ตอนที่ 29 กลับบ้าน
ในที่สุดม่านฟ้าก็ได้ออกจากโรงพยาบาล เด็กหญิงตัวเล็กๆอย่างเธอในแต่ละวันเอาแต่กินและนอน เธอรู้ว่าตัวเองอ้วนขึ้น แต่เมื่อก้มดูช่วงหน้าอกแล้ว มันยังคงราบเรียบอยู่
เฮ้อ...ยายมะเฟืองเริ่มนูนขึ้นแล้วนะ แถมกินเยอะกว่าเธอด้วย มะเฟืองชอบกินของหวานแต่ไม่อ้วนเลย น่าอิจฉาจัง!
เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เธอเจอคือ...
กระต๊าก กระต๊าก กระต๊าก!
เสียงของเจ้าสุดหล่อนั่นเอง มันวิ่งหลุนๆเข้ามาหาเธออย่างดีใจ จากนั้นมันก็พยายามกระโดดให้สูง แต่…
“ไอ้สุดหล่อ ระหว่างฉันไม่อยู่ทำไมแกอ้วนขนาดนี้ จะกระโดดทียังลำบากเลยเหรอเนี่ย”
ม่านฟ้าแปลกใจ แค่ภายในอาทิตย์เดียวมันอ้วนได้ขนาดนี้ได้ยังไง?
กระต๊าก กระต๊าก กระต๊าก สุดหล่อไปดูแลสวนให้เจ้านายมา หนอนเยอะมาก สุดหล่อเลยช่วยกำจัดหนอนให้หมดไปจากสวน
พระยาเดชาดำรงศักดิ์มองเจ้าสุดหล่อ เจ้านี่มันเอาแต่กินทั้งวันไม่อ้วนก็แปลก
เจ้าสุดหล่อเมินพระยาเดชาดำรงศักดิ์ มันเอาหัวเข้าไปถูไถขาของม่านฟ้า
“ฉันคงก้มลูบหัวแกไม่ได้นะเพราะยังเจ็บอยู่”
กระต๊าก กระต๊าก กระต๊าก ไม่เป็นไรจ้ะ สุดหล่อเข้าใจ สุดหล่อคิดถึงเจ้านายมาก
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ถือไม้เท้าเข้าบ้าน “อากาศเริ่มร้อนแล้ว รีบเข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวจะป่วยอีก”
สมยศลอบยิ้มในใจ นับตั้งแต่คุณหนูม่านฟ้าเข้าโรงพยาบาล นายท่านใหญ่ทั้งเป็นห่วงและหวงคุณหนูม่านฟ้ายิ่งกว่าอะไร เขาแสดงออกว่าเป็นห่วงอย่างชัดเจน
“ค่ะๆ ไปๆเจ้าสุดหล่อ เข้าบ้านกัน”
เจ้าสุดหล่อเดินต้วมเตี้ยมตามม่านฟ้าเข้าบ้าน เมื่อเข้ามาในบ้าน เธอเข้าไปในห้องนอนก่อน เจ้าสุดหล่อตามเข้าห้องด้วย ม่านฟ้าแอบเอาน้ำพุขึ้นมาดื่ม จากนั้นแผลเธอก็หายดี
กระต๊าก กระต๊าก! สุดหล่อดื่มด้วย
ม่านฟ้าเห็นเจ้าสุดหล่อมองที่ขวดน้ำพุด้วยท่าทางกระตือรือร้น มันเดินมาตรงหน้าแล้วร้องอีกสองที ม่านฟ้าเทใส่ให้มันหนึ่งแก้ว
“แกอ้วนไปแล้วนะสุดหล่อ”
ม่านฟ้านั่งลงบนเตียง มันก็เดินมาตรงเตียงแล้วส่งเสียงร้องว่าให้อุ้มมันขึ้นไปด้วย มันชอบที่นุ่มๆ ที่นอนของม่านฟ้านุ่มมากเพราะเป็นของที่เอามาจากในมิติ ม่านฟ้าส่ายหัวแล้วอุ้มมันขึ้นมาไว้บนเตียง ม่านฟ้ารู้สึกง่วงนอนเพราะยาที่เธอกินไปตอนเช้า จากนั้นทั้งไก่และคนก็นอนกลางวันด้วยกัน
สมยศเข้ามาดูม่านฟ้าในห้องนอนเพราะเป็นห่วง เขาเห็นม่านฟ้าหลับไปพร้อมกับเจ้าสุดหล่อก็สบายใจแล้วเดินออกไป
ม่านฟ้าตื่นอีกทีก็บ่ายสองกว่าๆ เธอตื่นมากินข้าว จากนั้นเธอก็เดินไปดูที่สวนต่อ ส่วนเจ้าสุดหล่อมันไปนั่งดูทีวีกับลุงสมยศ วิรุณก็มารายงานเรื่องสวนและฟาร์มหมู
“ช่วงคุณหนูไม่อยู่ มีพ่อค้าหลายคนมาที่สวน เพื่อมาขอซื้อผักผลไม้กับเรา แต่ผมปฏิเสธไปแล้วครับ”
ม่านฟ้าพูด “พวกเขากลับไปด้วยความไม่พอใจใช่ไหม?”
“ครับ คุณพระพายบอกว่าช่วงนี้มีคนคิดเล่นงานเขาอยู่ครับ เพราะคุณหนูขายผักผลไม้ให้แต่คุณพระพาย ผมคิดว่าเราควรจะต้องระวังหน่อยครับ”
“แล้วน้าวิรุณมีข้อเสนอแนะไหมคะ?”
“ผมคิดว่าราต้องจ้างคนมาเฝ้าสวนครับ คนของเราทำงานหนักมาทั้งวัน จะให้คนของเราเอาเวลาไปเฝ้าสวนอีกก็คงจะไม่ไหว ผมกลัวหากสวนเราเกิดอะไรขึ้นมาจะลำบาก”
คนจำพวกขี้อิจฉาบ้างครั้งก็ต้องระวัง สังคมทุกวันนี้มันมีเยอะ โดยเฉพาะพวกที่ขี้อิจฉาและชอบทำร้ายคนอื่น ตัวเองไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้ด้วยเช่นกัน พวกนี้เห็นแก่ตัวอย่างถึงที่สุด
“ยี่สิบคนพอไหม? ทำกระท่อมเฝ้าสวนตามจุดต่างๆก็ได้”
“ทำกระท่อมเฝ้าตามจุด แล้วให้พวกเขาเดินตรวจตราก็ดีเหมือนกันครับ ยี่สิบคนพอแล้วครับ”
“น้าวิรุณไปซื้อมอเตอร์ไซต์มาเพิ่มห้าคันนะ รถกระบะอีกสามคัน ไว้ให้คนงานใช้ในสวนด้วย มันจะได้สะดวก ยืมรถน้าพายมาอย่างเดียวไม่สะดวกเท่ากับเรามีเอง ที่จริงเราน่าจะซื้อมันตั้งนานแล้ว”
“ช่วยไม่ได้นี่ครับ คุณหนูยุ่งมากแถมยังบาดเจ็บอีก”
“ให้คนของเราไปเรียนขับรถแล้วสอบใบขับขี่มาด้วยนะ ทุกคนขับขี่รถได้ก็จะดีมาก เผื่อเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน ใครเป็นไข้ไม่สบายขึ้นมาจะได้ทันท่วงที”
ม่านฟ้าเดินดูเหล่าคนงานทำงานกันอย่างขยันขันแข็งก็พึงพอใจมาก
บำนาญและแก้วมาหาม่านฟ้า “คุณหนูม่านพึ่งหายป่วยเอง ทำไมไม่พักอีกหน่อยล่ะครับ”
แก้วเห็นด้วยกับลุงบำนาญ “นั่นสิครับ เสียใจที่ผมไม่ได้ไปเยี่ยมคุณหนู คุณพายสั่งผลไม้เยอะทุกวัน”
ม่านฟ้าโบกมือน้อยๆ “ฉันเบื่อจะตาย วันๆกินแล้วก็นอนจนฉันดีขึ้นแล้วล่ะ ตอนนี้ถึงได้มาเดินรับอากาศบ้างไง ที่โรงพยาบาลมีคนมาเยี่ยมฉันทุกวัน พวกเธอไม่ต้องมาเยี่ยมฉันหรอกแก้ว ช่วยฉันดูแลสวนตอนไม่อยู่ดีกว่า”
แก้วทำท่าขึงขัง “ครับคุณหนู ไม่ว่าคุณหนูจะอยู่หรือไม่อยู่สวน ผมจะเฝ้าสวนให้ดี ไม่ให้ใครมาขโมยหรือทำลายสวนของเราได้”
วิรุณขำท่าทางของแก้ว “รู้สึกดีคาดหวังได้จริงๆ ตอนนี้สวนของเรากำลังจะรับคนงานเพิ่มเพื่อมาช่วยเฝ้าสวน เรากำลังต้องการหัวหน้าเฝ้าสวนพอดี”
แก้วตาเป็นประกาย “ผมรู้จักสวนของเราทุกซอกทุกมุมทุกตารางวาครับคุณวิรุณ”
“เอาสิ ฉันจะแต่งให้เธอเป็นหัวหน้าเฝ้าสวน เงินเดือนจะเพิ่มเพราะมีตำแหน่งสูงขึ้น”
“เย้! อย่างนี้ผมก็มีเงินเก็บแต่งเมียได้แล้ว”
ม่านฟ้า วิรุณ บำนาญหัวเราะเสียงดัง ม่านฟ้าถาม “หาเมียได้แล้วรึแก้ว?”
“ยังเลยครับ แหะๆ แม่ผมน่ะสิ บอกให้ผมหาแม่ของลูกได้แล้ว ผมก็อยู่แต่สวนจะไปหาผู้หญิงมากจากไหน”
วิรุณเสนอ “ใกล้งานวัดแล้ว ตอนเลิกงานก็ไปงานวัดสิ เผื่อเจอคนที่ถูกใจ”
“จริงด้วย” แก้วคิดว่างานวัดเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เจอสาวๆ
ม่านฟ้ากระแอม “ดูดีๆล่ะ โดยเฉพาะนิสัยใจคอของอีกฝ่าย”
“ครับคุณหนู” แก้วพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
จากนั้นม่านฟ้าก็พูดคุยกับเหล่าคนงานระหว่างเดินดูสวนไปด้วย เธอเดินจนมาถึงสวนที่เธอพึ่งซื้อมา เมื่อเดินสำรวจทั้งหมด เธอคิดว่าทางฝั่งนี้ควรจะเจาะบาดาลได้แล้ว
จริงสิ! ระบบเพิ่งให้รางวัลมา เธอสามารถเปลี่ยนน้ำในบาดาลจากธรรมดาให้เป็นน้ำในมิติได้ คราวนี้เธอเดินกลับไปบ้านเพื่อไปดูน้ำในบาดาล น้ำรดต้นไม้ถูกสูบจากที่นี่ทั้งหมด
“ระบบ ฉันต้องการให้น้ำบาดาลตรงนี้เปลี่ยนเป็นน้ำมิติ”
ระบบ: กำลังทำการเปิดประตูมิติเชื่อม ตอนนี้เชื่อมเสร็จแล้ว น้ำในบาดาลได้เปลี่ยนเป็นน้ำของมิติเรียบร้อยแล้ว
ม่านฟ้ายิ้มอย่างพึงพอใจ เธอไม่ต้องสร้างฝนมิติเพื่อรดน้ำต้นไม้ทั้งสวนอีกต่อไป เพราะเธอต้องไปอยู่ในเมืองหลวงสยามในอนาคต
ม่านฟ้าเข้าไปในบ้านแล้วโทรหาวิรุณเพื่อบอกให้เขาเดินทางเข้าไปในตัวเมืองและทำการติดต่อยื่นเรื่องให้เจ้าหน้ามาขุดบาดาลทางฝั่งที่เธอพึ่งซื้อที่ดินไป จากนั้นชาญชัยก็เข้ามาหาเธอที่บ้านเพื่อเอารายงานบัญชีต่างๆมาให้ดู
พระยาเดชาดำรงศักดิ์เห็นม่านฟ้าทำงาน เขาก็พึงพอใจที่หลานสาวของเขาเป็นเด็กที่ทำงานเก่ง มีความคิดก้าวหน้าอยู่ตลอด อนาคตของม่านฟ้าต้องไปได้ไกลมากแน่ๆ
ตัวเขาเองไม่รู้จะมีชีวิตอยู่กับม่านฟ้าได้อีกนานแค่ไหน อาการป่วยของเขารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่มันก็น่าแปลก เพราะนับตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ ร่างกายของเขากลับแข็งแรงขึ้น อาการเจ็บป่วยไม่ได้รุนแรงขึ้น ทว่ามันจางลงเรื่อยๆ เขาคงต้องลองไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลดูสักหน่อยแล้ว
เขาอยากจะแข็งแรงเพื่อดูอนาคตของม่านฟ้าและคอยปกป้องเธอ เขาสูญเสียจิตลดาไปแล้ว และตอนนี้เขาจะทุ่มเททุกอย่างให้กับม่านฟ้าให้ได้มากที่สุดในฐานะที่เขาเป็นตาของเธอ