“ล้านสองอ่ะเอา” แทนทำหน้าไม่สนใจ
“เฮ้ย!นี่ลูกค้าพี่นะเว้ย! ลูกค้าใหม่ด้วยช่วยพี่หน่อยไม่ได้เรอะ!” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงเข้ม “การ์ดธนูแกตอนนั้นพี่ยังขายให้ถูกยังกะได้เปล่า แล้วการ์ดมังกรใบนั้นอีกกะอีแค่การ์ดลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนใบเดียวพี่ขอไม่ได้หรือวะ”เขาเริ่มทำเสียงขุ่น
แทนทำหน้าลำบากใจเมื่อเห็นเอ็ดเวิร์ดมีท่าทางไม่พอใจ“เออๆๆ ทวงบุญคุณกันงี้อยากได้ก็เอาไปเลย เอามาล้านนึงด้วยไม่ได้อยากได้ไอ้กำไรแสนนึงนั่นสักหน่อย ผมอยากไปเก็บเว๊ล”เขาบ่นก่อนจะเดินเอาการ์ดมาส่งให้เอ็ดเวิร์ด
หลังจากนั้นเอ็ดเวิร์ดก็มองตามแทนซึ่งกำลังเดินกลับไปร้านของเขาแล้วส่ายหัว“ไอ้งก...”พูดจบเขาก็เอาการ์ดใบนั้นยื่นให้กับกลุ่มลูกค้าต่อไปในทันที “โทษทีนะ แพงกว่าเดิมไปนิด ไอ้เจ้านั่นมันก็งี้ล่ะ”หนุ่มเจ้าของร้านพูดพร้อมทำหน้าไม่ค่อยสบายใจ
“ไม่เป็นไรพี่แค่นี้เองแพงกว่าแสนหนึ่งได้ครบ 3 ใบแถมได้ลอร์สไพรด์ฮาวด์มาเข้าเซตก็โอเคล่ะ อ่ะนี่พี่ ล้านนึง”ลูกค้าคนนั้นว่า
เอ็ดเวิร์ดรับเงินมาหลังจากนั้นลูกค้ากลุ่มที่ว่าก็เดินออกจากร้าน เขาได้ยินเสียงแว่วๆดังมาก่อนที่กลุ่มลูกค้าจะพ้นจากร้านไป “เดี๋ยวให้พ่อซื้อตังจากคนขายเงินเกมนี้เพิ่มอีกดีกว่าอยากได้การ์ดแอเรีย อีกเดี๋ยวพวกเราก็เทพแล้ว...”
และเมื่อลูกค้าออกจากร้านไปเรียบร้อยลินที่อยู่อีกร้าหนึ่งก็พูดขึ้น “พวกพี่สองคนนี่ไปเป็นนักแสดงได้เลยนะเนี่ยเล่นกันสมบทบาทจริงๆ” เธอพูดแล้วส่ายหน้าขำ
“แหม...ลินชมนี่ถือว่าเป็นเกียรติเลยนะตัวแม่ชมเนี่ย” แทนตอบกลับไปพร้อมเสียงหัวเราะส่วนเอ็ดเวิร์ดก็ใส่การ์ดลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนเข้าไปในรายการสินค้าเพิ่มขึ้นมาอีก 2ใบ จริงๆแล้วตอนนี้การ์ดใบนี้ยังเหลืออยู่ในสต๊อกอีกกว่าหนึ่งร้อยใบ ซึ่งเอ็ดเวิร์ดเสนอว่าถ้าขายที่เมืองนี้ไปมากแล้วอาจจะต้องวาร์ปไปขายที่เมืองอื่นที่อยู่ไกลๆบ้าง
“เอ้ยพี่ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ!”ลูกค้าที่ซื้อการ์ดลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนเดินกลับเข้ามาในร้านพร้อมกับทำเสียงหงุดหงิด
“อ่าวน้องมีอะไรหรอ” เอ็ดเวิร์ดถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ก็นั่นน่ะ...” เขาชี้ไปที่รายชื่อสินค้าที่มีการ์ดลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนเพิ่มมาอีก 2ใบ “ไหนพี่บอกหมดแล้วไง นี่ใส่เพิ่มอีก 2ใบเอามาจากไหนกัน”
เอ็ดเวิร์ดชี้มือไปทางที่แทนยืนอยู่“เจ้านั่นมันบอกว่าถ้ามีสองใบแล้วยังไม่มีใบที่สามมามันก็ไม่อยากใช้น่ะก็ใบที่พี่บังคับมันขายให้น้องทำให้เด็คมันมีการ์ดนี้ไม่ครบสามไงเจ้าแทนมันเลยให้พี่ขายไปเลย” คนถูกถามตอบหน้านิ่ง
“อ่าว...งั้นเหรองั้นโทษทีพี่ ผมคิดว่ามาหลอกกัน”ชายคนนั้นยกมือขอโทษขอโพยก่อนจะหันหลังกลับเดินออกจากร้านแล้วเอาคำพูดของเอ็ดเวิร์ดไปอธิบายให้เพื่อนที่รออยู่ด้านนอกฟัง
“หึ...เอางั้นนะพี่เอ็ด” แทนพูดยิ้มๆ
“มันก็ต้องงั้นล่ะ” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับหันไปพยักหน้าแล้วหัวเราะตบท้าย
หลังจากนั้นพวกแทนก็ทำมาค้าขายต่อไปอีกหลายชั่วโมงไอเทมที่ลินเป็นคนขายมีตัวเชิดหน้าชูตาเลยก็คือ ‘ผลึกแห่งใจ’ ด้วยความหายากของมันทำให้ราคาของชิ้นนี้ราคาเหยียบล้าน แต่แทนกลับได้มาจำนวนนับร้อยชิ้นมันทำให้เอ็ดเวิร์ดคิดสะระตะเรียบร้อยว่าครั้งนี้กองทุนของพวกเขาน่าจะพุ่งทะลุ 500ล้านกิลด์ได้ไม่ยากแต่ในช่วงหนึ่งก็มีเสียงดังสนั่นมาจากทางทิศตะวันตกของเมืองทุกคนพากันมองไปที่นั่น และเมื่อเห็นภาพที่ปรากฏ อยู่ไกลออกไปก็ต้องตกตะลึง
ร่างอวตารขนาดใหญ่กำลังขี่อยู่บนหลังของยักษ์ผลึกที่ตามมาทางด้านหลังเป็นร่างอวตารอื่นๆ และอสูรอีกหลายสิบตนและทิศที่เจ้าพวกนั้นกำลังมุ่งไปก็คือสถานที่ตั้งของกิลด์หนึ่ง
ไวท์พาลาดิน...กิลด์ของไรอันร้อยศาสตรา
“ศัตรูบุกเมือง!กิลด์เพลิงผลึกบุกกิลด์ร้อยศาสตราแล้ว!ตายกันเป็นเบือเลย!” เสียงชายที่กำลังวิ่งผ่ากลางเขตค้าขายที่พวกแทนตั้งร้านอยู่ตะโกนสียงดัง
“กิลด์พี่คิทกับเจ้าคอสนี่...” แทนพูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนั้น แต่แล้วเมื่อเขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ทำให้เขาเผลอพูดออกมา “เนต...!”
“แทน! ได้ยินฉันไหม!” เสียงนิกกี้ส่งมาตามระบบสื่อสาร“เกิดอะไรขึ้นนายรู้ไหม” เสียงนั้นถามมาอีกครั้ง
“เพลิงผลึกกำลังบุกกิลด์เจ้าไรอัน!เธออยู่ไหนรีบมาที่ตลาดเร็ว เรียกบลานซ์ อายะกับทากะมาด้วย!” แทนกรอกเสียงกลับไป
“พวกเราใกล้ไปถึงนายแล้ว!” เสียงนิกกี้ตะโกนตอบกลับมา ถ้าแทนสังเกตเสียงที่ส่งออกมาน่าจะรู้ว่าเธอกำลังวิ่งอยู่“แล้วจะเอายังไงต่อ!”
“ฉันอยากไปที่นั่น...พวกเธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม” ชายหนุ่มถามกลับ
“รอพวกฉันก่อนอย่าเพิ่งไปไหนนะ!” นิกกี้สั่งหนักแน่น
“มาเร็วๆ!”แทนเร่งก่อนจะตัดการติดต่อ
ไม่ถึง 3 นาทีพวกนิกกี้ก็มาถึงบลานซ์ อายะและทากะมากันครบในตอนนี้เลเวลของพวกแทนนับได้ว่าอยู่ในระดับที่สูงพอสมควรเลยทีเดียว แทนเลเวล 109นิกกี้ในตอนนี้เลเวล 92 ส่วนบลานซ์เลเวล 90ลินเลเวลขยับไปอยู่ที่ 87 อายะและทากะเลเวล 80 ส่วนเอ็ดเวิร์ด เลเวล 42
“แทนนายจะเข้าไปยุ่งเรื่องของกิลด์นั้นรึ” เสียงบลานซ์ถามออกมา
“จริงๆก็ไม่อยาก แต่คงต้องยุ่งแล้วล่ะ”แทนพูดพร้อมกับตรวจเช็คชุดการ์ดของเขาและเมื่อดูจากซัมมอนของพวกที่กำลังตะลุมบอนกันอยู่นั้น เขาคงตรวจดูให้หนักหน่อยเพราะดูแล้วพลังของแต่ละตัวไม่น่าจะธรรมดา
“การ์ดสองใบที่ฉันไปเอามาให้นายล่ะ” นิกกี้ถาม
แทนใช้มือตบไปที่เด็คของตัวเองก่อนจะตอบออกมา“อยู่ในเด็คแล้ว พร้อมลุย”
“ไปเลยไหมถ้าจะไปที่ไวท์พาลาดินฉันมีทางลัด ตามมาเลย!” นิกกี้พูดพร้อมกับสะบัดหน้าไปทางขวา
เอ็ดเวิร์ดกับลินจัดการเก็บร้านแล้วออกมาสมทบอย่างรวดเร็วส่วนร้านของแทนนั้นถูกเก็บไปก่อนหน้าแล้ว หลังจากตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยทุกคนก็พร้อมที่จะเข้าไปแทรกระหว่างการรบกันของไวท์พาลาดินและคริสตัลอินเฟอร์โน่
แทนพยักหน้าให้นิกกี้อายะและทากะเตรียมพร้อมมาเรียบร้อยแล้วเอ็ดเวิร์ดจัดการยัดการ์ดเพิ่มพลังและการ์ดสนับสนุนลงในเด็คของตัวเองและเมื่อแทนมองเห็นก็หันไปพูดกับเอ็ดเวิร์ดด้วยเสียงเข้มและจริงจัง
“พี่เอ็ด...เอาสองใบนั่นใส่ลงไปด้วยได้ไหมพี่ผมขอ...” เขาพูดเสียงเข้ม
เมื่อเอ็ดเวิร์ดเห็นสีหน้าของแทนเขาก็ถอนหายใจยาวก่อนจะพูดออกมา“เฮ้อ...เผลอเอาให้นายดูแล้วนี่ แล้วก็ขอกันขนาดนี้ใครจะไปขัดได้” เขาพูดพร้อมกับเรียกการ์ด 2 บออกมาจากนั้นเอาการ์ดที่ว่าเปลี่ยนใส่เข้าไปในเด็คของตัวเอง “หนูปารีสหนูมายูมิ ช่วยพี่เอ็ดด้วยนะจ้ะ...”เอ็ดเวิร์ดลูบไปบนเด็คของเขาอย่างทะนุถนอม
“ปะ...” แทนพูด หลังจากนั้นนิกกี้ก็ออกนำหน้าเธอพาพวกแทนลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยของเมืองคาลิป และเมื่อวิ่งไปบนเส้นทางนั้นได้ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงด้านข้างของลานกว้างหน้าตึกของกิลด์ไวท์พาลาดิน...
ฝ่ายกิลด์ไวท์พาลาดินมีทีมตั้งรับอยู่ที่หน้าประตูใหญ่แต่เมื่อมองดูแล้วน่าจะมีฝ่ายศัตรูเล็ดลอดเข้าไปด้านในได้บ้างแล้วเพราะที่ชั้นดาดฟ้ากำลังเกิดการต่อสู้อยู่
“ซัดกันนัวเลยแฮะ” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นก่อน
“เอาไงล่ะแทน” นิกกี้ถามชายที่ยืนอยู่ข้างเธอ
แทนกวาดสายตาไปทั่วก่อนที่จะไปหยุดอยู่บนดาดฟ้าของตึกกิลด์ไวท์พาลาดิน“เจ้าไรอัน...ไอริน...เนต...”เสียงแทนบ่นพึมพัมก่อนจะหันไปพูดกับทุกคน "ดาดฟ้า!"
นิกกี้พยักหน้าก่อนจะหันไปหาบลานซ์“ไหวไหม”เธอถามชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ยืนอยู่อีกข้างของเธอ
“จะลองดูเลเวลขึ้นมาเยอะแล้ว”บลานซ์ตอบเสียงเข้มก่อนที่จะออกเดินนำหน้า “ดาดฟ้าใช่ไหมแทน” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“วานหน่อย” แทนตอบกลับไป
บลานซ์พยักหน้ารับอายะและทากะเตรียมตัวเข้าสู่สนามรบ ลินและเอ็ดเวิร์ดถอยไปอยู่แนวหลังในขณะที่นิกกี้และแทนขยับมาอยู่ด้านหลังของบลานซ์
พวกของแทนเข้าสู่ลานกว้างด้านหน้ากิลด์ไวท์พาลาดินในขณะนั้นการต่อสู้ก็กำลังอยู่ในขั้นตะลุมบอน สัญลักษณ์ประจำกิลด์ไวท์พาลาดินเป็นดาบสองเล่มไขว้อยู่บนโล่สีเงินสัญลักษณ์ที่ว่าปรากฏขึ้นที่ด้านบนมุมไหล่ซ้ายผู้เล่นทางฝั่งของไรอันส่วนอีกฝ่ายเป็นสัญลักษณ์เปลวเพลิงที่ลุกท่วมแท่งผลึกสีน้ำเงินใส
บลานซ์พาพวกของแทนลุยเข้าไปจนเกือบจะถึงประตูทางเข้าแต่ในขณะนั้นคนของไวท์พาลาดินราวแปดคนก็เข้ามาขวางทางที่จะเข้าสู่ตัวตึกบัญชาการ
“ศัตรูบุก!” เสียงใครคนหนึ่งในนั้นตะโกนขึ้น
“ไม่ใช่ว้อย!”แทนตะโกนโต้กลับ
“จัดการพวกมันเร็วไอ้พวกเพลิงผลึก!” เสียงเดิมเรียกพวกที่อยู่ข้างหลังให้กรูกันออกมา
“บอกว่าไม่ใช่โว้ย!”แทนยังย้ำไม่เลิก
“อย่าไปเชื่อมันไอ้พวกนี้มันโกหก!” เสียงเดิมยังไม่มีทีท่าจะเชื่อที่แทนพูดออกไป
“พวกเรามาช่วย!”แทนยังพยายามอธิบาย
“ฆ่ามัน!”เสียงจากฝั่งตรงข้ามตะโกนขึ้นอีกครั้ง
“โว้ย!เออ...ฆ่ามันก็ได้ว้า!” แทนตะโกนตอบกลับเขารู้สึกหงุดหงิดกับพวกที่ไม่ฟังอะไรจึงตะโกนบอกเพื่อนของตัวเองด้วยคำพูดหนึ่ง
“เล่นมันเลย!”
“ชิลด์!ดาเมจลิงค์! รีเจน! ชิพท์!” สกิลของบลานซ์ถูกเรียกใช้เป็นคนแรกแต่หนึ่งในนั้นมีสกิลที่แทนไม่รู้จักรวมอยู่ด้วย...ชิพท์ (Shift)
ชิพท์
ทักษะเรียกใช้ เมื่อเรียกใช้แล้วพลังโจมตีจะลดลง 30% ในขณะที่พลังป้องกันเพิ่มขึ้นอีก 30% SP 12
“บิท!บิท! บิท! บิท!” นิกกี้เรียกใช้สกิลของเธอที่ในครั้งนี้มันสามารถเรียกวัตถุทรงกลมขึ้นมาหมุนวนรอบตัวเธอแต่จำนวนของสิ่งที่เรียกออกมามากกว่าในครั้งที่อยู่ในวิหารเทพสมุทร
“นัลลิฟายดาเมจ!” บลานซ์เรียกใช้สกิลอีกชนิดของเขาสกิลที่จะทำให้การโจมตีของศัตรูไร้ผลซึ่งในตอนนี้เลเวลของสกิลนี้เพิ่มขึ้นจนทำให้มันมีโอกาสที่จะทำให้การโจมตีของศัตรูไร้ผลได้ถึง20%
“ราเซ็น...”เสียงอายะเรียกใช้สกิลในขณะที่ลินเองก็เตรียมเข้าสู่การต่อสู้
“เบลส!” ลินเรียกใช้สกิลที่จะทำให้การ์ดเพิ่มพลังแสดงผลมากขึ้นตามพลังเวทและระดับเลเวลของสกิลนี้
“สปีดบูท!เบรท ออฟ มิราจ!” แทนเรียกใช้สกิลของเขาเต็มที่หลังจากนั้นทุกคนก็เรียกใช้อุปกรณ์สวมใส่ซึ่งบลานซ์นั้นใช้ชุดเกราะไททันที่มีพลังป้องกันสูงแต่จะทำให้เขาเคลื่อนไหวช้าลงส่วนในมือนั้นใช้โล่ปีศาจที่ต้องถือสองมือ
ส่วนนิกกี้ถือปืนอยู่ด้วยมือทั้งสองข้างปืนลอร์สไพร์ดเลเซอร์ ปืนระดับ 9 ดาวที่ทากะเป็นผู้สร้างขึ้นแถมมันยังติดอุปกรณ์เสริมที่นิกกี้สร้างขึ้นเอง เวก้าสเปรดไลท์ อุปกรณ์ระดับ 10ดาวที่จะทำให้อาวุธปืนที่ผู้เล่นใช้อยู่จะโจมตีเป็นวงกว้าง
“เมจิก!เมจิก!” ลินใช้คาถาสตรองก์อาร์เมอร์สร้างเกราะป้องกันให้บลานซ์ที่อยู่ในแนวหน้าเพียงคนเดียวในขณะที่การ์ดคาถาอีกใบคือ ‘เบรฟ’ การ์ดที่จะเพิ่มพลังโจมตีให้เป้าหมายซึ่งในครั้งแรกเธอจะใช้ให้แทนแต่เขายังไม่เรียกใช้การ์ดอาวุธและดูท่าว่าจะยังไม่เรียกใช้อีกด้วย ลินจึงหันมาเพิ่มพลังโจมตีให้กับนิกกี้แทน
“ซัมมอน!ซัมมอน!” บลานซ์เรียกใช้การ์ดซัมมอนเผ่าอัศวินก่อนใครแต่ก็ไม่ได้เร็วไปกว่าฝ่ายศัตรูเพราะในขณะนี้ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของเขาเรียกมอนสเตอร์ออกมาแล้วกว่าสิบตนแต่ดูแล้วน่าจะไม่ใช่พวกที่มีเลเวลเยอะมากอะไรนักแต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือศัตรูเรียกใช้การ์ดอาวุธและเครื่องป้องกันครบมือเลยทีเดียว
มอนสเตอร์ชุดแรกที่บลานซ์เรียกออกมา2 ตัวสลายไปเมื่อเขาเรียกใช้การ์ดอีกใบ...บลานซ์สังเวยมอนสเตอร์เพื่อเรียกซัมมอนที่มีพลังมากกว่าออกมา
“ซัมมอน!” เมื่อสิ้นเสียงนั้นซัมมอนระดับ15 ดาวของบลานซ์ก็ปรากฏออกมาการ์ดอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา แบกเดอร์มากัสการ์ดบอสจากปราสาทในสายหมอกที่พวกเขาบุกตะลุยเพื่อทำเควสกิลด์ให้สำเร็จการ์ดที่เป็น 1 ใน 12 การ์ดชุดอัศวินโต๊ะกลมซึ่งมีการ์ดกษัตริย์อาร์เธอร์ที่เป็นหัวหน้าและการ์ดใบที่ว่า...ยังไม่มีผู้ใดได้ไปครอบครอง
เมื่อแบกเดอร์มากัสปรากฏตัวออกมาด้วยพลังพิเศษที่การ์ดใบนี้มี ทำให้การ์ดอีก 2 ใบก็ถูกเรียกออกมาจากเด็คของเขาการ์ดนักรบและอัศวินที่ถูกเรียกออกมาด้วยพลังของการ์ดกษัตริย์แบกเดอร์มากัสราชาผู้ถูกหลงลืมนาดัสผู้ไร้ความดีระดับ 11 ดาวและมาลาฟินนายกองแห่งอัศวินต้องสาประดับ 14 ดาวชุดการ์ดคอมโบที่ร้ายกาจที่สุดของบลานซ์ในตอนนี้


