(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

ตอนที่ 210 โทมัสโดนรุม

ตอนที่ 210 โทมัสโดนรุม



“ค่า ไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ...ขอบคุณนะคะพี่โทมัส!”

เอลล่าถอดผ้าคลุมกันเปื้อนของเธอ ส่งให้กับโทมัส เธอยิ้มกว้างให้กับพี่ชายคนนี้ด้วยความขอบคุณ ก่อนจะวิ่งไปหาไลท์ที่กำลังยืนรอเธออยู่อีกฟาก

จากสามสาว เมื่อมีเอลล่าเข้ามาสมทบ ตอนนี้ก็ได้กลายเป็นสี่สาวเข้าไปแล้ว ชาวบ้านในหมู่บ้าน หากไม่รู้จักกับไลท์กันมาก่อน ทุกคนคงต้องมองเขาด้วยความอิจฉาตาร้อนกันไปแล้ว ที่มีหญิงสาวหน้าตาดีทั้ง 4 คน ยืนห้องล้อมเขาเฉกเช่นนี้


เพียงแต่ในผู้คนในหมู่บ้าน ต่างก็เริ่มจะรู้จักไลท์กันมาบ้างแล้ว รู้ว่าเขานั้นเป็นพ่อครัวของร้านอาหารสามเวลาที่เปิดร้านขายอยู่ในหมู่บ้านและในป่าดาราฉาย


เหล่าชาวบ้านจึงเอ่ยปากทักทายกับเขาตามประสา คนรู้จักก็เท่านั้น


“ตอนแรกก็นึกว่าไอ้หนุ่มคนไหนกันที่มี สาวๆ ห้อมล้อมแบบนี้...ที่แท้ก็เป็นท่านไลท์นี้เอง”

“ท่านไลท์เดี๋ยววันนี้วันเกิดลูกสาวของผม ผมกับครอบครัวจะแวะไปกินอาหารที่ร้านกันตอนเย็นนะครับ”


ไม่ว่าไลท์จะไปที่ไหน ก็มีเสียงทักทายจากผู้คนในหมู่บ้าน ร้องทักและแซวเขาว่าเป็นหนุ่มฮาเร็มไปเสียหมด แต่พอทุกคนหญิงสาวทั้ง 4 คนใกล้ๆ ที่ประกอบไปด้วย เอลล่า หนึ่งในพนักงานของร้านอาหารสามเวลา ที่พวกเขารู้จัก


รวมไปถึง นักแสดงพริมโรส ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งอาณาจักร เหล่าชาวบ้านที่พบเห็น จึงได้แต่ตะลึงค้าง ขยี้ตารัวๆ ว่าหญิงสาวที่ตนเองพบเห็น ใช่นักแสดงพริมโรสตัวจริงเสียงจริงหรือไม่


พอรู้ว่าเป็นนักแสดงพริมโรสจริงๆ เหล่าชาวบ้านก็ไม่หันมาสนใจ พ่อครัวหนุ่มผู้นี้อีกเลย


“ผมว่าคุณพริมโรส ปกคลุมใบหน้าดีกว่าไหมครับ...เดี๋ยวหมู่บ้านแห่งนี้จะลุกเป็นไฟ ไปเสียก่อน” ไลท์กลัวว่าชาวบ้านในหมู่บ้านจะทำให้นักแสดงพริมโรส รู้สึกอึดอัด จึงถอดเสื้อคลุมที่เขาสวมใส่ ส่งให้นักแสดงพริมโรส ไว้ใช้บดบังใบหน้าของเธอ ไม่ให้เป็นที่สะดุดตา

“ขอบคุณค่ะ ไลท์” พริมโรสรีบใช้เสื้อคลุมของไลท์ คลุมใบหน้าของเธอตามคำแนะนำ


แม้ในตอนแรก เธอเองก็รู้สึกดีใจที่มีผู้คนจดจำและชื่นชอบเธอได้ แต่พอนานๆ ไป เธอก็เริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาจริงๆ มีคนเข้ามาห้อมล้อมเธอมากขึ้นเรื่อยๆ โชคยังดีที่ไลท์และเอลล่า ช่วยกันเข้ามาห้ามชาวบ้านที่พวกเขารู้จักเอาไว้ได้บางส่วน

ทำให้ทุกคนยอมถอยออกไป ไม่มามุ่งเธอ จนขยับตัวไปไหนมาไหนไม่ได้อีก


หลังจากนักแสดงพริมโรสใช้ผ้าคลุมศีรษะเอาไว้แล้ว บวกกับไลท์ได้พูดเชิงขอร้องกับเหล่าชาวบ้าน ไม่นานทุกคนก็แยกย้ายจากไป

ปล่อยให้ไลท์ได้พาทั้ง 4 สาว เดินเที่ยวชมหมู่บ้านดาราฉาย ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายเสื้อผ้าประจำหมู่บ้าน


“ไลท์กับเอลล่านั้นเอง เอ๊ะวันนี้มีหญิงสาวที่ไหนมาจากไหนกันมากมายเนี่ย?” เป็นเจ้าของร้านหญิงเข้ามาทักทายไลท์กับเอลล่า ด้วยความสนิทสนมกันพอสมควร


“เป็นลูกค้าที่มาจากเมืองหลวงครับ พอดีพวกเธอต้องการผ้าที่จะเอาไปใช้ในการทำเสื้อรัดรูปครับ ที่ร้านพอจะมีเหลือไหมครับ” ไลท์เอ่ยถาม ถึงเสื้อผ้ารัดรูปที่เคยหาซื้อให้กับเอลล่าจากเจ้าของร้าน

“ถ้าเป็นผ้าที่ใช้ทำเสื้อรัดรูปก็พอจะมีอยู่หรอก แต่เสื้อรัดรูปที่ตัดเรียบร้อยแล้ว ที่ร้านฉันขายหมดไปแล้ว...หากไลท์ต้องการเพิ่ม จริงๆ เอาไว้อีกสัก 2 อาทิตย์ ค่อยมาเอาได้ไหม ฉันจะรีบสั่งไปที่เมืองดาราฉายให้พวกเขารีบส่งกลับมาให้เร็วที่สุด” เจ้าของร้านเสื้อผ้าในหมู่บ้านดาราฉาย ก็ดูจะผิดหวังที่ร้านของเธอ แทบจะไม่มีเสื้อผ้าที่ลูกค้าต้องการเลย


ในร้านของเธอ มีขายก็แต่เสื้อผ้าที่ ทางเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ ไม่เอากันแล้ว ถึงยอมขนส่งมาให้กับร้านของเธอ แถมส่งมาให้เร็วมากๆ มากเสียยิ่งกว่าเสื้อผ้าที่เธอสั่งไปเสียอีก


ทั้งนี้แม้ทักษะของเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าในหมู่บ้าน จะมีทักษะในการตัดเย็บเสื้อผ้าได้เอง แต่ถึงกระนั้นลำพังเรี่ยวแรงของเธอเพียงคนเดียว ยังไงเสียก็คงไม่พอที่จะรองรับกับความต้องการของลูกค้าในหมู่บ้านได้อยู่แล้ว


ทำให้ถึงเธอจะมีผ้าที่ใช้ในการตัดเย็บอยู่เป็นจำนวนมาก แต่กว่าจะเสร็จแต่ละตัวก็ใช้เวลานานหลายวันเลยทีเดียว


“2-3อาทิตย์เลยเหรอครับ...ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรครับ พวกเราซื้อแค่ผ้าพวกนี้ก็พอ” ไลท์นั้นจำได้ว่า นาเดียและพริมโรส มีกำหนดเดินทางกลับอยู่ในช่วง 2-3 อาทิตย์พอดิบพอดี


หากสั่งซื้อเสื้อไปตอนนี้ ยังไงเสียมันก็คงไม่ทันอยู่ดี ฉะนั้นเอาเป็นว่าหาก เมย่าตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับทั้งสองคนได้ไม่ทัน เขาก็คงจะต้องวานให้แมท ช่วยขับรถม้าไปซื้อให้ที่เมืองดาราฉาย ดูจะเข้าท่ามากกว่า


เมย่านั้นมองดูผ้าที่เจ้าของร้านชี้ให้เธอเลือก เธอจับผ้าพลิกไปมา ก่อนจะเลือกเอาผ้าสีดำมา 2 ม้วน กับสีขาวอีก 1 ม้วน พร้อมกับหาซื้อม้วนด้าย สีสันต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง


“ซื้อไปแค่สองสี จะพอเหรอจ๊ะคุณหนู?” ไม่ว่าจะในโลกไหนๆ เจ้าของร้านทุกคนก็มักจะเชียร์ให้แขกซื้อของจากร้านตนเองไปเยอะๆ เหมือนกันหมด

“สองสีก็พอแล้วค่ะ” เมย่าตอบกลับ ก่อนจะหยิบเงินมากกว่าหลายร้อยเหรียญทองมณี ยื่นให้กับเจ้าของร้าน ตามที่ได้แจ้งราคาไว้

“ส่งมาให้ผมถือดีกว่าครับ ทุกคนพึ่งจะออกกำลังกายกันมา ร่างกายกำลังฟื้นตัวอย่าพึ่งออกแรงกันเลยครับ” ไลท์ถือม้วนผ้าทั้งหมดไว้ที่ใต้วงแขน พลางยกมันไปใส่ไว้ในรถเข็นที่ขอยืมมาจากร้านขายเสื้อผ้า


แต่มิวาย หลังจากจัดแจงขนย้ายม้วนผ้าที่ซื้อไว้จนเสร็จสรรพ เหล่า 4 สาว ก็กลับออกมาพร้อมกับ ม้วนผ้าสีชมพูอ่อน อีกหนึ่งม้วน


“พอดี ฉันได้ยินจากคุณโทมัสมาว่า เอลล่าไม่ค่อยมีเสื้อผ้าใส่นอกจากชุดทำงานของเธอ ฉันจึงอยากตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับเธอเป็นของขวัญค่ะ” เมย่ายื่นม้วนผ้าให้กับไลท์ เพื่อให้เขานำไปเก็บ


หากแต่ไลท์กลับยืนเงินค่าม้วนผ้านี้ให้กับเมย่าแทน “เงินนี้ให้คุณเมย่าไว้เป็นค่าผ้าและค่าเสื้อผ้าของเอลล่านะครับ เอลล่าคือน้องสาวของผม หากไม่รับเงินนี้ไว้ ผมคงจะรู้สึกไม่ดีแน่ๆ” ไลท์รู้ตัวดีว่าเขานั้นยังดูแลเอลล่าและแอล ได้ยังไม่ดีพอ


เนื่องจากงานในร้านที่ค่อนข้างยุ่งและวุ่นวาย แม้เอลล่าและแอล จะไม่ได้เรียกร้องหรือขออะไรจากเขา


แต่บางสิ่ง บางอย่าง ต่อให้อีกฝ่ายไม่พูด ไม่ร้องขอ ก็ไม่หมายความว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ต้องการ


เอลล่าและแอล ในใจอาจจะอยากได้อยากมีเหมือนกับคนอื่นๆ แต่เป็นเพราะพวกเธอไม่กล้าที่จะรบกวนไลท์ ไม่อยากเห็นไลท์ต้องเหนื่อยมากกว่าเดิมเพราะตนเอง ไฉนเลยที่ทั้งสองคนจะกล้าเรียกร้องสิ่งของจากไลท์ได้อีก


ฉะนั้นไลท์จึงใช้เงินของตัวเอง ขอซื้อเสื้อผ้าและเป็นค่าแรงให้กับเมย่าในการตัดเย็บเสื้อให้กับเอลล่าและแอลไปเสียเลย


“พี่ไลท์ ไม่ต้องหรอกค่ะ”

“เอลล่า จำไว้นะ หากเธออยากได้อะไรก็ขอให้บอกฉันมาตรงๆ ฉันไม่เคยเหนื่อยเลยที่ได้ดูแลพวกเธอสองพี่น้อง เข้าใจไหม” ไลท์ยิ้มพลางลูบหัวเอลล่า ด้วยความเอ็นดู

เอลล่าเองก็ยิ้มให้กับไลท์ โดยที่ดวงตาของเธอนั้นเจือไปด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น


อย่างไรก็ตามท่ามกลางสายตาของนาเดีย พริมโรสและเมย่าที่มองกลับมา พวกเธอทั้งสามก็มีความรู้สึกที่เอ่อล้นไม่แพ้เอลล่าด้วยเหมือนกัน ผู้ชายตรงหน้าของพวกเธอช่างเป็นคนที่อบอุ่นเสียนี่กระไร


พวกเธอทั้งสามคิดฝันไปถึงภาพของตัวเอง ที่ได้อยู่กับไลท์ ไปตามจินตนาการของแต่ละคน

พริมโรสคิดถึงภาพของไลท์ที่อยู่ดูแลเธอ ยามเสร็จจากการแสดงที่เหนื่อยล้า ในฐานะคู่ชีวิตคนหนึ่ง

นาเดียคิดถึงภาพของไลท์ ที่อยู่ช่วยดูแลบ้านเมืองกับผู้เป็นพ่อของเธอ ในฐานะผู้เป็นลูกเขยของตระกูลขุนนางคนหนึ่ง

ส่วนคนสุดท้ายเมย่า เธอคิดถึงไลท์ ที่อยู่กินกับเธอในบ้านหลังเล็กๆ คอยอบรมเลี้ยงดูลูกตัวน้อยๆ ของเธอและเขา ในฐานะพ่อคนหนึ่ง


“เอาล่ะ ในเมื่อซื้อผ้ากันเสร็จแล้ว งั้นพวกเรากลับไปหาโทมัสกันดีไหม” ไลท์จัดแจงเข็นรถเข็นที่มีม้วนผ้าหลายพื้นวางอยู่ด้านบน ก่อนจะเดินนำหญิงสาวทั้งสี่คน กลับไปหาโทมัส เพื่อนำผ้าที่ซื้อมานี้ฝากเจ้าชายหนุ่มกลับไปที่ร้านอาหาร

โดยพวกเขาจะออกเดินทางกันต่อเพื่อไปยังฟาร์มปลากันต่อไป


ทั้งนี้ในระหว่างที่ไลท์พาหญิงสาวทั้งสี่กลับไปหาโทมัสอยู่นั่นเอง จู่ๆ ภายในหมู่บ้านดาราฉายก็เต็มไปด้วยกลุ่มของชาวบ้านจำนวนมาก ยืนปิดทางของพวกเขา จนแทบจะแทรกตัวผ่านไปไม่ได้


ซึ่งในระหว่างนั้น กลุ่มของชาวบ้านที่ยืนบดบังเส้นทาง ก็พลันได้ยินเสียงขอทางจากไลท์ที่พูดจากทางด้านหลัง ก่อนที่กลุ่มชาวบ้านที่จดจำเสียงของพ่อครัวหนุ่มได้ จะรีบเปิดทางให้กับเขา พร้อมกับแจ้งถึงเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับเขาได้ฟัง ด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก


‘ท่านไลท์เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ทุกคนเปิดทางให้กับท่านไลท์ผ่านไปหน่อย เร็วเข้า!’


“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ?” ไลท์ไต่ถามถึงสาเหตุที่จู่ๆ ก็มีชาวบ้านมากมายมายืนกันเต็มหมดกับชายคนหนึ่งที่เป็นลูกค้าประจำของทางร้าน

“ท่านไลท์ปลอดภัยก็ดีแล้ว ท่านไลท์รีบเข้าไปดูไอ้หนุ่มหน้าหล่อ ลูกศิษย์ของท่านไลท์ก่อนเถอะ เมื่อครู่นี้กลุ่มของไอ้เดนนรกร็อค พวกมันนั้นมาหาเรื่องเขาและอัดลูกศิษย์ของท่านเสียน่วมเลย” ชาวบ้านคนนั้นได้เล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ให้กับไลท์ได้ฟัง


ทันทีที่ไลท์ได้ยินว่า โทมัส ถูกร็อคยกพวกมารุมทำร้าย เขาก็พลันรีบวิ่งกลับไปหาโทมัสในทันที


“เจ้าโปริ่ง ช่วยจัดการกับผู้คนที่ขวางทางที” ไลท์มีสีหน้าที่เคร่งเครียด เขาโยนเจ้าโปริ่งขึ้นไปบนหลังคาบ้านหลังหนึ่ง เพื่อให้เจ้าโปริ่งจัดการเคลียร์เส้นทางที่มีชาวบ้านรุมล้อมกันเต็มไปหมด


หึ่งง~!

จิตสังหารรุนแรงที่เจ้าโปริ่งได้ปลดปล่อยออกมา ได้สอดรับกับใบหน้าของไลท์ที่ดูเอาจริงเอาจัง

เมื่อชาวบ้านเริ่มสัมผัสได้ถึง จิตสังหารอันเข้มข้นที่เข้ากัดกินจิตใจของตนเอง พวกเขาก็รีบมองหาต้นตอ ก่อนจะพบว่ามันนั้นมาจากพ่อครัวหนุ่มจากร้านอาหารสามเวลา จนทุกคนต้องรีบหลบทางไปโดยเร็ว

กลุ่มชาวบ้านรีบกุลีกุจอ เปิดทางให้กับไลท์ในทันทีที่สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเข้มข้น พลางพูดคุยกันจากด้านหลัง


‘อึก~แรงกดดันจากจิตสังหารของท่านไลท์รุนแรงมาก ท่านไลท์คงจะต้องโกรธมากแน่ๆ’

‘เป็นใครจะไม่โกรธบ้างล่ะ ลูกศิษย์ถูกรังแกแบบนี้เป็นใคร ก็ฉันคงไปลากคอไอ้ร็อคมาจัดการแน่ๆ’

‘ฉันว่าฝ่ายที่ถูกรังแกไม่ใช่ลูกศิษย์ของท่านไลท์หรอก เห็นๆ กันอยู่ว่าสภาพของไอ้ร็อคมันยับเยินขนาดไหน ตอนที่หนีหัวซุกหัวซุนกันเยี่ยงสุนัข’


ในชั่วอึดใจเดียว ไลท์ก็ได้มายืนอยู่ที่หน้าร้านขายอาหารของเขา ที่ถูกถล่มจนพังเสียหายยับเยิน


ข้าวของเครื่องใช้ รถม้าที่ใช้ในการขายอาหารของเขาล้วนถูกทำลาย จนแทบจะไม่เหลือซาก โดยมีร่างของโทมัสพยายามตะเกียกตะกาย แบกร่างอันชอกช้ำของตนเอง กู้ซากที่พังเสียหายยับเยินอยู่เพียงลำพัง


ใบหน้าของโทมัส มีร่องรอยของคราบเลือดที่เกอะกัง ที่ยังคงมีบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ


“โทมัส เป็นยังไงบ้าง?!” ไลท์รีบวิ่งเข้าไปดูอาการของโทมัส ลูกศิษย์ของเขาด้วยความเป็นห่วง ป่นระคนกับความโกรธที่คนของเขาต้องถูกรุมทำร้ายเช่นนี้


“สบายมากครับเชฟ...แอ่กๆ ไอ้พวกนั้น หมัดและเท้าของพวกมัน เบาเสียยิ่งกว่าก้อนเมฆเสียอีก โดนแค่นี้ไม่ทำให้ผมระคายได้หรอกครับ...เพียงแต่ผมไม่สามารถปกป้องร้านของเชฟเอาไว้ได้ ผมขอโทษครับ” โทมัสเมื่อเห็นไลท์ ก็รีบฝืนร่างกายที่บาดเจ็บของตัวเองเอาไว้ หวังไม่ให้ไลท์ต้องเป็นห่วง


“เด็กโง่ บาดเจ็บขนาดนี้แล้วยังทำตัวเก่งอีก...มาให้ฉันดูบาดแผลก่อนเถอะ มีตรงไหนที่บาดเจ็บอีกไหม”

ไลท์ใช้มือประคองใบหน้าของโทมัส พลางพลิกซ้ายพลิกขวาเพื่อตรวจสอบถึงอาการบาดเจ็บของลูกศิษย์คนโปรด อย่างเบามือ


ไลท์จัดแจงตรวจสอบร่างกายของโทมัส ไล่จากบนลงล่าง จนแน่ใจแล้วว่าไม่มีส่วนใดของร่างกายโทมัสที่แตกหรือหัก อย่างมากบาดแผลส่วนใหญ่ก็เป็นแค่รอยฟกช้ำที่เกิดจากการถูกเตะและต่อยเท่านั้น


หากแต่สิ่งที่ไลท์อยากรู้ หลังจากตรวจสอบร่างกายของโทมัสเสร็จแล้วก็คือ ลูกศิษย์ของเขาที่มีร่างกายแข็งแรงแถมยังได้รับการเสริมสร้างพละกำลังจากไลท์อยู่ทุกวี่วัน รวมไปถึงมีพลังเวทระดับสูงที่เหนือกว่ากลุ่มของร็อคและพรรคพวก หลายเท่าตัว

เหตุใดถึงพลาดท่าเสียทีจนหมดสภาพแบบนี้?


“ผมเจ็บตัวนิดหน่อย นั้นไม่เป็นไร...แต่ชื่อเสียงของร้าน ผมจะยอมให้ใครมาทำลายไม่ได้เป็นอันขาด” โทมัสได้เล่าถึง กลุ่มของร็อคและพรรคพวกมาหาเรื่องตนเองที่ร้านให้กับไลท์ได้ฟัง


แน่นอนว่าร็อคหวังที่จะแก้แค้นที่โทมัสเคยเล่นงานพวกมันป่าดาราฉาย


พอสบโอกาส เมื่อเห็นว่าโทมัสนั้นอยู่คนเดียว มันที่มีพรรคพวกมากกว่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมตัวของคนกเฬวรากภายในหมู่บ้านดาราฉาย พวกมันก็จงใจเข้ามาหาเรื่องโทมัสที่กำลังขายของในทันที



...โปรดติดตามตอนต่อไป...

ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

www.facebook.com/writelazy




คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน