เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    เมืองเมฆหมอก

    บุรุษหนุ่มยังคงนั่งดื่มกินอย่างสำราญอยู่พักใหญ่ หลังจากครึ่งชั่วยามผันผ่านไป จู่ๆเขาก็ได้ยินเรื่องที่น่าสนใจจากเหล่าผู้ฝึกตนซึ่งกำลังสนทนากันอยู่ด้านหลัง

     

    "นี่ๆ สหาย เจ้ารู้ข่าวเรื่องอาการป่วยของนายหญิงแห่งหอการค้าจันทราหรือยัง"

     

    "โอ้ รู้สิๆ ได้ข่าวมาว่ามีหมอเทวะหลายต่อหลายคนไปรักษานาง แต่ผลสุดท้ายก็ต้องประสบกับความล้มเหลวเสียทุกราย"

     

    "เห้อ น่าเสียดายๆ หากข้ามีทักษะทางการแพทย์สักหน่อย ข้าเองก็อยากจะลองเสี่ยงดูเหมือนกัน เพราะถึงอย่างไรของรางวัลในการรักษาก็เป็นถึง 'แก่นแท้น้ำแข็ง' ที่สุดแสนจะหายาก"

     

    "เหอะๆ อย่าเพ้อฝันน่า ขนาดหมอเทวะยังรักษาไม่ได้ แล้วพวกเราจะเอาความสามารถอะไรไปรักษา"

     

    "ฮ่าๆๆ นั่นสินะ ช่างเถอะๆดื่มสุรากันดีกว่า ถึงอย่างไรซะเรื่องนี้มันก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา" หลังสิ้นสุดคำกล่าว สองผู้ฝึกตนพลันยกจอกเหล้าดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน

     

    เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มบาง 'แก่นแท้น้ำแข็ง' ชื่อของสมบัติชิ้นนี้ช่างล่อตาล่อใจผู้ฝึกตนที่มีธาตุหยินเช่นเขาเสียจริงๆ

     

    "หอการค้าจันทรางั้นหรือ ข้าจำได้ว่าขุมกำลังนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเมฆหมอกพอดี ไปลองรักษาดูหน่อยก็ไม่เสียหาย" กระดกสุราเป็นครั้งสุดท้าย บุรุษหนุ่มชันกายลุกขึ้น ก่อนจะก้าวเดินออกจากโรงเตี้ยมไปโดยไม่คิดรอช้า

     

    แต่ทันทีที่เขาออกมา จู่ๆทั่วทั้งเมืองก็เกิดความโกลาหลวุ่นวายครั้งใหญ่ เหล่าผู้ฝึกตนระดับเบิกนภาขึ้นไปลอยเด่นอยู่เต็มท้องฟ้า ส่วนผู้ฝึกตนที่มีระดับต่ำกว่าพากันปิดล้อมทางเข้าออกของเมืองอย่างแน่นหนาในทุกๆด้าน

     

    "มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกล่ะเนี้ย" เย่หยุนซีกุมขมับบ่นพึมพำ จากนั้นเดินตรงไปหาผู้ฝึกตนระดับปฐพีคนหนึ่งซึ่งเดินลาดตระเวนอยู่ใกล้ๆ

     

    "นี่ๆพี่ชาย มีเรื่องอะไรกันงั้นหรือ ไฉนถึงได้ปิดล้อมเมืองแน่นหนาเช่นนี้?" เขาเอ่ยถามพร้อมทั้งติดสิบบนอีกฝ่ายด้วยโอสถระดับเบิกนภา

     

    "เรียนคุณชาย เหตุที่พวกข้าต้องปิดล้อมเมืองก็เพราะมีคนลอบทำลายคุณหนูซีซวนจนบาดเจ็บสาหัส" ผู้ฝึนตนคนนั้นตอบกลับ หลังจากรับโอสถเอาไว้

     

    "แบบนี้ก็ออกจากเมืองไม่ได้น่ะสิ" เย่หยุนซีรู้สึกว่าตนเองโชคร้ายเกินพรรณนา เขาแค่อยากเข้าเมืองมาพักผ่อนเสียเล็กน้อย ทว่าดูเหมือนสวรรค์จะไม่ยินยอมให้เขาออกไปโดยง่าย

     

    "เอ่อ ถ้าหากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ คุณชาย" ผู้ฝึกตนระดับปฐพีผสานมือคาราวะ ก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อในทันที

     

    "เห้อ ให้ตายสิ" เย่หยุนซีอุทานอย่างเบื่อหน่าย จากนั้นตัดสินใจเปิดห้องพักในโรงเตี้ยมเพื่อรอสถานการณ์สงบลง ซึ่งก็คงใช้เวลาไม่นานนัก เนื่องจากมีผู้ฝึกตนระดับมหาจักรพรรดิจำนวนมากและผู้ฝึกตนระดับเซียนดินเกือบ 10 คนอยู่ที่นี่ ต่อให้คนร้ายคิดแอบซ่อนหรือหลบหนีมันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะจิตสัมผัสของเหล่าผู้ฝึกตนระดับเซียนมันทั้งกว้างขวางและแม่นยำ

     

    "หวังว่าพรุ่งนี้ข้าคงจะได้ออกเดินทาง" ชายหนุ่มกล่าวพลางทิ้งตัวลงบนเตียงและเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็วราวกับอ่อนเพลียมานาน

     

    หลังจากเวลาผันผ่านไปถึงช่วงเช้าของอีกวัน เย่หยุนซีก็ได้รับข่าวที่น่าตกใจสองข่าว หนึ่งคือผู้ฝึกตนระดับเซียนสามารถจับตัวคนร้ายได้แล้ว และเขาคนนั้นก็คือนักฆ่าจากขุมกำลังฝ่ายอธรรมซึ่งเป็นศัตรูกับวังวิหคอมตะ

     

    ส่วนข่าวที่สองถือเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับเมืองนี้เอามากๆ เพราะจิตอสูรระดับสวรรค์ของคุณหนูซีซวนเสียหายอย่างหนักจนมิอาจเยียวยาได้ แถมตบะพลังก็ยังถดถอยลงจากระดับมหาจักรพรรดิเหลือเพียงระดับเบิกนภาขั้นปลาย

     

    สุดท้ายคือนางมิอาจบ่มเพาะได้อีกต่อไป เรียกได้ว่าจบชีวิตของผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์อัจฉริยะฟ้าประทานแต่เพียงเท่านี้

     

    "โด่งดังเกินไปใช่ว่าจะดี"

     

    เย่หยุนซีตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองโดยไม่คิดช่วยเหลืออีกฝ่าย ถึงแม้จะช่วยเหลือได้ก็ตาม เพราะถึงอย่างไรนางก็มาจากนิกายฝ่ายธรรมะซึ่งนับว่าเป็นศัตรูของตำหนักมารดารา หากเขาช่วยไม่เท่ากับว่าเขาหักหลังฝั่งตัวเองหรอกหรือ นี่คือความผิดพลาดที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรกระทำ

     

    "ฝู่ เสียเวลามา 1 วันแล้ว ข้าสมควรเร่งฝีเท้าอีกสักนิด"

     

    บุรุษหนุ่มปลดปล่อยอัสนีบาตสวรรค์หอหุ้มร่าง จากนั้นบินทะยานด้วยความเร็วสูงสุดจนกลายเป็นเส้นแสงสายฟ้า ใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจก็ไปไกลนับร้อยๆลี้ ซึ่งมันเป็นความเร็วที่เทียบเท่ากับระดับมหาจักรพรรดิขั้นปลายเลยก็ว่าได้

     

    หลังจากเวลาผันผ่านไปเกือบ 3 เดินตามเป้าหมาย ในที่สุดเย่หยุนซีก็มาถึงเมืองเมฆหมอกซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยผู้คนเข้าออกพลุกพล่านหนาตา ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนหรือคนธรรมดาก็ล้วนแต่ประดังเข้าไปในเมืองไม่ขาดสาย

     

    'ข้าควรไปที่หอการค้าจันทราเสียก่อน'

     

    บุรุษหนุ่มหยิบหน้ากากสวรรค์เร้นออกมาสวมใส่ รูปร่าง หน้าตา และกลิ่นอายแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นชายหนุ่มผมสีฟ้าอาภรณ์ขาวในชั่วพริบตา ถึงแม้ไม่ได้หล่อเหล่าเท่าร่างจริง แต่กลับดูสุขุมและสงบเยือกเย็นกว่าอย่างเห็นได้ชัด

     

    "อืมๆร่างนี้เหมาะกับการสวมบทบาทหมอเทวะยิ่งนัก" เย่หยุนซียกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเคลื่อนกายไปยังหอการค้าจันทราซึ่งตั้งบริเวณใจกลางเมืองใหญ่

     

    "ยินดีต้อนรับนายท่าน ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดให้หอการค้าจันทรารับใช้" พนักงานสาวเอ่ยปากทักทายอย่างสุภาพ หลังจากที่ชายหนุ่มก้าวข้ามผ่านธรณีประตูของร้าน

     

    "เอ่อ..........ข้าได้ข่าวว่านายหญิงแห่งหอการค้าจันทราป่วยหนักมานาน ข้าเลยมาที่นี่เพื่อรักษา" เย่หยุนซีกล่าวถึงจุดประสงค์ของตนเองอย่างเปิดเผย ทำให้พนักงานคนอื่นซึ่งอยู่รอบๆถึงกับหันมองมาทางเขาด้วยแววตาหลากหลาย

     

    "ถะ ถ้าเช่นนั้นได้โปรดรอสักครู่ ข้าน้อยจะไปแจ้งนายหญิงให้" พนักงานสาวคนเดิมกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกตกใจ ก่อนจะหมุนกายรีบวิ่งไปด้านหลังร้านอันเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ตระกูลอย่างเร่งร้อน

     

    หลังจากผ่านไปประมาณ 15 นาที นางก็กลับมาพร้อมกับสตรีผมขาวอาภรณ์ม่วงที่ทั้งงดงามและเย้ายวนพอๆกับภรรยาทั้ง 4 นางของเย่หยุนซี

     

    "ท่านคือหมอที่จะมารักษาท่านแม่ของข้าหรือ"นางกล่าวถามในทันทีที่มาถึง

     

    "อ่ะ อ่า แต่ข้าเป็นเพียงหมอไร้นาม คงต้องขึ้นอยู่กับท่านแล้วว่าจะให้ข้าลองรักษานายหญิงดูหรือเปล่า"เย่หยุนซีตอบกลับอย่างถ่อมตน มิได้โอ้อวดความสามารถ

     

    "ตอนนี้อาการของท่านแม่แย่มาก ไม่ว่าหมอคนไหนจะมารักษาข้าก็ยินยอมทั้งนั้น" หญิงงามกล่าวพลางผายมือไปทางประตูหลังของร้าน ก่อนจะเดินนำช้าๆอย่างมีมารยาท

     

    เย่หยุนซีเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พลันพยักหน้ารับและเดินตามนางไปโดยลังเลใจเลยสักนิด