ตอนที่สิบหก Incest
ผมว่าโชคชะตาเล่นตลกกับผมอยู่นิด ว่าทำไมไม่ส่งผมไปในแนวเจ้าชายในสงครามอวกาศ ที่ผมติดตามและรู้รายละเอียดแม้กระทั่งว่า หุ้นยนต์และยานอวกาศรุ่นนี้สร้างมาในปีไหนและนักวิทยาศาสตร์คนไหนและตัวประกอบและนักบินคนนี้มีประวัติมาเป็นอย่างไร (โปรดติดตาม ผมเกิดใหม่เป็นเจ้าชายในจักรวรรดิอวกาศเร็วๆนี้ครับ-ผู้เขียน)
หรือไปเป็นนายน้อยตระกูลใหญ่ของแดนปราณยุทธ แต่ผมไม่อยากบ่นมากไปเพราะคนเราควรจะเลือกสิ่งที่มีมากกว่าสิ่งที่หวังนั่นเอง
และผมวางแผนเอาใจครอบครัวของผมในโลกนี้คือมารดาและน้องสาวของผมเอาไว้ ว่าหากอยู่ในด้านงบประมาณการคลังทำได้ล่ะก็ พวกเธอจะซื้อเพชรพลอย จัดงานเลี้ยงเต้นรำหรืออะไรก็ปล่อยให้พวกเธอทำไปเถอะ
The sun king ของฝรั่งเศสที่วางแผนให้เอาขุนนางจำนวนมากมาชมโฉมของกษัตริย์ตลอดเวลาเพื่อแสดงอำนาจของราชา กำหนดแบบพิธีกรรม รวบรวมขุนนางระดับล่างเสริมสร้างอำนาจของราชา...แม้อาจจะก่อความลำบากให้ชนรุ่นหลังแต่นั่นก็ให้ชนรุ่นหลังแก้ไขไปไม่เกี่ยวกับผม
ทางเทคนิคก็ไม่ใช่แผนที่แย่อะไร มันคือการเพิ่มอำนาจทางการเมืองอย่างหนึ่ง
ตามคติที่ว่าไม่มีงานเลี้ยงใดที่มีกุศลเจตนาตามที่ผู้อาวุโสในยุทธจักรกล่าวเอาไว้
ผมต้องรอดชีวิตไปให้ได้หากอยากเป็นผู้อาวุโสม่อเต๋อข่ายของยุทธภพให้ได้
หรืออย่างว่า ผมอาจจะวางแผนแบบพวกบ้าอำนาจที่ผ่านมาและผ่านไปในประวัติศาสตร์ ที่ไม่เคยวางแผนไว้ว่าตนเองจะเสียชีวิตและมีบันทึกไว้ก่อนตายหลายคนว่าสำนึกเสียใจในสิ่งที่ทำก่อนตาย
ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใด ทรราชย์ทุกคนผ่านช่วงเวลาเช่นนั้นมาแล้วทั้งนั้น
พวกเขาไม่ได้สำนึกจริงๆ แค่ไม่เหลือทางเลือกในการหนีความเป็นจริงต่อไปเท่านั้นในวาระสุดท้ายของชีวิต
และคิดว่าตนเองจะเป็นข้อยกเว้นที่จะได้คงอยู่ตลอดกาลเป็นอมตะ
แต่เสียใจด้วยนะผมวางแผนที่จะอยู่ตลอดกาลเป็นอมตะจริงๆ แต่คงต้องค้นคว้าเรื่องการที่เราจะสามารถสร้างปราณยุทธในโลกนี้ได้ไหมก่อน
แต่คุ้นๆว่ามีสาย monk พระนักรบในภาพโปรโมทเกมส์ด้วย ผมคงต้องศึกษาเรื่องราวพวกนี้ดีดีเสียแล้ว
เมื่อมีเวทมนตร์และการเล่นแร่แปรธาตุและการอัญเชิญอยู่จริงพร้อมกับงบประมาณประเทศ
ขอบฟ้าก็ไม่ใช่ขีดจำกัดของผม
ตอนนี้ผมพยายามทำตัวเป็นคนที่เปลือกนอกเย็นชา เด็กผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่เกินอายุที่ต้องซ่อนความเหงาเปล่าเปลี่ยวไว้ภายในและต้องการความรักจากครอบครัวอยู่
หากใครให้ผมแสดงอย่างนี้ในชาติก่อนผมคงเอาหน้ากระดาษนั้นโยนใส่หน้าคนให้มาและบอกว่าผมอยู่หน่วยสันติบาลไม่ใช่คนแสดงละครเวทีเชคสเปียร์
เพื่อให้ของขวัญผมแอบหญิบกุหลบที่ประดับตรงแจกันมาและใช้ความสามารถพลังเวทย์ของผม ธาตุความมืดบังคับให้กุหลาบเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินและมีลำต้นที่แข็งแรงมั่นคงกว่าเดิมและตัดหนามออกไปพร้อมกับมีกลิ่นหอมมากขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้แม่ของผม
ขณะที่ผมเดินไปห้องนอนของราชินีผู้แทนพระองค์ queen regentนั้น
ก็มีสาวน้อยผมสีทองในชุดเมด มองมาทางผมและหน้าแดงขึ้นมา
พร้อมกับบอกว่า
“องค์ชายเอ่อ องค์ราชาคะ องค์ราชินีคอยอยู่ในห้องแล้วเพคะ”
เธอหันหน้าซ้ายขาวหน้าแดงก่ำและลดเสียงลง
“เอหากต้องการให้ดิชั้นรับใช้อะไรก็บอกได้นะคะ”
“ขอบคุณมากไม่เป็นไรหรอก นี่ชั้นแค่รู้สึกเหงาเวลากลางคืนเท่านั้นน่ะ”
เมดสาวกำมือตรงกระโปรงแล้วกล่าวว่า
“หากองค์ราชาเหงาสามารถเรียกชั้นได้ทุกเมื่อนะคะ”
ผมจะตอบปฏิเสธไปเพราะทางเทคนิค การเป็นเพื่อนกับเมดอาจจะไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมกับสถานะนัก แต่ผมนึกได้ว่าตอนนี้ตำแหน่งผมยังไม่มั่นคง เนื่องจากพึ่งขึ้นครองราชย์
มีคนรักผมไว้คนหนึ่งก็ดีกว่ามีคนเกลียด nepotism การเล่นพรรคเล่นพวก ความลำเอียงมีผลกับผู้คนเสมอ
และให้คนที่จ้องประจบผมมีอำนาจมากขึ้นก็เท่ากับผมมีอำนาจมากขึ้นด้วย
“ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากประจำวันนะ ถ้ามีปัญหาอะไรในการทำงานมาบอกผมได้เลย”
ผมกล่าวพร้อมกับถ่ายพลังเวทย์บางส่วนให้กับเธอ
จากการที่ผมทดสอบแล้วว่าทำให้พืชและสัตว์มีชีวิตชีวาสดชื่นขึ้น
“อ๊า”
เมดสาวร้องและหน้าแดงด้วยความอายก่อนจะหนีไป
“เข้ามาสิลูกรัก”
ผมเข้าไป มารดาของผม ราชินีของอาณาจักรในโลกใบนี้ ใส่ชุดเหมือนไม่ใส่
แต่กับที่ผมเบื่อเครื่องแต่งกายปรกติเหมือนกัน
ก็เลยไม่อยากโทษว่ากันและกันมากนัก
“ขอบคุณขอรับท่านแม่ ลูกไม่มีอะไรมาให้นอกจากดอกไม้นี้เท่านั้นที่สร้างมาด้วยเวทมนตร์”
ผมยื่นกุหลาบสีน้ำเงินให้ไปปักตรงอกเสื้อเพราะตรงหัวไหล่ไม่มีเนื้อที่ผ้าให้ปัก
สร้างความหน้าแดงก่ำให้ราชินีด้วยเหตุผลบางประการ
ภาษาของดอกไม้ ของกุหลาบสีน้ำเงิน คือ ปริศนา สิ่งที่ไม่อาจได้มา และการปักตรงใจกลางหน้าอกไม่ใช่ตรงหัวไหล่หรือตรงอื่นคือเครื่องหมายแสดงถึงความรักตามภาษาของดอกไม้ Floriography