“เรามีเื่ต้องคุยกันหน่อยก้านพลู” พี่กราฟมารอหน้าคณะไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่ว่าคนอย่างเขาจะตื่นเช้ามารอเธอ
“พลูต้องรีบไปเรียน เที่ยงได้ไหม”
เธอมองดูนาฬิกาเหลืออีกห้านาทีจะได้เวลาเรียนความจริงก็โดดได้แต่ไม่อยากคุยกับเขาตอนนี้ หน้าตา พร้อมจะเอาเื่ขนาดนั้นใครมันอยากคุยด้วย
“ได้สิพลู จะเอางี้ใช่ไหม มือถือแม่งก็ปิด พี่มารอก็บอกตอนเที่ยงจะหนีความจริงไปถึงไหนวะ มีอะไรก็พูดมาดิวะ”พี่กราฟคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่เสียงเขาดังไม่น้อย นักศึกษาชายหญิงมองทั้งคู่เป็ตาเดียว คงไม่มีใครบอกก็พอจะรู้ว่าทั้งคู่เป็จุดสนใจแค่ไหน
“อยากคุยมากเหรอ อยากให้รู้ความจริงใช่ปะ ได้งั้นพูดให้มันจบๆไปเลยพลูก็เบื่อที่จะปั้นหน้าว่าไม่รู้อะไรเหมือนกัน ”
พี่กราฟเหลือบมองรอบๆตัวคนอื่นต่างมองดูทั้งสองด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากคุยแต่คงไม่ใช่ที่ในมหาลัยนี้ เื่ระหว่างเขากับก้านพลูต้องเคลียร์กันอีกยาวจึงคว้าแขนหญิงสาวให้เดินไปที่รถของเขา ก้านพลูไม่ได้ขัดขืน เธอนั่งรถเขาไปเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไรออกมานั่นทำให้เขาโมโหขึ้นมาจนได้ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันเขาขับรถเร็วมากทั้งบีบแตรและแซงรถคันอื่นวุ่นวาย
“ขับดีๆได้ไหม ไม่ต้องรีบก็ได้” เธอบีบแขนเขาเบาๆ น้ำเสียงที่ใช้เริ่มอ่อนลงพูดกับเขาแรงๆมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น อาจจะพากันไปตายก่อนจะได้คุยกัน
“กลัวเหรอ”เขาหันหน้ามาถามแต่ก็ลดความเร็วลงเล็กน้อย แต่ก็ยังดีไม่ได้ปาดซ้ายปาดขวาเหมือนที่ผ่านมาเธอจึงพยักหน้าตอบรักพยายามไม่กวนอารมณ์ของเขา
“ถึงแล้วลงมาดิ”เขาจูงแขนเธอให้ตามมา และเลือกกดลิฟท์ไปยังชั้นที่เขาพักประตูห้องเปิดเขาก็รุนหลังให้เธอเข้าไป
“ทำไมต้องพามาคอนโดของพี่ด้วย พลูต้องไปเรียนอยู่นะ ไกลขนาดนี้จะไปทันได้ยังไง”
“ไม่ทันก็โดดซักวันจะเป็ไรไป” หน้าตาชายหนุ่มไม่สบอารมณ์เขาพร้อมจะคุยกับเธออย่างเปิดอกซักทีตอนนี้ไม่จำเป็ต้องรักษาภาพลักษณ์อย่างเมื่อก่อน เขาก็เป็ของเขาแบบนี้มานานแล้ว
“นี่ความคิดเหรอพี่กราฟ ให้พลูโดดเรียนเพื่อจะคุยกัน ไร้สาระไปไหม”
“ที่หายไปนาน โทรหาก็ไม่ติด เป็ห่าไรก็ไม่บอกยังจะคิดว่าเื่ของเรามันไร้สาระอีกเหรอวะพลู”
“พี่นั่นแหละเป็อะไรนักหนา พูดความจริงมาสิพูดออกมาว่าพี่เข้าหาพลูเพราะอะไร”
“ใครบอกอะไรพลู ไอ้เชี่ยนั่นมันพูดอะไรให้ฟัง”
“ใครบอกไม่สำคัญหรอก พลูอยากรู้จากปากพี่เท่านั้น ความสัมพันธ์ของเรามันจริงหรือปลอมพี่้าแก้แค้นให้น้องสาวพี่ใช่ไหม”
“เธอรู้แล้วเหรอ”
พี่กราฟไม่ได้ปฏิเสธแต่ถามเธอด้วยเสียงเรียบเฉยดวงตาว่างเปล่าสรรพนามที่เรียกเธอก็ต่างจากทุกครั้ง ต่างจากอีกคนที่มองเขาด้วยน้ำตาคลอเบ้า สายตาเ็ปกับความเปลี่ยนแปลงของเขา
“คำว่ารักที่พี่บอก แค่ทำให้พลูตายใจ หลงเชื่อพี่ทั้งตัวและหัวใจ มันไม่เคยมีอยู่จริงใช่ไหมบอกพลูมาสิ
ทั้งๆที่เตรียมใจไว้เจ็บแต่พอถึงเวลาจริงๆมันแทบจะล้มทั้งยืน ได้แต่เตือนตัวเองให้เข้มแข็งยังไงเขาคงไม่มีทางเห็นใจผู้หญิงที่เขาตั้งใจมาหลอก เพราะถ้าเขาเห็นใจและมีความรู้สึกดีๆให้เธออยู่บ้างเขาคงไม่เลือกทำร้ายเธออย่างเืเย็น
“อย่าบ้าหน่อยเลยพลู อะไรนักหนาวะ เราก็เข้ากันได้ดีทุกอย่าง เธอยัง้าอะไรอีก”
“นี่เหรอคนที่เคยบอกรัก แค่ถามหาเหตุผลยังตอบไม่ตรงประเด็นถ้าเป็ลูกผู้ชายพอก็ช่วยแฟร์ๆกับพลูหน่อย พูดความจริงมาสิ กลัวพูดแล้วจะเสียพลูไปหรือพี่รักพลูไปแล้ว”
พอชายหนุ่มได้ฟังก็ปรี๊ดทันทีคิดว่าเขารักเธอได้จริงๆเหรอ ผู้หญิงแบบเธอไม่จำเป็ต้องวิ่งหามีเยอะแยะมากมายแทบจะเดินชนกันตาย จะหาเมื่อไหร่ก็ได้
“อย่าสำคัญตัวเองได้ไหมพลู ที่ไม่อยากพูดความจริงก็เพราะกลัวเธอจะรับไม่ได้ เธอก็รู้แล้วนิว่าฉันเข้าหาเธอเพราะความแค้นจะให้บอกอะไรวะ รักเหรอ ถ้าบอกรักเธอ ฉันก็ต้องบอกรักผู้หญิงทุกคนที่นอนด้วยเหรอวะ ”
“คนเลว ต่อไปอย่าเสนอหน้ามาให้เห็นอีก ไอ้ผู้ชายเฮงซวย”
ก้านพลูตบเข้าที่ใบหน้าของเขาสองครั้งอย่างแรงด้วยความะเืใจคำพูดของเขาที่เอ่ยมามันทำให้เธอเจ็บได้มากมาย เขาไม่ได้จริงใจกับเธอั้แ่แรก คงทำอะไรไม่ได้อีกแล้วในเมื่อเขาก็บอกอยู่แล้วว่าเธอไม่มีค่า ไม่มีความสำคัญอะไร คงต้องจากไปซะทีน้ำตาพร่างพรูเต็มใบหน้าสวย
“ปล่อย” พี่กราฟคว้าแขนเธอไว้ไม่ยอมให้เธอเดินออกไป
“คิดว่าเข้ามาถึงห้องกู แล้วจะเดินออกไปง่ายๆเหรอก้านพลู”
“จะทำอะไร ปล่อย เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วอย่าให้ต้องเกลียดกันมากกว่านี้เลย ”
“กูไม่ให้ไป ใครหน้าไหนก็ไปจากกูไม่ได้ ถ้ากูยังไม่อนุญาต”
“หน้าด้านเนอะ ทำกับพลูขนาดนี้ยังมีสิทธิมาสั่งไม่ให้ไปไหนเสียดายความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้ พี่มันหน้าตัวเมีย”
ก้านพลูยกฝ่ามือเรียวบางเพื่อจะตบหน้าเขาอีกครั้งแต่เขาคว้าข้อมือเธอ เขาขบกรามแน่นไม่เคยมีใครตบและด่าเขาได้ก้านพลูเป็คนแรกเธอต้องได้รับบทเรียนที่ทำลงไป เขาลากเธอไปที่เตียงนอนไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บไหมเพราะตอนนี้สิ่งที่เขา้าคือการสั่งสอนเธอเขาโยนเธอไปบนเตียงนอน
“โอ้ย ไอ้บ้า ฉันเจ็บนะ”
ก้านพลูโอดครวญเพราะแขนกระแทกกับหัวเตียง แต่เขาไม่ได้สนใจอารมณ์เขาตอนนี้พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางทาง สายตาของเขาทำให้เธอนึกกลัวขึ้นมาทันทีกระเถิบตัวเองหนีแต่เขาตามมาคร่อมเธอ กระโปรงร่นขึ้นมาจนเห็นหน้าขาเรียวงาม
“พูดดีๆไม่ชอบใช่ไหม จะไปให้ได้ งั้นให้กูเอาจนพอใจแล้วกัน”
ก้านพลูดิ้นรนเอาตัวรอดทั้งถีบและข่วนทั่วทั้งแผ่นหลังและแขนแกร่ง แต่ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะทกสะท้านอารมณ์ของเขาตอนนี้เหมือนพายุ เขาโกรธที่เธอกล้าปฏิเสธ เขาคาดหวังว่าก้านพลูจะคลานเข่าขอร้องให้เขาไม่ไปไหนเขาคิดว่าตัวเองมีดีพอให้ก้านพลูอาลัยอาวรณ์ พอเห็นสายตาเกลียดชังที่เธอมองมาเขารับไม่ได้
“ปล่อยกู ไอ้เชี้ย” ก้านพลูด่าเขาเพราะตอนนี้เธอสู้แรงเขาไม่ได้สายตาที่มองจึงมีแต่ความเคียดแค้น
ชายหนุ่มกระชากเสื้อผ้าเธอจนขาดวิ่นเขารูดกางเกงยีนส์ราคาแพงออกจากตัวอย่างรวดเร็วและแยกขาเรียวงามออกจากกันด้วยแรงที่เยอะกว่า
“สวบ” ท่อนเอ็นใหญ่ที่สวนเข้าร่องรักที่คับแน่นทำให้ก้านพลูเจ็บแทบขาดใจเพราะไร้อารมณ์ใดๆทั้งสิ้น เขาเอามือจับเอวบางล็อคไว้ก่อนจะสวนสะโพกใส่ก้านพลูอย่างบ้าคลั่ง ครั้งแล้วครั้งเล่าจนก้านพลูแทบทนไม่ไหวน้ำตาเธอไหลเป็ทางยาวไม่ขาดสาย กว่าเขาจะผละจากร่างบางได้ก็กินเวลาเป็ชั่วโมง
“ฮึก ฮึก” ก้านพลูพยายามกดเสียงร้องไห้ของตัวเองไม่ให้ร้องออกมาเมื่อเขาเดินไปเข้าห้องน้ำก้านพลูรีบเปิดตู้เสื้อผ้าของเขาและเลือกตัวที่เล็กที่สุดมาสวมใส่ก่อนที่เ้าของห้องจะออกมาเมื่อชายหนุ่มกลับออกมาจากห้องน้ำจึงเห็นว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว
กราฟมานั่งบนเตียงเขามองร่องรอยบนที่นอนที่ยับเยิน รอยเืจางๆที่ปรากฏทำเขาหน่วงที่ใจ ฝ่ามือหนาลูบรอยเล็กนั้นด้วยมือที่สั่นปฏิเสธหัวใจไม่ได้เลยว่าเ็ปกับสิ่งที่ตัวเองทำ มันจบลงแล้ว