เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 98: ศึกขยายอาณาเขต และการประเมินเผ่าพันธุ์ข้างเคียง


    สายลมเย็นเยียบแห่งขุนเขาพัดโชยมาปะทะใบหน้าหล่อเหลาของหลีเฮง ชายหนุ่มยืนตระหง่านอยู่บนยอดหน้าผาสูงชันที่ทอดตัวยาวออกไปเบื้องหน้า เบื้องล่างคือผืนป่าทึบอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีเทาจางๆ ดินแดนแห่งนี้ยังคงเป็นปริศนาที่รอการค้นพบและพิชิต บัดนี้ อาณาจักรของเขาได้รับการปรับปรุงระบบนิเวศจนสมบูรณ์แบบ กองทัพอสูรหมาป่าสองขานับร้อยตัวก็ฟักตัวและพร้อมรบเต็มอัตราศึก ภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากรที่หลีเฮงกำหนดไว้เพื่อรักษาสมดุล

    "ถึงเวลาที่เราจะสยายปีกออกไปสำรวจโลกกว้างแล้ว" หลีเฮงพึมพำกับตัวเอง แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดงดิบเบื้องล่าง

    เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับกองทัพอสูรหมาป่าสองขาที่เรียงแถวหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกมันตัวใหญ่กำยำ ขนสีเทาเข้มเป็นประกายเงางาม กรงเล็บแหลมคมพร้อมที่จะตะปบเหยื่อ เสียงขู่คำรามต่ำๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอ บ่งบอกถึงความกระหายในการล่าและสัญชาตญาณดิบที่ถูกเก็บกดมานาน

    "ฟังคำสั่งข้า!" เสียงอันทรงพลังของหลีเฮงดังกึกก้องกังวานไปทั่วลานหิน "จงแบ่งกำลังออกเป็นสิบหน่วย หน่วยละสิบตัว กระจายกำลังกันออกไปลาดตระเวนสำรวจอาณาเขตรอบนอกในรัศมีสิบลี้! จงสอดส่องหาแหล่งทรัพยากรใหม่ๆ ตรวจตราความเคลื่อนไหวของศัตรู และที่สำคัญ... ค้นหาเผ่าพันธุ์ปีศาจอื่นๆ ที่ซ่อนเร้นอยู่ในป่าลึกแห่งนี้! หากพบเจอสิ่งใดผิดปกติ ห้ามปะทะโดยพลการ จงรีบส่งสัญญาณกลับมาแจ้งให้ข้าทราบทันที! ไปได้!"

    "โบร๋ววววววววววว!"

    สิ้นคำสั่ง เสียงเห่าหอนตอบรับคำบัญชาก็ดังสนั่นหวั่นไหวสะท้านขุนเขา ฝูงอสูรหมาป่าสองขากระโจนพุ่งทะยานลงจากหน้าผาสูงลิบลิ่วอย่างรวดเร็วและปราดเปรียวราวกับสายฟ้าฟาด ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของพวกมันเต็มไปด้วยพลังอำนาจดุดัน เหยียบย่างลงบนเถาวัลย์และกิ่งไม้ใหญ่โดยไร้สุ้มเสียง พวกมันกลมกลืนหายเข้าไปในเงามืดของผืนป่าไม้มารทึบอันหนาทึบและลึกลับอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงสายลมที่หมุนวนจากการเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว ภูมิประเทศป่าไม้มารแห่งนี้สลับซับซ้อน เต็มไปด้วยต้นไม้ดึกดำบรรพ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาบดบังแสงตะวัน หมอกพิษจางๆ ลอยปกคลุมพื้นผิวดินตลอดเวลา ทว่าฝูงหมาป่าสองขาที่ถือกำเนิดจากพลังปราณอันบริสุทธิ์กลับไม่สะทกสะท้าน พวกมันแยกย้ายกันไปตามทิศทางที่ได้รับมอบหมาย สูดดมกลิ่นอายและสำรวจภูมิประเทศอย่างละเอียดลออ ประหนึ่งเงาสังหารที่แฝงกายอยู่ในความมืด

    หลีเฮงไม่ได้นิ่งนอนใจรอคอยเพียงรายงานจากเหล่าสมุน เขาหลับตาลงรวบรวมสมาธิ กระตุ้นพลังปราณในกายให้ประสานเข้ากับ 'ระบบเทพแมงดา' อย่างสมบูรณ์ "ระบบ เปิดใช้งานสแกนเนตรสวรรค์! ค้นหาระบุตำแหน่งเผ่าพันธุ์รอบนอก!"

    พริบตาเดียว วิสัยทัศน์ในห้วงความคิดของเขาก็ขยายกว้างออกไปไกลแสนไกล ทะลุทะลวงผ่านหมู่เมฆและป่าดงดิบ ภาพแผนที่โฮโลแกรมปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน จุดสีแดงเล็กๆ จำนวนมากกระจายตัวอยู่ตามทิศทางต่างๆ บ่งบอกถึงสิ่งมีชีวิตและเผ่าพันธุ์ที่ซ่อนตัวอยู่ แต่ที่สะดุดตาหลีเฮงที่สุดคือกลุ่มแสงสีชมพูอ่อนที่เรืองรองอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ห่างออกไปราวๆ เจ็ดลี้

    "โอ๊ะโอ๋... ดูเหมือนว่าเราจะเจอแจ็คพ็อตเข้าให้แล้วสิ" หลีเฮงกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

    เขาเพ่งสมาธิซูมภาพเข้าไปใกล้จุดแสงสีชมพูเรืองรองนั้น ภาพที่ปรากฏทำให้เลือดในกายชายหนุ่มสูบฉีดพลุ่งพล่านอย่างห้ามไม่อยู่ มันคือหมู่บ้านขนาดย่อมที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นอย่างประณีตบรรจงด้วยเถาวัลย์พันเกี่ยวและดอกไม้พิษนานาพรรณที่เบ่งบานตระการตา สีสันสดใสของมวลบุปผาตัดกับความมืดมิดของป่าดงดิบอย่างสิ้นเชิง และสิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นจนหัวใจเต้นระรัวที่สุดคือ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเร้นลับแห่งนั้นล้วนเป็น 'สตรี' ทั้งสิ้น! พวกนางคือเผ่าพันธุ์ปีศาจบุปผาโลหิตผู้โฉมงามสะคราญ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นเอวบางร่างน้อย ผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งหยาดน้ำค้างยามเช้าที่อาบไล้ด้วยแสงอรุณ สวมใส่เพียงอาภรณ์ชิ้นน้อยที่ถักทอจากใบไม้และกลีบดอกไม้ เผยให้เห็นเนินปทุมถันอวบสล้างและสัดส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวนใจยิ่งนัก ทุกย่างก้าวของพวกนางส่งกลิ่นหอมรัญจวนใจที่สามารถมอมเมาผู้คนให้หลงใหล และที่สำคัญ ระบบเทพแมงดาได้แจ้งข้อมูลเชิงลึกว่าพวกนางมีพรสวรรค์เฉพาะตัวอันล้ำเลิศในการฟื้นฟูพลังปราณและเยียวยารักษาบาดแผลได้อย่างน่าอัศจรรย์

    "เผ่าปีศาจบุปผาโลหิตงั้นหรือ... ช่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่น่าสนใจและน่า... 'ครอบครอง' ยิ่งนัก" หลีเฮงเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ความคิดอันบรรเจิดเริ่มก่อตัวขึ้นในสมองอันชาญฉลาดของเขา

    เขาหันไปมองสตรีทั้งสามที่ยืนเคียงข้าง เย่เจาจวิน เสี่ยวจู และเฟยเฟย ต่างทอดมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความภักดี หลีเฮงลูบไล้ปลายคางอย่างครุ่นคิด "พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า ขีดจำกัดของการวิวัฒนาการสายพันธุ์นั้นหาได้อยู่ที่จำนวนเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ความหลากหลายของสายเลือด... หากเราต้องการสร้างกองทัพปีศาจที่แข็งแกร่งและไร้เทียมทานที่สุดในปฐพี เราจำเป็นต้องผสานพรสวรรค์และจุดเด่นของเผ่าพันธุ์อื่นๆ เข้ามาด้วย"

    หลีเฮงเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างของสามสาวอย่างพิจารณา "เมื่อเราขยายฐานที่มั่นและสะสมทรัพยากรจนสามารถรองรับกองทัพที่ใหญ่กว่านี้ได้ ข้ามีแผนการที่ยิ่งใหญ่... ข้าจะต้องเข้า 'บำเพ็ญคู่' ร่วมรักกับปีศาจสาวจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ นำพารหัสสายเลือดและสรีระอันบริสุทธิ์ของพวกนางมาผสานเข้ากับพลังแห่งระบบเทพแมงดา ผ่านหยาดน้ำหวานและแก่นกายแห่งข้า เพื่อให้กำเนิดสุดยอดสายพันธุ์ปีศาจรุ่นต่อไปที่จะผงาดขึ้นเป็นจ้าวแห่งใต้หล้า!"

    ถ้อยคำอันห้าวหาญและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานของหลีเฮง ทำเอาสตรีทั้งสามถึงกับหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน พวกนางรู้ดีว่าการบำเพ็ญคู่กับหลีเฮงนั้นคือความสุขสมอันล้ำเลิศที่หาใดเปรียบ และหากการกระทำนั้นจะเป็นการสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับอาณาจักร พวกนางก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างสุดกำลัง แม้จะต้องแบ่งปันความรักให้กับสตรีเผ่าอื่นบ้าง แต่นายท่านของพวกนางก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะมีสตรีเพียงไม่กี่นางไว้เคียงข้าง

    "นายท่านช่างมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและลึกล้ำยิ่งนัก ข้าน้อยจะรอคอยวันที่ได้เห็นสายเลือดใหม่ถือกำเนิดขึ้นเจ้าค่ะ" เย่เจาจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ย่อตัวคารวะอย่างงดงาม นางช้อนดวงตากลมโตขึ้นมองชายหนุ่มด้วยประกายหยาดเยิ้ม พลางขยับเรือนร่างอรชรเข้าไปเบียดชิด แขนเรียวเสลากอดรัดลำแขนแกร่งของเขาไว้อย่างออดอ้อน "แต่ทว่า... ก่อนที่นายท่านจะไปโปรดปรานเหล่าบุปผางามต่างถิ่น ค่ำคืนนี้พวกข้าน้อยทั้งสามขอปรนนิบัติรับใช้ท่านให้หนำใจก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ?"

    เสี่ยวจูที่ยืนอยู่เบื้องหลังไม่ยอมน้อยหน้า นางก้าวเท้าเข้ามาประกบแผ่นหลังกว้างของหลีเฮง มือเรียวนุ่มลูบไล้แผงอกกำยำผ่านสาบเสื้อเบาๆ "ใช่แล้วเจ้าค่ะนายท่าน... ร่องสวาทของพวกเรายังโหยหาแก่นกายอันดุดันของท่านเสมอ ต่อให้นายท่านจะรับสตรีเผ่าอื่นเข้ามาเพิ่ม พวกข้าก็จะคอยสอนสั่งพวกนางให้รู้ซึ้งถึงท่วงท่าการปรนนิบัติเพื่อรีดเค้นหยาดน้ำหวานและปลุกเร้าเพลิงปรารถนาของท่านให้ลุกโชนอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด"

    เฟยเฟยแย้มยิ้มหยาดเยิ้ม นางเอนศีรษะซบลงบนไหล่กว้างของหลีเฮงพลางกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่ารัญจวนใจ "นายท่านต้องรักษาสุขภาพนะเจ้าคะ เพราะหากถึงเวลาที่ท่านต้องออกไปสยายปีกครอบครองเหล่าปีศาจบุปผาโลหิต พวกนางคงสูบกลืนเรี่ยวแรงของท่านไปไม่น้อย แต่ไม่ต้องห่วง... บั้นท้ายงอนงามและปทุมถันอวบอิ่มของพวกเรา จะคอยเป็นเบาะนุ่มๆ ให้ท่านได้พักพิงและฟื้นฟูพลังปราณอยู่เสมอเจ้าค่ะ"

    หลีเฮงหัวเราะร่วนในลำคอด้วยความชอบใจ เขาโอบกอดเรือนร่างแน่งน้อยของทั้งสามสาวไว้ในอ้อมแขน สัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านมาจากผิวกายของพวกนาง ท่ามกลางทัศนียภาพของภูมิประเทศป่าไม้มารที่อยู่เบื้องล่าง แมกไม้ดึกดำบรรพ์ยืนต้นตระหง่านเสียดฟ้า กิ่งก้านสาขาเกี่ยวพันกันราวกับอสรพิษยักษ์ที่กำลังหลับใหล ใบไม้สีเข้มอมม่วงสะท้อนประกายลี้ลับยามต้องแสงอาทิตย์อัสดง กลุ่มควันหมอกสีเทาจางๆ ที่ลอยอวลอยู่เหนือผืนดินเปรียบเสมือนม่านวิเศษที่ซ่อนเร้นความเร้นลับของธรรมชาติเอาไว้ เสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านดงหนามและเถาวัลย์พิษดังกังวานราวกับท่วงทำนองแห่งบทเพลงมรณะ ทว่าในสายตาของหลีเฮง ดินแดนที่ดูอันตรายและแสนจะป่าเถื่อนแห่งนี้ กลับเป็นเพียงผืนผ้าใบผืนใหญ่ที่รอคอยให้เขาตวัดพู่กันแห่งอำนาจ สร้างสรรค์อาณาจักรฮาเร็มอันเกรียงไกรไร้เทียมทาน

    [ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบ: ภารกิจลาดตระเวนและค้นพบอาณาเขตใหม่สำเร็จ! ได้รับโบนัสขยายอาณาเขต +500 แต้ม]

    เสียงสวรรค์จากระบบดังขึ้นขัดจังหวะความคิด หลีเฮงยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ การเริ่มต้นขยายอาณาเขตเป็นไปอย่างราบรื่นและงดงาม เขาเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาตรวจสอบความก้าวหน้าอีกครั้ง

    [สรุปสถานะปัจจุบัน]
    แต้มสะสมทั้งหมด: 35,500 แต้ม (เดิม 35,000 + โบนัสขยายอาณาเขต 500)
    แต้มวิบัติสะสม: 35 แต้ม

    และแน่นอนว่า 'กล่องระบบเทพแมงดาฉบับเต็ม' ก็ยังคงลอยเด่นเป็นสง่า รอคอยการเปิดเพื่อมอบรางวัลล้ำค่าให้กับเขาในยามที่ต้องการ

    หลีเฮงทอดสายตามองกลับไปยังทิศทางของหมู่บ้านปีศาจบุปผาโลหิตอีกครั้ง รอยยิ้มแห่งผู้พิชิตปรากฏขึ้นบนใบหน้า "จงรอข้าก่อนเถิด เหล่าบุปผางามแห่งพงไพร เมื่อทรัพยากรพรั่งพร้อมและกองทัพเกรียงไกร ข้า... หลีเฮงผู้นี้ จะไปเยือนพวกเจ้าถึงที่ และเปลี่ยนพวกเจ้าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของขุมกำลังแห่งเทพแมงดา!"

    ขณะที่หลีเฮงกำลังวางแผนการใหญ่อยู่บนหน้าผา ภายในป่าลึกเบื้องล่าง ฝูงอสูรหมาป่าสองขากำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น พวกมันเคลื่อนที่ผ่านดงหนามและพุ่มไม้อย่างแผ่วเบาไร้สุ้มเสียง จมูกที่ไวต่อกลิ่นสูดดมกลิ่นอายประหลาดที่ลอยมาตามสายลม ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างสอดส่องทุกซอกทุกมุม ความมืดมิอาจบดบังทัศนวิสัยของพวกมันได้แม้แต่น้อย การกระจายกำลังเป็นสิบหน่วยทำให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างกว้างขวาง ร่องรอยของสัตว์อสูรระดับต่ำที่ผ่านเข้ามาในอาณาเขตถูกจดจำและรายงานกลับไปยังผู้เป็นนายผ่านสายใยจิตวิญญาณที่เชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่องไม่มีขาดสาย

    กลับมาที่รังปีศาจ ค่ายกลเสริมกระดูกศิลายังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ แผ่ซ่านพลังปราณคุ้มครองทุกชีวิตภายในรัง ปีศาจมดงานทำงานประสานกันเป็นจังหวะ ราวกับฟันเฟืองของนาฬิกาเรือนยักษ์ที่ไม่มีวันหยุดเดิน ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความมั่งคั่งที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นนี้ คือรากฐานอันมั่นคงที่จะรองรับความฝันอันยิ่งใหญ่ของหลีเฮง เส้นทางแห่งจอมราชันย์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ก้าวต่อไปของเขาคือการผสานเลือดเนื้อและรหัสสายเลือด เติมเต็มอาณาจักรให้สมบูรณ์ด้วยสตรีงามและความหลากหลายแห่งเผ่าพันธุ์ปีศาจ...

    (จบบทที่ 98)

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน