน้ำหลากซัดสาด... ละลายหายไปไม่เหลือหลอ
ดังนั้นพวกตนจึงตัดสินใจเข้าเมือง ไปพูดคุยกับพวกไร้เหตุผลแห่งเรดวู้ดให้รู้เรื่อง ทันทีที่เดินเข้าหมู่บ้าน ก็เห็นอาคารของทหารทั้งหลายที่ตั้งตระหง่านแต่ในนั้นกลับไม่มีผู้ใด หัวหน้าพ่อค้าจอมยโสจึงเดินไปอีกฝั่งถนนที่มีอาคารแบบเดียวกัน ผู้อยู่อาศัยที่ตนคาดว่าจะเป็นทหารรักษาการณ์ กลับมีตราทาสเด่นหราบนต้นแขน
พวกเขาเป็นทาสชายที่เพิ่งกลับมาจากการใช้แรงงานประจำวัน และกำลังรอชำระล้างร่างกายเพื่อเตรียมตัวรับอาหารเย็นอันแสนอร่อย
“เหอะ นึกว่าทหาร ที่แท้ก็ใช้ทาสแต่งตัวเสียดิบดี...” คนหยิ่งยโสสบถเสียงดัง ก่อนจะออกคำสั่งอย่างอุกอาจ “ย้ายออกไปจากที่แห่งนี้ซะ วันนี้ขบวนคาราวานแห่งอาดิสจะพักผ่อนที่นี่!” คนตัวอ้วนฉุเดินสะบัดตูดหายไปแล้ว ปล่อยให้ทาสที่ร่างกายชุ่มเหงื่องุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น
“มาคัส เจ้าอ้วนเมื่อกี้พูดว่ากระไรนะ?” คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ เขากำลังเพลียเพราะความเหน็ดเหนื่อยเลยไม่ได้ยินบทสนทนาของอีกฝ่ายแต่อย่างใด
“ข้าไม่รู้เหมือนกัน มาพูดอะไรอุบอิบสักอย่างนี่แหละ แล้วก็เดินหายไปแล้ว?”
(หืม... หรือพลังของท่านเดวิดจะทำให้หูของคนพวกนี้หนวกไปเยอะ?) นายทหารที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ และคอยปะปนอยู่ในกลุ่มทาสอย่างเป็นกันเองนึกในใจอย่างขบขัน ก่อนจะสะกิดทาสคนสนิทให้ไปรายงานหัวหน้าหมู่บ้านและทางโบสถ์ให้รับทราบ
ตัวปัญหามาหาเรื่องถึงที่แล้ว ทุกคนสมควรได้รับชมเรื่องสนุกให้เต็มอิ่ม
.....
ขณะที่จอห์นกำลังสอนการใช้ดาบให้กับเด็ก ๆ ในโบสถ์เรดวู้ด ทหารคนสำคัญก็มาพร้อมทาสอีกคน พวกเขาส่งข่าวอย่างรีบร้อน รายละเอียดเหตุการณ์วุ่นวายในเมืองจึงถูกบอกต่อจนหลายคนที่ได้ยินมีสีหน้าเคร่งเครียด ฟาเธอร์แจคสัน และฟาเธอร์อีวานก็อยู่ใกล้เคียงกันนั้น
ในกลุ่มเด็กชายที่ถือดาบไม้ ยังมีเจ้าหนูคิทที่เหล่าทหารเรียกกันติดปากว่าท่านเดวิด กำลังยืนยืดเส้นยืดสายเพื่อคลายกล้ามเนื้อ ร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกดาบ เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ก็เริ่มจะคับไปหน่อย คิทตัวโตขึ้นมากตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ยิ่งช่วงหลัง ๆ ที่ได้ทำอาหารถวายทวยเทพ พัฒนาการทางร่างกายของเจ้าตัวก็ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก ไม่สิ... ต้องเรียกว่า พัฒนาการของเด็ก ๆ ที่เรดวู้ด ก้าวกระโดดไปไกลกว่าเด็กวัยเดียวกันในอาณาจักรมากต่างหาก
อีกเพียงครึ่งฝ่ามือ คิทก็จะสูงเท่าเจมส์เมื่อปีที่แล้ว ส่วนเจมส์ในปีนี้นั้น... อย่าได้เอาเจ้าร่างยักษ์บ้ากล้ามมาเป็นมาตรฐานให้เด็กคนอื่นท้อแท้เลย แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนยังต้องเงยหน้าเพื่อพูดคุย
เสียงพูดคุยของผู้อาวุโสหลายคนทำให้คิทหูผึ่ง ประสาทหูของคนเคยเป็นหมีดีกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย เลยได้ยินทุกถ้อยคำได้ชัดเจน ในใจได้แต่คิดว่า... ปัญหามาถึงแล้ว เขาจะลองปล่อยให้คนพวกนี้แก้ไขด้วยตนเองดีกว่า จากนั้นเจ้าหนุ่มคนสำคัญก็หันไปเล่นกับน้องน้อยที่เริ่มมาพัวพันแข้งขาจนวุ่นวายไปหมด ร่างเหม็นเหงื่อจึงตัดสินใจสุ่มหยิบน้องสาวน้องชายขึ้นมาสองคน
พลังแขนของเขาเยอะกว่าแต่ก่อนมาก คนที่เริ่มแตกเนื้อหนุ่มจึงชอบอวดกล้ามน้อย ๆ ของตนเองบ่อยครั้ง เด็กสองคนหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข จากนั้นก็ทำจมูกฟุดฟิดเพราะกลิ่นเหม็นสาบของพี่ชาย คิทจึงได้แต่ทำหน้าจ๋อยเพราะน้อง ๆ ไม่หลงรักเหมือนเก่า
“ฮึก... พี่ไปอาบน้ำก็ได้” วงแขนวางน้องลงกับพื้นแล้วแสร้งทำท่าทีแง่งอนให้ได้เห็น แต่ก่อนจะปลีกตัวไปจากวงสนทนาอันยุ่งเหยิงของผู้ใหญ่ทั้งหลายได้อย่างแนบเนียน เขาก็ถูกเรียกตัวเสียก่อน
“คิท ไปไหน? ... มานี่ก่อน” หลวงพ่อแจคสันมีแววตาคมกริบผิดกับอายุนัก เมื่อคนหนุ่มเดินมาถึง เขาก็เจอกับคำถามเดิม ๆ
“ได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้วใช่ไหม? เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”
หนุ่มน้อยจึงยืนหน้าเจื่อนอยู่สักพัก
บางที...เขาก็คิดว่าตนเองควรจะโกหกเพื่อปัดปัญหาบ้าง แต่คำสอนของซิสเตอร์ที่คอยย้ำมาตลอดเวลาก็หล่อหลอมเข้าไปถึงแก่นวิญญาณมากเกินไปจนไม่ชอบการโกหก เด็กหนุ่มจึงได้แต่สงสัย... ว่าทำไมเขาถึงต้องมีเอี่ยวทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญให้บริหารหมู่บ้าน เขาไม่ใช่ชนชั้นปกครองเสียหน่อย เป็นแค่เด็กกำพร้า คอยทำขนมหวาน กับคอยชงเหล้าให้ทวยเทพได้ดื่มกินจนอิ่มหนำเท่านั้นเอง!
สายตาของทหารอาวุโสตำแหน่งใหญ่โตอย่างจอห์น กำลังจ้องมองมาด้วยความคาดหวังปะปนกับความรู้สึกประหลาดที่หนุ่มน้อยไม่คุ้นเคย...
(คนพวกนี้ดูมีพิรุธ ต้องให้เจ้าอีธานช่วยสืบเสียแล้ว...) ในใจคาดโทษนายทหารแก่กับอาจารย์จากโบสถ์ไวท์วิงส์แห่งรัสเซลเอาไว้ ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นความคิดมายังสถานการณ์สำคัญ
“อืม... ถ้ายังไงเราเพิ่มกฎการค้าขายกับหมู่บ้านเรดวู้ดไว้หน่อยดีไหมครับ? จะได้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เช่น มาก่อนได้ก่อน จำกัดปริมาณการซื้อในการค้าขายแต่ละครั้ง เพิ่มระบบการจองสินค้าล่วงหน้าและการวางมัดจำ แล้วก็... ประกาศบทลงโทษหากละเมิดความปลอดภัยและข้อปฏิบัติภายในหมู่บ้าน อีกอย่างคือ เราต้องให้คำชี้แจงและขออภัยพ่อค้าทั้งหลายเรื่องที่ทางเราไม่สามารถเตรียมพื้นที่เหมาะสมได้อย่างเพียงพอ ท้ายที่สุดคือ... เชิญพวกเขาเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองทวยเทพด้วยกันเพื่อความสนุกสนานเป็นการตอบแทน... ดีไหมครับ?”
มันเป็นทางออกที่เขาคิดไว้นานแล้ว แถมยังได้โบนัสภารกิจพิเศษเป็นการเพิ่มจำนวนคนเข้าร่วมงานครั้งใหญ่ให้กับองค์ไกเอลผู้ใจดีแต่หน้าอมทุกข์อีกด้วย ขณะเดียวกันแจคสันและจอห์นก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะพยักหน้าอย่างยินดีหลายรอบ บรรดาผู้ใหญ่ของหมู่บ้านที่มีอำนาจบริหารจึงถูกเรียกรวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือ เพื่อจัดการปัญหาของผู้มาเยี่ยมเยียนท้องถิ่นแห่งนี้ก่อนมันจะลุกลามใหญ่โตจนกระทบหลายฝ่าย
“เช่นนั้นก็เป็นไปตามที่สรุป เราจะประกาศกฎพวกนี้ออกไปก่อน จริง ๆ แล้วมันไม่ต่างจากข้อบังคับที่ใช้ในเมืองใหญ่มากนัก คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร...” จอห์นสรุปผลการประชุม ก่อนจะพยักหน้าให้โจนาธานไปดำเนินเรื่องตามหน้าที่หัวหน้าหมู่บ้าน
“เดวิด เจ้าก็ไปพร้อมกับพวกเราด้วย... อืม แต่งตัวโทรม ๆ เช่นนี้แหละ คอยศึกษาพฤติกรรมของเหล่าพ่อค้าอยู่เบื้องหลังก็พอ” แจคสันหันมารั้งตัวเด็กหนุ่มที่พยายามจะหนีออกจากวงสนทนาอีกครั้ง
คิทจึงต้องทำตัวติดตามผู้อาวุโสทั้งหลายประหนึ่งเด็กรับใช้ หน้าตาของเด็กหนุ่มเผยความเบื่อหน่ายเด่นชัดจนเหล่าทาสทั้งหลายเริ่มทำตัวไม่ถูก ในสายตาของพวกเขา เหมือนเห็นท่านชายผู้หนึ่งกำลังโดนที่ปรึกษาแก่รุมล้อมจนหงุดหงิดมากกว่า
ขณะเดียวกัน... บริเวณอาคารที่พักคนงานก็กำลังวุ่นวาย เมื่อขบวนพ่อค้ากลุ่มอาดิสเดินทางมาเพื่อยึดครองที่พักตามที่กล่าวไว้จริง ๆ ... เสียงด่าทอของหัวหน้าพ่อค้าพุงอ้วนกลมดังลั่นจนได้ยินไปถึงถนนข้างนอก
“หมายความว่ากระไร ทาสมีที่พัก แต่พ่อค้าอย่างพวกข้าไม่มี? หัวของพวกเจ้ามีความคิดต่ำช้าได้ขนาดนี้เชียวหรือ”
“ที่แห่งนี้เป็นที่พักของสมาชิกหมู่บ้าน ต่อให้พวกเขาเป็นเพียงแค่ทาสก็ตาม... ข้าได้แจ้งให้ทราบหลายครั้งแล้ว และขอยืนยันว่าพวกท่านไม่มีสิทธิ์เข้าพักแต่อย่างใด” หัวหน้าทหารยังปกป้องสิทธิ์ของทาสทั้งหลายได้อย่างดีเยี่ยม และไม่เกรงกลัวพ่อค้าพวกนี้แม่แต่น้อย
“เรื่องนี้ต้องถึงหูท่านลอร์ดแห่งรัสเซลและเทราสแน่ แล้วข้าจะคอยดูว่าบทลงโทษของทาสชั้นต่ำอย่างเจ้าเป็นเช่นไร!”
(อู้ววว... ถ้ามีควันออกหูได้ เจ้าอ้วนนั่นคงจะดูตลกพิลึก) คิทเดินมาถึงพร้อมกับผู้ใหญ่ทุกคนแล้ว เจ้าหนูอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นพ่อค้าเจ้าปัญหา
อำนาจ... เงินทอง... ล้วนทำให้คนเปลี่ยนไปได้หลายแบบ ส่วนใหญ่ก็จะหลงละเลิงในสิ่งที่มีจนวางตัวข่มเหงผู้อื่นไปทั่ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในขณะนี้ เป็นเจ้าพ่อค้าอ้วนอย่างไม่ต้องสงสัย
คนเหล่านี้คิดว่าเงินที่อยู่ในกระเป๋าทำให้ตนมีอำนาจทุกอย่าง พวกมันคงจะกว้านซื้ออาหารจนหมดคลังของหมู่บ้านน้อยใหญ่มามากมาย ปล่อยให้คนพวกนั้นได้รับเงินเพียงน้อยนิดแล้วอยู่อย่างอดอยากต่อไปกระมัง? แล้วทำไมองค์ฮันเดล...ถึงได้ให้พรแห่งความมั่งคั่งและการค้าขายกับคนประเภทนี้กันหนอ
สายลมหอบหนึ่งพัดใส่หน้าเพื่อประท้วงอย่างไม่พอใจ... บางที กาลเวลาก็เปลี่ยนคนให้ต่างไปจากความบริสุทธิ์เมื่อแรกเริ่ม...ทวยเทพเองก็ไม่อาจรู้อนาคต
“ฮ่า! พวกเจ้าคงเป็นหัวหน้าหมู่บ้านสินะ จัดการเรื่องนี้ให้เหมาะสม แล้วพวกข้าจะไม่เอาความ” สายตาเหยียดหยามถูกส่งให้กับนายทหารที่ตนต่อปากด้วย เหมือนเจ้าอ้วนจะรู้สึกว่าตนเองได้ชัยชนะเรียบร้อยแล้ว
“พวกเรามาที่นี่เพื่อแจ้งความผิดให้กับกลุ่มพ่อค้าอาดิส พวกท่านจะต้องถูกปรับโทษฐานสร้างเรื่องวุ่นวายให้กับสมาชิกของหมู่บ้าน รวมถึงใช้อำนาจอันมิชอบ บุกรุกพื้นที่ทรัพย์สินของลอร์ดแห่งรัสเซลโดยไม่ได้รับอนุญาต...” สมุดแผ่นหนังเล่มโตที่บันทึกกฎสำคัญของการปกครองถูกเปิดออก ข้อบังคับเพิ่มเติมถูกระบุไว้บนนั้นชัดเจน
มันเป็นหนังสือกฎบังคับ ที่คนเคร่งกฎอย่างจอห์นพกติดตัวมาด้วยเสมอ
สิ่งที่ทำเพิ่มเติม เพียงแค่แทรกแผ่นหนังสีใกล้เคียงกันเข้าไป แล้วเขียนอักษรระบุข้อบังคับพิเศษของเขตหมู่บ้านเรดวู้ดเท่านั้น เนื่องจากมันเป็นข้อปฏิบัติจากส่วนกลางของนครเซริส ลอร์ดทั้งหลายที่ปกครองท้องถิ่นจึงยึดถือข้อปฏิบัตินี้มาช้านานแล้ว ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นที่รู้กันในวงคนชั้นสูงและพ่อค้าทั้งหลาย
“กลุ่มพ่อค้าสร้างความวุ่นวาย ค่าปรับห้าเหรียญทอง บุกรุกพื้นที่ของลอร์ด ค่าปรับสิบเหรียญทอง จะจ่ายเป็นเงินสดหรือทรัพย์สินก็ได้ นอกจากนี้กลุ่มพ่อค้าอาดิสจะถูกห้ามค้าขายกับทุกชีวิตในดินแดนรัสเซลเป็นเวลาสองปี... กรุณาลงนามรับทราบที่จุดนี้ด้วยครับ”
“เจ้า...บังอาจกล่าวอ้างนามแห่งลอร์ดได้อย่างไร เจ้าทหารชั้นต่ำ!”
“โอ้... กล่าววาจาให้ร้ายเจ้าพนักงานชั้นสูง ค่าปรับอีกห้าเหรียญทองนะครับ อืม... แต่ก็ผิดที่ข้าไม่ได้แนะนำตัวเสียด้วย แย่จัง”
“ข้าคือหัวหน้าทหารกองร้อยที่ 1 2 และ 3 ประจำเมืองรัสเซล นาม จอห์น เกรกอรี่ ข้ารับใช้และมือขวาของลอร์ดออดริค รัสเซล...” จอห์นยิ้มกว้างเหมือนเจอเรื่องสนุก
“ข้ายังเป็นทหารชั้นต่ำอยู่อีกหรือไม่?” ทุกคนในบริเวณก้มหน้าต่ำเพื่อกลั้นความขบขัน
มีเพียงคิทเท่านั้นที่เปิดเผยอารมณ์แสนสุขบนใบหน้ามอมแมมอย่างชัดเจน