บทที่ 75 เหยื่อของสุนัขทมิฬ
สุนัขทมิฬ สัตว์กลายพันธุ์จากพื้นที่ล่าเขต E ตัวอันตรายที่พบเจอได้บ่อยครั้งที่นั่น อย่างไรก็ตาม...มันไม่ใช่สัตว์กลายพันธุ์ที่จะควบคุมให้เชื่องได้ แม้ว่าจะมีสัตว์กลายพันธุ์บางชนิดที่มนุษย์สามารถฝึกฝนให้กลายเป็นสัตว์เลี้ยง แต่เจ้าตัวนี้ไม่มีทางแน่นอน
พวกมันเป็นสัตว์ดุร้ายและมีความเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง เวลาที่ล่าก็มักจะล่าตามลำพัง ทว่าพวกมันมีจ่าฝูงอยู่ตัวหนึ่ง แม้แต่นักล่าระดับสูงก็ยังไม่คิดจะบุกเข้าไปในรังของสุนัขทมิฬเพื่อล่าจ่าฝูงของมัน เพราะนั่นอาจหมายถึงการเอาชีวิตไปทิ้งก็เป็นได้
สุนัขทมิฬเป็นนักล่าที่แข็งแกร่งมาก ไม่ว่าจะอยู่ตามลำพังหรือเป็นฝูงก็ตาม เมื่อพวกมันล่าตัวเดียวก็สร้างหายนะได้ไม่น้อยแล้ว แต่ทันทีที่พวกมันถูกจ่าฝูงออกคำสั่ง ความดุร้ายแข็งแกร่งของมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว
เจ้าสัตว์ร้ายอันตรายมองซูหยวนและคนอื่นๆด้วยท่าทางหิวกระหาย ดูท่าว่าคงจะไม่ได้กินอะไรมาเป็นเวลานานแล้วถึงได้เข้าสู่ภาวะคลั่งแบบนี้
“โฮกกกก!!” เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมกับลมกรรโชกแรงใส่หน้าหญิงสาว
“หยวนหยวน หนีไปลูก!”
อันเฉินกลัวจนตัวสั่น เขารับแรงกดดันจากสัตว์กลายพันธุ์นี้แทบจะไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าตอนนี้อันเหลียงจะเป็นอย่างไร เธอไม่สามารถกระทั่งยืนอยู่ได้ด้วยซ้ำ แรงลมที่พัดเข้าใส่ทำให้อันเหลียงล้มลงไป แต่เธอก็ยังพยายามที่จะคลานเข้ามาเพื่อขวางหน้าลูกสาวอยู่ดี น่าเสียดายที่เรี่ยวแรงของเธอไม่ได้มีมากนัก ดังนั้นกว่าจะคลานเข้ามาถึงตัวซูหยวน กรงขังเจ้าสุนัขทมิฬก็ถูกเปิดออกแล้ว
“โฮก!!” เจ้าสุนัขตัวใหญ่รอโอกาสนี้อยู่แล้ว มันกระโดดออกมาจากกรงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของมันก็คือร่างเล็กๆของซูหยวน
ตึง!!
หญิงสาวรออยู่ก่อนแล้ว เธอไม่ได้ตื่นตระหนกกับการที่จะต้องต่อสู้ครั้งนี้เลย เจ้าสุนัขตัวใหญ่นี้มีดีในเรื่องความเร็วและกรงเล็บที่คมกริบของมัน หากปะทะโดยตรง ผู้คนอาจจะต้องเสียอาวุธของตัวเองไปก็ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเลี่ยงการโจมตีเหล่านี้ เพียงแต่....อาวุธของซูหยวนเป็นอาวุธปกติหรือ? คิดว่าการโจมตีด้วยกรงเล็บแบบนั้นจะทำให้พลั่วจากฟาร์มของเธอพังได้?
เคร้ง!!
แรงปะทะกันของพลั่วเหล็กที่ไม่มีวันถูกทำลายกับกรงเล็บสุนัขทมิฬรุนแรงมากจนเกิดเสียงดังสนั่นซึ่งทำให้หูของคนที่อยู่ใกล้ปวดร้าวไปตามๆกัน
ซูหยวนไม่ได้ถอยหลังแม้เพียงก้าวเดียว ถึงแม้ว่าเสียงที่ดังจะทำให้ดูเหมือนเป็นการปะทะที่ดุเดือด อีกทั้งมันยังเป็นสัตว์กลายพันธุ์จากเขต E ด้วย ทว่า...มันก็แค่แรงปะทะที่มากกว่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์ไม่เท่าไรแค่นั้น สิ่งที่อันตรายจริงๆก็คือกรงเล็บของมัน ถ้าสามารถหยุดกรงเล็บนี้ได้ สุนัขทมิฬก็ไม่นับเป็นตัวอะไรเลย
“หยวนหยวน พ่อจะช่วยเอง!” อันเฉินที่แม้จะหวาดกลัว แต่เขาก็พยายามไปคว้าโล่ของตนเองมาถือไว้จนได้ โล่ราคาแพงกับค้อนในมือถูกถือเอาไว้มั่น เขาพร้อมแล้วที่จะเอาชีวิตเข้าแลกความปลอดภัยของครอบครัว
พ่ออันเป็นคนดีมากคนหนึ่ง ทว่าในเวลานี้...กลับทำตัวไม่เหมาะสมมากนัก
ซูหยวนคิดว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาจะทำให้พ่อของเธอสุขุมมากขึ้นเวลาเจอกับสัตว์กลายพันธุ์ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะคิดในแง่ดีมากเกินไป
“อย่าเข้ามาในเขตต่อสู้ค่ะ นั่นจะทำให้หนูลำบากมากขึ้น พ่อคอยระวังหลังให้หนู อย่าให้พวกคนเลวลอบโจมตีแทนได้ไหมคะ” ซูหยวนร้องบอกคนเป็นพ่อ
ถึงพวกคนชั่วจะมั่นใจว่าสุนัขทมิฬสามารถจัดการครอบครัวอันได้จึงไม่เข้ามาลงมือก็เถอะ แต่ซูหยวนก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะหาโอกาสโจมตีในภายหลังหรือเปล่า
อันเฉินได้ยินที่ลูกสาวบอกก็ชะงักไป เขามองดูลูกสาวที่ยังปลอดภัยดีแม้ว่าจะรับการโจมตีในครั้งแรกไปแล้ว สติที่หายไปก็ถูกเรียกให้กลับมา ชายวัยกลางคนเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหันหลังกลับไปยังตำแหน่งที่พวกคนสารเลวหลบอยู่แทน
“พ่อจะระวังหลังให้เอง หยวนหยวนต้องระวังตัวด้วยนะ” เขากัดฟันพูด รู้สึกว่าตนเองเป็นพวกไร้ค่าอีกครั้ง
ซูหยวนผ่อนลมหายใจออกมา เธอคิดว่าพ่อของเธอจะสร้างปัญหามากกว่านี้ อย่างน้อยๆเขาก็ยังฟังที่เธอพูด ดังนั้นหญิงสาวจึงหันกลับมาสนใจสุนัขทมิฬตรงหน้าต่อ
เจ้าสัตว์ร้ายที่ดูเหมือนจะสับสนว่าทำไมการโจมตีอันทรงพลังของมันกลับไม่สามารถทำอะไรแท่งเหล็กสีดำได้เลยกลับตั้งท่าที่จะโจมตีอีกครั้งราวกับต้องการพิสูจน์
มันกางกรงเล็บทั้งสิบของตนเองออกมาแล้วใช้ขาหลังถีบตัวให้พุ่งเข้าใส่เหยื่อตัวเล็ก เห็นการโจมตีที่ดุเดือดและทรงพลังเช่นนี้ กลุ่มคนเลวที่อยู่ด้านหลังก็ส่งเสียงเชียร์กันออกมา พวกมันอยากเห็นภาพที่ครอบครัวอันถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆแล้ว แน่นอนว่าสุดท้ายแล้วพวกมันก็ต้องผิดหวัง เพราะสิ่งที่พวกมันได้เห็นก็คือการปะทะกันที่สูสีอีกครั้ง
ปัง!!
แรงโจมตีของสุนัขทมิฬเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ครั้งนี้ซูหยวนเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นทั้งเธอและมันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรจากการโจมตีก่อนหน้านี้
ซูหยวนไม่ปล่อยให้เจ้าสุนัขได้โจมตีเป็นครั้งที่สาม เธอควงพลั่วในมือด้วยความชำนาญ เปลี่ยนจากด้านไม่คมในครั้งแรกเพื่อรับแรงปะทะอย่างเดียวเป็นฝั่งที่มีพลั่วแหลมคม
ฉั๊วะ!!
เนื่องจากเจ้าสุนัขทมิฬยังไม่ทันได้ถอยห่างออกไป การโจมตีของซูหยวนตามติดมาจากการปะทะครั้งก่อนเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ระยะความยาวของด้ามพลั่วจึงพอดีที่จะสร้างบาดแผลให้กับมันจนเกิดเป็นรอยลึกกว้างเกือบหนึ่งฝ่ามือ
“โฮก!!”
การโจมตีของตนเองไม่สำเร็จ แต่กลับถูกโจมตีกลับมาแทน เจ้าสุนัขทมิฬส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น มันไม่อ้าปากกว้างอีกครั้งแล้วใช้สองขาหน้าของตนเองเตรียมตะปบมาที่ซูหยวน
ทักษะการโจมตีของเจ้าสุนัขทมิฬนี้ขึ้นชื่อในเรื่องวิถีการโจมตีที่ซับซ้อนมาก ถ้าพวกมันโจมตีในทุ่งกว้างย่อมสร้างความได้เปรียบให้ตัวเอง แต่เพราะมันต้องอยู่ในห้องคับแคบนี้ ดังนั้นจะวิ่งซิกแซกไปทางนั้นทางนี้ย่อมเป็นไปได้ยาก เหนือสิ่งอื่นใด...ร่างกายของมันก็ไม่ได้สมบูรณ์พร้อมเหมือนสุนัขทมิฬทั่วไป
เนื่องจากถูกจับมาขังเป็นเวลานานแล้ว พลังงานที่ควรจะได้รับก็น้อยลงไปด้วย เรี่ยวแรงที่ควรจะมีก็ลดลงไปเกือบครึ่ง ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะถูกซูหยวนโจมตีได้ตั้งแต่ครั้งแรก
“ทะ ทำได้ยังไง”
“เด็กนั่นโจมตีสุนัขทมิฬได้หรือ?!!”
“ที่ว่าอัจฉริยะ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!”
เห็นการโจมตีที่เฉียบคมของซูหยวน กลุ่มของคนเลวทั้งหลายก็ส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าซูหยวนคนนี้แข็งแกร่งมากจนจัดการสุนัขทมิฬที่ถูกส่งมาจากพวกนักล่าเขตชั้นในที่เป็นหัวหน้าระดับสูงอีกทีของพวกเขา
เพื่อให้อำนาจของกลุ่มถูกยกระดับขึ้น หัวหน้าระดับสูงที่อยู่ในเขตชั้นในจึงได้มอบสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงมาให้เพื่อใช้จัดการศัตรู แน่นอนว่าพวกเขาเองก็ควบคุมมันไม่ได้ แต่ถ้าใช้เพื่อทำลายศัตรู ปล่อยให้มันได้กินจนพอใจแล้วต้อนกลับเข้าไปในกรงก็ยังได้อยู่
สิ่งที่พวกเขาไม่ได้คาดคิดก็คือ หลังจากปล่อยมันออกมาแล้ว หากมันไม่สามารถกินศัตรูตรงหน้าได้ เจ้าสุนัขทมิฬจะทำอย่างไร...
“โฮก...” เจ้าสุนัขทมิฬที่ได้รับความเจ็บปวดถอยหลังไปเล็กน้อย มันจ้องซูหยวนเหมือนต้องการใช้ความคิด ก่อนจะคำรามออกมาเสียงดังแล้วหันไปข้างหลังแทน
เคร้ง!!
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ กรงเล็บของเจ้าสุนัขทมิฬมีความคมมาก เพียงแค่กวาดไปรอบๆครั้งเดียวก็สามารถสังหารนักล่ามากมายได้แล้ว ขนาดโล่ระดับสูงก็ยังถูกพวกมันทำลายได้ง่ายๆ หากไม่มีความเร็วมากพอก็เป็นได้แค่เหยื่อเท่านั้น นับประสาอะไรกับ “กรง” ที่เลื่อนลงมากั้นระหว่างมันและกลุ่มคนสารเลว
พวกเขาคิดจริงๆน่ะหรือว่าพวกที่อยู่เขตชั้นในจะมอบอุปกรณ์ป้องกันระดับสูงให้กับพวกเขาเพียงเพราะอยากสร้างฐานกำลังในเขตชั้นนอกน่ะ
ฟวับ!! ครืด....
เพียงการโจมตีเดียว กรงขนาดใหญ่ก็ถูกตัดราวกับเต้าหู้ก้อน มันร่วงหล่นลงไปต่อหน้าต่อตา พวกคนเลวไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ พวกเขาถึงกับอ้าปากค้าง
“โฮก!!”
เหมือนกับที่ครอบครัวอันรู้สึกก่อนหน้านี้ เวลานี้แรงกดดันทั้งหมดส่งไปที่กลุ่มคนเลว ดังนั้นคนที่ไม่มีพลังงานมากพอที่จะต่อต้านก็ล้มกันระเนระนาด หนักกว่าที่พ่ออันและแม่อันรู้สึก พวกเขาบางคนถึงกับหมดสติไปด้วยออร่ากดดันที่ถูกปล่อยเพียงครั้งเดียวนี้
ครอบครัวอันไม่ใช่คนธรรมดา ซูหยวนมอบน้ำบริสุทธิ์ที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานให้พวกเขาดื่มทุกวัน แม้ว่าแม่อันจะไม่ยอมดื่มมากนัก แต่เธอก็ได้รับพลังงานทีละเล็กทีละน้อยในทุกๆวัน เมื่อต้องเจอกับแรงกดดันเหล่านี้ย่อมรับมือได้มากกว่ากลุ่มคนที่ไม่มีพลังงานในร่างกายเลย
สุดท้าย เหลือกลุ่มคนเลวที่ยังยืนอยู่ได้ไม่ถึงสิบคนเท่านั้น พวกมันเองก็ยืนด้วยขาที่สั่นเทา ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้เลย
“ยะ อย่านะ อย่าเข้ามา!! อาหารของแกก็คือไอ้สามคนนั้นต่างหาก อย่านะ!!” คนเป็นหัวหน้าที่อยู่ด้านหลังสุดพยายามจะวิ่งหนีไป แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้
ทางออกจากที่นี่ นอกจากทางที่พาครอบครัวอันเข้ามาแล้วก็ไม่มีอีก ซึ่งตอนนี้ถูกปิดกั้นโดยสุนัขทมิฬตัวโต
“สิบเอกอัน ในฐานะที่เป็นทหาร เธอจะต้องช่วยเหลือประชาชนอย่างพวกเราไม่ใช่หรือ? ตอนนี้มีสัตว์กลายพันธุ์หลงมาที่นี่ เธอจะต้องจัดการมันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องรับโทษทางทหารแน่นอน!!”
หลังจากที่ไล่สุนัขทมิฬแล้วมันไม่ยอมฟัง เขาก็คิดเร็วๆเพื่อหาทางออกอื่นให้ตน แล้วก็พบว่าตำแหน่งทางทหารของอันซูหยวนนั้นมีหน้าที่สำคัญอยู่อีกหนึ่งประการ
เหมือนเจอแสงสว่างที่จะทำให้เขารอดชีวิต เขาถึงกับร้องขอความช่วยเหลือจากศัตรูของตน แม้ว่าหลังจากนี้อาจจะต้องรับโทษทางกฎหมาย แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต เขายังมีโอกาสรอดจากการขอความช่วยเหลือไปยังหัวหน้าระดับสูงอยู่ บางที...อาจจะรอดพ้นจากความตายก็ได้ ทว่า...ถ้าเขาไม่ทำอะไรเลย ก็แปลว่าเขาจะต้องตายอย่างแน่นอนแล้ว
อันซูหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย เธอเข้าใจกฎของทหารเป็นอย่างดี เวลานี้เธอเองก็เป็นทหารที่กินเงินเดือนอยู่ด้วย เพียงแต่...เธอจำเป็นที่จะต้องช่วยชีวิตคนชั่วพวกนี้จริงๆน่ะหรือ?
เมื่อไรที่เธอจะมีความผิดฐานไม่ช่วยเหลือประชาชนยามตกอยู่ในอันตราย? ก็คือตอนที่พวกเขามีหลักฐานว่าเธอปล่อยให้ประชาชนถึงแก่ความตายอย่างไรล่ะ!
“โฮก!!” เจ้าสุนัขทมิฬไม่เข้าใจว่ามนุษย์พวกนี้พูดอะไร มันรู้แค่ว่าท้องของมันหิวมาก ดังนั้นจึงกระโจนเข้าหาเหยื่อคนแล้วคนเล่า
มีพวกคนเลวที่นอนสลบอยู่ที่พื้นเป็นสิบคน เจ้าสุนัขทมิฬอ้าปากเพียงครั้งเดียวก็กินพวกมันไปได้ทั้งตัว ดูเหมือนว่าครั้งนี้...มันจะสามารถกินอาหารได้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเห็นว่ามันค่อนข้างมีความสุข
คนเลวที่ยังมีสติพยายามหาทางหนีให้ตัวเอง พวกมันวิ่งไปทางซ้ายทางขวา แยกกันหนีเอาตัวรอด ทว่าซูหยวนไม่ได้ปล่อยให้พวกมันทำแบบนั้น คนที่หลุดมาจากการโจมตีของสุนัขทมิฬล้วนถูกเธอทำให้ล้มลงแล้วโยนให้ปีศาจร้ายกินเป็นอาหาร เห็นความโหดเหี้ยมของซูหยวนแบบนี้แล้ว คนอื่นๆก็ยิ่งหวาดกลัวมากกว่าเดิม
พ่อและแม่อันรู้สึกตกใจเหมือนกัน พวกเขาไม่อยากเชื่อว่าลูกสาวที่อ่อนหวานจะกลายเป็นปีศาจร้ายได้เช่นนี้ ถึงกระนั้น...พ่ออันก็เข้าใจดี
เขาเองก็เป็นนักล่าคนหนึ่ง หลังจากที่ผ่านการฆ่าฟันมาเป็นจำนวนมาก ดูเหมือนความโหดเหี้ยมในใจก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน การฆ่าฟันสำหรับเขาเป็นเพียงเรื่องทั่วไปเท่านั้น อีกอย่าง...ถ้าลูกสาวไม่จัดการแบบนี้ เธอก็จะกลายเป็นผู้มีความผิดทางทหารเอาได้ แทนที่จะปล่อยให้คนพวกนี้ไปสร้างปัญหาภายหลัง สู้จัดการพวกมันทั้งหมดแบบนี้ก็ดีแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น พ่ออันก็ช่วยซูหยวนอีกแรง เขาไม่มีทางปล่อยให้คนที่คิดทำร้ายตัวเองและครอบครัวหนีรอดไปได้!
……………………………