“ข้าน้อยถูกสั่งให้มาตัดแต่งกิ่งไม้ในสวนขอรับ ตอนนี้งานเสร็จแล้ว ต้องกลับไปโรงเก็บฟืน”
“ปกติเจ้าทำสิ่งใดบ้าง ”
“ข้าน้อย หิ้วน้ำ ผ่าฟืน ทำงานหนักอยู่ด้านหลังจวนขอรับ”
กู้เยว่ฉีกวักมือเรียกให้ไป๋ชางเข้ามาใกล้ “เหล่าไป๋ ข้าว่าโจวเซียวหน่วยก้านดีมากเลยทีเดียว ให้เขามาเป็นยามดูแลความปลอดภัยเรือนของข้าเถอะ”
บ่าวรับใช้ร่างสูงก้มหน้าย่นหัวคิ้ว กำลังสงสัยว่าสตรีตรงหน้าเขากำลังคิดจะทำสิ่งใด คุณหนูใหญ่สกุลฉีที่ขึ้นอยู่เรื่องเข้มงวดและดุกับคนรับใช้ เหตุใดจู่ๆ จึงได้สนใจบ่าวรับใช้ทำงานหนักผู้หนึ่งขึ้นมา และพอเห็นใบหน้าที่อัปลักษณ์แล้วก็ยังใจดี รับปากจะหายามาให้รักษาแผลเป็นอีก นี่พระอาทิตย์คงไม่ได้ขึ้นทางทิศตะวันตกหรอกกระมัง
“จะดีหรือขอรับ ปกติคุณหนูไม่ยอมให้บ่าวทำงานหนักด้านหลังเข้ามาวุ่นวายในเรือนหน้า โจวเซียวผู้นี้ยังไม่ได้รับการอบรมเลยนะขอรับ”
กู้เยว่ฉีโบกมือไปมา “ไม่เป็นไรน่า ข้าว่าท่าทางของโจวเซียวดูบึกบึนแข็งแรงและฉลาดดีออก เจ้าไปแจ้งพ่อบ้านว่าข้าต้องการตามนี้”
หน้าตาของไป๋ชางคล้ายกับคนมีเรื่องตกใจอย่างมาก “ขอรับ คุณหนู”
องครักษ์หนุ่มหันไปหาบ่าวรับใช้ร่างสูงที่มีรอยแผลเป็นไม่น่าดูบนใบหน้า “เจ้าตามข้ามานี่ ข้าจะพาเจ้าไปหาพ่อบ้านอวี้”
“ขอรับ” โจวเซียวก้มหน้าเดินตามหลังไป๋ชางไป
พอคนทั้งสองลับตา กู้เยว่ฉีก็ร้องฮึขึ้นมาคำหนึ่ง มองตามแผ่นหลังของบ่าวรับใช้คนใหม่ด้วยความมาดมั่น ทุกคนที่นางเคยถูกปิดหูปิดตา จะต้องหาคำตอบให้จงได้
หวงฟู่สาวเท้าเร็วเข้ามาหากู้เยวฉี “คุณหนูเจ้าคะ น้ำอาบเตรียมเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“หวงฟู่เจ้าตามเหล่าไป๋ไปที อย่าให้ผู้ใดได้ยินสิ่งที่จะบอกต่อไปนี้เล่า” กู้เยว่ฉียื่นหน้าไปใกล้สาวใช้คนสนิท ยกมือป้องปากกระซิบสองสามประโยค
“คุณหนูเจ้าคะ คนผู้นั้นไม่อันตรายจริงๆ หรือ ”
“ไม่อันตรายหรอก ข้ามีแผนของข้า เจ้าไปบอกเหล่าไป๋ตามนี้”
“เจ้าค่ะ”
จวนสกุลกู้แม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตกว่าจวนขุนนางในระดับเดียวกันแต่พื้นที่นั้นมีมากกว่า ในตอนที่กู้เจิงเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยเคยมีจวนที่สร้างตามแนวนิยมคือเป็นเรือนสี่ประสานหลังเล็กอยู่ที่ฝั่งตะวันตกของเมือง หรงเฉิน หลังจากเลื่อนตำแหน่งและการค้ารุ่งเรืองก็มาซื้อที่ดินแห่งใหม่ในฟากตะวันออก สร้างจวนใหม่กว้างขวางโอ่อ่า เรือนภายในจวนมีขนาดใหญ่และอยู่ห่างกันพอประมาณ มีระเบียงทางเดินเชื่อมถึงกัน แม้จะมีเรือนทั้งสี่ด้านคล้ายเรือนสี่ประสานแต่มีสวนสวยคั่นอยู่หลายส่วนและมีสระบัวงามอยู่ด้วย สำหรับ ขุนนางในระดับนี้นับว่าสมกับฐานะ
ซุนหลันไม่อาจจะเดินเพ่นพ่านในจวนนี้ได้อย่างใจเพราะหมัวมัวอาวุโสคอยจับตามองนาง สาวใช้ที่จวนสกุลกู้จัดให้มาคอยดูแลนางก็มีหน้าตาคล้ายกับคนที่โมโหอยู่ตลอดเวลา แม้ว่านางจะยืนยันหนักแน่น
“แม่นางซุน ข้าไม่ได้หงุดหงิดนะเจ้าคะ หน้าตาของข้าก็แค่ดูบูดบึ้งเฉยๆ ข้าปรับมันไม่ได้จริงๆ เจ้าค่ะ”
การที่นางยังไม่ได้ถูกแต่งตั้งเป็นอนุภรรยาของกู้เฉิน กู้ฮูหยินก็ได้อธิบายนางอย่างแจ่มแจ้งแล้ว คนสกุลกู้ขอให้นางรอจนกว่ากู้เฉินจะแต่งภรรยาเอก จึงจะยกนางขึ้นเป็นอนุภรรยา ระหว่างนี้นางอยู่ในจวนสกุลกู้ในฐานะเสมือนสาวใช้อุ่นเตียง
“คุณชายของพวกเจ้าถูกลงโทษกี่วัน ”
“สามวันเจ้าค่ะ คุกเข่าอยู่ในหอบรรพชนและต้องเขียนหนังสือสำนึกผิดให้กับนายท่านอ่านด้วย”
ซุนหลันมิได้เสียใจแต่อย่างใด นางไม่ได้ชอบกู้เฉิน ซ้ำยังซุกซ่อนยาขวดหนึ่งเอาไว้ หากว่าเขาเกิดอยากหลับนอนกับนางขึ้นมาจริงๆ นางจำเป็นต้องใช้ยาขวดนั้นกับเขา
ตกค่ำหญิงสาวก็สวมชุดดำมิดชิดแอบออกทางหน้าต่าง นางลอบไปสำรวจเรือนน้อยใหญ่โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับตามองนางอยู่ห่างๆ กระทั่งนางย้อนกลับไปเรือนนอน คนผู้หนึ่งจึงกลับไปเรือนนอนบ่าวรับใช้ด้านหลังจวน
มู่โจวยืนกอดอกพิงเสาระเบียงเรือนนอน มองร่างที่ทะยานลงมาจากหลังคาเบื้องหน้า พอเงานั้นวูบเข้ามาใกล้ เขาก็เอ่ยถาม “เป็นอย่างไร นางเจอห้องลับหรือยัง ”
“ยังเลย คืนนี้เหมือนจะสำรวจผังเรือนเฉยๆ”
“พี่จ้านไปตั้งนาน คงไม่ใช่เฝ้าดูนางอาบน้ำด้วยนะ”
“หึ! สตรีที่เข้าตัวเข้าแลกอย่างนาง ข้าไม่คิดจะอยากดูเลยสักนิด” สีหน้าของมู่จ้านเคร่งขรึมขึ้น เขานึกเคืองที่นางกลายเป็นสตรีอุ่นเตียงของกู้เฉิน
“ท่านส่งคนไปสืบพื้นเพของนางแล้วได้ความว่าอย่างไรขอรับ ”
“ใต้เท้าซุนเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยที่ถูกตัดสินโทษในคดีรับสินบนตอนสร้างท่าเรือแห่งที่สอง ถูกเนรเทศไปทำงานชายแดนตะวันตก ภรรยาของเขาก็ขอติดตามไปด้วย ไม่นานสองสามีภรรยาก็ป่วยเสียชีวิต บุตรสาวที่ฝากไว้กับญาติ ผู้น้องก็ถูกเอามาทิ้งไว้ที่กองสังคีต ช่วงนางอายุสิบสองลอบหลบหนีออกจากกองสังคีตเพิ่งกลับมาเมื่อตอนอายุสิบห้า”
“นางหายไปที่ใดมาตั้งสามปี ”
“เห็นว่าถูกพวกค้ามนุษย์จับไปขายเป็นทาสที่ทางใต้ พอโตเป็นสาวนายจ้างเอาไปขายให้หอคณิกา นางจึงหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากมือปราบ พอรู้ว่าเป็นคนของกองสังคีตของเมืองหรงเฉินจึงถูกส่งตัวกลับมา”
มู่โจวฟังพี่ชายแล้วก็ขมวดคิ้ว “พี่จ้าน มีผู้พิสูจน์หรือไม่ว่านางคือซุนหลันตัวจริง นางหายตัวไปสามปีโดยอ้างว่าถูกขายเป็นทาส ทาสที่ใดจะมีวรยุทธ์ ร้ายกาจเช่นนี้”
“ข้าก็สงสัยเหมือนเจ้า บางทีนางอาจจะเป็นนักฆ่าที่ปลอมตัวมา ข้าให้คนไปตามหาตัวเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่านำตัวนางมาจากแดนใต้” มู่จ้านนึกถึงวันที่ตนถูกซุนหลันช่วยชีวิตในกองเพลิง “ฝีมือระดับนาง อาจจะเป็นถึงระดับหัวหน้า คนพวกนี้ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ภารกิจลุล่วง นางอาจจะเป็นคนที่จวนอ๋องเตรียมเอาไว้โดยเฉพาะ”
“ท่านหมายถึง ”
“ในเมื่อกู้เยว่ฉีไม่ยอมปลงใจกับซื่อจื่อ บางทีจวนอ๋องอาจจะคิดหาวิธีฮุบสมบัติตระกูลกู้ด้วยการกำจัดทายาทสายตรงทิ้งเสียก่อน”
มู่โจวผงะ “ท่านคิดว่าหลิงอ๋องกับซื่อจื่อจะกล้าทำอย่างนั้นหรือ ”
“มีอันใดไม่กล้าเล่า หากปล่อยให้เนิ่นนานกว่านี้ ทางราชสำนักก็จะยิ่งบีบพวกเขา แค่ข่าวว่าข้ากับเสี่ยวช่างโยกย้ายกำลังพลกลับมาประจำการที่นี่ จวนอ๋องก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
“เราจะปล่อยให้นางฆ่ากู้เฉินไม่ได้เด็ดขาด”
“เจ้าถูกคุณหนูใหญ่เลื่อนตำแหน่งให้ไปเฝ้าอยู่เรือนของนางแล้วก็คอยจับตาดูและระแวดระวังภัยให้นางด้วยก็แล้วกัน จะว่าไปการล้มสกุลกู้ควรจะล้ม กู้เยว่ฉีก่อนถึงจะถูก”
*************

