ทะลุเวลามาเป็น ชายาองค์ชายแฝด

    Ep.64 ทำโทษคนผิด

        บัดนี้ซูเจินและอาเหมยได้มาถึงหน้าหอปรุงยาแล้ว พวกนางเหลือเเค่ผ่านหน้าประตูเข้าไปให้ได้เเค่นั้น ทว่าพื้นที่นี้เป็นเขตปลอดเชื้อ นางกับอาเหมยจึงไม่สามารถเข้าไปง่ายๆแบบเดิมอีกแล้ว ซูเจิน พยายามจะใช้แผนเดิมในการผ่านประตูเข้าไป เเต่โชคร้ายที่ทหารไม่ยอมให้เข้าเช่นเดิม ขณะนั้นเองซูเจินก็แอบเห็นอี้เถียนเดินออกมาพอดี ทันทีที่อี้เถียนเห็นซูเจินยืนอยู่หน้าประตูเขาก็รีบหมุนตัวจะเดินกลับเข้าไปในหอปรุงยาแต่ก็ไม่ทันเพราะซูเจินได้พบเขาก่อนที่เขาจะเห็นนางแล้ว

    "หวังอี้เถียน หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!" อี้เถียนหยุดชะงักเเต่ก็ยังไม่กล้าหันกลับมาเพราะกลัวว่าทุกอย่างจะพัง เเต่ถ้าไม่หันกลับไปตอนนี้มันจะยิ่งดูมีพิรุธมากยิ่งกว่า อี้เถียนพยายามรวบรวมสติแล้วจึงหันกลับไปยิ้มให้ซูเจินประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ้ขาเดินลงบันไดมาเผชิญหน้ากับนางด้วยรอยยิ้มตามปกติ

    "อ้าว..ซูเจิน..เจ้ารู้จักที่นี่ด้วยหรอ..จำได้ว่าข้ายังไม่เคยพาเจ้ามาที่นี่เลยนี่นา..มีธุระอะไรหรือ?"

    "สนมลีอยู่ที่ไหน เจ้าพานางไปไว้ที่ไหน?"

    "ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร เรื่องนี้ท่านพี่เป็นคนจัดการ"

    "ถ้าเรื่องนี้หวังอี้เฉียนเป็นคนจัดการ แล้วเจ้ามาที่นี่ทำไม?" อี้เถียนถูกซูเจินต้อนจนมุมกระทั่งลืมไปเลยว่าตอนนี้พวกเขายืนอยู่ที่หน้าหอปรุงยาและ สตรีผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ต้องการรู้เหตุผลที่เขามาที่นี่ อี้เถียนอ้ำอึ้งไม่รู้จะหาเหตุใดมาตอบเพื่อให้นางกลับไป ในตอนนั้นเองอาเฟยก็เดินมาสมทบกับเจ้านายของเขาพอดี

    "สมุนไพรรักษาโรคหอบของฝ่าบาท ข้าหาเจอแล้วพะยะค่ะ" อี้เถียนมองหน้าอาเฟยด้วยความแปลกใจเพราะเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาสมุนไพรอะไรแต่เขามาที่นี่เพื่อพาสนมลีมารักษาตัว ทว่าเมื่ออาเฟยขยิบตาส่งซิกให้อี้เถียนก็เข้าใจในทันที

    "เอ้อ..เจอแล้วก็ดี ข้าจะได้รีบกลับไปดูเเลท่านพ่อต่อ.."

    "พะยะค่ะ..อ้าว..คารวะพระชายา..ทรงมาหาสมุนไพรเช่นกันหรือพะยะค่ะ"

    "เจ้ารู้แล้วสินะ ว่าข้ามาที่นี่เพราะอะไร อาเฟย..เรากลับกันเถอะ!!"

    "ช้าก่อน!!ข้าไม่อยากถามเจ้าเป็นครั้งที่ 2 หรอกนะ เเต่ข้าอยากรู้จริงๆว่าเจ้าจะปิดบังข้าไปทำไม ในเมื่อข้ารู้แล้วว่าเจ้าเป็นคนพาสนมลีออกมาจากคุกใต้ดิน!! อี้เถียน..ข้าไม่ได้โง่นะ…ทำไมเจ้าต้องห้ามข้ากับนางเจอกันด้วย!!"

    "ข้าไม่รู้ว่าเจ้าหมายถึงอะไร เเต่ข้ามาที่นี่เพื่อตามหาสมุนไพรแก้โรคหอบให้ท่านพ่อจริงๆ เเต่ถ้าเจ้ายังยืนยันว่าสนมลีอยู่ในนี้จริงๆ..เจ้าก็เข้าไปดูเองเลยสิ!!"

    "อย่าท้าข้านะอี้เถียน อาเหมยไป!!!"

    "พระชายาจางซูเจิน!!รับราชโองการหลวง!!" เสียงเสี่ยวไป๋คนสนิทของเจ้าเมืองดังขึ้นจากด้านหลังทำให้นางต้องรีบหันกลับไปดู อาเหมยดึงชายเสื้อให้นางนั่งคุกเข่าลงเพื่อรับราชโองการ ซูเจินยังไม่ทันจะได้เข้าไปค้นหาในหอปรุงยานางก็ถูกเรียกตัวให้มารับราชโองการก่อน ซูเจินหันไปมองอี้เถียนซึ่งตอนนี้ทุกคนคุกเข่าลงหมดเเล้วรวมถึงอี้เถียนด้วย 

    "ราชโองการถึงข้าหรอ…คำสั่งอะไรกัน?"

    "ราชโองการหลวงเป็นคำสั่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าควรสำรวมและคุกเข่าลงไปซะ!!" ซูเจินรู้สึกได้ถึงสีหน้าท่าทางที่จริงจังของเสี่ยวไป๋ นางจึงรีบคุกเข่าลงนั่งเพื่อรับฟังราชโองการ เสี่ยวไป๋เริ่มอ่านคำสั่งในนั้นและเนื้อหาในนั้นมันก็ทำให้ซูเจินถึงกับลุกพรวดพราดขึ้นมาทันที

    "อะไรนะ!!สั่งกักบริเวณข้างั้นหรือ!!ใครเป็นคนถ่ายทอดคำสั่งนี้!!!"

    "ข้าเอง!!" เสียงฝีเท้าของบุรุษรูปงามกำลังเผยเบื้องหน้าของผู้คนบริเวณนั้น อี้เฉียน อาฉางและทหารอีกเกือบ 10 นาย มุ่งหน้าตรงมายังพื้นที่ดังกล่าว ซูเจินมองหน้าอี้เฉียนด้วยความโกรธเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย นางรีบเดินไปเผชิญหน้ากับอี้เฉียนพร้อมต่อว่าด้วยท่าทางไม่พอใจ

    "หวังอี้เฉียน..ท่านกล้าดียังไงมาสั่งกักบริเวณข้า!!"

    "นี่เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าเจ้าทำผิดอะไร?" ซูเจินรู้สึกเหวอในใจเพราะเบื้องต้นนางก็มีความผิดอยู่..แต่เพราะคิดว่าอี้เฉียนคงจะยังไม่รู้เรื่องที่คุกใต้ดิน นางจึงเลือกที่จะปฏิเสธและทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อน

    "ผิดอะไร? ข้าเนี้ยนะทำผิด!! ไหนท่านลองพูดมาซิว่าข้าทำผิดเรื่องอันใดกัน!!"

    "เจ้าบุกรุกคุกหลวง แถมยังถือวิสาสะปล่อยตัวนักโทษออกไปอีกด้วย ไหนลองบอกข้ามาสิว่าเจ้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง?"

    "อะไรนะ!! ซูเจินนี่เจ้าเเอบเข้าไปในคุกหลวงหรอ?"

    "ใช่!!ข้าถึงได้รู้ไงว่าท่านโกหกข้าเรื่องสนมลี อีกอย่างที่ข้าต้องปล่อยนัมมีไปเพราะเขาช่วยเหลือข้าไว้!"

    "นัมมี..ใครกันท่านพี่?"

    "ก็นักโทษที่นางปล่อยตัวออกไปยังไงล่ะ!! เขาช่วยอะไรเจ้า?"

    "ก็ช่วยข้าตามหาสนมลียังไงล่ะ ถ้าข้าไม่ถามเขามีหรือที่ข้าจะรู้ว่าพวกท่านทั้งสองปิดบังข้าเรื่องที่อยู่สนมลีอ่ะ!!"

    "เช่นนั้นเจ้าถูกกักบริเวณก็เป็นเรื่องที่ถูกที่ควรแล้ว"

    "มันถูกตรงไหนกัน ข้ามีสิทธิ์ที่จะ….."

    "ปล่อยนักโทษแหกคุก แถมยังหาลู่ทางให้หลบหนี ที่จริงเจ้าต้องถูกจับขังคุกด้วยซ้ำ!!เเค่กักบริเวณนี่ยังไม่สาสมกับความผงผางไม่รู้จักโตของเจ้าด้วยซ้ำ!!!ถึงเจ้าจะเป็นห่วงสนมลีเเค่ไหนหรืออยู่ในตำแหน่งอะไรก็ตาม..เข้าไม่มีสิทธิ์!!!..ทำเช่นนี้!! อาเหมย!!รีบพาตัวนายของเจ้ากลับไปที่จวนเดี๋ยวนี้ ตั้งเเต่นี้ต่อไปเจ้าและนายของเจ้าห้ามก้าวขาออกจากจวนจนกว่าจะได้รับอภัยโทษ ไป!!"

    "เจ้า..เจ้าค่ะ..เจ้าค่ะ…ไปเจ้าค่ะคุณหนู"

    "..............." ท่าทีของอี้เฉียนบ่งบอกให้เห็นชัดเจนว่าเขากำลังโกรธ เช่นเดียวกับซูเจินที่รู้สึกพูดไม่ออก ความเป็นห่วงเพื่อนของนางถูกอี้เฉียนมองว่ามันคือความจุ้นจ้านไม่รู้จักโต..ตอนนี้นางไม่มีอะไรจะพูดหรือสบตาใครด้วยซ้ำ มันรู้สึกสะอึกในใจว่า คนที่ดีกับนางในวันนั้นเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในวันนี้…ซูเจินกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป

    "หวังอี้เฉียน ข้าเกลียดท่าน!!!" ประโยคสุดท้ายถูกพ่นออกมาพร้อมกับการปาดน้ำตาแล้ววิ่งหนีไป ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่ควรทำเลย..เเต่อี้เฉียนก็ต้องทำ อี้เถียนเองก็รู้สึกลำบากใจที่ทำให้ซูเจินต้องเสียน้ำตา้ช่นนี้ เขาเดินเข้ามาตบไหล่อี้เฉียนก่อนจะเเยกย้ายกันไป

    คล้ายกับเรื่องทะลุเวลามาเป็น ชายาองค์ชายแฝด ที่คุณอ่าน