ตอนที่สี่ Number one dime
Number one Dime เหรียญหนึ่งไดม์ของลุงสกรู๊ซแม็คดัค มีชื่อเสียงว่าเป็เหรียญนำโชคว่าก็เปรียบเปรยว่าคือเหรียญแรกที่ไร้ค่าในยุคสมัยนั้นที่ลุงสกรู๊ซได้มาจากการขัดรองเท้าเป็จดุเริ่มต้นของลุงสกรู๊ซที่ตั้งมั่นว่าจะหารายได้อย่างเป็ธรรม made itsquare
มีนิยายมากมายที่ก็อปปี้เื่เหรียญหนึ่งไดม์ของลุงสกรู๊ซไปบ้างก็ตัดเื่การพยายามใช้ความคิดออกไป บ้างก็ลืมว่า ที่ลุงสกรู๊ซมาอเมริกาเพราะการขัดรองเท้าได้แค่หนึ่งไดม์มันไม่เวิร์ก
และการหาทรัพย์สินก่อนที่จะได้เงินลงทุนมาเปิดธนาคารกลายเป็มหาเศรษฐีหมื่นล้านกลายเป็เป็ดที่รวยที่สุดในโลกนั้น ลุงสกรู๊ซต้องไปขุดทองอยู่อย่างไร้ความหวังอยู่หลายปี
แน่นอน หากขุดไม่ได้เงินทุนก้อนแรกมาลงทุนลุงสกรู๊ซก็คงจะขุดทองต่อไป และระหว่างขุดทองก็เจอพวกนักล่าเงินรางวัล โจรนักต้มตุ๋น ผี ปีศาจต่างๆ เสี่ยงตายมากมาย
แต่หากมองในแง่หนึ่งนั่นคือ่ที่แย่งทองคำกันในตอนแรกๆ ที่จะได้ทรัพย์สินมาลงทุนในตอนอื่นๆต่อไป
เราคิดว่าเราจะเก่งกว่าลุงสกรู๊ซที่ไม่มีทุนและต้องผจญภัยเอาตัวรอดจากโจรที่พยายามจะฆ่าเราหรือเปล่า?
หรือเราหวังที่ว่าเราจะไม่ต้องลำบากอย่างนั้นและมีเงินลงทุนอยู่ในมือั้แ่ทีแรก?
เราจะไปเลือกเสี่ยงตายล่าขุมทรัพย์จากซากเรือไททานิคทำไมหากเรามีร้อยล้านอยู่ในมือั้แ่แรก?
ไม่เสียเวลาไปเสี่ยงตายเพราะเพชรต้องคำสาปที่อยู่ในเรือและต้องเสี่ยงชีวิตกับนักล่าเงินรางวัล
แต่เอาเงินที่ตนเองมีอยู่แล้วไปลงทุนในสิ่งที่ตนเอง้า
คนรวยมองว่าคนจนโง่เง่า ความคิดแคบสั้นก็เพราะอย่างนี้เพราะพวกคนจนต้องเอาตัวรอด เผชิญปัญหาที่เจอในวันต่อวันคำนวณทรัพยากรที่ตนเองมีอยู่อย่างจำกัด
พยายามจะเก็ยเงินไว้ซื้อของที่อยากได้หรืออยากลงทุนเงินที่เก็บก็อาจจะหายไปในพริบตาหากมีเหตุแทรกซ้อนเข้ามา อย่างแม่หรือน้องสาวล้มป่วยตนเองถูกรถชนขาหักฯลฯ
เงินที่ตนเองวาดความหวังไว้ว่าจะเอาไปลงทุนด้านต่างๆก็จะสลายหายไปด้วยความรวดเร็ว
ทำให้คนจนเลือกที่จะตอบสนองความ้ากิเลสตัณหาเฉพาะหน้าด้วยความรวดเร็วเพราะเขาคิดว่า เก็บเงินเอาไว้ เขาก็ไมได้ใช้อยู่ดี แทนที่จะให้คนอื่นเอาไปใช้ทำไมเราไม่ใช้เพื่อตอบสนองความ้าของตนเองก่อน?
หากคนเราเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์คนเราก็อาจจะอดทนได้ไม่ว่าลำบากแค่ไหนแต่หากปลายอุโมงค์นั้นคือแสงจากรถไฟที่จะทับเราให้ขาหักเสียค่าใช้จ่ายที่เก็บมากว่าสามปีของเราไป
เราก็จะเริ่มคิดอีกอย่างหนึ่งแล้ว
คิดว่าตนเองเก่งเหลือเกินรวยเหลือกินเก็บเงินได้กว่าสามหมื่นบาท(ประมาณ 5,670 หยวน)
อุบัติเหตุเื่ที่เราควบคุมไม่ได้แม้แค่ครั้งเดียวความพยายามที่ทำมาตลอดสามปีก็หายสาบสูญไปกับบิลค่ารักษาพยาบาล
นั่นทำให้คนจนกลายเป็คนโง่ในสายตาของคนรวย
ที่มีความปลอดภัยและทางเลือกมากกว่า
“้าให้เป็คนโชคดีมากกว่าเป็คนดี”
คือคติที่ผมเคยได้ยินมา ตอนเด็กผมคิดว่านั่นคือการพูดประชดแต่ตอนนี้ผมคิดว่าพูดจริงแล้วล่ะ
ว่าผมรวยแล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องไปไล่รักษาคนแก่ที่เป็โรคเพื่อเอาเงินมาซื้อข้าวของปรุงยาบ่มเพาะกำลังภายใน
แต่พิจารณาว่าควรจะใช้เงินและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไรดีจึงจะช่วยบรรลุเป้าหมายของผมได้ดีที่สุดนั่นเองเหรียญหนึ่งไดม์ของลุงสกรู๊ซ ไม่ได้สอนเื่ของการอดออมเพราะลุงสกรู๊ซวิ่งหนีไปอเมริกามากกว่าจะมาขัดรองเท้าอยู่เพื่อสะสมเงินเหรียญหนึ่งไดม์หลายๆเหรียญ
"Imade [my fortune] by being smarter than the smarties and tougher than thetoughies."
“ชั้นร่ำรวยมาได้เพราะฉลาดกว่าคนฉลาดและแข็งแกร่งกว่าคนที่แข็งแกร่ง”ลุงสกรู๊ซกล่าวไว้ คนลืมไปว่าบทเรียนจากเหรียญหนึ่งไดม์ของลุงสกรู๊ซว่าแท้ที่จริงแล้วคืออะไร
มันได้มาจากการขัดรองเท้า แต่คอืการเตือนตนเองว่าแทบจะเรียกว่าโดนโกงกันจากการขัดรองเท้าเหรียญหนึ่งไดม์เรียกว่าแทบจะไร้ค่าในยุคนั้นตั้งมั่นให้ลุงสกรู๊ซตัดสินใจที่จะทำธุรกิจแบบซื่อสัตย์
ผมไม่คิดว่าตนเองจะรอดจากโจรป่าจำนวนมากขนาดนั้นได้แบบลุงสกร๊ซแต่ผมก็พยายามจะใช้สมองคิดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราผมมีมากกว่าเหรียญหนึ่งไดม์ที่กว่าลุงสกรู๊ซจะสร้างตนได้ก้ใช้เวลาหลายสิบปีของชีวิตผ่านความรักและการพลัดพรากไปใน่วัยเยาว์
ไป่มู่หลิงหรือ?
หากอยากมีความรักที่ไม่ใช่ครอบครัวบีบบังคับก็เชิญเถอะเวลาในชีวิตคนเรามีจำกัด หากไม่ใช่ผู้บ่มเพาะที่นั่งอยุ่ในถ้ำได้หลายพันปี
ผมหวังว่าเธอจะได้สมหวังอย่างที่เธอหวังเพราะผมไม่ยอมเสียเวลาที่มีค่าของผมไปเป็ simp ให้กับเธออีกอย่างแน่นอน
เวลามันคือทรัพยากรที่มีจำกัดเกินไป
แม้กระทั่งคนเก่งและฉลาดอย่างลุงสกรู๊ซก็ต้องพลัดพรากจากสาวคนรักเมือ่พยายามจะแสวงหาความร่ำรวย
หากลุงสกรู๊ซแต่งงาน ลุงอาจจะไม่ได้เป็เป็ดที่ร่ำรวยที่สุดในโลกแต่ลุงอาจจะไม่โดดเดี่ยวและเหงาอยากที่เคยเจอมาก็เป็ไปได้
คนเราต้องเลือกทางเดินของตนเอง และผมก็เลือกทางเดินในฐานะผู้ฝึกตนนี่ล่ะ
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊กผมพยายามพิมพ์ชื่อไอเท็มที่พอจำได้ในเื่ว่าช่วยการการบ่มเพะพลังลมปราณได้
เหรียญหนึ่งไดม์ ได้ช้วยสอนว่าเราตอ้งฉลาดกว่าคนฉลาดและแข็งแกร่งกว่าคนที่แข็งแกร่ง ผมจะทำให้ได้เท่ากับลุงสกรู๊ซในเส้นทางการฝึกตนนี้
“รายชื่อทรัพย์สินมาแล้วขอรับนายน้อย”
หู่ไห่ตงได้เข็นแฟ้มเอกสารเต็มคันรถที่จัดวางอย่างเป็ระเบียบมาให้กับผม
หู่ไห่ตงมองนายน้อยของตนเองอย่างชื่นชมที่อ่านหนังสือวิทยานิพนธ์ทั้งห้าเล่มที่ตนเองเอามาให้ในตอนรแกจนเสร็จแล้วและเปิดหนังสือพร้อมกับจดโน๊ตอ้างอิงต่างๆ
ผมจ้องไปที่เอกสารจำนวนมากที่หู่ไห่ตงเอาเข้ามาและถามว่า
“ทั้งหมดนี่คือทรัพย์สินของผมหรือ?”
ผมถามอย่างเหนื่อยใจเมื่อมองดูเอกสารจำนวนมหาศาลราวกับเอกสารบนโต๊ะของนารุโตะตอนเป็โฮคาเงะ
“ไม่ใช่ขอรับ นี่คือทรัพย์สินที่นายน้อยสามารถใช้ได้เป็การส่วนตัวเท่านั้นส่วนของตระกูลและของนายท่านอ้าวหลงเทียนนั้นจะมากกว่านี้ขอรับ”
หู่ไห่ตงยืดอกอย่างภาคภูมิใจที่ได้รับใช้ใกล้ชิดนายน้อยของตระกูลอ้าวที่ร่ำรวยเช่นนี้
ผมถอนใจท่าทางคงต้องใช้เวลาสักพักเสียแล้ว ในการจัดระเบียบทรัพย์สินส่วนตัวของอ้าวป้าหม่านี้
ผมมีจุดเริ่มต้นที่ดีมากกว่าลุงสกรู๊ซในวัยกลางคนเสียอีก