มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 112 : พิษปรสิตกลืนวิญญาณ

    ตอนที่ 112


     


    ณ ห้องรับรอง ภายในจวนของเจ้าเมืองเมฆาล่อง ชายวัยกลางคนทั้งสอง ต่างร่ำสุราอย่างสำราญใจ โดยไม่รู้เลยว่า ตอนนี้ภายนอกกำลังเกิดเรื่องอะไรขึ้น


     


    “ข้าได้ยินว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เจ้าตัดผ่านขอบเขตเซียนขั้นกลางแล้วอย่างนั้นรึ" เจ้าเมืองเมฆาล่อง เอ่ยถามผู้นำตระกูลหลี่ พร้อมกับกระดกสุรา ด้วยความเมามาย 


     


    “ถูกต้อง แต่ถึงอย่างไร ข้าก็ยังห่างชั้นกับท่านอยู่ดี" ผู้นำตระกูลหลี่กล่าวตัดพ้อ เกี่ยวกับพรสวรรค์ ทางด้านการบ่มเพาะของตนเอง ที่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ อายุก็ปาเข้าไปหกร้อยปีเข้าเสียแล้ว ต่างจากเจ้าเมืองเมฆาล่อง ที่แม้จะมีอายุไล่เลี่ยกัน แต่ก็เป็นถึงเซียนขั้นกลางระดับที่ห้า ซึ่งตัวเขาในตอนนี้ไม่อาจเทียบได้ 


     


    ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้คนในแดนเซียนนั้นจะยังคงความหนุ่มสาว ได้จนถึงอายุสามร้อยปี แต่ก็มีบางเผ่าพันธุ์ ที่สามารถคงความอ่อนเยาว์ได้ยาวนานมากกว่านั้น ยกตัวอย่างเช่นเผ่าโลหิต ที่จะยังคงดูหนุ่มแน่น จนกว่าจะมีอายุครบหนึ่งพันปี


     


    เจ้าเมืองเมฆาล่อง หัวเราะออกมา “อย่าคิดมากไปเลยน่า อีกไม่นานหม่าอวิ๋นและลูกสาวของเจ้า ก็จะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว มีหรือที่ข้าจะตระหนี่ถี่เหนียวกับเจ้า"


     


    ผู้นำตระกูลหลี่ ฉีกยิ้มด้วยความดีใจ หากมีเจ้าเมืองคอยสนับสนุน รับรองได้เลยว่า อีกไม่นานตระกูลของเขา จะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าตระกูลฮั่น ที่เป็นศัตรูได้อย่างแน่นอน แต่ทว่า ในขณะนั้นเอง ชายคนหนึ่ง ก็ได้วิ่งหน้าตั้งเข้ามาภายในห้องด้วยความแตกตื่น


     


    “ท่านเจ้าเมือง เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วขอรับ!!" ชายคนดังกล่าว เป็นคนเดียวกันกับที่ยืนต้อนรับหั่วหม่าอวิ๋น ที่บริเวณประตูหน้า แม้ชุดที่สวมใส่จะแลดูคล้ายคนรับใช้ แต่ก็ไม่มีใครในจวนแห่งนี้ กล้าที่จะตอแยกับเขา เพราะตัวตนที่แท้จริงของชายคนนี้ก็คือ ผู้ที่แข็งแกร่งรองจากเจ้าเมืองเมฆาล่อง


     


    “มีอะไรสือจิ้งเหอ เจ้าไม่เห็นเหรอว่าตอนนี้ข้ากำลังคุยธุระอยู่" เจ้าเมืองเมฆาล่อง เอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ


     


     “น...นายน้อยถูกลักพาตัวไปขอรับ"


     


    “ว่ายังไงนะ!!?" เจ้าเมืองเมฆาล่อง และผู้นำตระกูลหลี่ ตระโกนออกมาพร้อมกัน อย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนที่เจ้าเมืองเมฆาล่อง จะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อสือจิ้งเหอ ด้วยความโมโห “เจ้าจะบอกว่า มีคนเข้ามาลักพาตัวลูกชายข้า ทั้งที่มีเวรยามคุ้มกันแน่นหนาอย่างนั้นรึ"


     


    “ช...ใช่แล้วขอรับ" สือจิ้งเหอตอบเสียงสั่น “เมื่อครู่นี้ คุณหนูหลี่พึ่งจะมาบอกข้าว่า คุณชายหมดสติไป จึงมีชายหนุ่มเข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อข้าลองไปตรวจสอบดู กลับพบว่าไม่มีใครพบเห็นนายน้อยเลยขอรับ"


     


    เจ้าเมืองเมฆาล่อง พยายามรักษาความเยือกเย็น ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก เพื่อใช้ปราณสำรวจทั่วบริเวณ แต่กลับไม่พบร่องรอยของหั่วหม่านอวิ๋นเลยแม้แต่น้อย 


     


    “ส่งคนออกไปค้นหาภายในเมือง หากอาทิตย์ขึ้นแล้วยังไม่พบตัวลูกชายข้า พวกเจ้าทุกคน ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้" เจ้าเมืองเมฆาล่อง ปลดปล่อยจิตสังหารออกมา จนสือจิ้งเหอและเหล่าบริวาร ต่างพากันรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันที 


     


    จากนั้นไม่นาน กองกำลังนับพันคน ก็กระจายกำลังกันออกตามหาหั่วหม่าอวิ๋น อย่างไม่คิดชีวิต ซึ่งผู้ใดที่ไม่ให้ความร่วมมือ ต่างก็ถูกทำร้ายโดยไร้ซึ่งความปราณี ทำเอาภายในเมืองในตอนนี้ ตกอยู่ในความโกลาหล 


     


    “หลี่กว่างตง ลูกสาวของเจ้า เป็นคนที่อยู่กับหม่าอวิ๋นเป็นคนสุดท้าย แน่ใจนะว่านางไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้" เจ้าเมืองเมฆาล่อง เอ่ยถามผู้นำตระกูลหลี่ ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา


     


    เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่กว่างตง ก็แสดงสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “ท่านเจ้าเมือง นี่มันจะไม่เป็นการใส่ร้ายกันเกินไปหน่อยหรือ"


     


    “หึ ข้าก็แค่อยากถามให้แน่ใจเท่านั้น" เจ้าเมืองเมฆล่อง เหลือบมองหลี่เหม่ยอิงอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป


     


    ขณะเดียวกัน การตามหาหั่วหม่าอวิ๋น ยังคงดำเนินไป จนดวงอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า จนผู้คนที่กำลังออกค้นหาเริ่มถอดใจ และเตรียมพร้อมที่จะรับการลงทัณฑ์ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องด้วยความแตกตื่น ก็ดังขึ้นที่ด้านหน้าประตูเมือง และเมื่อสือจิ้งเหอ และผู้ติดตามมาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาก็พบเข้ากับร่างของหั่วหม่าอวิ๋น ที่แขวนอยู่บนประตูเมือง ด้วยสภาพที่เปลือยเปล่า อีกทั้งบนหน้าอก ยังมีตัวอักษรคำว่า ‘คนชั้นต่ำ' ถูกสลักไว้อย่างเด่นชัด


     


    “พวกเจ้ายืนนิ่งอยู่ทำไมกัน รีบเอาตัวนายน้อยลงมาเร็วเข้า" สือจิ้งเหอ ตะโกนสั่งผู้ติดตาม พร้อมกับนำผ้าไปคลุมร่างกายหั่วหม่าอวิ๋น เพื่อไม่ให้เป็นภาพอุจาดตา ก่อนจะพาตัวชายหนุ่ม กลับไปรักษาตัว ที่จวนของท่านเจ้าเมือง ท่ามกลางสายตาผู้คน ที่กำลังมคงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่นานหลังจากนั้น ข่าวของหั่วหม่าอวิ๋น ก็แพร่สะพัดไปราวกับไฟลามทุ่ง จนผู้คนภายในเมือง เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างหนาหู 


     


    ********************************


     


    ภายในม่านพลัง ซึ่งซ่อนอยู่ใจกลางป่า จิ่วเหม่ยและคนอื่นๆ ต่างพากันรู้สึกกังวลใจ ที่จนป่านนี้ชิงเทียนก็ยังไม่กลับมา


     


    “นายหญิง ได้โปรดให้จิ่วเหม่ย ออกไปตามหานายท่านด้วยเถอะค่ะ"


     


    เย่เสวี่ยหลัน ส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ได้เด็ดขาด หากเจ้าไป แล้วใครจะคอยอยู่คุ้มกัน อย่าลืมสิว่าภายในป่าแห่งนี้ ยังมีอสูรเซียนอาศัยอยู แล้วก็อย่าชืมสิว่า สามีของข้า เคยเป็นจักรพรรดิมารฟ้า ที่ผู้คนทั้งแดนเซียนต่างหวาดกลัว คิดจริงๆหรือว่าเมืองเล็กๆเช่นนี้ จะสามารถทำอันตรายเขาได้ "


     


    จิ่วเหม่ย นิ่งเงียบไปสักพัก ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นห่วงชิงเทียน จนเผลอลืมคิดถึงความจริงข้อนี้ไป ซึ่งในขณะนั้นเอง ม่านพลังก็เกิดการสั่นไหว ก่อนจะพบว่า บุคคลที่ที่พวกเขากำลังเฝ้ารอนั้น บัดนี้ได้กลับมาถึงแล้ว


     


    ชิงเทียน เดินตรงมาหาหญิงสาวทั้งสองคน แล้วกล่าวออกมาว่า “ตอนนี้ภายในเมืองยังคงไม่ปลอดภัย พวกเราคงจะต้องซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไปอีกหลายวัน"


     


    “นี่ท่านคงจะไม่ได้ไปก่อเรื่องมาอีกแล้วใช่ไหม" เย่เสวี่ยหลันเอ่ยถาม


     


    “อ...เอ่อ แค่ไปมีเรื่องกับเจ้าเมืองมานิดหน่อย" ชิงเทียน ไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ยังไงดี แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะนำเม็ดยาสีม่วงออกมา แล้วยื่นให้เย่เสวี่ยหลันช่วยพิจารณา “ข้าพบห้องลับ ในจวนของเจ้าเมืองเมฆาล่อง และภายในนั้น มีร่างของมนุษย์ที่กำลังถูกทดลอง อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งข้าคิดว่าพวกมัน คงจะกำลังพัฒนายาเม็ดนี้อยู่เป็นแน่"


     


    เย่เสวี่ยหลัน รับเม็ดยามาตรวจสอบ แล้วสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง ที่ผิดแปลกจากเม็ดยาทั่วไป ซึ่งหากไม่ใช้ผู้ที่บรรลุถึงกระบวนการกลั่นยาขั้นสูง คงไม่อาจรับรู้ได้ว่า มีสิ่งแปลกปลอมแฝงอยู่ด้านในเม็ดยา


     


    “นี่มันพิษปรสิตกลืนวิญญาณไม่ใช่หรือ!?" เย่เสวี่ยหลัน โพล่งโพล่งออกมาด้วยความตกใจ 


     


    “ถูกต้องอย่างที่เจ้าว่า หากใครดูดซับเม็ดยานี้เข้าไปล่ะก็ คงจะกลายเป็นหุ่นเชิดไรจิตสำนึก ที่พร้อมจะทำตามคำสั่งจนตัวตาย ข้าอยากรู้นักว่า เจ้าเมืองเมฆาล่อง กำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่"


     


    ***********************************


     


    ภายในจวนตอนนี้ ล้วนเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน และแรงกดดันมหาศาล ที่แพร่กระจายออกมา ปกคลุมทั้งพื้นที่ จนทหารและเหล่าบริวาร ต่างก็หน้าซีดไปตามๆกัน 


     


    “บอกข้ามาว่าเจ้าสารเลวตัวไหน ที่กล้าลงมือกับลูกชายข้าเช่นนี้!!?" เจ้าเมืองเมฆาล่อง ตระโกนออกมาด้วยความโกรธแค้น


     


    “ตอนนี้เรายังหาตัวคนร้ายไม่พบขอรับ" สือจิ้งเหอกล่าวตอบ


     


    เจ้าเมืองเมฆาล่อง ซัดฝ่ามือเข้าปะทะหน้าอกอย่างจัง จนสือจิ้งเหอ ถึงกับกระอักเลือดออกมา “แล้วใครใช้ให้เจ้ายังเสนอหน้าอยู่ที่นี่ ข้าบอกแล้วไม่ใช่รึไง ว่าให้ไปตามหาตัวมันมาให้ข้า" 


     


    “ต...แต่ว่า ที่ประตูเมือง มีการวางรูปแบบลวงตาเอาไว้ ทำให้ก่อนหน้านี้ ไม่สามารถสัมผัสหรือมองเห็นร่างของนายน้อยได้ และหลังจากข้าไปตรวจสอบมา ก็พบว่ามันจะสลายหายไป เมื่อต้องแสงอาทิตย์ ซึ่งคนที่จะวางรูปแบบที่ซับซ้อนเช่นนั้นได้ ต่อให้เป็นหัวเมืองใหญ่ ก็มีอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นนะขอรับ" สือจิ้งเหออธิบาย


     


    เมื่อเจ้าเมืองเมฆาล่อง ขมวดคิ้วเข้าหากันในทันที “นี่เจ้าจะบอกว่าคนร้าย เป็นปรมาจารย์ด้านการวางรูปแบบอย่างนั้นรึ?"


     


    “ไม่ผิดอย่างแน่นอนขอรับ" สือจิ้งเหอ กล่าวยืนยันอย่างหนักแน่น


     


    เจ้าเมืองเมฆาล่อง ยกมือขึ้นลูบปลายคาง พร้อมกับครุ่นคิด เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากสิ่งที่สือจิ้งเหอพูดมาเป็นความจริง นั่นหมายความว่า ศัตรูในครั้งนี้ อาจจะรับมือได้ยากเกินกว่าที่คาดคิดเอาไว้


     


    ---------------------------------------


    Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์


    https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน