ณ ริมผาใกล้ๆกับคฤหาสน์วิหคเพลิง ในเวลานี้เฟิงเยว่ฉานกำลังนั่งเหม่อมองท้องฟ้าด้วยสายตาที่เย็นชา ด้านหลังของนางมีเฟิงหยาลี่ยืนยู่และมองไปที่นางด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย
"ท่านพี่ไม่อยากไปกบน้องหรือเจ้าคะ"เฟิงหยาลี่กล่าวถาม เฟิงเยว่ฉานผู้เป็นพี่สาวพลันหันกลับมามองน้องสาวด้วยแววตาก่อนโยนก่อนที่นางจะกวักมือให้เฟิงหยาลี่มานั่งใกล้ๆก่อนจะกอดนางเอาไว้และกล่าว "จะอยากไปหรือไม่ท่านพ่อท่านแม่ก็ตัดสินใจไปแล้ว ถึงอย่างไรข้าก็ต้องไปกับเจ้าอยู่ดี"
"เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ เพราะน้องเองก็อยากให้ท่านพี่ไปด้วยเช่นกันไม่ว่าจะสถานะอะไรก็ตาม"เฟิงหยาลี่อิงแอบพี่สาวพร้อมกล่าวขึ้นมา
"ดูเจ้าสิ โตปานนี้แล้วยังอ้อนเป็นเด็กไปได้"นางกล่าวพลางลูบศรีษะของผู้เป็นน้องสาวอย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู แต่ทว่าคำถามต่อไปของเฟิงหยาลี่กลับทำให้นางอยากจะตีน้องสาวนางเสียจริงๆ "ว่าแต่ท่านพี่ไม่สนใจสามีของน้องจริงๆหรือเจ้าคะ ความแข็งแกร่งของเขาไม่ทำให้ใจสั่นได้เลยหรือ??"
"หืม ที่แท้ที่ตามข้ามาก็หมายจะถามคำถามนี้ น้องสาวของข้าโดนท่านพ่อท่านแม่ซื้อตัวไปแล้วสินะ"
"เอาน่า ก็ข้าอยากรู้นี่น่าเจ้าคะ ปกติเผ่าสัตว์เทพอย่างเราๆเป็นที่ทราบกันดีว่าชื่นชอบเพศตรงข้ามที่แข็งแกร่ง แล้วเหตุใดท่านพี่ถึงได้ทำหน้าบึ้งตึงตลอดเวลาเห็นสามีน้องด้วยละ"เฟิงหยาลี่กล่าวถามอย่างไม่ลดละ จนเฟิงเยว่ฉานถึงกันต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเลยทีเดียวก่อนที่นางกล่าวตอบ
"จริงอยู่พลังของเขาน่าทึ่งมาก หล่อเหลา แถมยังดูยึดมั่นถือมั่น หากเป็นข้าแต่ก่อนถ้าได้เห็นชายคนนี้คงจะจู่โจมเขาอย่างแน่นอน แต่ทว่าข้าในตอนนี้ยังคงเข็ดหลาบกับเรื่องในอดีตนัก ด้วยความอ่อนต่อโลกของข้าเกือบจะทำให้ตระกูลวิหคเพลิงเกือบจบสิ้น โชคดีที่ท่านพ่อไปชิงเอาสมบัติกลับมาได้ ไม่เช่นนั้นแม้ตายสิบชาติข้าก็ชดใช้ให้ตระกูลได้ไม่หมด"
"แต่ท่านพี่ เรื่องนี้มันนานมาแล้วนี่เจ้าคะทั้งพวกเราก็ยังไม่เสียอะไรไป แม้แต่ท่านยังไม่เสียแม้แต่อ้อมกอดให้เจ้ามังกรฟ้านั่นด้วยซ้ำหากท่านยังคงยึดติดกับเรื่องนี้แล้วจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างไร ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องคิดเช่นนี้แน่ๆถึงได้ยกพวกเราทั้งสองให้เจ้าตัวร้ายนั่น ข้าบอกได้เลยต่อไปหากท่านยังคงติดตามสามีของข้า ท่านจะต้องตกหลุมรักเขาอย่างแน่นอน"นางกล่าวด้วยท่าทีมั่นใจ จนเฟิงเยว่ฉานที่ได้ยินแทนที่จะทำหน้าเย็นชาเหมือนแต่ก่อนแต่กลับต้องหัวเราะออกมาเล็กน้อยเนื่องจากรู้สึกขบขันในตัวของน้องสาว
ในความคิดของนางเฟิงหยาลี่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นมักจะทำตัวสงบนิ่งและเจ้าแผนการ แต่ทว่าเมื่ออยู่กับครอบครัวนั้นนางแทบจะไม่ต่างจากเด็กตัวน้อยๆเลยทีเดียว
"อะไร?? ท่านพี่ไม่เชื่อข้าหรือ งั้นเรามาเดิมพันกันหน่อยเป็นอย่างไร"เมื่อเห็นว่าพี่สาวหัวเราะเยอะตน เฟิงหยาลี่เอ๋ยออกมาในทันใด
"เดิมพัน??"
"ใช่ เดิมพัน หากท่านตกหลุมรักสามีข้าละก็ท่านต้องทำตามคำขอของข้าหนึ่งข้อ แต่หากท่านยังคงเย็นชากับเขาได้ถึงสิบปีละก็ข้าจะยอมทำตามที่ท่านขอเช่นเดียวกัน"เฟิงหยาลี่กล่าวข้อเสนอ
"โห! เจ้ามั่นใจปานนั้นเชียว เอาเถอะข้าจะเล่นกับเจ้าหน่อยก็ได้ แต่บอกไว้ก่อนว่าเห็นทีจะยากหน่อยคนอย่างเฟิงเยว่ฉานมั่นคงดุจขุนเขาอยู่แล้ว"นางกล่าวตอบรับด้วยความมั่นใจ เฟิงหยาลี่ได้ยินก็ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขึ้นมาในทันที สองพี่น้องหลังจากพุดคุยกันมาได้สักพัก เบื้องบนท้องฟ้าก็ปรากฏรูหนอนขนาดใหญ่พร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่ลอยออกมา นั่นคือเทพผลาญสวรรค์เฟยเสี่ยวโหรวที่มารับเฟยหรงตามบัญชาของนายใหญ่ของเขานั้นเอง
"แขกผู้มาเยือน เชิญด้านใน"เมื่อสัมผัสได้ซึ่งการมาถึงของเฟยเสียวโหรว เสียงของเฟิงหยางเซียนก็ดังกึงก้องในทันที ผู้มาเยือนเมื่อได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆบินไปยังด้านในคฤหาสน์โดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะขัดขวาง
"คาราวะผู้นำตระกูลเฟิง อูหยินเฟิง คาราวะนายน้อย"เมื่อเข้ามาเฟยเสียวโหรวผสานมือคาราวะในทันที แต่ก่อนที่เขาจะได้คาราวะเฟยหรงชายหนุ่มก็พุ่งไปประคองเอาไว้เสียก่อน แม้จะเป็นนายน้อยของอีกฝ่ายก็จริงแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้อยากได้รับการคาราวะจากคนที่ช่วยตนเองเอาไว้ อีกทั้งในใจยังเต็มไปด้วยความเคารพอีกฝ่ายอย่างสุดซึ้ง แล้วแบบนี้จะให้เขารับการคาราวะจากอีกฝ่ายได้อย่างไร
"ได้โปรดอย่าคาราวะข้าเลย ท่านเป็นผู้มีพระคุณของข้านะ ท่านต่างหากที่ควรจะได้รับการคาราวะจากข้า"เฟยหรงกล่าวขึ้นทำให้เฟยเสียวโหรวพลางยกยิ้มในทันที ดูเหมือนนายน้อยของเขาคนนี้ช่างน่าเอ็นดูเสียจริงๆ
"การมาเยือนของเทพผลาญสวรรค์คงจะมาเพื่อมาเด็กคนนี้กลับไปสินะ"เฟิงหลินเทียนกล่าวออกมาทำให้ เฟยเสียวโหรวหันมองและพยักห้าให้ในทันที เฟยหรงที่ได้ยินก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ไหนท่านทวดของเขาบอกว่าจะปล่อยให้ลูกๆใช้ชีวิตของตัวเองไฉนเฟยเสียวโหรวถึงมาเพื่อที่จะพาเขากลับไปกัน จะว่าท่านทวดเป็นคนขี้โกหกก็ไม่ใช่เสียทีเดียว
"ไม่ใช่คำสั่งของท่านทวดของท่านหรอกขอรับ เป็นคำสั่งของท่านทวดใหญ่ของท่านต่างหาก"เฟยเสียวโหรวเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่เฟยหรงคิดจึงกล่าวออกไป เฟยหรงเมื่อได้ยินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ไหนๆก็ไม่มีที่ไปแล้วก็ลองไปตำหนักดาราสวรรค์หน่อยก็แล้วกัน ไม่แน่การเดินทางไปครานี้อาจจะพบเจอกับสิ่งที่น่าสนใจบ้างก็ได้
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้หญิงงามผมสีแดงฉานสองคนก็เข้ามาในทันใด และนั่นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเฟิงหยาลี่ และเฟิงเยว่ฉาน ซึ่งเมื่อเข้ามาแล้วพวกนางก็พลันผสานมือคาราวะเฟยเสียวโหรวอย่างนอบน้อม
"เอาละเมื่อมากันพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเถอะ ลูกข้าขอให้เจ้าโชคดี"เฟิงหยางเซียนกล่าวขึ้นมาในทันที เฟิงหยาลี่และเฟิงเยว่ฉานถึงกับตกตะลึง เหตุใดท่านพ่อของนางต้องรีบร้อนจนป่านนี้กัน
"ขอบคุณเทพวิหคอมตะที่เข้าใจ"เฟยเสียวโหรวกล่าว เขาได้รับคำสั่งมาให้รีบพาเฟยหรงไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และดูเหมือนว่าเฟิงหยางเซียนจะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีถึงได้กล่าวออกไปเช่นนี้
"อืม ลูกเขยข้าดูแลพวกนางให้ดีๆอย่างที่เจ้ารับปากข้าไว้ละ อย่าทำให้พวกนางเสียใจเด็ดขาด"
"เฟยหรงทราบแล้วขอรับท่านพ่อตา รับรองหากใครหมายจะทำร้ายพวกนางมันพวกนั้นจะต้องข้ามศพข้าไปก่อน"เฟยหรงกล่าวให้สัญยาอย่างมาดมั่น ทางด้านเฟยเสี่ยวโหรวนั้นบัดนี้ได้เปิดประตูมิติรออยู่แล้ว
ก่อนที่จะไปนั้นชายหนุ่มไม่ลืมนำภรรยาทั้งสองเข้าไปในแหวนมิติจิตวิญญาน ผสานมือคาราวะพ่อตาและแม่ยาย และหันหลังเดินเข้าไปในรูหนอนมิติพร้อมกับเฟยเสี่ยวโหรว
"วูบ"
"แหวนที่เก็บสิ่งมีชีวิตได้ ลูกเขยคนนี้ถึงกับมีสมบัติมิติขั้นสูง ช่างเป็นลูกเขยที่ซ่อนทุกอย่างเอาไว้ลึกจริงๆ ฮ่าๆๆ"เมื่อเฟยหรงเข้าไปในรูหนอนแล้วเฟิงหยางเซียนพลันหัวเราะร่า ในความคิดของเขาหากเฟยหรงก้าวเข้าสู่ระดับเทพนิรันทร์บรรพกาลเมื่อไรเขาจะสามารถสยบได้ทั้งจักรวาลอย่างแน่นอน การที่ลูกสาวของตนได้สามีเช่นนี้นับว่าเป็นโชควาสนาเสียจริงๆ ไม่เพียงเป็นโชควาสนากับตนเองเท่านั้น มันยังเป็นโชควาสนาของตระกูลวิหคเพลิงทั้งตระกูลอีกด้วย
"ท่านเฟยเสี่ยวโหรวท่านทวดใหญ่เป็นคนอย่างไรหรือขอรับ"ในขระที่กำลังเดินทางเฟยหรงกล่าวถามในทันที เขาอยากรู้ว่าคนเช่นไรกันถึงได้ลงโทษลูกชายด้วยการลบความทรงจำแถมยังปิดผนึกพลังให้ไปอยู่บนโลกเป็นล้านปีเช่นนั้นได้
"เอ๊ะ! นายใหญ่หรือขอรับ ปกติจะเป็นเงียบขรึมอยู่เสมอแต่พออยู่กับครอบครัวก็เหมือนๆกับนายท่านและนายน้อยทุกคนนั่นแหละขอรับ เป็นคนกลัวภรรยาเป็นที่สุดเหมือนๆกัน"เฟยหรงได้ยินถึงกับทำสีหน้าไม่ยอมรับในทันทีก่อนจะกล่าวแก้ตัว "ท่านพ่อกับท่านปู่อาจจะใช่ แต่ข้าไม่เคยกลัวภรรยาเสียหน่อยนะท่านเฟยเสี่ยวโหรว"
เทพผลาญสวรรค์ได้ยินก็ถึงกับหัวเราะขึ้นมา ไม่กลัวภรรยา?? ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด สำหรับตระกูลเฟยนี่ถือเป็นเอกลักษณ์เลยก็ว่าได้ แต่หากเป็นหญิงพวกนางมักจะมีความเป็นผู้นำสูงเช่นเดียวกัน การที่เฟยหรงไม่กลัวภรรยานั้นเขาไม่เชื่อโดยเด็ดขาด หรืออาจเป็นเพราะชายหนุ่มเด็กเกินไปและไม่ค่อยได้อยู่กับเหล่าภรรยาของเขาบ่อยนักจึงทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น
"ช่างมันเถอะขอรับ มันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆน่ะ แล้วต่อไปไม่ได้เรียกข้าว่าท่านก็ได้ขอรับ เรียกพ่อบ้านหรือชื่อตรงๆเลยก็ได้"
"จะได้อย่างไรกัน ท่านอาวุโสกว่าทั้งยังเคยช่วยครอบครัวข้าไว้ตั้งหลายครา อืม................เอาเช่นนี้เป็นอย่างไรขอรับ ข้าเรียกท่านว่าท่านปู่อีกคนเลยก็แล้วกัน"เฟยหรงยกกว้างแล้วหันไปมองเทพผลาญสวรรค์ที่บัดนี้ดวงตาของเขาถึงกับสั่นไหว ท่านปู่หรือ? สำหรับคนที่ไม่มีญาติมิตรอย่างเขาคำนี้ช่างมีความสำคัญยิ่งนัก ทั้งคนที่เรียกกลับไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหนึ่งนายน้อยของเขาเองแล้วจะไม่ให้ตื้นตันได้อย่างไร
"นะ น้ายน้อยจะเรียกข้าเช่นนั้นจริงๆหรือ"เขากล่าวถามชายหนุ่มเพื่อความแน่ใจ
"แน่นอนขอรับ ต่อไปท่านก็เรียกว่าว่าหลานชายหรือเฟยหรงก็ได้ตามใจท่าน"เฟยหรงกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูสดใส แน่นอนชายหนุ่มย่อมเต็มใจอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้ผูกพันธ์กันทางสายเลือดแต่ชายคนนี้ก็ช่วยเขาและครอบครัวเอาไว้หลายครั้งหลายครา แม้เจ้าตัวจะบอกว่าทำเพราะเป็นหน้าที่ แต่ทว่าเฟยหรงกลับรู้สึกดีและเคารพเฟยเสียวโหรวเป็นอย่างมาก และด้วยเหตุผลเหล่านี้การเรียกเขาว่าท่านปู่ก็นับเป็นว่าสมควรอยู่แล้ว
"ดีเยี่ยม! หลานชาย ข้ามีหลานชาย ฮ่าๆๆๆ"เทพผลาญสวรรค์หัวเราะร่าพร้อมกับจับไหล่ของเฟยหรงเอาไว้ ทั้งสองคนหลังจากลงเอยด้วยการเป็นปู่หลานกันเป็นที่เรียบร้อยก็พลันพุ่งทะยานต่อไปในทันที ในระหว่างทางเฟยเสี่ยวโหรวยังพุดคุยกับเฟยหรงอย่างอารมณ์ดีทำให้บรรยากาศในการเดินทางไม่ได้น่าเบื่ออีกต่อไป