ระบบ:ลงชื่อเข้าใช้ในโลกอมตะ

    โจรภูเขา(1)

          หม่าเซียน จำใจเรียกแรดม้าคลั่ง ออกมาจากนั้นกระโดดลอยตัวลงบนหลัง อย่างงดงาม

          จากนั้น ตบหลังแรดม้าคลั่ง สองสามที ก่อนที่แรดม้าคลั่ง จะพุ่งปราดออกไป ดั่งเหิรลมความเร็วนี้จะเร็วกว่าขบวนรถม้าถึงสามเท่าตัว

          หม่าเซียน คาดว่าคงต้องใช้เวลาประมาณ 5 วันกว่าจะถึงเมืองเมฆแดง

          Ding:ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าบ้านได้ฟักไข่ไวเวิร์นสำเร็จแล้ว”

          เสียงระบบแจ้งเตือนดังขึ้น

          ระบบ ข้าจะทำสัญญากับลูกไวเวิร์นยังไง?”

          Ding: เจ้าบ้าน ปลดออกจากมิติ จากนั้นใช้เลือดเล็กน้อย ประทับตราบนหน้าผาก แล้วส่งจิตสำนึกความหวังดีสัตว์อสูรแรกเกิดทำได้ง่ายมากไม่จำเป็นต้องใช้คัมภีร์สัญญาสัตว์ใดใด”

          หม่าเซียน หยุดแรดม้าคลั่ง แล้วลงจากหลังนำลูกไวเวิร์นตัวน้อยออกมา

          ครั้งแรกที่เห็น ลูกไวเวิร์น ดูน่าสงสาร พยายามยืนด้วย สองขาของมันสักครู่หนึ่งก็ยืนมั่นคงได้รูปลักษณ์เหมือน ไวเวิร์นชีวิตที่แล้วที่เขาเห็นในเกมส์ไม่ผิดเพี้ยน

          ลูกไวเวิร์น จ้องมอง หม่าเซียน จากนั้นเดินล้มลุกคลุกคลาน ไปเกาะเท้าหม่าเซียนแล้วดมสองสามครั้ง จังหวะนี้หม่าเซียนใช้เลือดปลายนิ้วกดไปที่หน้าผากตัวน้อย

          จากนั้น เห็นแสงสว่างจ้ามีอักขระโบราณบนพื้นที่ลูกไวเวิร์นยืนอยู่ สักครู่แสง อักขระโบราณพุ่งเข้าหาหม่าเซียน

         การประทับตราสัญญาก็เสร็จสมบูรณ์แต่ตัวมันเล็กเกินไป ไม่สามารถขี่มันได้ ตัวมันเล็กเกินไปเขาทุกข์ใจอีกครั้ง

          "ระบบ จะทำอย่างไรให้มันเติบโตโดยเร็วมีวิธีไหนบ้าง?”

         หม่าเซียนกล่าว ถามด้วยความทุกข์ใจ

         Ding เจ้าบ้าน สามารถใช้หินวิญญาณ 2 แสน /ยาเม็ดเลือด/เนื้อสัตว์อสูรสายเลือดบริสุทธิ์…สามตัวเลือกนี้ดีที่สุดอย่างอื่นหาไม่ได้ในตอนนี้”

         หม่าเซียน ในตอนนี้เขาหมดหนทาง หินวิญญาณเหลือ 4 หมื่นยาเม็ดเลือดก็ไม่มีเนื้อสัตว์อสูรบริสุทธิ์ก็ไม่มีคงต้องดูโชค

          ระหว่างทางกลับเมืองภูเขาเขียว หม่าเซียนได้ถอนหายใจยาว…

          ….

         ผ่านมา 4 วัน ในที่สุดเขาก็มาถึงเมืองเมฆแดงจากนั้นจองโรงเตี๊ยมเข้าพักทำธุระส่วนตัวเสร็จไปเหลาอาหารที่ใหญ่โตที่สุดของเมืองนี้

          เมื่อหม่าเซียนเดินเข้าไป หญิงสาวรับใช้ ชุดขาวสองนางก็ปรี่เข้ามาหาแล้ว กล่าวพร้อมกันว่า

          "ยินดีต้อนรับ นายน้อยท่านนี้ นายน้อยสามารถเลือกชั้นที่จะทานอาหารได้ตามใจชอบ”

          หญิงรับใช้ ชุดขาวซ้ายมือกล่าวเสียงเจื้อยแจ้ว

          “เอาล่ะนำทางไปชั้นบนสุด”

          หม่าเซียน กล่าวยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

          เมื่อมาถึงด้านบนมีเหลือที่ว่างเพียง 2 โต๊ะเขาเลือกหนึ่งในสองที่ว่างแล้วนั่งลง

          เห็นบนชั้นนี้เต็มไปด้วยผู้บ่มเพาะพลังอมตะท่วงท่าคึกคักเข็มแข็งพลังวิญญาณผันผวนหลุดรอดออกมาจากร่างกาย

          หม่าเซียน สั่งอาหาร 4-5 อย่าง พร้อมไวน์ผลไม้วิญญาณอย่างดีเมื่อไวน์มาถึงเขาจิบเบาๆรู้สึกว่าพลังวิญญาณกระเตื้องเล็กน้อย

          ไวน์ผลไม้วิญญาณ เมืองนี้มีชื่อเสียงไม่น้อยแพร่กระจายไปถึงเมืองภูเขาเขียว บ้านของเขา

          หม่าเซียน จิบไวน์เบาๆพลันได้ยินเสียงขวับเบาๆของสิ่งหนึ่งร่วงหล่นในจานอาหารที่แท้มันคือเปลือกถั่วหม่าเซียนแค่นเสียงเย็นชากล่าวว่า

         “อยากกินอาหาร ทำไมทำตัวเยี่ยงโจร ไร้มารยาท”

          ขาดคำเขาใช้นิ้วต่างดาบคีบเปลือกถั่ว บินออกไปดุจสายฟ้าไปที่โต๊ะมุมห้อง

          เสียงเพร้ง จานแตกระเบิดเศษจานแตกกระจายออก ได้ยินสุ้มเสียงแกร่งกร้าวเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า

         "น้องชายพลังวิญญาณไม่เลวอาณาจักรก็ควรไม่เลวด้วย”

         ชายกลางคนชุดเหลืองกล่าวยิ้ม

          จากนั้นชายชุดเหลืองใช้พลังวิญญาณ รวมจานที่แตกลอยขึ้นกลางอากาศและใช้พลังบดให้กลายเป็นผงฝุ่นล่องลอยหายไป

          ในอากาศจากนั้น เขาจึงกล่าวกับหม่าเซียนว่า

          "นายน้อยท่านนี้ ข้าขออภัยแทนลูกสาวของข้าด้วย เขาซุกซนไปหน่อย พึ่งเคยออกจากบ้านครั้งแรก หวังว่านายน้อยท่านนี้ คงไม่ได้โกรธเคืองข้าจะเป็นคนชำระค่าอาหารทั้งหมดของทุกคนในวันนี้”

          ชายกลางชุดเหลืองกล่าวยิ้มใจดี

          พ่อของเขาถลึงตาใส่ ตำหนิว่านางก่อเรื่องเดือดร้อน แต่ลูกสาวตัวน้อยอายุราว 14-15 ทำหูทวนลมมุมปากยิ้มเหยียดหยามไม่ได้กลัวพ่อของเขาเลย

          หม่าเซียนไม่ได้สนใจอีกต่อไปอีกไม่นานหญิงคนนี้ จะก่อหายนะแม้แต่ตระกูลและพ่อของนางอาจจะถูกทำลาย

          เห็นได้ชัดว่าเด็กหญิงคนนี้ด้อยประสบการณ์ในโลกบ่มเพาะพลัง

          ในโลกบ่มเพาะพลังอมตะนี้มีอัตรายทุกแห่งหนเมื่อเขาก้าวสู่นิกายนั้นคือเส้นทางบ่มเพาะที่แท้จริง

          เรื่องเล็กๆใยต้องเปลืองแรงยังไงเด็กสาวคนนี้ ก็อยู่ได้ไม่นานด้วยพฤติกรรมเช่นนี้หม่าเซียนขบคิดในใจ

          อีกอย่าง หม่าเซียนเขาไม่อยากสูญเสียตัวตนไป เขาจะฆ่าคนที่สมควรฆ่าและศัตรูเท่านั้นเพื่อวันข้างหน้า....

          เมื่อกลับมาถึงห้อง หม่าเซียนปิดประตูและถามระบบขึ้นว่า 4 วันที่ผ่านมานี้ได้อะไรบ้าง

          Ding: เจ้าบ้านได้รับ ทักษะดาบพื้นฐาน 10 ปี ขอแสดงความยินดีด้วย

         [ยาเลือดสัตว์ร้าย]

        [หินวิญญาณระดับต่ำ]

        [หินวิญญาณระดับต่ำ]

         ….

          Ding: เจ้าบ้านจะรับ ทักษะดาบพื้นฐานหรือไม่?”

          “รับทันที”

          ขาดคำประสบการณ์ ฟันดาบทุกรูปแบบ ฟัน ตวัด ชักดาบ ฟันขวาง ฟันลง แทง ได้เทเข้ามาในจิตสำนึกของเขา

          เขาฝึกอยู่อย่างนี้เวลาค่อยๆผ่านไป1 วัน…5 เดือน……10 ปีในที่สุดภาพลวงตาก็จบลง

          Ding: ยินดีกับ เจ้าบ้านด้วยทักษะดาบพื้นฐาน ได้เข้าสู่ระดับเต๋า[เข้าสู่ธรรมชาติของดาบใช้ออกได้ตามจิตใจปรารถนา] เมื่อเห็นใครก็ตามที่ใช้ดาบและทักษดาบพื้นฐานต่ำกว่าเจ้าบ้าน เจ้าบ้านจะเห็นจุดอ่อนทันที”

          หม่าเซียนดีใจมากทักษะดาบพื้นฐานนี้ ปูทางสู่เจตนาดาบในอนาคตเมื่อเข้าใช้เทคนิคดาบผสานกับเจตาดาบ

          แสงดาบของเขาอาจจะสูง 1หมื่นฟุต แสงหรือรังสีดาบตกใส่เมือง เมืองเล็กอาจหายไปในพริบตา…

          …….

          รุ่งเช้า หม่าเซียนออกเดินทางทันที ก่อนออกเดินทาง หม่าเซียนใส่หินวิญญาณในมิติเวลาของระบบ

          พร้อมให้ลูกไวเวิร์นกินยาเลือดสัตว์ร้ายไวเวิร์นน้อยจึงหลับไป เขาหวังว่าเมื่อมันตื่นขึ้นมาสามารถไปถึงระดับ 1 ได้

          ระหว่างเดินทางที่เบื้องหน้าบังเกิดเสียงคร่ำครวญดังมา หม่าเซียนใช้พลังวิญญาณช้อนร่างสิ่งขอที่ตกลงมาจากต้นไม้ใหญ่ ค่อยๆลอยลงมาดุจปุยนุ่น จากนั้นสลบไป

          หม่าเซียนเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง อายุราว 18-19 ปี ไม่รู้ว่าทำไมคิดกระโดดลงจากต้นไม้ฆ่าตัวตาย

          จากนั้น เขาใช้พลังวิญญาณเขาไปกระตุ้นจิตของชายหนุ่มที่สลบอยู่

          ชายหนุ่มคนนั้น สำรวจตัวเองพักหนึ่ง ค่อยทราบว่าตัวเองได้รับการช่วยเหลือรอดชีวิต หวนนึกถึงปัญหาที่กำลังรอเขาอยู่สร้างความหดหู่ใจจนเปล่งเสียงร้องให้ออกมา

          หม่าเซียน งงงันวูบ เขาพอจะเข้าใจรางๆว่าชายหนุ่มคนนี้มีปัญหายากที่จะแก้ไข

          หลังจากถามอยู่นานเกือบครึ่งค่อนวันในที่สุดก็ได้ความว่า

          พ่อของชายหนุ่ม เข้าไปภูเขาล่าสัตว์ บังเอิญ ถูกโจรภูเขาพบจับตัวเรียกค่าไถ่ 10 หินวิญญาณแต่ครอบครัวเขารวมได้เพียง 2 หินวิญญาณ

          ดังนั้น ชายหนุ่มจึงขอวิงวอนผ่อนผัน แต่จนใจโจรโหดร้าย จะจับแม่ของเขาอีกคนหนึ่ง ถ้าเขาไปไถ่ตัวพ่อของเขาช้า

          เขารวบรวมหินวิญญาณไม่ได้ ดังนั้นจึงหาทางออกเช่นนี้

          “พวกโจรตั้งค่ายพักอยู่ส่วนไหนเจ้าทราบหรือไม่พาข้าไปค่ายโจรเดียวข้าจะช่วย”

          หม่าเซียนไม่อยากสอดมือมากเกินไป แต่ครั้งนี้เขาตื้นตันใจชายหนุ่มคนนี้มาก

          เป็นคนที่มีความกตัญญูอย่างยิ่งเขานับถือมันจากใจจริง

          “ข้าและคนในหมู่บ้านเราล้วนทราบดี”

          ชายหนุ่มพูดตอบเสียงสั่นเครือ

          "พวกโจร คนที่มีอาณาจักรสูงสุดคือใครเจ้าพอจะทราบหรือไม่?”

          "ข้าไม่ทราบ แต่ได้ยินหัวหน้าหมู่บ้านพูดว่ามันคือนักรบวิญญาณ หัวหน้าหมู่บ้านเราเป็นนักรบวิญญาณเช่นกันแต่สู้ไม่ได้เพิ่งได้รับบาดเจ็บ”

          หม่าเซียนเห็นได้ทันทีชายหนุ่มคนนี้ อยู่อาณาจักร รวบรวมวิญญาณระดับ 5 เท่านั้น

          "เอาละเจ้า ขึ้นแรดม้าคลั่งข้าจะวิ่งตามเจ้า”

          หม่าเซียนกล่าวในใจว่า..ช่วยเหลือคนต้องช่วยให้ถึงที่สุด

          จากนั้นชายหนุ่ม นำหม่าเซียนเข้าสู่ภูเขา เพื่อปราบโจรร้ายกลุ่มนี้.

         ........