เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์...
พี่กรไม่ได้หายไปจากชีวิตเธออย่างที่ใจหวัง แต่เขากลับเปลี่ยนวิธีเข้าหา เขาไม่กล้าเดินเข้ามาทักทายเหมือนก่อน แต่ใช้วิธีเอาใจแบบเงียบ ๆ ที่แพรสัมผัสได้ทุกวัน
ทุกเช้าที่ประตูบ้านจะมีถุงขนมหรือกาแฟแก้วโปรดแขวนไว้ พร้อมโน้ตลายมือเดิม ๆ "กินก่อนไปทำงานนะครับ..."
แม้แต่ที่โต๊ะทำงานก็จะมีน้ำผลไม้หรือเค้กวางรออยู่เสมอ
แพรไม่เคยแตะต้องของพวกนั้น เธอทำเพียงเก็บใส่ถุงแล้วนำไปทิ้ง หรือไม่ก็ยกให้คนอื่น
ความพยายามของเขาไม่ได้ทำให้เธอใจอ่อน แต่มันกลับตอกย้ำแผลเป็นเดิม ๆ ให้ยิ่งเจ็บแปลบทุกครั้งที่เห็น
คืนหนึ่ง แพรต้องอยู่เคลียร์งานรายงานประจำปีจนดึกสงัด ภายในตึกคณะเงียบงัน มีเพียงแสงไฟจากโซนทำงานของเธอที่ยังสว่างอยู่
ท่ามกลางเสียงรัวแป้นพิมพ์ที่เหนื่อยล้า จู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก แพรชะงักและมองไปที่ประตูด้วยใจที่เริ่มสั่นหวั่น
ปัง... ประตูถูกผลักเข้ามาช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของพี่กรในสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ ผมยุ่งเหยิง และกลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมาบ่งบอกว่าเขาเพิ่งดื่มมาอย่างหนัก แววตาที่เขามองมานั้นมืดมิดและเต็มไปด้วยความลุ่มหลงจนน่าขนลุก
“แพร... พี่... พี่ทนไม่ไหวแล้ว”
แพรลุกขึ้นยืนตัวสั่นพยายามรักษากิริยา “พี่กรคะ... ดึกแล้ว กลับไปเถอะค่ะ หนูต้องทำงานต่อ”
แต่พี่กรไม่ฟัง เขาเดินเข้ามาในห้องแล้วกดล็อกประตู เสียง “คลิก” ของกลอนประตูทำให้แพรหัวใจหล่นวูบ
เธอถอยหลังจนแผ่นหลังชนกำแพงเย็นเฉียบ พี่กรย่างเท้าเข้ามา น้ำตาไหลอาบแก้มแต่รอยยิ้มกลับบิดเบี้ยว
“หนูกลัวพี่เหรอครับ? ทั้งที่หนูเคยให้พี่กอด เคยให้พี่จูบ... เคยเป็นของพี่ทุกอย่าง”
เขาหัวเราะแห้ง ๆ อย่างเสียสติ “พี่รู้ว่าพี่ผิด พี่สมควรถูกเกลียด... แต่พี่รักหนูมาก พี่ทนไม่ได้ที่เห็นหนูอยู่คนเดียว พี่จะทำให้หนูกลับมารักพี่อีกครั้ง พี่จะทำให้หนูลืมไอ้เอก ลืมทุกคน... พี่จะทำให้หนูเป็นของพี่คนเดียวอีกครั้ง!”
พูดจบเขาก็โถมตัวเข้าหาแพร มือใหญ่รวบข้อมือเธอไว้เหนือศีรษะแล้วดันพิงกำแพงอย่างแรง แพรดิ้นรนสุดชีวิตแต่แรงของผู้ชายที่กำลังคลั่งนั้นมหาศาลกว่ามาก
“ปล่อยหนู! พี่กร ปล่อยนะคะ! หนูจะเรียกคนช่วย!”
“เรียกสิครับ... แต่ไม่มีใครช่วยหนูได้หรอก เพราะตอนนี้มีแค่เราสองคน” เขาซุกหน้าลงกับซอกคอเธอ ดูดเม้มจนเกิดรอยแดงด้วยความหิวกระหาย มืออีกข้างเริ่มปลดกระดุมเสื้อเธอออกทีละเม็ดอย่างหยาบโลน “พี่จะทำให้หนูรู้ว่าพี่รักหนูแค่ไหน พี่จะทำให้หนูหนีพี่ไปไม่ได้อีก...”
แพรสะอื้นไห้จนตัวโยน ความรู้สึกในตอนนี้ไม่ใช่ความรัก แต่มันคือความครอบครองที่สกปรกและน่ารังเกียจ เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายตะโกนใส่หน้าเขา “หยุดนะคะพี่กร! หนูจะเกลียดพี่ไปจนตาย! ปล่อยหนู!”
คำว่า “เกลียดตลอดไป” เหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดลงบนกองไฟ พี่กรชะงักค้าง มือที่สั่นเทาหยุดกะทัดหัน เขามองเห็นความหวาดกลัวสุดขีดในดวงตาของแพรจนสติเริ่มกลับมาวูบหนึ่ง “พี่... พี่ขอโทษ... พี่ไม่ได้ตั้งใจ...”
ในจังหวะที่เขาเผลอ แพรใช้แรงทั้งหมดผลักเขาออก รีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งพรวดออกจากห้องไปโดยไม่คิดชีวิต
เธอวิ่งไปที่รถ สตาร์ทเครื่องและขับออกไปอย่างรวดเร็ว น้ำตาไหลพรากตลอดทาง เธอไม่กล้ากลับบ้าน... จุดหมายเดียวในตอนนี้คือบ้านของพี่แอน
เมื่อพี่แอนเห็นสภาพแพรที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและร้องไห้โฮจนตัวสั่น เธอก็รีบดึงแพรเข้าไปกอดไว้แน่น “แพร! เกิดอะไรขึ้น! ใครทำแก!”
“พี่แอน... พี่กร... เขาพยายามจะ... หนูเกลียดเขาแล้วพี่แอน หนูไม่อยากเจอเขาอีกแล้ว!” แพรสะอื้นจนแทบขาดใจ
พี่แอนลูบหลังแพรด้วยความโกรธจัด “พอที! พรุ่งนี้พี่จะพาแกไปแจ้งความ เรื่องนี้ต้องถึงที่สุด แกไม่ต้องกลัวนะ พี่จะอยู่ข้างแกเอง”
ขณะที่แพรซบหน้าลงกับไหล่พี่แอนด้วยหัวใจที่แตกสลาย...
ทางด้านพี่กร เขายังคงนั่งกองอยู่ที่พื้นห้องทำงานที่เงียบสงัด เขาไม่ได้รู้สึกผิดชอบชั่วดีอีกต่อไป ความคิดของเขาบิดเบี้ยวไปไกลแสนไกล
“หึหึ...” เขาหัวเราะเบา ๆ ในความมืด แววตาว่างเปล่าและน่าสยดสยอง “หนีไปเถอะแพร... ยังไงเธอก็ไม่มีใคร ไอ้เอกมันก็อยู่ไกล ตัวคนเดียว ถ้าฉันได้เธอ... ทุกอย่างก็จบ พอมันกลับมา เธอก็เป็นเมียฉันไปแล้ว... ไอ้โง่เอกเอ๊ย!”
เสียงหัวเราะของคนเสียสติยังคงดังก้องอยู่ในห้องนั้น... ท่ามกลางเงาเหงาที่เต็มไปด้วยความพยาบาทและความลุ่มหลงที่ไร้ซึ่งทางออก
ทุกครั้งที่พี่กรดื่มจนเมามาย แอลกอฮอล์มักจะทำหน้าที่ปลดล็อก "ด้านมืด" ที่เขาพยายามสะกดไว้ในยามปกติออกมาเสมอ มันคือความหึงหวง ความกระหายที่จะครอบครอง และความกลัวที่จะสูญเสียแพรไปอย่างถาวร ความรักที่เคยอ่อนโยนในวันวาน บัดนี้กลายเป็นความคุ้มคลั่งที่น่าหวาดกลัว
หลังจากคืนนั้น พี่กรหายหน้าไปเลย ไม่มาให้แพรเห็น จนพี่แอนบอกว่า "เขาน่าจะคิดได้แล้วแหละ คืนนั้นอ.กร คงจะเมาด้วยเลยขาดสติ" พี่แอนตบไหล่ปลอบใจแพรเบาๆแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ ทุกอย่างเงียบสงบจนเวลาล่วงเลยมาเกือบเดือน พี่กร ไม่ยุ่งกับแพรอีกเลย
- สื้นเดือน -
ในงานเลี้ยงส่งท้ายปีงบประมาณริมแม่น้ำ ท่ามกลางเสียงหัวเราะและแสงไฟสลัว แพรปล่อยตัวปล่อยใจไปกับไวน์แก้วแล้วแก้วเล่าเพื่อหวังจะลืมความเหงาจากการขาดการติดต่อของพี่เอก
เธอหัวเราะดังกว่าปกติ แก้มแดงปลั่งด้วยฤทธิ์สุรา โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องเธออยู่ตลอดเวลา... นั้นคือสายตาของพี่กรที่เต็มไปด้วยความพยาบาทและความต้องการ
เมื่อแพรเดินเซไปทางห้องน้ำ พี่กรรีบลุกตามไปในทันที เขาฉวยโอกาสในโถงทางเดินที่มืดมิดเข้าประคองเอวเธอจากด้านหลัง
แพรพยายามดิ้นรนด้วยสติที่พร่าเลือน "ปล่อยหนู... พี่กร... หนูไหว" แต่เขาไม่ฟัง เขามองซ้ายขวาไม่มีคน รวบตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง แพรกรีดร้อง แต่เสียงเพลงในงาน ดังเกินกว่าเสียงของแพร พี่กรพาเธอออกจากร้านมุ่งตรงไปยังคอนโดของเขาแทนที่จะเป็นบ้านของเธอ
- ณ คอนโดของพี่กร -
พี่กรวางร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของแพรลงบนโซฟา แสงไฟสลัวในห้องสะท้อนให้เห็นใบหน้าของแพรที่ร้อนผ่าวจากฤทธิ์เหล้า
เสื้อเชิ้ตบางเบาหลุดลุ่ยจนเห็นผิวขาวเนียน พี่กรคุกเข่าลงข้างกายเธอ ลมหายใจของเขาผสมปนเปไปด้วยกลิ่นเหล้าและแรงปรารถนาที่บ้าคลั่ง
"แพร... พี่จะดูแลหนูเอง พี่จะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องหนูอีก" เขากระซิบเสียงพร่า
"อย่า... พี่กร... หนูจะกลับบ้าน..." แพรพยายามผลักไส แต่มือไม้กลับอ่อนแรงเกินกว่าจะต้านทาน
พี่กรก้มลงบดจูบเธออย่างรุนแรงและรวดเร็ว มือหนาซุกซนลูบไล้ไปตามร่างกายที่คุ้นเคย เขาพร่ำบอกรักซ้ำ ๆ แต่มันกลับฟังดูเหมือนคำสาป
"พี่จะทำให้หนูลืมทุกคน... ลืมไอ้เอก... หนูเป็นของพี่คนเดียว!"
ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและการบังคับขู่เข็ญ ร่างกายของแพรตอบสนองไปตามสัญชาตญาณและความมึนเมา
ทว่าในส่วนลึกของหัวใจเธอกลับสะอื้นไห้ด้วยความสมเพชตัวเอง พี่กรกระแทกกระทั้นความต้องการเข้าใส่เธอไม่หยุด จนกระทั่งทุกอย่างสิ้นสุดลงด้วยความว่างเปล่าที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทำให้แพรตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่โหดร้าย เธอเปลือยกายอยู่บนเตียงข้างชายคนที่เธอเพิ่งบอกว่าเกลียดสุด
หัวใจ ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั้งกายและใจ แพรพยายามกลั้นเสียงสะอื้น แต่ตัวด้วยมือที่สั่นเทาแล้วหนีออกจากห้องนั้นมาโดยไม่หันกลับไปมอง
เมื่อมาถึงบ้านแพรทิ้งตัวลงนอนร้องไห้ เธอปล่อย ร้องไห้โฮ เสียงดังจากความอั้ดอั้นตันใจที่ถาโถม
ทางด้านพี่กร เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาพบเพียงความว่างเปล่าบนเตียงที่ยังทิ้งรอยยับและกลิ่นกายของแพรเอาไว้
เขานั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง สายตาเหม่อมองไปที่ความว่างเปล่าครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ แค่นหัวใจหัวเราะขื่น ๆ ออกมาในลำคอ
เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง... ใช่ เขารู้ซึ้งแล้วว่าการครอบครองเพียงร่างกายในค่ำคืนที่ผ่านมา มันไม่ได้ช่วยให้เขาได้หัวใจเธอกลับคืนมาเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับยิ่งผลักไสให้แพรเตลิดไปไกลกว่าเดิม
แต่นั่นมันก็แค่แผนแรกที่ผิดพลาด...
พี่กรลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงานช้า ๆ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูรูปภาพและบางสิ่งที่เขา "บันทึก" ไว้เมื่อคืน แววตาที่เคยแดงก่ำจากการดื่มกลับแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบและเย็นชาจนน่าขนลุก
เธอบอกว่าเกลียดเขา... เธอบอกว่าไม่อยากเจอเขาอีก... แต่ในโลกของพี่กร 'ความเกลียด' ก็ยังดีกว่า 'ความเฉยชา'
"หนีไปเถอะแพร... หนีไปให้สุดแรง" เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะที่นิ้วโป้งลูบไล้ใบหน้าของแพรผ่านหน้าจอโทรศัพท์
เขารู้ดีว่าแพรอาจจะไปหาพี่แอน และเขารู้ดีว่าก้าวต่อไปของแพรคืออะไร... แต่มันไม่สำคัญหรอก เพราะตอนนี้เขามีหมากในมือที่พร้อมจะดึงเธอกลับมาสู่อ้อมกอดของเขาได้ทุกเมื่อ ต่อให้ต้องแลกด้วยชื่อเสียง หรือต่อให้ต้องกลายเป็นปีศาจในสายตาเธอก็ตาม
พี่กรแสยะยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความสุข แต่มาจากความมั่นใจว่าเกมนี้ยังไม่จบลงง่าย ๆ
"รอพี่ก่อนนะแพร... อีกไม่นาน เราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันจริง ๆ เสียที"
เขาปิดหน้าจอโทรศัพท์ แล้วเริ่มจัดการกับความยุ่งเหยิงในห้องอย่างใจเย็น... ราวกับกำลังเตรียมสถานที่รอรับการกลับมาของ "ใครบางคน" ที่เขาเชื่อมั่นว่าไม่มีวันหนีเขาไปไหนพ้น