ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช

    44 ใช้งานท่านอ๋องห้าอย่างหนำใจ

            ทำไมนะทำไมนางไม่เอาความฉลาดด้านนี้มาใช้กับชีวิตรอบตัวนางบ้าง แต่ก็ดี หากนางไม่ซื่อบื้อเขาเองก็โดนคนอื่นแย่งตัวนางไปนานแล้ว

            เหรินโยว่หลุนเงยหน้ามองฟางอี้ นี่ก็ซื้อบื้ออีกคน ฉลาดคิดฉลาดวางแผน เหรินโยว่หลุนถึงได้เลือกเขาเป็นมือขวาของตน แต่หากพูดถึงเรื่องความรักของหนุ่มสาวแล้วนั้น เรียกว่าพอๆ กับจูมี่เอินเลยทีเดียว

            เหรินโยว่หลุนยกมือไล่ฟางอี้ออกไป เมื่อองครักษ์ส่วนพระองค์จากไปแล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินไปมองที่หน้าต่าง ทอดสายตามองดวงจันทร์ที่แขวนอยู่บนนภา เห็นดวงจันทร์แล้วทำให้นึกถึงใบหน้าของจูมี่เอินขึ้นมา

            'นี่แค่สี่วันเอง' เหรินโยว่หลุนคิดในใจ นางจากไปแค่นี้ยังคิดถึงเสียแล้ว ครั้นเลยพาลไปให้นึกถึงตอนที่คิดจะพานางมาที่วังหลวง เพียงเพราะตามหานางมานานแค่คิดว่าอยากตอบแทนอะไรนางบ้างที่นางได้ช่วยชีวิตเขาไว้ พอเห็นอารามถูกเผาเขาก็เลยเชิญนางมาที่วังและอยากรู้ว่าสิ่งที่เขาคาดการณ์ว่านางสามารถเห็นอนาคตได้นั้นมันจริงหรือไม่ พอพิสูจน์ได้แล้วว่าจริง แต่ตอนนี้กลับไม่สามารถให้นางจากไปได้ รู้ตัวอีกทีความคิดที่อยากตอบแทนนางก็เปลี่ยนไปแล้ว ความต้องการในตัวนางกลับชัดเจนขึ้นแทนที่

            ก้มมองมือของตนเองที่เคยได้กุมข้อมือของนางไว้ ความรู้สึกอยากบีบแขนของนางแน่นนี้คืออะไรกัน


            สองวันหลังจากที่จูมี่เอินเดินทางมาถึงที่หมู่บ้านจู่ๆ บุคคลที่ไม่คิดว่านางจะได้เจอก็โผล่หน้ามา นางที่ยุ่งอยู่ด้านในห้องก็เดินออกมาดู

            "ท่าน...เหรินเยว่เทียน?" นางถามออกไปอย่างไม่อยากเชื่อ ในมือถือกระบวยอยู่ด้วยด้ามหนึ่ง คราแรกแสงจากด้านหลังตัวของผู้มาเยือนนั้นทำให้นางมองเห็นใบหน้าของเขาไม่ชัด แต่รูปร่างนั้นก็ดูคุ้นตาไม่น้อย เมื่อหรี่ตาลงอีกนิดจึงมองออกว่าเป็นใคร

            "เป็นข้า" เหรินเยว่เทียนตอบออกไป ยกยิ้มมองคนที่สวมชุดนักบวชแต่มือถือกระบวยที่มีข้าวติดอยู่ที่ปลาย เป็นนักบวชที่ทำให้เขาแปลกใจได้ตลอดยิ่งนัก

            เขาไม่เห็นจูมี่เอินที่อารามหลวง ถามใครก็ไม่มีใครรู้ หัวหน้านักบวชก็บอกเพียงว่านางโดนฝ่าบาทเรียกใช้งานให้ออกไปปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายนอกเมือง

            แต่เขากลับคิดว่ามันแปลก คนอื่นที่เป็นนักบวชหลวงอยู่ในวังมานานกว่านาง ควรถูกให้ความสำคัญมากกว่านางที่เพิ่งเข้ามาไยไม่เรียกใช้ แถมนางยังเป็นนักบวชหญิงด้วย ส่งนางออกไปคนเดียวอาจทำให้บางคนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ข่าวเสียๆ หายๆ ต่อราชวงค์อาจมีมากขึ้น แล้วเหตุใดจึงจงใจเลือกนางเดินทางไปเพียงคนเดียวอีก

            เขาไม่เชื่อเช่นนั้นเลยให้คนของตนไปตามสืบ พบว่าไม่มีการทำพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่ไหนนอกเมืองหรือหมู่บ้านใกล้เคียงเลย คนของเขารายงานอีกว่าพบขบวนส่งเสบียงถูกส่งไปที่หมู่บ้านเดียวกันถึงสองรอบ ที่หมู่บ้านนั้นเกิดโรคระบาด เลยคาดเดาว่านางอาจเดินทางมาทำพิธีขับไล่ดวงวิญญาณที่หมู่บ้านกับขบวนส่งเสบียง

            เมื่อตามมาที่หมู่บ้านถึงได้พบนางจริงๆ แต่คนที่เขาตามหากลับไม่ได้มาปัดเป่าวิญญาณ กำลังต้มข้าวแจกจ่ายชาวบ้านอยู่ในครัวของโรงหมอ

            "ฮ่องเต้ส่งท่านมา?"

            "เป็นเช่นนั้น" เหรินเยว่เทียนโกหก พลางยกยิ้มบางเบาท่าทางไม่สนโลก เดินเข้าไปหานักบวชหญิง

            พี่ชายเขาไหนจะพูดกับเขา ตั้งแต่วันนั้นที่เขาไปส่งจูมี่เอินที่ห้องทรงอักษรก็มีท่าทีที่ปฏิบัติกับเขาเปลี่ยนไป อย่างล่าสุดพอเขาไปถามหาจูมี่เอินพี่ชายผู้นั้นก็ไล่เขาไปหาอะไรทำอีก แล้วคิดว่ายามนี้พี่ชายเขาจะเป็นคนส่งเขามาได้ยังไงกัน แต่ในเมื่อทรงมีรับสั่งให้ไปหาอะไรทำ เขาก็มาแล้ว มาหานักบวชหญิงท่านนี้ไง!

            "ท่านมาคนเดียวด้วย?" นางมองซ้ายมองขวา มองผ่านคนตัวสูงที่ยืนบังแดดให้นางไปทางด้านหลังของเขาอีกที แม้แต่คนติดตามเขาก็ไม่มี

            "เป็นเช่นนั้น" เหรินเยว่เทียนคล้ายคนที่พูดเป็นอยู่ประโยคเดียว ใบหน้ายังประดับยิ้มอย่างอารมณ์ดีที่ได้พบคนถูกชะตา

            หลังจากนั้นจูมี่เอินก็ถูกสั่งห้ามบอกฐานะของเขาให้คนอื่นรู้ จูมี่เอินก็ทำตามอย่างว่าง่าย นางไม่ใช่คนปากพล่อยอยู่แล้ว แถมเหรินเยว่เทียนก็ช่วยนางได้หลายอย่าง

            เมื่อแรกเห็นเขายังคิดว่าเป็นเพียงท่านอ๋องเจ้าสำราญ แต่พอนางจะยกน้ำถังหนักๆ เขาก็มาช่วยยก อะไรที่ต้องใช้แรงเขาอาสาทำเองหมด จูมี่เอินที่เคยมีมือหยาบกร้านจากการทำงานในอารามทุกวัน พอตั้งแต่มาอยู่ที่วังหลวงก็แทบไม่ต้องทำอะไร มาที่นี่ยังมีเหรินเยว่เทียนมาช่วยอีก มือที่เคยแข็งเป็นนู้นๆ ยามนี้กลับนุ่มขึ้นมาก

            มองเห็นด้านอื่นที่ไม่เคยคิดว่าท่านอ๋องห้าจะพึงมียามนี้กลับได้เห็นทั้งหมด เขาเหมือนคนไม่สนใจอะไร แต่ก็กลับใส่ใจทุกคนรอบตัว และยังได้ฟังเรื่องเล่ามากมายในวังที่เขากล่าวเตือนออกมา ทำให้จูมี่เอินรู้ว่าวังหลวงน่ากลัวกว่าที่คิด

            ปกตินางจะอยู่แค่ที่อารามหลวงและห้องทรงอักษร ดีที่ไม่ได้ไปพบเจอคนอื่นนอกจากนั้น พอได้รู้ว่าสนมวังหลังแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเรียกร้องความสนใจจากฮ่องเต้มากขนาดไหนนางก็ถึงกับเบิกตาค้าง ถามเหรินเยว่เทียนว่าน่ากลัวถึงเพียงนั้นเลยรึ ก็ได้คำตอบคือสีหน้าจริงจังที่พยักหน้าให้นางหลายที ในใจยังคิดไปว่าดีแล้วที่นางไม่ได้ถูกเชิญไปทำพิธีหรือจุดธูปอะไรที่วังหลังเลย

    คล้ายกับเรื่องฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช ที่คุณอ่าน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258