กลุ่มของโม่เฟิงเดินเข้าสู่หอไต่พฤกษา ด้านในของหอแห่งนี้เป็พื้นที่โล่ง ตามผนังของห้องมีอาวุธระดับหนึ่งขั้นต้นวางเรียงรายอยู่ทั่วผนัง นอกจากนั้นพวกเขายังััได้ถึงพลังลมปราณที่กระจายตัวอยู่เต็มไปหมเ แม้จะไม่ใช่พลังลมปราณที่หนาแน่นนัก แต่ก็เพียงพอให้ผู้ที่อยู่ในขอบเขตกำเนิดลมปราณอย่างพวกเขา ก้าวเข้าสู่ระดับถัดไปได้
ตงห่าวที่กำลังหยิบของกินใส่ปากอยู่เพลิน ๆ รู้สึกว่ามือขวาที่กำลังหยิบขนมใส่ปากมีอาการสั่นขึ้นมา “หืม?”
ปิงหยุนเองก็ััได้ถึงแรงกดดันที่อยู่ภายในหอไต่พฤกษา ซึ่งกำลังกดร่างของเขาเอาไว้อยู่
ลู่หานพยายามยกฝ่ามือขึ้นต่อต้านพลังที่มองไม่เห็น “แรงกดดันไม่ใช่น้อย ๆ เลย”
ทุกคนสามารถััถึงแรงกดดันที่หอไต่พฤกษาปลดปล่อยออกมาได้ มีเพียงโม่เฟิงเท่านั้น ที่ไม่อาจััถึงแรงกดดันนี้ได้เหมือนกับคนอื่น ๆ
โม่เฟิงหันมองไปรอบ ๆ เห็นตัวอักษรโบราณถูกสลักเอาไว้ตามขอบผนัง มันเป็ตัวอักษรชนิดเดียวกับที่เขาใช้ในการสร้างค่ายกลหมอกพิษห้วงนิทรา ดังนั้นจึงพอจะเดาได้ว่า ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในค่ายกลที่สร้างขึ้นจากวัตถุวิเศษ ถึงแม้จะไม่ทราบว่าเป็วัตถุวิเศษระดับไหน แต่เขาก็มั่นใจ...ว่าต้องเป็ค่ายกลที่อยู่ในขอบเขตปฐีอย่างแน่นอน เพราะมันไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายเขาเลย
ผู้ที่มีคุณสมบัติของร่างกายที่อยู่ในขอบเขตกายาจิต์ ร่างกายจะความสามารถต้านทานพลังของวัตถุวิเศษที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขต์ลงไปได้ ค่ายกลนี้จึงไม่มีผลต่อโม่เฟิง ซึ่งต่างจากปิงหยุน ตงห่าว ลู่ห่านและเสี่ยวฟ่านเล็กน้อย เนื่องจากพวกเขาไม่ได้มีคุณสมบัติของร่างกายอยู่ในขอบกายาจิตเขต์มาั้แ่แรก พวกเขายังต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ร่างกายถึงจะปรับปรุงเข้าสู่ขอบเขตกายาจิต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา ทำให้ปิงหยุน ตงห่าว ลู่หานและเสี่ยวฟ่านต้องนั่งลงกับพื้นเพื่อรวบรวมสมาธิ เริ่มทำการดูดกลืนพลังลมปราณจากชั้นที่หนึ่งซึ่งกำลังวนเวียนอยู่รอบ ๆ
เห็นทุกคนกำลังตั้งอกตั้งใจดูดกลืนพลังลมปราณจากหอไต่พฤกษา โม่เฟิงจึงส่งโอสถทวิลมปราณให้คนละยี่สิบห้าเม็ด “พวกเ้าใช้โอสถนี้ยกระดับพลังลมปราณอยู่ที่นี่ไปก่อน ส่วนข้าจะขึ้นไปดูข้างบนเสียหน่อย!”
พลังลมปราณในชั้นที่หนึ่งนั้น ไม่เพียงพอที่ต่อการยกระดับพลังของโม่เฟิง ดังนั้นเขาจึงเดินขึ้นไปบนชั้นที่สอง เพราะเขาจำได้ว่า หอไต่พฤกษาแห่งนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมดห้าชั้น แต่ละชั้นจะมีความหนาแน่นของพลังลมปราณที่แตกต่างกันออกไป ยิ่งชั้นที่สูงขึ้น ความหนาแน่นของพลังลมปราณก็จะยิ่งมากตาม
โม่เฟิงเดินขึ้นไปบนชั้นที่สอง เมื่อเดินขึ้นไปถึง เขาพบเข้ากับฮัวเจี่ยจากตระกูลเฟิง และเจียงฮุ่ยจากตระกูลยินกำลังนั่งดูดกลืนพลังลมปราณกันอย่างขะมักเขม้น โดยไม่รู้สึกตัวเลยว่า โม่เฟิงกำลังยืนมองพวกเขาทั้งสองอยู่
โม่เฟิงได้กวาดสายตาประเมินทุกอย่างบนชั้นที่สอง พบว่าบนชั้นนี้เต็มไปด้วยอาวุธและวัตถุวิเศษระดับหนึ่ง มีทั้งระดับหนึ่งขั้นกลางและระดับหนึ่งขั้นสูง ส่วนระดับความหนาแน่นของพลังลมปราณ ถือว่ามากกว่าชั้นที่หนึ่งอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ไม่มากพอที่จะยกระดับพลังลมปราณของข้าได้”
โม่เฟิงเดินผ่านฮัวเจี่ยและเจียงฮุ่ยขึ้นไปยังชั้นที่สาม แม้จะยังเดินขึ้นไปไม่ถึง แต่เขาก็สามารถััได้ว่า บนชั้นที่สามแห่งนี้มีระดับความหนาแน่นของพลังลมปราณมากกว่าชั้นที่สองอยู่เท่าตัว มันหนาแน่นเสียจนเกิดเป็หมอกปกคลุมทางเดินบนชั้นที่สามจนแทบจะมองไม่เห็นสิ่งใด
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นที่สามได้สำเร็จ โม่เฟิงรับรู้ได้ว่ามีคนกำลังนั่งฝึกฝนอยู่ด้วยกันถึงเจ็ดคน
“น่าจะเป็คนในกลุ่มของฮัวเจี่ยและเจียงฮุ่ย”
การมาถึงของโม่เฟิง ทุกคนที่อยู่ในชั้นที่สามต่างก็ััได้ แต่เนื่องจากพลังลมปราณที่หนาแน่นจนคล้ายกับหมอกหนา พวกเขาจึงดูไม่ออกว่าเป็ใครที่ขึ้นมาบนชั้นที่สามแห่งนี้
โม่เฟิงไม่ได้หยุดอยู่ที่ชั้นสาม เนื่องจากบนชั้นนี้ มีผู้คนอยู่มากจนเกินไป ไม่เหมาะที่จะใช้เป็สถานที่ฝึกฝน เขาจึงเดินต่อไปยังชั้นที่สี่
ทุกคนบนชั้นที่สามต่างมองตามร่างของโม่เฟิงซึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดของชั้นที่สี่ “เ้านั่นกำลังขึ้นไปบนชั้นที่สี่?”
พวกเขาใมาก เนื่องจากแรงกดดันที่พวกเขาได้รับอยู่ตอนนี้ แม้จะมีระดับพลังอยู่ในขอบเขตหลอมกายา พวกเขาก็ยังไม่อาจต้านทานรับแรงกดดันที่ถาโถมลงมาได้ ทุกคนเลยสงสัยว่าคนที่กำลังขึ้นไปชั้นที่สี่นั้นคือใครกันแน่!
“เ้านั่นเป็ใคร ใช่ฮัวหนานหรือเปล่า?”
ไม่น่าใช่...ฮัวหนานขึ้นไปบนชั้นที่สี่นานแล้ว ยังไม่ได้กลับลงมา”
“ท่าไม่ใช่คุณชายฮัวหนานแล้วจะเป็ใครไปได้...?”
บนชั้นที่สี่ ฮัวหนานกำลังแบกรับแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ ร่างกายดูเปียกปอนประหนึ่งถูกฝนกระหน่ำซัด แ เขากำลังนั่งดูดซับพลังลมปราณอย่างตั้งอกตั้งใจ จนกระทั่งััได้ว่า มีคนกำลังเดินขึ้นมาจากชั้นสาม
ฮัวหนานมองเงาที่กำลังเดินขึ้นมา ในใจเกิดความสงสัยถึงขั้นต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน “นอกจากข้าแล้ว ไม่น่าจะมีคนอื่นขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้! เป็ใครกัน..?”
เดินขึ้นมาจนถึงชั้นที่สี่ โม่เฟิงจึงหยุดฝีเท้าลง เขาััได้ทันทีว่าพลังลมปราณที่อัดแน่นอยู่บนขั้นนี้ มีมากกว่าชั้นที่แล้วอยู่ถึงสามเท่า มันมากพอที่จะทำให้เขาสามารถยกระดับพลังของตัวเอง จากระดับที่ห้าขึ้นเป็ระดับที่หกได้ในทันที
โม่เฟิงมองตรงไป เห็นเงาคนผู้หนึ่งกำลังนั่งฝึกอยู่บริเวณกึ่งกลางของชั้นที่สี่ เมื่อทบทวนดูแล้ว คนที่น่าจะมีความสามารถมากพอที่จะมาถึงชั้นนี้ได้ น่าจะมีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น ‘ฮัวหนาน’
โม่เฟิงนั่งลงที่บริเวณผนังห้องด้านหนึ่ง ปลดปล่อยตันเถียนที่หิวกระหายของตนให้เป็อิสระ เริ่มทำการดูดซับพลังลมปราณที่วนเวียนอยู่บนชั้นที่สี่เข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
รอบกายของโม่เฟิงถูกรายล้อมไปด้วยเส้นแสงสีขาวขุ่น อันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาเพลิงไร้ลักษณ์เก้าวิถี ยิ่งเขาดูดซับพลังลมปราณเข้ามามากเท่าไหร่ เปลวไฟสีขาวที่ลุกโชนอยู่ภายในตันเถียนก็ยิ่งขยายขนาด ใหญ่ขึ้นมากเท่านั้น
หลังจากที่โม่เฟิงเริ่มทำการดูดซับพลังลมปราณเข้าสู่ร่าง พลังลมปราณที่เคยหลั่งไหลไปทางฮัวหนาน ได้ถูกตันเถียนที่บ้าคลั่งของโม่เฟิงดูดกลืนเข้ามา ทำให้จำนวนของพลังลมปราณที่ฮัวหนานได้รับเริ่มน้อยลง ถึงขนาดทำให้ฮัวหนานที่กำลังใช้สมาธิอยู่กับการฝึกฝน ต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน
“เ้านั่นมันดูดซับพลังลมปราณได้เหนือกว่าข้า...เป็ไปไม่ได้!”
ด้วยระดับพร์ที่เหนือกว่าทุกคนในเมืองตะวันดับ ฮัวหนานไม่เชื่อ ว่าจะมีคนที่ดูดซับพลังลมปราณเข้าสู่ร่างกายได้เหนือกว่าตน เขาจึงบังคับตันเถียนตัวเอง พยายามเพิ่มระดับการดูดกลืนให้เหนือกว่าอีกฝ่าย
ตันเถียนของทั้งสอง ต่างดูดกลืนพลังลมปราณอย่างรวดเร็วจนบังเกิดเสียงขึ้นในอากาศ ซูม ซูม!
หลังจากแข่งกันดูดกลืนพลังลมปราณมาได้ซักระยะหนึ่ง ฮัวหนานก็รู้สึกว่าพลังลมปราณที่กำลังจะซึมเข้าสู่ิั ถูกแรงดูดกลืนของอีกฝ่ายชักนำออกไป ทำให้พลังลมปราณที่เคยเข้าสู่ร่างกายของเขาตอนนี้ลดลงกว่าแต่ก่อนอยู่ถึงแปดในสิบส่วน
“นี่ข้าสู้มันไม่ได้หรือนี่?”
ฮัวหนานยืนขึ้น เดินตรงเข้าไปหาโม่เฟิงที่กำลังนั่งฝึกอยู่ เขา้ารู้ให้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็ใคร
โม่เฟิงที่ตั้งใจดูดซับพลังลมปราณ ััได้ว่าฮัวหนานกำลังเดินตรงเข้ามาหา จึงรีบลุกขึ้นยืน ฉากตัวหนีโดยทันที
เห็นอีกฝ่ายกำลังเดินหนี ฮัวหนานจึงรู้สึกหงุดหงิด เขายังไม่ลดละความพยายาม “ข้าต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็ใคร?”
“….” โม่เฟิงเริ่มรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของฮัวหนาน เขาไม่้าเปิดเผยตัวตนให้อีกฝ่ายรู้ แต่หากยังคงเป็เช่นนี้ต่อไป ดูแล้วเขาคงไม่ได้ลงมือฝึกฝนอย่างสงบเป็แน่ ดังนั้นจึงตัดสินใจ เดินหนีขึ้นไปยังชั้นที่ห้า
“นั่นมันทางขึ้นชั้นห้า?”
เห็นอีกฝ่ายกำลังเดินขึ้นไปบนชั้นห้า ฮัวหนานอดที่จะดูแคลนอีกฝ่ายไม่ได้
“หึ! แม้แต่ข้าที่อยู่ในขอบเขตหลอมกายาระดับเก้า มีพร์สูงถึงบัวอัคคีเจ็ดกลีบ ยังต้องเหน็ดเหนื่อยกับแรงกดดันบนชั้นที่สี่ แล้วมันเป็ใครมาจากไหน ถึงกล้าเดินขึ้นไปบนชั้นที่ห้า?”
ฮัวหนานรอดูความล้มเหลวของอีกฝ่าย แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เขากลับไม่เห็นอีกฝ่ายเดินกลับลงมา
“ทำไมถึงยังไม่ลงมาซักที หรือว่ามันจะหมดสติไปแล้ว!”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อยากเผือกดีนัก พี่โม่รำคาญจนต้องเดินหนีขึ้นไปบนชั้นห้าเลยเห็นมั้ย..?
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเื่นี้ รวมถึงกดไลค์กดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ