ติ๊ง!
เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว ปลุกสติของอคินให้ตื่นเต็มตาในเสี้ยววินาที
มันคือการ 'กระตุกสวิตช์' ไม่มีการงัวเงีย ไม่มีอาการสะลึมสะลือ
เปลือกตาของเขาเปิดโพลงสู่ความมืดสนิทในวินาทีเดียวกันกับที่เสียงดังขึ้น
ร่างกายที่เมื่อครู่ยังจมอยู่ในความว่างเปล่า บัดนี้ตื่นตัวเต็มที่ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในความมืดมิดของ 'ห้องนิรภัย'
สถานะของมันส่องสว่างสะท้อนผนังเหล็กเย็นเยียบที่ล้อมรอบตัวเขา
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์]
'กลับมาตื่นตรงเวลาแล้ว...'
อคินคิดในใจ
ความเงียบ... คือสิ่งแรกที่เขาััได้ ความเงียบที่หนักอึ้งและเย็นเยียบของโกดังร้างหลังคลื่นอสูรลูกที่สามพัดผ่านไป
หงิง... หงิง...
ไม่... ไม่ใช่ความเงียบสนิท เสียงครางแหลมเบาๆ
ดังมาจากอีกฟากของประตูเหล็กหนาเตอะ ตามด้วยเสียงตะกุยแ่เบา
กรงเล็บของโบ้กำลังครูดกับแผ่นเหล็กของตู้ที่ใช้ขวาง 'ช่องลับ'
"อ้อ... โทษทีๆ"
อคินพึมพำกับตัวเองขณะลุกขึ้น
เขารู้สึกถึงความหนักอึ้งของกล้ามเนื้อที่ยังไม่คุ้นชินกับการตื่นแบบฉับพลันนี้ 'ปวดฉี่สินะ'
เขาสไลด์กลอนประตูห้องนิรภัย เสียงโลหะเสียดสีกันดังก้อง แกร๊ก
เขาก้าวออกไปในความมืดเย็นของโกดังร้าง
ร่างผอมโซของโบ้กำลังยืนกระดิกหางและตะกุยตู้เหล็กย้ำๆ มันไม่ได้ตะกุยมั่วซั่ว
แต่กำลังชี้เป้าไปยัง 'ทางออก' ของมันอย่างชัดเจน
อคินใช้ไหล่ดันตู้เหล็กที่หนักอึ้งให้เคลื่อนออก เสียงโลหะครูดไปกับพื้นคอนกรีตดังลั่น ครืดดดด...
ทันทีที่ช่องเปิดกว้างพอ โบ้ก็มุดร่างผ่านช่องลับนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าเบาๆ ของมันวิ่งห่างออกไปทำธุระข้างนอก
อคินไม่ได้ตามออกไป เขายืนนิ่งในความมืด ปล่อยให้ประสาทััที่เฉียบคมขึ้นทุกวันทำงาน
เขาหลับตาลง ปล่อยให้ประสาทััที่คมชัดราวกับสัตว์ป่าแผ่ขยายออกไปในความมืด
หูของเขาจับเสียงลมที่หวีดหวิว ลอดผ่านช่องหลังคาที่แตก... ไกลออกไป...
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของโบ้ที่กำลังย่ำอยู่บนพื้นกรวด...
และไกลยิ่งกว่านั้น... ชัดเจนจนน่าประหลาดใจ...
เสียงถุงพลาสติกที่ไหนสักแห่งกระพือเบาๆ ในสายลม ห่างไปน่าจะเกินห้าสิบเมตร
กลิ่นต่างๆ ปะทะเข้ามาในโพรงจมูกพร้อมกัน
กลิ่นฝุ่นหนาเตอะ, กลิ่นสนิมเหล็กที่เย็นเยียบ, กลิ่นโอโซนจางๆ ที่หลงเหลืออยู่หลังพายุอสูรพัดผ่าน... และกลิ่นสาบของโบ้
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเสียงที่เขา ไม่ได้ ยิน...
เขาเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ... ไม่มี...
ไม่มีเสียงคำรามแหบห้าวของ 'หมาป่าขนเงิน' ที่เขาได้ยินเมื่อหลายคืนก่อน
ไม่มีเสียงกระพือปีกหนักๆ เหมือนผ้าใบกันน้ำของ 'ค้างคาวั์' ที่เขาเห็นไกลๆ เมื่อคืนก่อน
ความเงียบงันหลัง 'คลื่นอสูรลูกที่สาม' มันหนักอึ้งและน่าประหลาดใจ
'พวกมันไปหมดแล้ว? หรือกำลังซุ่มอยู่?'
"ต้องขึ้นไปดูให้แน่ใจ"
เขาไม่ได้เดินไปที่บันไดลิงที่อยู่อีกฟากของโกดัง มันช้าเกินไปและเปิดโล่งเกินไป
สายตาของเขาจับจ้องไปที่โครงเหล็กสูงตระหง่านของชั้นวางของในโกดัง
เขามองขึ้นไปที่ช่องหลังคา ที่เขาปิดไว้ไกลออกไปเกือบสิบเมตร
ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวก่อนที่สมองจะสั่งการจบ ร่างที่ควรจะหนักอึ้งและปวดเมื่อยเมื่อครู่ กลับรู้สึกเบาหวิวอย่างน่าประหลาดใจ
เขายื่นมือจับขอบโลหะ ออกแรงเพียงนิดเดียว ร่างทั้งร่างก็ลอยขึ้น
เขาเหยียบจากคานหนึ่งไปอีกคานหนึ่ง เคลื่อนที่ในแนวดิ่งอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ
จุดศูนย์ถ่วงของเขาราวกับถูกปรับแต่งใหม่
เขาทรงตัวบนขอบเหล็กที่กว้างไม่ถึงคืบได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันง่ายดายราวกับเขาเกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้
'สกิลพัฒนาขึ้นอีกแล้วงั้นเหรอ'
เขาคิดในใจขณะไต่ระดับความสูง
'หรือนี่คือผลจากเลเวลที่เพิ่มขึ้น'
เขาทรงตัวอยู่บนคานเหล็กเส้นสุดท้ายใต้หลังคา โหนตัวยังจุดที่บันไดลิงพากไว้
เขาค่อยๆแง้มเปิดออกเบาๆ แล้วลอดผ่านช่องที่เขาเปิดไว้
โผล่ศีรษะออกไปสำรวจอย่างระมัดระวัง
อากาศยามค่ำคืนเย็นเยียบและสะอาด กลิ่นโอโซนเย็นๆ หลังพายุอสูรพัดผ่าน...
แต่ไม่มีกลิ่นสาบของอสูรหลงเหลืออยู่ พวกมันไปแล้วจริงๆ
"แปลก..."
อคินพึมพำขณะปีนออกมาเดินสำรวจบนแผ่นเมทัลชีทของหลังคา
เขากวาดสายตามองไปรอบ 360 องศา การมองเห็นในที่มืดของเขาชัดเจนจนน่าประหลาดใจ
"คลื่นอสูรลูกที่สาม... แต่มาแค่หมาป่าสามตัว?"
ความทรงจำถึงขุมนรกบนดาดฟ้าร้านสะดวกซื้อในเมืองผุดขึ้นมา...
คลื่นลูกที่สอง กอบลินนับร้อย ออร์คสามตัว ความโกลาหลที่เกือบคร่าชีวิตเขาในวันแรกๆ
'ที่นั่น... มีซากศพ... มีผู้รอดชีวิต... มีคน แต่ที่นี่...'
เขาก้มลงมองโกดังร้างกลางทุ่งโล่ง...
'ที่นี่... มีแค่ฉัน กับโบ้'
ทฤษฎีหนึ่งแล่นวาบเข้ามาในหัว เขารู้สึกเหมือนกำลังจะไขปริศนาชิ้นสำคัญของโลกใบนี้ได้
'หรือว่า... ยิ่งมีคนน้อย... อสูรที่มาโจมตีตอนคลื่นอสูร... ก็คงจะน้อยไปด้วย?'
เขาไม่แน่ใจในข้อสรุปของตัวเอง มันเป็แค่การคาดเดา... แต่เขามี 'ผู้ช่วย' ที่ไว้ใจได้
อคินหลับตาลง เพ่งสมาธิไปที่ความว่างเปล่าในหัวของเขา
"ระบบ... นายได้ยินฉันไหม"
เขาถาม
"ความรุนแรงของคลื่นอสูร... มันเชื่อมโยงกับจำนวนประชากรในพื้นที่... ใช่หรือเปล่า?"
เขารอคอย... หัวใจเต้นช้าลง ลมหายใจแ่เบา
ติ๊ง
เสียงใสๆ ที่เขาคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงหน้า
[ความหนาแน่นของพลังชีวิตในพื้นที่ ส่งผลโดยตรงต่อระดับความรุนแรงของคลื่นอสูรที่ถูกดึงดูดมา]
อคินเผลอยิ้มออกมา เขากำหมัดแน่น
'สุดยอด'
ไม่ใช่แค่เพราะทฤษฎีเขาถูก แต่เพราะ 'ระบบ' ตอบเขา
มันไม่ได้แค่แจ้งเตือนค่าประสบการณ์ แต่มันกำลัง 'สนทนา' กับเขา
มันยืนยันความคิดของเขา เขาไม่ได้สู้เพียงลำพังจริงๆ เขาพิเศษ
ติ๊ง
ข้อความใหม่เด้งขึ้นมา
[คำแนะนำ: การอยู่โดดเดี่ยว คือยุทธศาสตร์การป้องกันที่ดีที่สุด]
"เข้าใจแล้ว"
อคินพยักหน้า เขารู้สึกถึงความอุ่นใจที่ระบบยังคงใส่ใจ และคอยชี้แนะเขาเป็พิเศษ
"ขอบใจนะ... ที่เตือน"
เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัย เขาจึงปีนกลับลงไปหาโบ้ ซึ่งกำลังนั่งรออย่างอดทนข้างล่าง
"ไปโบ้... เราต้องหาเสบียงเพิ่ม โดยเฉพาะน้ำ"
ทั้งสองออกสำรวจพื้นที่รอบนอกโกดังอย่างระมัดระวัง พวกเขารื้อค้นบ้านร้างหลังหนึ่ง... ว่างเปล่า... พวกเขาไปอีกหลัง... ก็ว่างเปล่า
อคินเริ่มรู้สึกหงุดหงิด ความรู้สึกของการ 'เสียเวลา' มันกัดกินใจ แปดชั่วโมงของเขามีค่า เขาเกลียดการต้องกลับมาเช็กที่เดิมซ้ำๆ
เขากลับไปที่กองไฟเก่าที่มอดแล้วหน้าโกดัง... และหยิบ 'ถ่านไม้' ติดมือไปด้วย
ณ บ้านร้างหลังที่สามที่ว่างเปล่า... ก่อนที่เขาจะจากมา อคินหยุดนิ่ง
เขามองผนังปูนสีซีด... และทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึง 'แรงกระตุ้น' ที่อธิบายไม่ได้ มันไม่ใช่ความคิดเชิงตรรกะ...
แต่มันคือสัญชาตญาณดิบที่สั่งให้เขา... 'ทำเครื่องหมาย'
เขาใช้ถ่านไม้ในมือ ขีด 'กากบาท' ตัวใหญ่ั์ลงบนผนังบ้าน เสียงถ่านที่ครูดไปบนปูนนั้น...
มันให้ความรู้สึก 'พึงพอใจ' อย่างน่าประหลาด เขากำลังประกาศว่า 'ที่นี่... ถูกค้นแล้ว... ที่นี่... เป็เขตของฉัน'
"บ้านนี้ว่างเปล่า"
เขาพูดกับโบ้ ให้เหตุผลเชิงตรรกะกับการกระทำของตัวเอง
"คราวหน้าจะได้ไม่เสียเวลามาหาอีก"
คืนนั้นโชคเข้าข้าง หูที่เฉียบคมของเขาได้ยินเสียงพวกมันก่อน...
เสียงกรงเล็บเล็กๆ ที่วิ่งอยู่ในท่อระบายน้ำ
ขลุกขลัก...
จี๊ด!
เขาแตะขาโบ้เป็สัญญาณ และพวกเขาก็จัดการ 'หนูั์' มาได้ห้าตัว
อคินชำแหละพวกมันอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นคาวเืที่เคยน่าสะอิดสะเอียน
บัดนี้กลายเป็กลิ่นของ 'อาหาร' เขาก่อไฟ ย่างเนื้อสดๆ แบ่งกันกินกับโบ้หน้าโกดังอย่างเงียบสงบ
นี่คือ่เวลาที่ดีที่สุดในรอบ 8 ชั่วโมงของเขา
เมื่อกินเสร็จ เนื้อหนูั์ที่เหลือยังกองอยู่หลายชิ้น
'ทิ้งไว้ก็เน่าหมด'
อคินคิด เขาเหลือบมองเนื้อที่ย่างแล้วและเนื้อดิบที่เหลือ
'ต้องตากแห้ง'
ความคิดนี้จุดประกายแผนการที่เขาเตรียมไว้ เขาลุกขึ้นและปีนกลับขึ้นไปบนโครงเหล็กอีกครั้ง
ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและเงียบกริบราวกับสัตว์ป่า
ยิ่งกว่าตอนที่เขาปีนขึ้นไปสำรวจเสียอีก เขากลับไปยังช่องหลังคาที่เขาเคยแงะเปิดไว้
เลื่อนแผ่นสังกะสีเก่าๆ และยกอิฐบล็อกที่ทับมันอยู่ออก เผยให้เห็นช่องสี่เหลี่ยมที่เล็งไปยังตำแหน่งว่างในโกดังพอดิบพอดี
เขาปีนกลับลงมา ลากราวเหล็กเก่าๆ ไปตั้งไว้ตรงจุดที่แสงจันทร์ส่องลงมาเป็ลำ... แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่แสงจันทร์
'หวังว่าพรุ่งนี้แดดจะแรงพอ'
เขาเริ่มลงมือเสียบเนื้อหนูที่เหลือเข้ากับลวดเหล็ก แล้วนำไปแขวนไว้บนราวจนเต็ม
จากนั้น เขาก็จัดแจงกระจก วางมันไว้บนพื้นทำมุมต่างๆ รอบราวตากเนื้อ
'แสงแดดตอนกลางวันจะส่องลงมาจากช่องนี้... กระทบกระจก... สาดส่องทั่วราว'
เขาคำนวณในใจ
'มันต้องแห้ง... ต้องได้ผล'
นี่คือการวางแผนที่แปลกประหลาดที่สุด... การเตรียมการสำหรับโลกในยามกลางวันที่เขาไม่มีวันได้เห็น
เมื่องานเสร็จ เขาก็ก้มลงมองตัวเอง คราบเืหนูและดินโคลนเกรอะกรังไปทั่วร่าง
กลิ่นสาบปนกลิ่นคาวคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว
"เหม็นชะมัด"
เขาพึมพำ
แล้วหันไปมองโบ้ที่ขนสีทองแดงมอมแมมไม่ต่างกัน
"นายก็เหมือนกัน... ไปโบ้ อาบน้ำกัน"
โชคดีที่ถังเก็บน้ำฝนขนาดใหญ่หลังโกดังยังมีน้ำใช้เหลือเฟือ
อคินตักน้ำราดตัวโบ้ก่อน สุนัขผอมโซสะดุ้งเฮือกแต่ก็ยอมยืนนิ่งๆ
ให้เขาฟอกสบู่ก้อนสุดท้ายที่หาได้
เขาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็เก่าๆ ก่อนจะล้างฟองออก
ฟรึ่บ! ฟรึ่บ!
โบ้สะบัดขนอย่างแรงจนน้ำสบู่กระเซ็นเต็มหน้าอคิน
"เฮ้!"
เขาร้องลั่น พลางหัวเราะออกมาเบาๆ
อคินจุดไฟในเตาผิงเก่าๆ ที่อยู่เยื้องกับราวตากเนื้อแห้ง
"ไป... ไปผิงไฟซะ"
เขาชี้ โบ้วิ่งไปนั่งลงหน้าเตาอย่างว่าง่าย ปล่อยให้ความร้อนอบขนที่เปียกชุ่มของมัน
ส่วนตัวเขาก็ไปจัดการอาบน้ำชำระล้างคราบเืและความเหนื่อยล้าออกจนหมด
ไม่นานนัก อคินในสภาพตัวสะอาดก็มานั่งลงข้างๆ โบ้หน้าเตาผิง
เขายื่นมืออังความอบอุ่น รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เสียงไม้ในเตาปะทุเบาๆ
เปรี๊ยะ... เสียงลั่นของไม้ติดไฟดังอย่างต่อเนื่อง
ความเงียบสงบ... และความปลอดภัย...
'นี่ต่างหาก...'
เขาคิด
'นี่คือ่เวลาที่ดีที่สุดจริงๆ'
เขานั่งนิ่งอยู่แบบนั้น ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไป จนกระทั่งหางตาเหลือบไปเห็นตัวเลขสีฟ้าเรืองแสงบนหน้าต่างระบบที่คุ้นเคย...
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:30:15]
'ใกล้หมดเวลาแล้ว'
"กลับเข้าข้างในกัน... โบ้"
เขาเริ่มทำตาม 'พิธีกรรม' ปิดฐานของเขา
เขาไม่ได้ปีนกลับขึ้นไปปิดช่องหลังคา... คืนนี้มันต้องเปิดทิ้งไว้สำหรับ 'แผนการตากแห้ง' ของเขา
เขาเดินไปตรวจสอบประตูเหล็กม้วนหลัก ใช้ชั้นวางของขนาดหนักขวางมันไว้จนแ่าเหมือนทุกคืน
ส่วนโบ้ก็มุดกลับเข้ามาทาง 'ช่องลับ' ของมัน
ครืดดดด...
อคินใช้แรงทั้งหมดดันตู้เหล็กหนักอึ้งกลับเข้าที่ ปิดตายช่องลับนั้นจากโลกภายนอก
เขาลูบหัวโบ้ที่เดินมาคลอเคลีย
"เฝ้ายามข้างนอกนี้นะ"
โบ้เลียมือเขาทีหนึ่ง ก่อนจะเดินไปขดตัวลงบนผ้าห่มเก่าๆ ที่กองอยู่หน้าห้องนิรภัย
จากนั้น อคินก็เดินกลับเข้าไปใน 'ห้องนิรภัย' ส่วนตัวของเขา ห้องเหล็กที่มืดและอับชื้นนี้...
เขาปิดประตูเหล็กบานสุดท้าย...
กริ๊ก...
เสียงกลอนเหล็กที่เขาเลื่อนลง ดังสะท้อนในความเงียบ มันคือเสียงที่บอกว่า "วัน" ของเขาจบลงแล้ว
เขาทรุดตัวลงนั่งพิงผนัง กอดขวานไว้แนบอก จ้องมองตัวเลขสีฟ้าเรืองแสงที่กำลังนับถอยหลัง
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:15:20]
เขายังมีเวลาเหลืออีกเล็กน้อย... แต่ความกังวลบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจ
มันไม่ใช่ความกังวลเื่อสูร... แต่เป็เื่ 'ระบบ' ของเขาเอง
'นั่นมันหลายครั้งแล้วนะ'
เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้...
ครั้งที่เขาตื่นขึ้นมาในซากตึกแปลกๆ แทนที่จะเป็ดาดฟ้าที่คุ้นเคย
และอีกครั้งที่เขาตื่นขึ้นมากลางสมรภูมิ... เวลาที่เขา 'ตื่น' มันไม่ใช่ 19:00 น. เป๊ะๆ เสมอไป ระบบเคย 'ปลุก' เขานอกเวลา
เขารู้สึกว่าระบบกำลังทำอะไรบางอย่างเกินหน้าที่... มันกำลัง 'ปกป้อง' เขามากเกินไป
"ระบบ..."
อคินถาม พลางมองหน้าต่างสีฟ้าที่กำลังนับถอยหลัง
"...นาย... มีปัญหาอะไรรึเปล่า?"
เขาถามออกไปอย่างไม่แน่ใจนัก มันเป็คำถามที่แปลก... เขาจะไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ยังไง?
แต่ระบบนี้ไม่เหมือนโปรแกรมทั่วไป... มัน 'ตอบ' เขา
...เงียบ...
หน้าต่างสีฟ้าไม่ตอบสนอง มันยังคงนับถอยหลังต่อไปอย่างเ็า
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:05:10]
"เฮ้... ฉันถามนายอยู่นะ"
อคินเริ่มรู้สึกหงุดหงิดปนเปกับความกังวล
"นายกำลังปกปิดอะไรฉันอยู่รึเปล่า? หรือว่าระบบของนาย... กำลังจะพัง?"
ความเงียบที่ได้รับกลับมานั้น หนักอึ้งกว่าความเงียบในโกดังร้างเสียอีก
เขารู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งอย่างประหลาด
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:02:00]
เขากำลังจะถามย้ำอีกครั้ง... แต่แล้ว...
...ติ๊ง...
ข้อความตอบกลับสั้นๆ ก็ปรากฏขึ้น
[พักผ่อนเถอะ]
อคินขมวดคิ้ว
"พักผ่อนเถอะ?"
มันไม่ใช่คำตอบ มันคือการปัดความสนใจ... หรืออาจจะเป็... คำปลอบโยน?
เขายิ่งสับสนกว่าเดิม
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรต่อ... ราวกับมีคนดึงปลั๊กไฟออก สติของอคินก็ดับวูบลงทันที