บทที่ 3 ต่อรองราคา
รัญชนารู้ว่าตอนนี้คนของปราการกำลังตามหา “เสกสรร” คนสารเลวที่ขโมยเอาเมล็ดพันธุ์ตัวอย่าง และรายละเอียดเกี่ยวกับการวิจัยไปทั้งหมดอยู่ และอีกประมาณ 2 วันเท่านั้น พวกเขาจะได้พบเจอชายคนนี้
ซึ่งต่อให้จะตามตัวเจอแล้วก็ตาม พวกเขากลับไม่ได้รับเมล็ดพันธุ์ตัวอย่าง หรือรายละเอียดการวิจัยกลับมาเลย คนที่ชื่อเสกสรรคนนี้เหมือนกับคนสติไม่สมประกอบ อีกฝ่ายมีความเชื่อว่าครั้งนี้พระเ้า้าจะทำลายมนุษย์ทิ้งไป เมื่อเห็นว่ามนุษย์มีแผนการพัฒนาที่ดีขึ้น เ้าคนชั่วนี้ก็เลยวางแผนที่จะขัดขวาง
เขาได้ทำลายเมล็ดพันธุ์นั้นไปแล้ว และยังทำลายข้อมูลทั้งหมดอีก สุดท้ายนักวิจัยจึงต้องเริ่มต้นใหม่ แม้ว่าพวกเขาจะมีความรู้เดิมอยู่บ้าง ทั้งยังรู้แนวทางในการศึกษา ทว่ากระบวนการวิเคราะห์ที่ต้องเริ่มั้แ่ต้นก็ทำให้หัวเสียไม่น้อยเลย
เสกสรรคนนั้นจะต้องตาย และคนที่ไปทำภารกิจตามจับอีกฝ่ายด้วยก็คือรัญชนานั่นเอง ในภารกิจนี้...พระเอกของเื่เป็คนรับหน้าที่หลักไป ไม่แปลกที่เนื้อเื่จะเดินมาเจอรัญชนาเสียที หลังจากที่เกริ่นว่าเธอเป็ใครและมาจากคอนโดใหม่เท่านั้นในตอนแรก
ก็อย่างที่รู้กัน นิยายจะเขียนในมุมมองของตัวเอก ดังนั้นเื่ที่พระเอกเป็คนดำเนินไป จะต้องบรรยายฉากการพบเจอครั้งแรกของพวกเขาเอาไว้อย่างดีแน่นอน ไม่พ้นว่าจะต้องอึ้งกันไปเกือบสามนาที คนรักทั้งหลายเรียกก็ยังไม่ได้สติ เป็ผลให้ทุกคนรู้ว่าพระเอกมีแววว่าจะหาเมียเข้ามาในฮาเร็มเพิ่ม
ก็นะ....สุดท้ายมันก็เป็ตามสัญชาตญาณของพวกผู้หญิงจริงๆ
ครั้งนี้ รัญไม่ได้วางแผนที่จะไปทำภารกิจนี้อยู่แล้ว ถึงเธอจะไม่ได้คิดว่าตนเองควรต้องหนีหน้าพระเอกและอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ แต่ภารกิจที่กลับมาแล้วไม่ได้รับประโยชน์มากพอก็ไม่ควรค่าที่จะรับทำ ดังนั้นเพื่อให้ตนเองสามารถได้ประโยชน์มากที่สุด เธอขอเปลี่ยนเส้นเื่เล็กๆน้อยๆแล้วก็เปลี่ยนมาเป็ของกินก็แล้วกัน
ก๊อก ก๊อก
เสียงสัญญาณหลังจากที่รัญชนาเขียนป้ายนี้มาครึ่งคืนแล้วดังขึ้น แสดงให้เห็นว่ากำลังมีคนสนใจข้อมูลนี้อยู่ หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ เดิมทีคิดว่าจะต้องรอจนถึงวันพรุ่งนี้เสียอีกถึงจะมีคนมาขอซื้อข้อมูล แม้จะรู้ว่าตลาดแห่งนี้มีคนของปราการมากมาย แต่ก็ไม่ได้คิดว่าคนที่เข้ามาจะเป็พวกมีความสามารถในการตัดสินใจั้แ่แรก
ก๊อก ก๊อก
เธอส่งสัญญาณกลับไป เคาะโต๊ะสองครั้งแสดงให้เห็นว่าเริ่มขานราคาเองได้แล้ว ซึ่งอีกฝ่ายก็รู้กฎนี้เป็อย่างดี เขาขยับมือแล้วหยิบกระดานแล้วเขียน “100 กรัม” ออกมา นี่เป็ความ้าที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอาหาร
รัญชนาส่ายหน้า เธอยกป้าย X ให้เขาเห็น แน่นอนว่าอีกฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าการซื้อขายแบบนี้จะต้องมีการต่อรอง บางทีข้อเสนอของเขาั้แ่แรกก็เป็ข้อเสนอส่งๆเท่านั้น
- 200 กรัม –
- 500 กรัม –
คิ้วของคนตรงหน้าเริ่มขมวดเข้าหากันหลังจากที่เขารู้ว่าคนขายข้อมูลคนนี้ไม่ยอมพอใจที่มูลค่า 500 กรัม ซึ่งเป็มูลค่าของอาหารจำนวนมากแล้ว บางทีมันน่าจะมากเกินไปสำหรับข้อมูลชุดเดียวด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาสนใจว่าอีกฝ่ายมีข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างไร เขาคงจะไม่เสียเวลามาต่อรองอยู่แบบนี้หรอก
ก๊อก ก๊อก
ชายร่างใหญ่หยุดการต่อรองเพียงเท่านี้ เคาะสองครั้งสุดท้ายเพื่อยืนยันว่าเขาจะไม่เพิ่มการต่อรองอีก หากอีกฝ่ายไม่พอใจ เช่นนั้นการต่อรองนี้ก็จะจบลง คำเตือนนี้ทำให้รัญชนาชะงักไป เธอได้เห็นคนตรงหน้าเต็มตา แม้ว่าเขาจะปิดหน้าปิดตาเหมือนกับตนเอง ทว่าดวงตาที่คมเข้มนั้นทำให้เธอต้องทบทวนเสียใหม่
คนตรงหน้านี้เป็คนมีอำนาจอย่างแน่นอน เขาไม่ได้มีดวงตาสีดำเหมือนกับพระเอกของเื่ ทว่าดวงตาของเขาเป็สีฟ้า เห็นได้ชัดว่าเป็คนต่างชาติหรือไม่ก็เป็พวกลูกครึ่ง คนที่ปล่อยออร่าราวกับตัวเอกได้ขนาดนี้ ทั้งยังเป็ลูกครึ่งมีดวงตาสีฟ้าของเื่ รัญชนารู้จักเพียงคนเดียว
แน่นอนว่าเธอไม่ได้ฟันธงว่าเขาคือผู้ชายคนนั้นที่เธอรู้จักผ่านหนังสือนิยาย แต่ถ้าเป็เขาจริงๆล่ะก็...เขาจะต้องสนใจข้อมูลนี้!
- ที่กบดานของเสกสรร + คนขโมยสร้อยรูปหัวใจสีเงิน –
ปัง!!
ราวกับะเิที่กำลังจะลงบนหัวของเธอ ชายคนนั้นทุบโต๊ะตรงหน้าจนหักเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่งผลให้ผู้คนมากมายหันมามองที่โต๊ะของพวกเธอเสียแล้ว โต๊ะขนาดใหญ่นี้ถูกทำลายด้วยการฟาดฝ่ามือครั้งเดียว แสดงให้เห็นว่าเขาเป็คนที่แข็งแกร่งขนาดไหน รัญชนาเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นเช่นนี้
เธอเดาได้ถูกต้อง!
“รบกวนอยู่ในความสงบ อย่าทำผิดกฎ” คนของตลาดมืดเอ่ยเสียงเรียบ แม้ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่ควรจะเมินกฎนี้ใช่ไหม?
สายตาของทั้งสองประสานกันอีกครั้ง ดวงตาสีฟ้านั้นมีประกายสังหารอยู่ด้วย ทว่าก็มีความคิดบางอย่างซ่อนอยู่เหมือนกัน เขารู้ว่าคนตรงหน้านั้นเป็ผู้หญิง ถ้าอย่างนั้น...ผู้หญิงที่รู้มากเกินไปคนนี้คือใคร
- 5 กิโลกรัม –
การแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ถูกเขียนออกมาทันที ดวงตาของรัญชนาสั่นไหว นี่คือการเดิมพันของพวกเขาทั้งสองคน สิ่งที่ทำให้เธอกล้าขนาดนี้ก็เพราะ...หากอีกฝ่ายเป็คนที่เธอคิดจริงๆ อย่างนั้นเธอก็อาจจะถูกโชคครั้งใหญ่แล้วก็ได้
คนๆนี้ เขาเป็นักธุรกิจชื่อดังเหมือนกัน แต่เื่อดีตของเขาไม่สำคัญเท่ากับสถานะปัจจุบันของเขาเอง ในฐานะหัวหน้าหน่วยที่ 7 เป็หน่วยที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นหลังจากที่เข้ามาอยู่ได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น เขาเข้ามาที่ปราการแห่งนี้พร้อมกับคนของเขาเองเกือบ 30 คน และกลายเป็กลุ่มคนที่แข็งแกร่งอย่างมากในเวลาต่อมา
พระเอกเป็ผู้นำหน่วยที่ 3 ความสามารถในการต่อสู้เกือบจะเท่ากันเลย ถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าหน่วยที่ 7 มีจุดประสงค์เดียวสำหรับการล่า บางทีเขาอาจจะกลายเป็กลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดก็ได้ จะบอกว่าน่าเสียดายก็ได้ หรือจะบอกว่าเขาเป็คนที่ยึดติดมากๆคนหนึ่งก็ได้
ผู้ชายคนนี้ เขามีชื่อว่า “เวกัส” เขามีน้องสาวคนหนึ่งที่รักและเอ็นดูมากๆ เธอหายไปหลังจากวันสิ้นโลกแล้วพวกเขาก็ไม่ได้พบเจอกันอีกเลย เวกัสคนนี้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อน้องสาวคนเดียวเท่านั้น ทุกคนรู้ดีว่าเขาไม่สนใจที่จะทำภารกิจสำคัญๆด้วยซ้ำ แต่ถ้ามีภารกิจบุกเบิกที่ไหน เขาจะอาสาก่อนเป็คนแรก นั่นก็เพื่อเสี่ยงดวงที่จะตามหาน้องสาวของตนเอง
น่าเสียดายที่เขาเป็พวกไม่สนใจคนอื่นมากเกินไป ดังนั้นปราการเหล็กไม่อาจจะยืมความแข็งแกร่งของเขาได้ ดังนั้นในนิยาย อีกฝ่ายจึงเป็ตัวปัญหาของพวกตัวเอกก็เท่านั้น
ส่วนน้องสาวของผู้ชายคนนี้...อีกฝ่ายได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว ด้วยที่เป็ผู้หญิงคนเดียว เธอจากไปั้แ่วันสิ้นโลกแรกๆด้วยซ้ำ เนื้อเื่ส่วนนี้จะถูกเปิดเผยใน่เล่มที่สองของวันสิ้นโลก และการพบเจอกับความผิดหวัง สาเหตุที่ทำให้เขามีชีวิตอยู่ มันจึงทำให้ผู้ชายคนนี้บ้าคลั่งขึ้นมา
ไม่รู้ว่าเป็เื่ดีหรือเปล่า แต่เวกัสที่กำลังบ้าคลั่งได้สละชีวิตตนเอง เขาอาละวาดใส่สัตว์ซอมบี้และเรียกความสนใจได้สำเร็จ ดังนั้นพวกตัวเอกจึงหนีรอดมาได้โดยทิ้งเขาเอาไว้กับศพของน้องสาวตามลำพัง...
ผู้ชายที่มีบทต้องตายอย่างน่าสมเพช แต่กลับเป็เครื่องมือที่ให้พวกตัวเอกรอดตายได้นั้น จะว่าน่าสงสารก็น่าสงสาร แต่จะบอกว่าเขาเป็คนโง่ที่ไม่ปล่อยวางก็คงจะจริง
รัญชนายกป้าย / ให้กับเขา ถือว่าการแลกเปลี่ยนนี้จบลงด้วยอาหารทั้งหมด 5 กิโลกรัม การแลกเปลี่ยนนี้ทำให้คนอิจฉาตาร้อนอย่างมาก พวกเขาแลกเปลี่ยนกันมานาน ได้อาหารแค่ 100 กรัมก็ถือว่าวิเศษแล้ว อีกฝ่ายไม่รู้ว่าแลกด้วยอะไร ทำไมจึงได้รับอาหารมากมายขนาดนั้นตอบแทน!
เวกัสโยนตั๋วอาหารให้กับรัญชนา แสดงให้เห็นว่าเขาแลกเปลี่ยนตั๋วอาหารกับทางปราการเอาไว้มากมายจริงๆ การหยิบตั๋วออกมาใช้ทันที 5 กิโลกรัมนั้นเป็อะไรที่แปลกมาก แต่ถ้าเป็กลุ่มคนมากอำนาจ พวกเขาจะพกเท่านี้ก็ไม่แปลกอะไร
- เสกสรรซ่อนตัวอยู่ที่แคมป์ก่อสร้าง หลังโรงเรียนเก่า ถ้าเจอห้องน้ำชายให้เลี้ยวไปทางซ้ายจะเจอที่ซ่อนของพวกเขา – รัญชนาเขียนเื่แลกลงไป เนื่องจากกระดานไม่ได้ใหญ่มากพอจะเขียนทุกอย่าง ดังนั้นเธอจึงต้องลบแล้วเขียนข้อมูลส่วนที่สองลงไปใหม่
- สร้อยสีเงินรูปหัวใจ ตอนนี้อยู่ที่ลลิล คนของหัวหน้าหน่วยที่สาม เธอเก็บได้และไม่รู้ว่าเป็ของใคร –
เมื่อรัญชนาเขียนจบประโยค ชายร่างใหญ่ก็แค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่ง แม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะเขียนอธิบายเหตุผลทั้งที่ไม่จำเป็ออกมา แต่เขากลับไม่คิดเหมือนกัน
คนที่เก็บของๆคนอื่นได้แต่ไม่ยอมเอาไปส่งให้ทางการเพื่อประกาศหา เจตนาไม่ใช่ขโมยหรือ? แล้วนี่เป็เื่ที่เกิดกับผู้หญิงของหัวหน้าหน่วยที่สามที่แค่เห็นก็รำคาญลูกตาแล้วนั่นอีก เขายิ่งรู้สึกไม่ชอบใจมากขึ้นไปกันใหญ่
ลึกๆแล้วเวกัสกำลังคาดเดาว่าคนที่จะรู้ข้อมูลนี้อาจจะเป็ผู้หญิงสักคนของหัวหน้าหน่วยที่สามก็ได้ อีกฝ่ายมีเส้นสายมาก รับทำงานหลากหลายด้วย ไม่แปลกที่เขาอาจจะรู้ตำแหน่งของไอ้เสกสรรคนนั้นแล้ว อีกอย่าง...คนที่จะรู้ว่าผู้หญิงของหัวหน้าหน่วยที่สามขโมยของคนอื่นเอาไว้จะเป็ใครได้ ถ้าไม่ใช่คนของพวกมันเอง!
บางที หลังจากนี้...เขาควรจะไปทำความรู้จักกับหน่วยที่สามมากขึ้นใช่ไหม? เผื่อจะได้รู้จักผู้หญิงที่เ้าเล่ห์แสนกลคนนี้
เมื่อการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น รัญชนาไม่มีเหตุผลที่จะต้องดึงดูดความสนใจไปมากกว่านี้ ข้อมูลที่เธอขายได้มีค่ามากเกินกว่าที่ตั้งใจด้วยซ้ำ หญิงสาวออกมาจากตลาดมืด เดินลัดเลาะไปตามทางและกลับไปยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมของตนเอง เพราะความมืดที่ไม่สามารถมองเห็นใครเป็ใครได้ จึงไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้
เช้าวันต่อมา เหล่านักล่าบางกลุ่มได้ทยอยกลับมารายงานแล้ว บางกลุ่มก็พาคนอพยพมาเพิ่มเติมด้วย บางคนเดินผ่านหน้ารัญชนาและยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจให้ หญิงสาวเพียงปฏิเสธด้วยสีหน้าเ็าเท่านั้น เธอยังคงอยู่เช่นนั้นตลอดทั้งวันโดยไม่ได้กินและนอน ก็แค่อดทนจนกว่าจะได้รับบัตรประจำตัวของตนเองเท่านั้น
เวลาแค่ 2 วันไม่ช้าและไม่เร็วเกินไป ในที่สุดก็ถึงวันที่จะรับบัตรประจำตัวของตนเองแล้ว รัญชนารอที่หน้าประตูอาคารวิจัย ทันทีที่มันเปิด เธอก็เป็คนแรกที่เข้าไปรับบริการ
พนักงานตรวจสอบรายละเอียดและมอบบัตรประจำตัวให้กับเธอ ใช้เวลาทั้งหมดเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น รัญชนาออกมาจากอาคารวิจัยแล้วตรงไปยังห้องโถงรับภารกิจ ด้วยรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างดีของเธอ กับร่างกายที่สะอาดสะอ้าน ทำให้หลายคนถึงกับมองตามด้วยความสนใจ
“สามารถเลือกภารกิจที่กระดานได้เลยนะ หลังจากเลือกแล้วก็มาแจ้ง แล้วก็เริ่มทำภารกิจได้เลย สำหรับของรางวัลภารกิจก็จะมีระบุเอาไว้ให้เห็นด้านล่างอยู่แล้ว ถ้าทำไม่สำเร็จจะมีการลงโทษด้วย ทำภารกิจไม่สำเร็จครบ 3 ครั้งจะถูกลงโทษด้วยการขับออกจากปราการ หรือไม่ก็ต้องไปทำงานที่คุกดำ”
เ้าหน้าที่ที่ดูแลอาคารรับภารกิจกล่าวเตือน เขาดูแลคนเข้าออกอยู่ตลอดย่อมจำหน้าพวกทำภารกิจเดิมๆได้ สำหรับคนไหนที่เขาคิดว่าน่าจะมาใหม่ก็จะบอกรายละเอียดเผื่อไว้ด้วย
รัญชนาพยักหน้ารับ หากอ้างอิงจากกฎในนิยาย เธอจะได้รับรายละเอียดที่สมบูรณ์มากกว่า แน่นอนว่าในนิยายนั้นอาศัยประสบการณ์และการเดินเื่ของนักเขียน ไม่แปลกที่มันจะครอบคลุมมากกว่าคำพูดส่งๆของเ้าหน้าที่เช่นนี้ หญิงสาวกล่าวขอบคุณแล้วเดินไปที่กระดาน ท่าทางของเธอไม่ได้แสดงความเคอะเขินหรือประหม่าแต่อย่างใด แผ่นหลังเหยียดตรงและออร่าที่ปล่อยออกมานั้น ไม่แปลกที่จะทำให้รัญชนากลายเป็จุดสนใจได้ง่ายๆ
…………………………………….