ด้วยเหตุการณ์ที่มันพาไปนั้นมันทำให้เวลานี้ที่โต๊ะอาหารของโอ๊ตมีสมาชิกเพิ่มเข้ามา ที่นั่งอะไรต่างๆก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยที่โอ๊ตต้องย้ายตัวเองไปนั่งด้านเดียวกับปิงปิง ไอนะที่เห็นโอกาสเธอก็ไม่รอช้าที่จะขยับตัวมานั้นข้างๆพี่ชายของเธอในทันที ส่วนสองสาวผู้มาใหม่ก็ได้แต่ยิ้มแห้งกันทั้งคู่ พร้อมกับความผิดที่ยังคงคาอยู่ในหัวใจ
“พี่ชายย.. สองคนนี้เป็นใครกันอย่างนั้นเบ๋ออ..” เมื่อตัวของไอนะเข้าใกล้กับโอ๊ตได้แล้ว เธอก็ไม่ลืมที่จะทำตัวอ้อนๆ เธอถามถึงทั้งสองคนที่มาใหม่ว่าพวกเธอเป็นใคร และเหตุที่เธอต้องทำตัวน่ารัก และใช้น้ำเสียงที่ดูน่ารักอย่างนี้ก็เป็นเพราะเธอตั้งใจจะให้พี่ชายเลี้ยงไอศกรีมเธออีก 1 ชุดนั่นเอง
“ทั้งสองคนเป็นเพื่อนของพี่ชายเอง.. ไอนะก็ให้พวกเธอนั่งตรงนี้ด้วยนะได้ไหม... โอเค?” โอ๊ตกล่าว พร้อมกับทำตัวน่ารัก จนมนต์กับเฟิร์นที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับอ้ากปากค้าง พวกเธอไม่เคยคิดว่าโอ๊ตจะเป็นโลลิคอนขนาดนี้ หรือบางทีเขาอาจจะเป็นคนที่ชอบผู้หญิงตัวเล็กอะไรทำนองนั้นก็ได้..
“ได้สิๆ แต่พี่ชายก็รู้ใช่ไหมว่ามันต้องมีค่าธรรมเนียมน่ะ..” ไอนะกล่าวออกมาพร้อมกับหน้าของเธอที่บ่งบอกกับโอ๊ตได้เป็นอย่างดีว่าเธอต้องการอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยน เขาจึงยิ้มรับ และตอบกลับในทันที
“แน่นอนสิ!.. ค่าธรรมเนียมต้องเป็นไอศกรีมอยู่แล้ว..” โอ๊ตกล่าว พร้อมกับไอนะที่ร้องเย้ออกมาอย่างน่ารัก แฟนคลับที่นั่งใกล้ๆ และเห็นภาพที่มีดาเมจรุนแรงขนาดนี้ พวกเขาก็ต่างฟินกันเป็นแถวๆ อาหารไม่ต้องกินกันแล้ว เพราะมันอิ่มอกอิ่มใจไปหมด หลังจากนั้นมนต์ และเฟิร์นก็เริ่มสั่งอาหารเพื่อความเนียนทั้งๆที่พวกเธอเพิ่งจะทานมาเมื่อไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่แล้วก็ตาม..
..ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง ณ ฐานทัพลับของตระกูล ณ สุวรรณภูมิ..
“เมืองแห่งนี้มักจะทำให้แปลกใจได้เสมอๆจริงๆ ครั้งนี้เป็นนักข่าวที่ไม่รู้ว่าเรามีอิทธิพลอย่างไร.. เฮ้ออ ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง มีหวังคุณชายได้ทำอะไรให้ปวดหัวอีกแน่..” กิตติกล่าวออกมาอย่างปวดหัว
“นั่นสิขอรับ.. กระผมคิดว่าพวกเขาคงไม่เคยเห็นกฎของเมืองหลวงที่พวกเราเหล่าตระกูลใหญ่ใช้ลงโทษกับพวกที่กล้ามาหาเรื่องแน่ๆเลยขอรับ พวกเขาเลยคิดว่าไม่เป็นอะไร..” ชูเกียรติที่เพิ่งจะกลับมาพบกับกิตติที่ฐานทัพลับ หลังจากจัดการกับตระกูลเครือการค้าตี้หวัน และยึดทุกสิ่งทุกอย่างมาทั้งหมดได้ เขากล่าวออกความคิดเห็นตามความคิดของตัวเอง
“อาจจะเป็นอย่างที่แกบอกมาก็ได้.. แต่หลังจากนี้มันก็คงจะเปลี่ยนไปบ้างแล้ว คุณชายเล่นใหญ่ขนาดนั้นเลยนี่นา คนใหญ่คนโตคงจะระวังตัวกันน่าดู ฉันคิดว่าพวกเขาเริ่มที่จะศึกษากันแล้ว เกี่ยวกับกฎของเมืองหลวง..” กิตติพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของชูเกียรติ
“กระผมคิดว่ามันอาจจะได้ผลดีกับพวกชนชั้นสูงของเมืองเท่านั้น แต่พวกคนธรรมดานั้นเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะรู้จักกฎ หรือตัวของคุณชาย.. บางทีพวกเขาอาจจะมุ่งทำลายคุณชายได้ จากเรื่องไม่เป็นเรื่องก็เป็นไปได้นะขอรับ..” ชูเกียรติกล่าว และถ้ามันเป็นอย่างนั้นพวกเขาจะซวยเอาได้..
“แกพูดถูก.. แต่เรื่องนั้นแกไม่ต้องเป็นกังวลหรอก ฉันมีแผนที่คิดเอาไว้แล้ว.. หึหึ รับรองได้เลยว่าคุณชายได้ดังเป็นพลุแตกแน่นอน..” กิตติกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ และชูเกียรติก็ทำหน้าสงสัยออกมา เพราะเขาไม่รู้ว่าท่านกิตตินั้นกำลังคิดจะทำอะไรอยู่
“ท่านกิตติมีแผนอยู่ในใจแล้วอย่างนั้นเหรอขอรับ แต่ว่า.. มันจะกระทบกับแผนการของคุณท่านเรื่องโรงแรมที่พัทยาหรือเปล่าขอรับ..” ชูเกียรติกล่าวถาม
“ไม่หรอก!.. มันยังคงต้องใช้เวลาเตรียมการสักพัก และฉันเชื่อว่าคุณท่านจะชื่นชอบมันอย่างแน่นอน ฮ่าๆ..” กิตติกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา
“เออ.. ท่านกิตติขอรับ บอกใบ้ให้กับกระผมสักหน่อยได้หรือไม่ขอรับ..” เมื่อชูเกียรติ์เห็นอย่างนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้ว่าท่านกิตติจะทำอะไรกับคุณชาย..
“หึหึ.. เรากำลังจะทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์.. และพระเอกของเรื่องก็คือคุณชายของเรา ฮ่าๆ เป็นยังไงล่ะ เท่านี้เราก็ได้นกหลายต่อเลยล่ะ.. ทั้งทำให้คุณชายมีชื่อเสียง ทั้งไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องคุณชายอีกต่อไป แถมอาจจะมีเหล่าแฟนคลับมาปกป้องอีก.. ชอบจริงๆเลยไอเดียนี้ ต้องขอบคุณคุณชายจริงๆที่ทำให้มันเกิดเรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้..” กิตติกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจ
“เป็นความคิดที่ดีขอรับท่านกิตติ.. ผมเชื่อว่าคุณท่านจะเห็นด้วย 100 เปอร์เซ็นต์ขอรับ.. แต่ว่า..ตัวของคุณชายจะยอมมาเล่นหนังให้เราหรือขอรับท่านกิตติ..” ชูเกียรติกล่าวถามอย่างไม่มั่นใจ เพราะเท่าที่ผ่านมาเขาต้องบอกได้เลยว่าคุณชายมีนิสัยค่อนข้างจะตามใจตัวเอง.. เป็นตัวของตัวเองถึงสุดขีด
“ก็นั่นแหละที่กำลังหนักใจ.. เอาเป็นว่าแกต้องช่วยฉันคิดว่าจะทำให้คุณชายยอมมาเล่นภาพยนต์ที่กำลังจะสร้างยังไงดี.. นอกจากนี้ยังต้องจัดคอร์สการแสดงระยะสั้นให้กับท่านอีก วุ่นวายไปหมด..” กิตติกล่าว มันเป็นความหนักใจเดียวที่เขามีอยู่ในตอนนี้ ถ้าขอกับคุณชายตรงๆมีหวังโดนปฏิเสธชัวร์ๆ
“จริงสิ! ว่าแต่ตอนนี้คุณชายทำอะไรอยู่.. ฉันยังต้องไปรายงานผลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับท่านอีก..” กิตติที่กำลังคิดแผนที่จะทำให้โอ๊ตนั้นยอมมาเป็นพระเอก จู่ๆก็นึกถึงงานที่ต้องทำในตอนนี้ขึ้นมาได้
“ตอนนี้คุณชายกำลังร่วมรับประทานอาหารกับไอดอลไอนะ.. คุณหนูปิงปิงหลานสาวคุณชุนตง.. คุณหนูมนต์หลานสาวของท่านเสรี และคุณภาคภูมิ.. คุณหนูเฟิร์นลูกสาวของคุณหญิงเปรมขอรับ..” ชูเกียรติกล่าวรายงานตามคำถามของกิตติ เพราะหลังจากกลับมาจากข้างนอกกิตติก็ต้องเข้าไปสอบสวนผู้ประกาศข่าวคนนั้นด้วยตัวเอง มันจึงเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องตามติดคุณชายแทนท่านกิตติ.
“หืออ.. คุณชายรถไฟชนกันอีกแล้วอย่างนั้นเหรอเนี่ยย.. แล้วท่านทำยังไง..” กิตติกล่าวถาม
“ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่ขอรับ.. กระผมว่าเชิญท่านมาดูด้วยตาของตัวเองจะดีกว่านะครับ” ชูเกียรติเชิญให้กิตติรับชมภาพที่ถ่ายทอดสดจากโดรนของตระกูลบนจอภาพขนาดใหญ่ที่ห้องสั่งการในทันที และเมื่อกิตติรับชมก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเลย เพราะว่าทั้งสี่สาวดูเหมือนว่าจะเข้ากันได้ดีราวกับไม่ใช่ศัตรูกัน
“ถ้าเป็นในละครไทยคงตบกันแย่งตัวคุณชายแล้ว อยากรู้จังว่าใครจะได้กลายมาเป็นนายหญิงของพวกเรา.. แต่จะว่าก็ว่าเถอะ คุณชายนี่ก็ร้ายไม่เบา คุมทั้งสี่สาวได้อยู่หมัด แถมยังสามารถให้พวกเธอเป็นเพื่อนกันได้อีก.. สุดยอดจริงๆ” กิตติกล่าวชื่นชมในตัวของคุณชายที่เขากำลังยกยอในใจให้คุณชายเป็นสุดยอดคลาสโนวาตัวพ่อ
“นั่นสิครับ กระผมเองก็แปลกใจไม่น้อยเช่นกัน แต่ก็อย่าขอให้เป็นทั้งสี่สาวเลยขอรับ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงปวดหัว แบ่งคนคุมกันไม่หวั่นไม่ไหว..” ชูเกียรติกล่าวอย่างเหนื่อยใจ
“แกก็พูดไปเรื่อย.. กฎของตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นชัดเจน.. ไม่ว่าใครในตระกูลจะสามารถมีคู่ครองได้แค่หนึ่งเดียวเท่านั้น และเมื่อถึงเวลา คุณชายจะต้องเลือกใครสักคนหนึ่งที่คู่ควรที่สุด..” กิตติกล่าว และมันก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วสำหรับนักอ่านที่พยายามถามกันเข้ามาว่ามันฮาเร็มหรือเปล่า..
“นั่นสิขอรับ.. กระผมคงจะคิดมากไปเอง” ชูเกียรติกล่าว
“ช่างเถอะ!.. ถ้าอย่างนั้นฉันไปนอนก่อนก็แล้วกัน ตอนที่ฉันไปพบกับคุณชาย แกก็ค่อยพักเอาตอนนั้น” กิตติกล่าว และพวกเขาก็แบ่งหน้าที่กันชัดเจน ซึ่งชูเกียรติก็เข้าใจ และตกลงตามที่ท่านกิตติกล่าว จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ของใครของมัน..
‘หวังว่ากฎของตระกูลจะไม่ถูกทำลายโดยคุณชายหรอกนะ..เฮ้อ” ชูเกียรติกล่าวในใจ (เดี๋ยวนะ! สรุปจะเอายังไง จะฮาเร็มหรือไม่กันฟ่ะเนี่ย.. : ไรท์งง) (เดี๋ยวๆ เอ็งจะงงอะไร แกคนแต่งนะเว้ยยยย : คนอ่าน)
..อีกด้านหนึ่ง ณ คฤหาสน์ของชุนตง..
“หลังจากเหตุการณ์นี้คงจะไม่มีใครกล้าพอที่จะเล่นงานกับคุณชายอีกแล้วล่ะมั้ง..” ชุนตงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ ตอนนี้เขาได้เชิญบรรดาผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มาพูดคุยกันที่คฤหาสน์ของเขา ซึ่งหลายคนก็เห็นด้วยกับคำพูดของชุนตงเช่นกัน
“ผมก็คิดว่ามันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น หลายๆคนเริ่มที่จะศึกษากฎของเมืองหลวงกันบ้างแล้ว..” ท่านเสรีกล่าว คนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นเคย และในที่ประชุมการพูดคุยหารือกันนี้ ประกอบไปด้วย ชุนตง ชวลิตเจ้าบ้าน ท่านเสรี ภาคภูมิ สส.เสกสรรค์ คุณหญิงเปรม และปีเตอร์ อาจจะเรียกได้ว่าถ้าพวกเขากำลังตัดสินใจทำอะไรสักอย่างร่วมกัน เมืองเชียงใหม่แห่งนี้จะต้องสะเทือนเป็นแน่
“เห่อ! ช่างกฎอะไรนั่นเถอะ ถ้าใครมันกล้ามามีเรื่องกับคุณชายแล้วล่ะก็ มันจะต้องเจอกับภาคภูมิผู้นี้ก่อน..” ภาคภูมิกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ และปฏิกิริยาของคนอื่นๆก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาให้กับภาคภูมิ บางครั้งเขาคนนี้ก็มั่นหน้าจนเกินไป จนครั้งหนึ่งดันไปมีปัญหากับคุณชายจนพวกเขาต้องเดือดร้อนกันทั่วหน้า
“ดิฉันว่าเราเลิกคุยเรื่องนี้กันก่อนดีไหมคะ.. สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคือวันนี้ดิฉันตั้งใจที่จะไปอุดหนุนกิจการของคุณชายที่หน้าโรงเรียนคอสมาติน.. พวกคุณสนใจกันไหมคะ” คุณหญิงเปรมกล่าวถาม
“กิจการร้านแพนเค้กน้อยๆของคุณชายน่ะเหรอครับ คิงแดรี่ฟูดส์ตั้งใจจะสนับสนุนคุณชาย โดยการซื้อสูตร ผลิต และส่งออกไปทั่วประเทศ.. ผมได้ลองชิมดูแล้วแพนเค้กที่คุณชายทำเรียกได้ว่าเป็นเดอะเบสจริงๆ” ปีเตอร์กล่าว
“ใช่! ผมกับภรรยาก็ได้ทานแล้วเหมือนกัน.. มันอร่อยมากจริงๆ แต่ผมคิดว่าคุณชายน่าจะทำมันเป็นงานอดิเรกของท่านก็เป็นได้ ผมไม่เห็นว่าคุณชายจะมีความจำเป็นในเรื่องของเงินๆทองๆเลยด้วยซ้ำนี่ครับ..” สส.เสกสรรค์ กล่าว
“ใช่ๆๆ ผมเคยได้ยินตอนที่ท่านกิตติขอซื้อแพนเค้กกับคุณชาย.. ท่านซื้อไปในราคาถึง 20 ล้านบาทเลยครับ..” ภาคภูมิทำท่าทางนึกคิดก่อนจะกล่าวให้ข้อมูล..
ชุนตงที่ได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มออกอาการ เขาที่ได้คุณชายช่วยเหลือชีวิตมาก่อน และที่ผ่านมาเขายังไม่ได้ไปอุดหนุนกิจการของท่านเลย คิดไปแล้วก็เหมือนกับว่าเขาเนรคุณยังไงไม่รู้..
“ไม่ว่าแพนเค้กที่คุณชายขายมันจะแพงสักแค่ไหนชุนตงคนนี้ก็จะอุดหนุนกิจการของคุณชาย แม้ว่าจะต้องใช้ทรัพย์สินของตระกูลกว่าครึ่งก็ตาม.. ฉันก็จะซื้อ!...”
ชุนตงกล่าวก่อนจะสั่งให้พ่อบ้านประจำตระกูลของเขาเตรียมทรัพย์สินให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เอาไว้ และทั้งหมดนั้นก็เพื่อที่จะซื้อแพนเค้กชิ้นละ 40 บาทเท่านั้น แถมยังซื้อได้มากสุดเพียงแค่ 5 ชิ้นอีกด้วย..