หลังจากมาถึงที่เหมือง ผมกับกลุ่มเดิมถูกจับแยกออก พวกเขาไม่ให้พวกเราพูดด้วยกันด้วยซ้ำ ผมมองหน้าสิ้นหวังของทุกคนเป็ครั้งสุดท้าย รวมถึงจ่าของผม เขาคือคนเดียวที่พยักหน้าให้กับผม ราวกับจะบอกผมว่ายังมีความหวังอยู่ ผมเชื่อในตัวเขาเสมอมา ถ้าเขาบอกว่ามีความหวัง ผมก็เชื่อใจเขา ทั้ง ๆ ที่เมื่อมองไปรอบ ๆ ผมเห็นแต่การใช้แรงงานทาส ในสถานที่ที่ล้อมรอบด้วยผาสูงชันที่แทบจะบทบังดวงอาทิตย์
พวกผู้คุมจะมีปืนพกติดตัว ยึดไว้แน่นมิดชิด พวกเขาใส่เสื้อสีเขียวอ่อนกับชุดเกราะผ้าปักเหล็กสีคล้ายกันกับชุดด้านใน ซึ่งคุมเกือบทั้งตัว พร้อมมีแท่งเหล็กติดตัวเอาไว้ใช้คุมพวกทาส
ผมถูกคุมตัวไปทำงานทันที ขุดเหมือง ผู้คุมส่งผมไปมัดไปกับท่อนไม้แถว ๆ ที่ขุดถ่าน ซึ่งเป็งานที่อันตรายมากที่สุดแล้ว พอไปถึง พวกเขาก็ถอดเสื้อผ้าผมออกจนไม่เหลือ โป๊ เปิดเผย อับอาย แต่อย่างน้อยก็มีเพื่อน เป็พัน ๆ คน
ก่อนที่ผมจะเดินเข้าไปในรูขุด ผมมองดูรอบ ๆ และพบว่าทีนี้คือเหมืองที่ชื่อว่า สายธารหลากสี ซึ่งแต่ก่อนเป็สถานที่ที่อาณาจักรฟอร์เนียรักษาเอาไว้เป็สถานที่หายาก ปัจจุบันกลายเป็เหมืองทาสของกลุ่มกองกำลังหลังโลกล่มสลายแห่งหนึ่ง
ที่นี่… ผมน่าจะเคยมาตอนเด็ก ๆ เป็ที่ที่มีแร่หลายอย่างในหุบเขาเดียว ซึ่งบอกกันว่าเป็แร่ที่มาจาก… จำไม่ได้ ลืม
“เข้าไป ดูคนอื่นว่าขุดยังไงแล้วทำตามพวกนั้น” ผู้คุมเอาแท่งเหล็กดันที่หลังผมให้เข้าไปในรูขุด
“ยังเป็คนอยู่เหรอ?” ผมถามกลับ
“เป็สิ พวกนายถือว่าเป็ทรัพยากรคนที่สำคัญที่ทำให้คณะสหพันธนักสู้หยก พวกนายจะทำงานให้กับพวกเรา เป็คนของพวกเรา พวกเราให้เกียรติพวกนาย แม้ว่าไม่ใช่ด้วยการกระทำ แต่ด้วยสัญลักษณ์”
คณะสหพันธนักสู้หยก คือชื่อของพวกเขา เห่ย แต่ว่าแข็งแกร่งจริง แถมยังมีการโฆษณาชวนเชื่อว่าพวกเรามีเกียรติด้วย พวกเขาว่าชมเชยพวกทาสจริง ๆ แต่นอกจากนั้นคงไม่มีอะไรเลย…
แล้วผมก็เข้าไปทำงานข้างในอย่างช่วยไม่ได้ ขุดถ่านและขนออกมาเรื่อย ๆ วนไปวนมา จนกระทั่งไปเจอกับคนคนหนึ่งที่ตอนแรกผมไม่เห็นด้วยซ้ำไป นางเป็ผู้หญิง ผมเดินเข้าไปและไม่เห็นเธอ เพราะทั้งตัวของเธอดำไปหมดข้างในก็ไม่ใช่จะมีแสง มันมืด มามองเห็นเธอตอนเดินออกมาพร้อมกัน
“ตัวดำไปหมดเลยนะ”
“ไอ้ลามก”
“ทุกคนก็เปลือยเหมือนกันหมด…”
“นายมันไอ้ลามก ไม่ต้องเลย”
คุยกันแค่นั้นแหละ และทำงานต่อไป
สภาพการทำงานของพวกทาสเป็สภาพการทำงานที่ค่อนข้างโหดร้ายและหดหู่ พวกว่า… มีผู้คุมทำให้เราทำงานตลอด ถ้าช้าลงจนเอื่อยพวกเขาจะมาเฆี่ยนอย่างไรปราณี ข้าวก็ได้กินเพียงมื้อเดียวซึ่งมีเพียงน้อยนิดเท่านั้น เวลาพักผ่อน… เหลือจะเชื่อ พวกนี้มีเวลาพักผ่อนให้เรา มันคือตอนกลางคืน เป็เวลานอนให้กับพวกเรา แต่พวกเราต้องนอนที่พื้นเหมือง ซึ่งมีแต่หินกับดิน เวลาพักผ่อนนี่แหละเป็สิ่งที่ผม และอาจจะคนอื่น ๆ อีกหลายคนยังมีชีวิตอยู่ได้ และพวกเราตั้งหน้าตั้งตารอเหมือนว่ามันเป็เวลาที่พวกเราจะได้ออกมาจากคุก
นี่ก็ผ่านไป… หลายวันแล้ว สัปดาห์ได้ ผมหิวและผอมลงอย่างชัดเจน มันก็พออดทนได้ เพราะหลายครั้งผมคิดว่ามันแย่กว่านี้ได้อีกเยอะ เท่านี้ก็พออยู่ได้อยู่ ผมไม่ได้ถูกขังอยู่ห้องใต้ดินและโดนทรมานจนตาย
ทำงานจนแทบจะตาย แต่ก็ถูกบังคับให้ทำต่อไปเรื่อย ๆ เวลาที่เหนื่อยแล้วก็ถูกพวกผู้คุมใช้แท่งเหล็กดันกลับเข้าไปในเหมืองเหมือนเดิม ไม่ว่ามือจะชาหรือเป็าแมากขนาดไหน พักได้แค่ไม่ถึงสิบนาทีเท่านั้น แขนและมือที่อ่อนล้าต้องเหวี่ยงที่ขุดต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดวัน
มือของผมถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิง ขนาดมือด้านอยู่แล้วก็ยังแตก แค่กำมือผมก็ปวดแล้ว
ร่างกายก็ปกคลุมไปด้วยผงถ่านหิน แม้แต่อวัยวะลับ น้ำก็ไม่มีให้ล้าง นอกจากน้ำเหงื่อ ทำงานไปเรื่อย ๆ แล้วถ่านหินก็บาดมือจนเต็มไปหมด แต่มันไม่ได้บาดแค่มือ มันบาดไปทั้งตัวเพราะขุดเหมืองแบบไม่ใส่อะไรเลย ผมท้อ มือของผมมันร้าวไปหมดจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
มันไม่เกี่ยวกับว่าผมแข็งแกร่งหรือมีกำลังใจเลย… แต่ในทางเดียวกันผมก็ไม่ได้อยู่โดยไร้ความหวังเหมือนกัน แต่บางทีความหวังมันก็ถูกกลบด้วยความผิดหวังและความเสียใจเสียดายเหมือนกัน หลายคืนมาแล้วที่ผมลองคิดว่า ถ้าตัวเองไม่ได้ไปสู้อยู่ที่หมู่บ้านพัง ๆ นั่นล่ะ ป่านนี้ผมกับจ่าคงล่าหมูป่ากินกันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ต้องมากินอาหารเหลว ๆ ไร้รสชาติแบบนี้ พวกเราคงจะเวลาร่วมกัน ฝึกดาบ ฝึกยุทธวิธีและเติบกองกำลังไปอีกขั้น แต่มันคงไร้ความหมายที่จะคิดหวังแบบนั้น แต่ผมก็หวังต่อไป
ผู้หญิงที่ขุดรูเดียวกันกับผม มองดูก็เป็ผู้หญิงที่ไม่แย่เลย ไม่แน่ใจว่าผมสติดีอยู่หรือเปล่าที่คิดแบบนั้นกับผู้หญิงที่ตัวเปื้อนถ่านจนเปลี่ยนสี ตอนดึก ๆ พวกเราสองคนชอบตื่นมากลางดึกสบตากันอย่างช่วยไม่ได้ ผมเดาว่าดวงตาของผมคงเหมือนกับของเธอ มันเหนื่อยล้าและท้อแท้ คืนหนึ่งพวกเรานั่งด้วยกันหน้าที่หน้าเหมือง
พวกเราเริ่มพูดกันวันนี้แหละ เริ่มจากเธอก่อน
“นายมาจากที่ไหนเหรอ?” เธอหันหน้ามาสบตาผมและถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“เทนญ่า เธอล่ะ” ผมหมดเสียงที่กระตือรือร้นไปนานแล้ว แต่ก็รู้สึกขอบคุณที่คราวนี้เธอพูดกับผมดี ๆ
“ฟอร์เนียนี่แหละ… นายเข้ามาที่นี่ได้ยังไงเหรอ”
“การตัดสินใจโง่ ๆ ฉันกับพวกคิดว่าในหมู่บ้านไม่มีใครอยู่ แต่ว่า… ก็มีพวกนั้นอยู่ กองกำลังพวกเราแตกเป็เสี่ยง กลายเป็ทาสเหมืองแร่กันหมด เธอล่ะ….” เธอยิ้มให้ผมซักพักก่อนจะตอบ
“นายเป็ทหารมาก่อนเหรอ? อ่อ… ฉันถูกลักพาตัวมาน่ะ ก็ใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ้อน ๆ คอยแอบแทะเสบียงพวกนั้นกินจนพวกนั้นจับได้ ก็เลยมาอยู่ตรงนี้แหละ” พูดไปด้วยยิ้มไปด้วย จะอารมณ์ดีอะไรนักหนา พวกเราเป็ทาสอยู่ในเหมืองนะ
“แทะเสบียงเขากินเหรอ? แสดงว่าอยู่คนเดียวรึเปล่า?”
“ใช่แล้ว แล้วฉันก็ซ้อนได้ถึงหลายปีเชียวนะ เก่งมั้ย” เธอดูสดใสร่าเริงจริง ๆ ดีแล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็แบบนี้อยู่แล้วหรือว่าพยายามจะดึงอารมณ์ตัวเองให้ดี ทำแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ มันเหมือนกับว่าเธอมีความหวังอยู่ ผมเองก็ได้รับสิ่งนั้นจากเธอเพิ่มขึ้นขณะที่คุยกันนี้เหมือนกัน ความหวัง เริ่มชอบเธอแล้ว
“เก่งนะ… แต่ว่า… ก็ถูกจับได้จนได้นะ”
“อื้อ…”
“ฉันไม่ใช่ทหารหรอก แต่ว่าหัวหน้ากลุ่มฉันเป็ทหาร เขาฝึกพวกเรารบได้ ฉันเข้ากลุ่มเขาตอนแค่อายุ 18 เอง แรก ๆ เขาก็สอนให้ใช้ดาบ ต่อมาสอนให้เอาตัวรอดเองได้ แล้วก็สอนเื่การรบหรือว่ายุทธวิธีต่าง ๆ ยินดีมาก ๆ เลยที่เข้าไปอยู่กลุ่มกับคนพวกนั้น แต่ตอนนี้พวกเราตายไปแล้วสี่คน ที่เหลือไม่รู้เลยว่าเป็ยังไงบ้าง”
“ส… เสียใจด้วยนะ”
“มันเกิดขึ้นเป็ปกติ เราใช้ชีวิตอยู่ในโศกนาฏกรรม คนตายทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็เพื่อนฉัน เห็นหน้าเห็นตากันมาอย่าง 2 ปี ตกปลาด้วยกันมาเป็ร้อย ๆ ครั้ง… ร่วมทานอาหารด้วยกันเป็พันมื้อ ตอนนี้สี่คนไม่อยู่ อเล็ก ลินคอน วิล ดิกกี้ นั่นคือคนของฉัน พวกเขาเป็พี่น้อง แม้ว่าจะนอนประกบกับพื้นดินแล้วก็ตาม”
ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่ดันระบายาแทางใจให้กับเธอฟังอย่างหน้าตาเฉย เธอมองตาผมฟังอย่างน่าเวทนา
“แต่ว่า… ฉันยังมีความหวังนะ ความหวังคืออีกชื่อหนึ่งของพระเ้า ถึงจะใช้ชีวิตด้วยความเสียใจและความเสียดายยังไง ฉันยังมีชีวิตอยู่ เพราะความหวัง ความหวังไม่ใช่อะไรที่จะทำให้ตอนนี้เกิดเื่ดี ๆ แต่มันเป็เหมือนคำสัญญาของวันข้างหน้าที่เป็ของขวัญให้แก่เราในเวลาที่ยากลำบาก ฉันคิดมาตลอดเลยว่า มนุษย์ไม่มีทางจะเป็อะไรที่ดีได้ มีแต่ความหวังเท่านั้นที่จะแบกสิ่งที่ดีมาให้เรา ความทรหดและความอดทนของฉันไม่ได้มาจากระเบียบวินัย หรืออดีตทีี่ทำให้ฉันแข็งแกร่ง แต่คือความหวัง วันนี้ฉันได้รับความหวังจากเธอทางในทางหนึ่ง”
“นายนี่แปลกคน แต่ว่าขอบคุณนะ”
“ขอโทษ เวลานี้มันยากลำบากจริง ๆ เผลอพูดอะไรบ้าน ๆ ออกมา ฉันคงหิวมาก”
“ไม่หรอก ฉันคิดเหมือนกันกับนาย” เป็ครั้งแรกที่ผมยิ้มออก เพราะมองหน้าของเธอที่ยิ้มอ่อน ๆ ให้ มันอาจจะเป็หน้าเปื้อนถ่านของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง… ไม่ธรรมดาหรอก เธอเป็หัวขโมย มันอาจจะเป็รอยยิ้มจากหน้าเปื้อนถ่านของผู้หญิงที่พิเศษคนหนึ่ง แต่ผมได้รับความหวังจากเธอมากพอที่จะไม่ตายไปอีกหลายวัน
ถ้าหน้าเธอไม่เปื้อนถ่าน และเธอมีเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่เธอจะสวยขนาดไหนกัน
อะแฮ่ม!! ผมสบัดหน้าตัวเองไม่ให้เผลอคิดอะไรที่ไกลเกินจริง
“สบัดหัวอะไร”
“เปล่า”
“แน่ใจนะ?”
“แน่สิ”
“เธอชื่ออะไรนะ” ผมคุยกับเธอจนลืมถามชื่อไปแล้ว
“จริงด้วย ฉันชื่อว่าอาญ่านะ เธอล่ะ”
“ลีโอ ยินดีที่ได้รู้จักนะ อาญ่า…”
“อื้ม…” พอได้รู้จักชื่อกันแล้ว เธอเริ่ม “เขิน” สายตาผม หรือเพราะว่าผมเผลอทำสายตาหน้ากลัวให้เธอก็ไม่ทราบ แต่ว่าจ้องหน้ากันไม่ค่อยได้นานแล้ว ผมก็ด้วย คงอายทั้งคู่ แต่พอเป็แบบนั้นแล้วเธอก็มองออกไปสุดขอบผาที่ล้อมรอบพวกเรา ดูดาวที่เหนือยอดผาที่ขังพวกเราไว้ รอยยิ้มก็ค่อย ๆ หายไป
“คิดถึงข้างนอกเหรอ?”
“อื้อ… มาก ๆ เลย…” เธอตอบผมอย่างเศร้าหมอง แต่ก็ฝืนยิ้มมาหาผม “อีกหน่อยหวังว่าจะได้ออกไปนะ” เสียงสั่น ๆ เหมือนจะสะอื้น แต่ก็ฮึบไว้ตอนท้าย ๆ
“แน่นอน”