เจาะเวลาหาขงเบ้ง 寻孔明

    ตอนที่ 134 กลยุทธแพรวพราว

     error loadedแผนที่แสดงที่ตั้งปัจจุบัน รองแม่ทัพ 'ตันหลัน’  ย่อมไม่เห็นเมืองเล็กๆ อย่างเกียดเซก อยู่ในสายตา !!ว่ากันว่าที่เมืองนี้มีกำลังพลราว 3 หมื่น พอกัน ..แต่ด้วยฝีมือการนำทัพระดับมืออาชีพของเขา ..ย่อมต้องได้เปรียบอีกหลายเท่าตัวนัก !!! นอกจากตีเมืองเล็กๆเหล่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้ยกมาช่วยเมืองเป้าหมายแล้ว ยังเป็นการรวบรวมทรัพยากรต่างๆให้แก่กองทัพ ได้แก่เสบียงอาหาร และเข้าเกณฑ์เอาประชาชนในเมืองนั้นมาเป็นกำลังทหารให้กับกองทัพอีกด้วย 36 กลยุทธซุนจื่อกลยุทธ์ที่ 12 จูงแพะติดมือ (Take the opportunity to pilfer a goat : 順手牽羊 : ซุ่นโส่วเชียนหยาง) เป็นกลยุทธ์ที่การใช้ความประมาทเลินเล่อของศัตรูเพียงเล็กน้อยให้เป็นประโยชน์ เมื่อพบเห็นโอกาสให้รีบฉกฉวยมาเป็นของตน แม้จะเป็นเพียงชัยชนะที่เล็กน้อยก็ตาม แต่เมื่อเป็นประโยชน์แก่กองทัพจำต้องช่วงชิงมาเป็นของตนให้ได้ ……..………เมืองเล็กๆริมทะเล ตัวกำแพงเมืองกลับสูงใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก ..นี่ไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้เสียแล้ว หลังจากสั่งกำลังทหารล้อมเมืองไว้เสร็จสรรพ หากไม่อยากเสียเวลาตีกำแพงเมืองที่ใหญ่โตมโหฬาร ก็จะต้องใช้วิธีที่รวดรัด 'ท้าทาย' เพื่อให้ฝ่ายรับออกมาสู้กันให้จบๆไปโดยเร็ว “ข้ารองแม่ทัพตันหลัน ซึ่งพระเจ้าต๋องซือ (อ้วนสุด) รับสั่งให้มารับมอบเมืองนี้แต่โดยดี ..หากไม่ยอมแล้วก็จงมารบกันเถิด”ซึ่งเขารอเพียงไม่นานก็ปรากฏร่างเล็กๆ บนม้าชั้นดีควบเข้าหาโดยไม่พูดไม่จาซักคำ !!! เป็นชายสวมหมวกสีน้ำตาล ไว้หนวดกระจุ๋มกระจิ๋ม …ผู้เป็นขุนศึกป้ายแดงของลอร์ดดำรงค์ นาม  ‘หูฮันเซีย’  ผู้นั้น !! เมื่อควบม้าเข้ามาในระยะยิง ก็ขึ้นลูกธนูสามดอกแล้วยิงออกไปอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้า !!!เฟี้ยวววว ..เชี้ยววๆๆๆๆ  ตันหลันเห็นดังนั้นก็แตกตื่นอย่างที่สุด !!ลูกศรสังหารนั่นแนวยิงสุดเป็นพิสดารนักหนา อย่าว่าแต่ปัดป้อง แค่จะหลบยังยากลำบากเกินไปสำหรับผู้มีพลังยุทธในระดับเขาตันหลันพลิกหลบลงไป โดยใช้ม้าศึกเป็นโล่ห์ ….เฟี้ยววว ฉึกๆๆ .. ฮี่ !!!! 3 ดอกเข้าเป้าแบบเน้นๆ ..ม้าเคราะห์ร้ายสิ้นใจตายในทันที เหวอ ..ไม่ไหวแล้วโว้ย !! ฝีมือห่างชั้นกันอย่างเทียบไม่ได้ รองแม่ทัพอย่างเขาเกิดอาการกลัวตายอย่างฉับพลัน พอตั้งสติได้ก็แย่งม้าจากทหารเลว แล้วควบม้าหนีทัพไปเสียอย่างนั้น ?? กรุบๆๆๆ ..เป้าหมายคือป่าข้างหน้านั่น-ดูเหมือนมันจะมิได้ตามมา ตัวกูจะซ่อนอยู่ในป่าจนเวลาค่ำจึงจะคิดการต่อไป-ผูกม้าได้ ก็หาที่เหมาะๆ เพื่อใช้อำพลางตัวอย่างแนบเนียน ..แต่อยู่ในเขตแดนศัตรูจะยังวางใจไม่ได้ !!! ตึก ๆ ๆ …อยู่ๆหัวใจก็เต้นแรงอย่างลืมตัว ?จริงๆแล้วเขากลัวขุนศึกผู้นั้นขนาดนี้เลยหรือ ? วี๊ดดดดด… เสียงเล็กแหลมนี่มันเสียงกรีดร้องของตัวอะไร ? และเมื่อหันกลับไป เขาก็พบกับใบหน้าหล่อเหลา ..หล่อเหลาแต่เย็นชาประดุจหยกขาวไร้ริ้วรอยใดๆและนั่นคือภาพสุดท้ายก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมาด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่กว่าเจ้าชีวิตทั้งปวง …ซู้ดดดดดดด #กองทัพกระดูกชื่อของเจ้าคือ [ไอ้ตัน] พลังบ่มเพาะที่ได้มาเล็กน้อยมากๆ สำหรับขุมพลังระดับ [ก่อจิต ขั้น 5] ในตอนนี้ แต่ [ไอ้ตัน] ผู้นี้ จะคอยพลิกสถานการณ์ของแนวรบทั้งหลายให้สำเร็จ !!! รองแม่ทัพตันหลันกลับมากอบกู้สภาพกองทัพ ที่กำลังระส่ำระสายเอาไว้ได้ในที่สุด ..ในรอบนี้ดูคล้ายเขาเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม แถมแค่เพียงข่มขู่เล็กๆน้อย เมืองเกียดเซกก็เปิดประตูเมืองให้รองแม่ทัพของเขาเข้าไปง่ายๆ ?................ จากนั้นกลับออกมาจากพร้อมทหารกล้าอีก 3,000 นาย !!!พร้อมเสบียงอาหารแปลกๆ คล้ายผงแป้ง ? หรืออะไรทำนองนั้น ? นายทหารผ้าคลุมสีดำทมิฬเหล่านี้ ..เพียงแค่มองมา เหล่าทหารอ้วนสุดต่างรีบหลบสายตาอย่างวุ่นวาย !!!รองแม่ทัพตันหลันไปเกณฑ์ไพร่พลระดับนี้มาได้อย่างไร ? กล้ามใหญ่โตอลังการ ! แม้ผ้าคลุมแปลกๆสีดำผืนใหญ่ยักษ์ ก็ยังไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้ ..นั่นย่อมหมายถึงพลังกายที่ขุนพลระดับต้นจะมีได้ชัดๆ ..พวกเขามีกันถึงสามพันคน เหตุใดจึงอ่อนน้อมต่อ ‘ตันหลัน’ ขนาดนั้น ? ..อาจบางที นี่เป็นบารมีของพระเจ้าต๋องซือ (อ้วนสุด) กระมัง ..จึงพลิกสถานการณ์อันเลวร้ายให้กลับกลายเป็นชัยชนะในท้ายที่สุด… **************************** --------------เมืองชีจิ๋ว--------------ฝ่ายลิโป้ไม่อาจดูเบากองทัพใหญ่ของอ้วนสุดได้เลย ซ้ำร้ายยังแยกกันไปตีเมืองใกล้เคียงทุกหัวเมือง คาดว่าเพื่อป้องกันการช่วยเหลือเมืองเอกเช่นชีจิ๋ว แถมยังได้ทรัพยากรและกำลังพลเพิ่มตันก๋งได้ยินจึงแนะนำว่า เกิดเหตุใหญ่ทั้งนี้ก็เพราะตันกุ๋ยตันเต๋งสองคนพ่อลูก ห้ามมิให้ท่านยกลูกสาวให้แก่บุตรอ้วนสุด แล้วคิดอ่านขึ้นไปหาโจโฉ ขอให้ท่านจับตัวตันกุ๋ยกับตันเต๋งตัดศีรษะส่งให้อ้วนสุด แล้วแจ้งเนื้อความทั้งปวงให้อ้วนสุดสิ้นสงสัย เห็นอ้วนสุดก็จะเลิกทัพไปเอง นี่นับเป็นโอกาสเดียวที่ลิโป้จะกำจัดหนอนบ่อนไส้ไปได้อย่างถาวร ..เพียงแต่หนอน 2 ตัวนี้ย่อมไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ท่านนี้แต่แรกข้าพเจ้าเห็นว่าจะมีปัญญา มาบัดนี้เห็นความคิดท่านนั้นอ่อนนัก จะกลัวอันใดกับกองทัพอ้วนสุดเจ็ดกองเท่านี้ อุปมาเหมือนหญ้าเจ็ดกำอันใกล้ปากโค ถ้าจะคิดทำการ เห็นกองทัพอ้วนสุดนั้นจะไม่พอความคิดเสียอีก ลิโป้ได้ฟังคำเจรจาของ ตันกุ๋ยตันเต๋ง สองพ่อลูกก็สงสัยเป็นนักหนา ? ทหารอ้วนสุดมากก็จริง แต่เป็นคนสำส่อนไม่ชำนาญในสงครามแล้วอ้วนสุดก็ไม่สู้ไว้ใจทหารของตน ส่วนฝ่ายทหารในเมืองเราล้วนแล้วไว้ใจได้ แม้ยกออกไปรบกับอ้วนสุด เห็นทหารข้างเราจะมีชัยชนะ แลความคิดของข้าพเจ้าที่จะรักษาเมืองชีจิ๋ว แลจะต่อสู้กับอ้วนสุดนั้นก็ยังมีอยู่ !!! บร๊ะ !!! ..ลิโป้เริ่มคล้อยตาม หันเซียม-เอียวฮอง สองคนนี้ เดิมทำราชการอยู่ในพระเจ้าเหี้ยนเต้ ครั้นโจโฉกระทำเบียดเบียนไม่มีที่อาศัย จึงหนีมาพึ่งอยู่ด้วยอ้วนสุด  แลอ้วนสุดก็มิได้เลี้ยงดูให้ถึงขนาด ข้าพเจ้าเห็นว่าหันเซียมกับเอียวฮองจะมิเป็นใจทำราชการด้วยอ้วนสุด ขอให้ท่านมีหนังสือลับไปถึงหันเซียมเอียวฮองว่า เมื่อท่านกับอ้วนสุดจะออกรบกันนั้น ให้หันเซียมเอียวฮองคิดอ่านเป็นไส้ศึกขึ้น แล้วให้ท่านมีหนังสือไปถึงเล่าปี่ ให้เล่าปี่กวนอูเตียวหุยยกทหารมาช่วยตีกระหนาบหลังอ้วนสุด เห็นอ้วนสุดก็จะเสียแก่เรา ลองดูย่อมไม่เสียหาย ..ลิโป้แต่งหนังสือส่งไป โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่า [ไอ้ตัน] หรือ ตันหลัน หลังจากยึดเมืองเกียดเซกได้ ก็ยกกำลังทหารจากเกียดเซกทำทีไปตีเมืองแห้ฝือเพื่อช่วย 'หันเซียม' จากนั้นจึงจะเข้าตีเมืองจุนสัว เพื่อช่วยเหลือ 'เอียวฮอง'  ..แท้จริงแล้วมีเจตนาอะไรกันแน่ ?

    คล้ายกับเรื่องเจาะเวลาหาขงเบ้ง 寻孔明 ที่คุณอ่าน