ไป๋ฉีเมื่อจัดการเป้าหมายของตัวเองเสร็จสิ้นเขาก็พลันสั่งให้ชุดเกราะปลดเกราะส่วนหัวออกจากนั้นก็ดื่มโพชั่นเข้าไปและบินไปสมทบกับอาจารย์ของตนในทันที
เพราะตอนนี้ดูเหมือนการต่อสู้จะดุเดือดเอามากๆ บริเวณที่อู่จินหยางอยู่ปรากฏแสงสีทองกับเขียวอ่อนสลับกันไปมา บ้างครั้งถึงกับมีพายุขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นทำให้สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นจากที่เคยเป็นป่ากลับกลายเป็นพื้นที่โล่งกว้างในพริบตาเลยทีเดียว
"โจมตีมันไม่เข้าเลย เกล็ดของมังกรปฐพีตัวนี้มันทำมาจากเพชรหรือไง"จิงจิงกล่าวหลังจากที่ปลดปล่อยการโจมตีโหมกระหน่ำเป็นเวลานาน ส่วนอู่จินหยางก็ดีกว่าจิงจิงเพียงเล็กน้อย เขาสร้างบาดแผลให้มังกรปฐพีได้แต่กลับไม่ใช่บาดแผลสาหัสอะไรมากนัก
"โดยปกติถ้าหากจะโค้นอบิสระดับเดียวกัน ต้องใช้นักสู้สิบคนต่ออบิสหนึ่งตัว พวกเรามีแค่สองคนมันก็ต้องตึงมือเป็นเรื่องธรรมดาตอนนี้ถึงจะทำอะไรไม่ได้มาก ก็ต้องยื้อเวลาเอาไว้ก่อนรอให้พวกอิงเสวียมาสมทบ"อู่จินหยางกล่าว สองสามีภรรยาต่างพากันบินออกไปโจมตีอีกฝ่ายอีกครั้ง
ส่วนทางด้านพวกอิงเสวียตอนนี้เองก็ตึงมือไม่น้อยเช่นกัน เพราะพวกเธอต้องรับมือกับอบิสกิ้งก่าระดับแม่ทัพที่ล่องหนได้ แม้จะมีเทียนหลางคอยช่วยสังเกตุการณ์อยู่ในระยะใกล้ แต่กว่าข้อมูลจะถึงหูพวกมันก็เปลี่ยนตำแหน่งไปมาแถมการโจมตีของพวกมันรวดเร็วและแข็งแกร่งมากขึ้นขนาดทำให้ชุดเกราะระดับโกลด์เกิดรอยได้
"ฟิ้ว!"
"วาบ"
หลิวอี้แทงมีดสั้นไปตามสัญชาติญาณแต่มันกลับพลาดเป้าไปเสียอย่างนั้น อิงเสวียเองก็เช่นกันหอกพลังงานของเธอพุ่งอากาศไปไม่โดนเป้าหมายเลยสักนิดเดียว
"หืม น่าหงุดหงิดชะมัด ถ้าเจออบิสแบบนี้เยอะๆฉันต้องบ้าตายแน่ๆ"หลิวอี้บ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด นี่ขนาดมันมีแค่สองตัวก็ทำพวกเธอหัวหมุนแล้วไม่อยากคิดเลยว่าถ้ามีมากกว่านี้จะเป็นอย่างไร
"เทียนหลางคาดการณ์การเคลื่อนไหวของพวกมันล่วงหน้าได้หรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปฟรอสหมดก่อนพอดี"อิงเสวียกล่าวถาม
"มันกลมกลืนกับธรรมชาติมากแม้แต่การตรวจสอบความร้อนยังใช้ไม่ได้ผล พวกเธอเอาเหอซานไปช่วยหรือเปล่า แค่อบิสตัวเล็กๆที่ลอบกัดข้างหลังฉันรับมือได้"
"ไม่ต้องหรอก นายเป็นหูเป็นตาของพวกเรา ดังนั้นอย่าประมาทไป"หลิวอี้กล่าวเธอพร้อมหันหลังชนกับอิงเสวียและกวาดสายตามองทั่วบริเวณตลอดเวลา ส่วนทางฝั่งของเทียนหลางเขาไม่ได้ลั่นไกปืนแต่อย่างใด ทำเพียงรายงานการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเพื่อให้พวกเธอโจมตีเท่านั้น เนื่องจากอบิสระดับแม่ทัพส่นใหญ่เริ่มมีสติปัญญา และยิ่งเป็นตัวที่ล่องหนได้แบบนี้ อาจจะมีการลอบฆ่าตัวเขาได้
ในขณะที่สถานการณ์ของทางฝั่งหัวหน้าทีมเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทางด้านของไป๋ฉีที่กำลังมุ่งหน้าไปหาอาจารย์ก็ไม่วายแวะเวียนช่วยเหลือลูกทีมของทั้งสี่ทีมเช่นเดียวกัน
อบิสหมาป่าระดับผู้บัญชาการถูกเขาฟันจนขาดสบั้น จากนั้นเขาก็ให้โพชั่นแก่สมาชิกทีมต่างๆไปและเดินทางต่อในทันที ซึ่งแน่นอนว่าลูกทีมของทั้งสี่ทีมหลังจากดื่มโพชั่นฟื้นฟูก็เดินทางไปสบทบหัวหน้าตนเองเช่นเดียวกัน ถึงพวกเขาบางคนจะได้รับบาดเจ็บแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่ได้สาหัสอะไร
ไป๋ฉีเมื่อมาถึงยังจุดปะทะ สิ่งที่เขาพบเห็นคือมังกรตัวเกือบห้าสิบเมตรยืนสี่ขาเกล็ดสีเหลืองอำพันดวงตาสีน้ำตาลเข้ม บริเวณหัวมีเขาสีขนาดใหญ่หนึ่งเขากำลังปะทะกับอู่จินหยางและจิงจิงอย่างดุเดือดเป็นอย่างมาก จนถึงขนาดที่ไป๋ฉีไม่อาจจะเข้าไปแทรกแทรงตอนนี้ได้
"ทักษะดาบแสงเทพสังหาร"
อู่จินหยางกล่าว คอสมิคฟรอสธาตุแสงของเขาถูกหลอมรวมเข้าไปในตัวดาบอย่างมหาศาล จากนั้นตัวดาบก็แผ่ไอพลังงานแสงที่เข้มข้นออกมาห่อหุ้มคมดาบเอาไว้
อู่จินหยางใช้เคลื่อวไหวกายอย่างรวดเร็วไปยังบริเวณคอของมังกรปฐพี และทำการฟาดดาบลงไปอย่างไร้ปรานีโดยไม่รอช้า มังกรปฐพีเมื่อสัมผัสได้ถึงความอันตรายของคมดาบก็เคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีก ทักษะดาบของอู่จินหยางจึงโดนเพียงแค่ส่วนหนึ่งของลำคอเท่านั้นทำให้เกิดเป็นบาดแผลขนาดใหญ่แต่ไม่ถึงตาย
"เปรี้ยง!"
กรงเล็บของมังกรปฐพีฟาดสวนใส่อู่จินหยางกระเด็นไปไกล จิงจิงใช้โอกาศนี้สร้างกระบี่พลังงานขนาดใหญ่เช่นกันและบังคับมันให้พุ่งตรงไปยังบาดแผลขนาดใหญ่ที่สามีของเธอทำเอาไว้
มังกรปฐพีไม่ยินยอมที่จะตายตก มันใช้กรงเล็บฟาดลงพื้นดินจนเกิดเป็นกำแพงดินขนาดใหญ่ป้องกันกระบี่พลังงานเอาไว้ ก่อนที่หางใหญ่จะฟาดใส่จิงจิงจนปลิวกระเด็นไปไกลเช่นกัน
"โฮกกก!!"
เสียงคำรามของมังกรปฐพีดังลั่น ทั้งอู่จินหยางและจิงจิงต่างพากันลุกขึ้นจากนั้นก็ลอยกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่หากให้สังเกตุดีๆแขนของอู่จินหยางจะผิดรูปไปเล็กน้อย
"จินหยางเป็นไงบ้าง"จิงจิงกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไร แค่แขนหลุด ขยับสักนิดสักหน่อยเดี๋ยวก็เข้าที่"อู่จินหยางกล่าวตอบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไป๋ฉีที่เห็นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนักก็ยังไม่เคลื่อนไหว ไม่งั้นแทนที่จะเป็นผู้ช่วยอาจจะกลายเป็นภาระได้
'นายท่าน แม้ตอนนี้นายท่านจะช่วยโดยตรงไม่ได้แต่ช่วยซัพพอร์ตด้วยคอสมิคฟรอสได้นะเจ้าค่ะ ทักษะธาตุเวลาของท่านในตอนนี้สามารถหน่วงเวลาห้าสิบเปอร์เซ็นในระยะเวลาสามวินาทีส่วนขอบเขตของมันคือภายในรัศมีสองเมตรโดยที่มีพาหะเป็นตัวกลาง เวลาเท่านี้สำหรับราชันสงครามสองคนก็น่าจะเพียงพอสำหรับการลงมือแล้ว"เสี่ยวไป๋เสนอความคิดเห็น ทำให้ไป๋ฉีที่ได้ยินถึงกับตกตะลึงไป จริงสิ เขามีทักษะสุดโกงอยู่แล้วนี่น่า แต่ใช้มันอย่างลับๆก็สามารถช่วยเหลือพวกอาจารย์ได้แล้ว
"การโจมตีเมื่อครู่สร้างบาดแผลใหญ่เอาไว้แล้ว ขอเพียงโจมตีจุดนั้นได้อีกครั้งเดียวก็พอ จิงจิง เปิดทางให้ผมหน่อย"อู่จินหยางกล่าวและเตรียมพร้อมรวบรวมพลังอีกครั้ง
จิงจิงพยักหน้าและพุ่งตรงไปที่มังกรปฐพีในทันที จากนั้นเธอก็สร้างพายุขึ้นมาสองลูกเพื่อบดบังสายตา ต้องบอกก่อนว่ามังกรปฐพีมีจุดเด่นที่การป้องกันและพละกำลังอันมหาศาล แต่มันด้อยเรื่องความเร็วและการโจมตีระยะไกล ดังนั้นขอแค่ทิ้งระห่างมันก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ นั่นจึงทำให้อู่จินหยางมีเวลาในการเตรียมการสำหรับโจมตี
"ตอนนี้แหละ เริ่มเลย"จิงจิงควบคุมพายุไปอยู่ระหว่างตาทั้งสองข้างของมันเพื่อบดบังรัศมีการมองเห็นได้สำเร็จ อู่จินหยางเคลื่อนไหวไปยังจุดเดิมที่มีแผลขนาดใหญ่ของมังกรปฐพีและฟันดาบที่เต็มไปด้วยออร่าแห่งแสงลงไป ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้นเนื่องจากในตอนที่กำลังเหวียงดาบนั้นกรงเล็บที่แหลมคมของมังกรปฐพีก็เข้ามาไกล้ หากยังคงคิดจะฟันต่อไปกรงเล็กนั้นจะทะลุตัวของอู่จินหยางอย่างแน่นอน นี่ทำให้จิงจิงต้องร้องตะโกนออกมา
"จินหยาง ระวัง!!"
"ฟิ้ว!!"
"วาบ"
อู่จินหยางฟาดดาบลงมือไปของมังกรปฐพีไปโดยไม่ลังเลจนคอมันขาดสบั้นก่อนที่หันมาเตรียมการป้องกัน ทว่าในเวลานั้นเองสิ่งที่เขาหันมาเห็นคือกรงเล็บอันแหลมคมที่อยู่ดีๆความเร็วของมันก็ลดลงอย่างกะทันหัน อู่จินหยางไม่จำเป็นต้องป้องกันการโจมตีในครั้งนี้ด้วยซ้ำและกระโดดหลบกรงเล็บของมังกรปฐพีอย่างง่ายดาย แววตาเต็มไปด้วยความหลากหลายยิ่ง