จอมอักขระ จ้าวศาสตรา

    บทที่ 54 การตื่นของเอี้ยเสวียน

    ภาพทั้งหมดเริ่มจางหายไปเอี้ยเสวียนกลับมาอยู่ในห้วงจิตพร้อมกับอาชูร่า

    "เจ้าได้เห็นแล้ว"อาชูร่าพูดอย่างนุ่มนวล "เก้าข้อที่จะเป็นทั้งโซ่ตรวนและเป็นกุญแจสำคัญเจ้าจะได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ด้วยการท่องจำ แต่ด้วยการปฏิบัติ"

    "และเมื่อเจ้าเข้าใจครบทั้งเก้าข้อ..."อาชูร่าหยุดชั่วครู่ "เจ้าจะไม่ใช่เอี้ยเสวียนที่มีพลังของอาชูร่าเจ้าจะเป็นเอี้ยเสวียนที่มีพลังและภูมิปัญญาของตัวเองพลังที่ข้าให้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเจ้า ไม่ใช่สิ่งที่เจ้ายืมมา"

    "และในวันนั้น..." อาชูร่ายิ้ม"ข้าจะได้เป็นอิสระ ข้าจะได้กลับไปหาซูเหยียนและยู่เอ๋อร์ข้าจะได้บอกพวกเขาว่า... ข้าได้แก้ไขความผิดพลาดของตัวเองแล้ว"

    พลังสีแดงเลือดยังคงไหลเวียนในร่างกายเอี้ยเสวียนแต่ตอนนี้มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเจ็บปวดแล้วมันให้ความรู้สึกเหมือนมีแสงอบอุ่นที่ถูกโซ่ตรวนรัดไว้ รอวันที่จะได้ปล่อยออกมา

    "เจ้าพร้อมจะตื่นขึ้นแล้วหรือไม่?" อาชูร่าถาม"เจ้าพร้อมจะเริ่มต้นการเดินทางแห่งการเรียนรู้แล้วหรือไม่?"

    เอี้ยเสวียนพยักหน้าอย่างเด็ดขาดในจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้และเข้าใจกฎเกณฑ์ทั้งเก้าข้อไม่ใช่เพื่อที่จะได้พลังแต่เพื่อที่จะช่วยให้อาชูร่าได้รับการให้อภัยและเพื่อที่จะปกป้องผู้คนที่เขารัก

    "ข้าพร้อม" เอี้ยเสวียนตอบ"ข้าจะเรียนรู้ ข้าจะเข้าใจ และข้าจะไม่ให้พลังนี้ควบคุมข้าข้าจะควบคุมพลังนี้ด้วยภูมิปัญญาที่ท่านได้สอนให้"

    อาชูร่ายิ้มด้วยความโล่งใจ ใบหน้าเขาเริ่มจางหายไป

    "งั้นก็ไปเถอะ"อาชูร่าพูดเป็นครั้งสุดท้าย "ไปเรียนรู้ที่จะเป็นอิสระ ไปเรียนรู้ที่จะเข้าใจไปเรียนรู้ที่จะรัก และไปเรียนรู้ที่จะให้อภัย...ทั้งให้อภัยผู้อื่นและให้อภัยตัวเอง"

    ความเย็นยะเยือกของผืนน้ำกระทบใบหน้าทำให้เอี้ยเสวียนลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แสงจันทร์สลัวๆลอดผ่านกิ่งไม้ที่ถูกไฟไหม้จนเกรียมส่องลงมา เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำร่างกายเปียกชุ่มและมีเศษดินโคลนติดอยู่ทั่ว แต่สิ่งที่แปลกประหลาดคือ...ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินร่างกายได้หายไปสิ้นเหลือเพียงความเหนื่อยล้าจากการหลับใหลยาวนานและความรู้สึกถึงพลังงานประหลาดที่หลับใหลอยู่ภายใน

    "นั่น... ความฝันอย่างนั้นหรือ?" เอี้ยเสวียนพึมพำกับตัวเองเขาลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก กวาดสายตามองไปรอบๆป่าไผ่ที่เคยถูกไฟเผาไหม้จนสิ้นซาก บัดนี้กลับมีต้นไผ่เล็กๆ แตกหน่อขึ้นมาใหม่ทิวทัศน์รอบกายคล้ายกับภาพสุดท้ายที่เขาเห็นในห้วงจิตภาพป่าไผ่ที่ฟื้นคืนชีพด้วยพลังแห่งการคืนสภาพของอาชูรา

    เขายกมือขึ้นมองฝ่ามือที่เคยเต็มไปด้วยบาดแผลบัดนี้เรียบเนียนไร้ร่องรอยผิวหนังใต้เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นก็กลับคืนสู่สภาพเดิมเขาลองเพ่งจิตเรียกใช้พลังปราณ...พลังงานสายฟ้าสีแดงเลือดที่คุ้นเคยไหลเวียนในเส้นเลือด แต่มันกลับรู้สึกแปลกไปไม่เหมือนเดิม

    "เปลวไฟหยินหยาง..."เขาลองร่ายพลัง เปลวไฟสีฟ้าแดงปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขาอย่างง่ายดายกว่าที่เคยเป็นแต่เมื่อเขาลองใช้มันเพื่อโจมตี ก้อนไฟนั้นกลับลอยออกไปอย่างเชื่องช้าไม่มีความรุนแรง ไม่มีความรวดเร็ว ไม่มีการทำลายล้างที่เคยมี

    "พลังแห่งการคืนชีพ..."เอี้ยเสวียนพึมพำ เขาเพ่งจิตไปยังหน่อไผ่เล็กๆ เบื้องหน้าคลื่นพลังสีเขียวมรกตแผ่ออกไป หน่อไผ่ขยายใหญ่ขึ้น ผลิใบอย่างรวดเร็ว...แต่มันก็เป็นเพียงการเติบโตอย่างช้าๆไม่ได้พุ่งทะยานขึ้นอย่างปาฏิหาริย์เหมือนที่เห็นในความฝัน

    "เหมือนว่าจะใช้ได้...แต่ก็ไม่ใช่" เอี้ยเสวียนขมวดคิ้ว เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างรั้งพลังเอาไว้คล้ายกับมีโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นพันธนาการมันไว้ไม่ว่าจะพยายามปลดปล่อยพลังออกมาเท่าไหร่ ก็รู้สึกเหมือนมีกำแพงบางๆกั้นขวางอยู่ตลอดเวลา

    ทันใดนั้น เสียงกระซิบของอาชูราก็แว่วขึ้นในห้วงจิตของเขา"โซ่แห่งกฎเกณฑ์... ตราบใดที่เจ้าไม่สามารถเข้าใจในกฎเกณฑ์พลังต่างๆที่เจ้ามีอยู่จะไม่สามารถใช้ได้... เจ้าจะกลายเป็นคนธรรมดา"

    เอี้ยเสวียนล้มตัวลงนั่ง พิงต้นไม้ที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้นมาใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและเหนื่อยล้า ไม่ใช่แค่ร่างกายแต่จิตใจของเขาต้องแบกรับเรื่องราวที่เกินความคาดหมาย ทั้งจอมปีศาจเฉิ่นหวังเหวินนักฆ่าหอหมื่นโลหิต การเสียสละขององค์รักษ์ และที่สำคัญที่สุด...ประสบการณ์อันลึกซึ้งกับจิตวิญญาณของอาชูรา

    "แล้วข้าจะต้องทำอย่างไร...เพื่อปลดโซ่ตรวนเหล่านี้?" เขาพึมพำเขาจำคำสอนทั้งเก้าข้อได้ อิสรจร, สรรพสิ่งคือหนึ่งเดียว...แต่มันเป็นเพียงทฤษฎี เขาจะนำมันมาปฏิบัติได้อย่างไร? เขาจะใช้ชีวิตอย่างไรภายใต้"กฎเกณฑ์" เหล่านี้และจะกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งได้อย่างไรในสภาพที่ยังไม่สามารถควบคุมพลังได้อย่างเต็มที่?

    เอี้ยเสวียนมองไปยังทิศทางที่ขบวนองค์รักษ์เคยจากมาหัวใจของเขาเจ็บปวดเมื่อนึกถึงใบหน้าของเฉียง หลิงและเหล่าสหายที่เสียสละเพื่อปกป้องเขา เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น... ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อพวกเขา เพื่อความยุติธรรมที่ยังไม่ได้รับการคืนให้

    แสงจันทร์สาดส่องต้องร่างของเอี้ยเสวียนที่นั่งพิงโขดหินริมตลิ่งแม่น้ำท่ามกลางความเงียบสงัดของยามราตรีเสียงแมลงร้องระงมและกลิ่นไอดินชื้นปะปนกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของหน่อไผ่ที่เพิ่งผลิใบชวนให้รู้สึกแปลกประหลาด ร่างกายที่เต็มไปด้วยโคลนและรอยเปื้อนกลับรู้สึกสดชื่นอย่างไม่น่าเชื่อแต่ความเหนื่อยล้าทางจิตใจยังคงเกาะกุมอยู่

    เอี้ยเสวียนลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งในจิตใจปะปนกับความสงบอันแปลกประหลาด เขากลั้นหายใจสูดลมหายใจลึกๆพยายามซึมซับกลิ่นอายธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายที่ยังคงรู้สึกราวกับไม่ใช่ของตัวเอง

    "ข้ากลับมาเป็นคนธรรมดาแล้วจริงๆหรือนี่…" เขาพึมพำกับตัวเองความรู้สึกถึงพลังมหาศาลที่ถูกพันธนาการไว้ยังคงชัดเจนแต่เขากลับไม่สามารถเรียกใช้มันได้อย่างเต็มที่

    เอี้ยเสวียนตัดสินใจเดินทางต่อไปโดยไม่รีบร้อนร่างกายที่ยังคงบอบช้ำเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาต้องหาที่พักพิงไม่นานนักเขาก็พบกับหมู่บ้านเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา เขาเดินเข้าไปอย่างช้าๆหวังเพียงขอพักอาศัยเพื่อรักษาบาดแผล ชาวบ้านผู้ใจดีต่างยินดีต้อนรับ

    ในระหว่างที่พักรักษาตัวบาดแผลภายนอกของเอี้ยเสวียนหายเร็วกว่าปกติอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าภายในจิตใจเขายังคงครุ่นคิดไม่หยุดถึงคำสอนทั้งเก้าข้อของอาชูรา พยายามทำความเข้าใจใน"โซ่ตรวน" ที่พันธนาการพลังของเขาไว้ เขามักจะออกไปเดินเล่นรอบหมู่บ้านพูดคุยกับชาวบ้านทั่วไป พยายามสังเกตวิถีชีวิตอันเรียบง่ายเพื่อค้นหาคำตอบ

    วันแรกที่เขาออกไปเดินเล่นเอี้ยเสวียนได้พบกับหญิงชราคนหนึ่งที่นั่งปั่นฝ้ายใต้ร่มเงาของต้นส้มโอเขานั่งลงข้างๆ สนทนาอย่างเป็นกันเอง

    "ท่านยายครับ ทำไมยังต้องมาทำงานเช่นนี้อีกท่านไม่มีครอบครัวหรือขอรับ?" เอี้ยเสวียนถามด้วยความสงสัยใจ

    หญิงชราหัวเราะเบาๆ "มีสิข้ามีบุตรชายและสะใภ้พร้อมหลานชายหลานสาวตัวน้อยๆ! แต่ข้าไม่อยากอยู่เป็นภาระให้พวกเขาเลี้ยงข้าเฉยๆ? ตอนที่ข้าปั่นด้าย ข้าไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลยมีแต่เสียงเก่าแก่ของล้อปั่น กับความรู้สึกของเส้นฝ้ายที่ไหลผ่านนิ้วมือมันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ข้ารู้สึกว่าข้ายังพอมีคุณค่าอยู่บ้าง"

    "แล้วถ้าเกิดท่านยายล้มป่วยไม่สบายลงละขอรับบุตรชายของท่านจะไม่กังวลหรือขอรับ?” เอี้ยเสวียนถามต่อด้วยความอยากรู้

    "ถ้าวันนั้นมาถึงข้าก็จะหยุด! ข้ารู้ตัวดีว่าถ้าข้าทำอะไรเกินตัวไปมันก็จะลำบากคนอื่นข้าไม่อยากเป็นภาระให้ใคร”หญิงชราตอบอย่างเรียบง่ายพร้อมทั้งสายตาที่บ่งบอกถึงวัยวุฒิที่มองเห็นสัจธรรมของชีวิตอย่างเข้าใจ"แต่ตราบใดที่ข้าคิดว่าข้าสามารถช่วยอะไรครอบครัวได้เล็กๆน้อยข้าก็ยังคงจะทำต่อไปเรื่องบางเรื่อง บางทีมันก็จำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจมันการคิดมากเกินความจำเป็นไม่ได้ช่วยใครได้หรอกลูก"

    คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้เอี้ยเสวียนนึกถึงคำสอนของอาชูรา "ท่านยายรู้จังหวะของชีวิตรู้ว่าเมื่อใดควรทำ เมื่อใดควรหยุด... นี่คือการไหลไปตามวิถีแห่งฟ้าดินโดยไม่ฝืน"เขาเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าการต่อสู้กับชะตากรรมไม่ใช่การดิ้นรนอย่างไร้เหตุผลแต่เป็นการเลือกจังหวะที่เหมาะสม

    วันต่อมา เขาไปนั่งเล่นกับเด็กๆ ที่ลานบ้าน สังเกตการเล่นของพวกเขาเด็กๆ วิ่งเล่นอย่างไร้กังวล ขณะที่หัวเราะเบิกบาน

    "ลุงครับ ทำไมลุงถึงนิ่งขนาดนี้ล่ะ?" เด็กชายตัวเล็กถามอย่างสงสัย

    “ลุง?ข้าดูแก่ขนาดนั้นเลยหรือ?” เอี้ยเสวียนคิดในใจ

    เอี้ยเสวียนหัวเราะเสียงดังพร้อมทั้งยกมือทำท่าจะเขกไปที่หัวของเด็กน้อย“ลุง?ใครเป็นลุงข้าเพิ่ง 18 เอง”

    "อ้าวข้านึกว่าท่านสัก30ปีแล้วเห็นนั่งเงียบไม่ค่อยพูดค่อยจา?" เด็กชายเอียงคอตอบอย่างไร้เดียงสา  "พี่ชายชื่อว่าอะไร?ข้าชื่อเสี่ยวเป่า”

    "เรียกข้าว่าพี่เสวียนก็ได้"เอี้ยเสวียนตอบ ทันใดนั้นเสียงหัวเราะสนุกสนานของเด็กๆ ก็ดึงดูดความสนใจของเขาเด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วตะโกนเรียก “เสี่ยวเป่ามาเร็ว”

    เสี่ยวเป่าที่กำลังพูดคุยกับเอี้ยเสวียนอยู่หันไปตอบกลับว่า”ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”ก่อนที่จะบอกลาเอี้ยสวียนและวิ่งไปหากลุ่มเพื่อนของตน

    แต่สิ่งที่ทำให้เอี้ยเสวียนประหลาดใจคือ พวกเขาทุกคนกำลังถกเถียงกันว่าใครจะเล่นเป็นบทอะไรโดยทุกคนต้องการเล่นเป็นตัวเอกที่ชื่อ "ข้าคือเอี้ยเสวียน!ลมหายใจแห่งยมทูต!" ในขณะที่ไม่มีใครอยากเป็น”นักฆ่าของหอหมื่นโลหิต”ดังนั้นทุกคนกำลังจะทำการเสี่ยงทายตัวละครกัน

    เอี้ยเสวียนเดินเข้าไปหาเด็กๆ ด้วยความสงสัย "เจ้าหนูพวกเจ้าเล่นอะไรกันหรือ?"

    เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งถอดหน้ากากออก มองเขาด้วยแววตาเป็นประกาย "พี่ชายไม่รู้หรือขอรับพวกเรากำลังเล่นเป็นวีรบุรุษเอี้ยเสวียน ผู้ที่สังหารจอมปีศาจเฉิ่นหวังเหวินและขับไล่นักฆ่าหอหมื่นโลหิต!"

    คำพูดนั้นทำให้เอี้ยเสวียนตกใจ เขาสอบถามเด็กๆได้ความว่าเมื่อสองวันก่อน มีขบวนคาราวานเพิ่งเดินทางผ่านมาจากเมืองเติ่งเซิ่งและได้เล่าเรื่องราวการต่อสู้ของเขาออกไปทั่ว ชื่อเสียงของ"ลมหายใจแห่งยมทูต" บัดนี้โด่งดังไปทั่วอาณาจักร

    แต่ข่าวที่ตามมากลับทำให้หัวใจของเอี้ยเสวียนบีบรัดแน่น "แต่ว่ามีข่าวลือกันว่าท่านเอี้ยเสวียน...ท่านเสียชีวิตแล้วขอรับ! ได้ข่าวว่าถูกนักฆ่าหอหมื่นโลหิตสังหารริมแม่น้ำ"เด็กชายกล่าวด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย "ชาวเมืองเติ่งเซิ่งทุกคนโกรธแค้นมากเจ้าเมืองหลิวและประมุขทั้งห้าตระกูลถึงกับส่งคนออกมาตามหาท่านหวังว่าท่านจะยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะสมาคมนักจารึกอักขระหัวหน้าสมาคมโกรธแค้นถึงกับประกาศศึกกับหอหมื่นโลหิตเลยนะขอรับ!แม้แต่ปรมาจารย์เหมียวเยิ่นเฟิงผู้อาวุโสแห่งสมาคมก็ประกาศกร้าวว่าจะล้างแค้นให้ท่าน!"

    เอี้ยเสวียนฟังแล้วรู้สึกทั้งตกใจและซาบซึ้งในความรักและเมตตาที่ทุกคนมอบให้เขาไม่ได้กล่าวอะไรออกไป ทำได้เพียงพยักหน้าเงียบๆในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้ององค์รักษ์เหล่านั้นได้และความโกรธแค้นที่หอหมื่นโลหิตยังคงลอยนวล

    คืนนั้น เอี้ยเสวียนนอนไม่หลับ เขาออกไปนั่งริมแม่น้ำเล็กๆที่ไหลผ่านหมู่บ้าน เงาจันทร์สาดส่องลงมาทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่ได้รับคำสอนจากอาชูรา เขาเริ่มเข้าใจว่าคำสอน คุณธรรมที่แท้และความเป็นอิสระไม่ใช่การไม่สนใจ แต่เป็นการมองเห็นภาพรวมที่ใหญ่กว่า

    "ข้าในสายตาของคนอื่น"เขาพึมพำกับตัวเอง "สิ่งที่ข้าทำบางคนอาจจะดูว่าข้ายิ่งใหญ่ส่วนศัตรูของข้าจะเห็นว่าข้าเป็นหนามในตานั่นคือ”สรรพสิ่งทุกอย่างเมื่อมองด้วยสายตาและจุดยืนแล้วย่อมแตกต่างกัน” 

    ตอนนั้นเอง เขาได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังวิ่งมาทางเขาเอี้ยเสวียนมองออกไปพบเห็นว่าหญิงสาวคนนึงกำลังอุ้มลูกตัวน้อยอยู่ในมือเมื่อเห็นเอี้ยเสวียนหญิงสาวนางนั้นจึงตะโกนด้วยความร้อนใจว่า “คุณชายท่านนั้น ช่วยบุตรข้าด้วยเขาถูกงูพิษกัด”

    เอี้ยสวียนได้ยินดังนั้นจึงรีบเข้าไปดูพบเห็นรอยเขี้ยวงูที่น่องของเด็กน้อยมองไปที่เด็กน้อยที่นอนหลับไป ใบหน้าซูบซีด เขารู้สึกถึงความร้อนใจแต่เนื่องจากตอนนี้ตนเองใช้พลังไม่ได้แต่ถ้าให้หญิงสาวนางนี้วิ่งเข้าไปหาหมอในเมืองท่าทางจะไม่ทัน

    เอี้ยเสวียนรีบเข้าไปอุ้มเด็กน้อยแล้วบอกว่า”ฮูหยินข้าจะรีบพาไปหาหมออย่างไรข้าก็วิ่งเร็วกว่าท่าน”เสร็จแล้วเอี้ยเสวียนก็ออกแรงวิ่งอย่างเต็มกำลังเข้าไปในเมือง

    เมื่อเข้าไปถึงในเมืองเอี้ยเสวียนก็วิ่งไปที่โรงหมอและหมอชราเมื่อรู้ว่าเด็กน้อยถูกงูกัดก็กล่าวว่า

    “ต้องดูดพิษงูออก เพื่อป้องกันไม่ให้พิษเข้าสู่หัวใจ”เอี้ยเสวียนที่ได้ยินดังนั้นถ็ใช้ปากดูดพิษงูออกมาจากบาดแผลที่น่องของเด็กน้อยจนเลือดเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดง

    หมอชราเมื่อเห็นดังนั้นจึงบอกว่า”พอแล้วละพ่อหนุ่มตอนนี้เอาสมุนไพรรักษาพิษงูนี้ประคบไว้แล้วข้าจะจ่ายยาให้กินสักอาทิตย์ก็คงหายดี”

    ตอนนั้นเองมารดาของเด็กชายคนนั้นเพิ่งวิ่งมาถึงเมื่อรู้ว่าลูกชายของตนปลอดภัยจึงรู้สึกขอบคุณเอี้ยเสวียนมาก

    “ขอบคุณคุณชายมากถ้าไม่ได้ท่านบุตรชายข้าคงมาไม่ทันแน่ๆ”นางคกเข่าลงและคำนับเอี้ยเสวียนอย่างจริงจัง

    เอี้ยเสวียนที่เห็นดังนั้นรีบหลบพร้อมทั้งทำมือประคองไม่ให้หญิงคนนั้นคำนับ “เรื่องเล็กน้อยไม่ต้องทำเช่นนี้หรอก ฮูหยิน?เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ข้าเป็นใครก็ต้องลงมือช่วยทั้งนั้น”

    หมอชนาที่ยืนอยู่หน้าร้านแล้วมอบเทียบยาให้หญิงสาวผู้เป็นมารดาเอาไปต้มให้บุตรกินพร้อมทั้งกำชับให้ระวังเรื่องแผลเมื่อนางฟังจบก็คำนับและจากลาไปก่อนไปนางยังหันมายิ้มและคำนับให้เอี้ยเสวียนด้วยความขอบคุณอีกครั้ง

    หมอชราผู้นั้นมองไปที่เอี้ยเสวียนแล้วกล่าวว่า “โชคดีที่นางเจอเจ้าแล้วเจ้าแข็งแรงมากพอที่จะวิ่งมาทันไม่อย่างนั้นข้าก็คงไม่สามารถช่วยเด็กคนนั้นได้? ทำดีมากเจ้าหนุ่ม”

    นั่นคือครั้งแรกที่เอี้ยเสวียนรู้สึกดีใจอีกทั้งยังรู้สึกว่าตนเองเข้าใกล้"เงื่อนไข" ที่อาชูราพูดถึงทั้งการช่วยเหลือไม่ใช่เพื่อเป็นเจ้าคุณหรือเพื่อสร้างกรรม แต่เป็นเพราะในช่วงเวลานั้นการช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ธรรมชาติควรจะเป็น

    คล้ายกับเรื่องจอมอักขระ จ้าวศาสตรา ที่คุณอ่าน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303