หยางเชี่ยงชุนได้รับบาดเจ็บจากคมดาบของหยางเทียนหลงมันเป็นอาวุธที่สร้างขึ้นด้วยพลังเต๋าจึงไม่ถือว่าผิดกติกา การห้ามใช้อาวุธในการประลองก็เพราะว่าต้องการให้ผู้บ่มเพาะใช้พลังของตนเองไม่ใช่พึ่งสิ่งของภายนอกแม้อาวุธที่สร้างขึ้นด้วยพลังเต๋าจะสร้างความได้เปรียบแก่ผู้ใช้งานแต่นั่นก็เป็นเพราะความสามารถของผู้บ่มเพาะเองจึงถือว่ายุติธรรม
หยางเทียนหลงยืนมองคู่ต่อสู้นำน้ำเต้าออกมาจากแหวนมิติและใช้สุราในน้ำเต้าเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ หยางเชี่ยงชุนยอมรับว่าคู่ต่อสู้สมกับที่กล่าวขานว่าเป็นอันดับหนึ่งแต่หากจะยอมแพ้ตอนนี้มันยังเร็วไป!
“ข้าจะให้เจ้าลองวิชาหมัดเมาของตระกูลเชี่ยงดูสักสามกระบวนท่าหากเจ้ายังสามารถเอาชนะได้ ข้าก็ขอยอมแพ้”
“รับมือ!!!”
หยางเชี่ยงชุนจับที่ปลายเชือกควงน้ำเต้าเหนือศีรษะสุราซึมออกมาเป็นหยด ๆ ล่องลอยหยุดนิ่งอยู่บนอากาศ
“หมัดสุรากัดกร่อน!”
หยดแห่งสุรานับร้อยนับพันพุ่งเข้าใส่หยางเทียนหลงดุจพายุฝนแม้เขาจะพยายามปัดป้องก็มิอาจรับมือได้ทั้งหมดหยดสุราที่ถูกต้องร่างกายสร้างบาดแผลจุดเล็ก ๆ และลุกลามเพิ่มขึ้นราวกับมีชีวิตหากไม่รีบจัดการมันคงกัดกร่อนไปถึงกระดูกและอวัยวะภายในเป็นแน่!
“กำแพงเพลิงวายุ!”
เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากเท้าของหยางเทียนหลงลมพายุพัดหมุนเป็นเกรียวเพลิงห้อมล้อมปกป้องจากหมัดสุรากัดกร่อนหยดสุราถูกเผาไหม้ดัง “ฉ่า!” ก่อนจะเข้าถึงตัว อีกทั้งพลังเพลิงแผดเผาบาดแผลเพื่อหยุดยั้งการกัดกร่อนของหยดสุรา
เพล้งงง!!
น้ำเต้าแหวกผ่านเปลวเพลิงเข้าไปกระแทกกลางหน้าอกของหยางเทียนหลงภาชนะแตกกระจายปลดปล่อยสุรากัดกร่อนออกจากที่คุมขัง แม้เปลวเพลิงจะเผาผลาญสุรากัดกร่อนได้ในเวลาต่อมาแต่หน้าอกของเขาก็ปรากฏรอยไหม้เป็นแผลฉกรรจ์
“นั่นมันผิดกติกาไม่ใช่เหรอ”
ชายคนหนึ่งที่นั่งดูการประลองเอ่ยขึ้น
“หามิได้ น้ำเต้านั้นหากปราศจากพลังเต๋าและวิชาลับของตระกูลเชี่ยงก็จะเป็นเพียงน้ำเต้าธรรมดาไม่ได้มีพิษสงอะไร ฉะนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่ามันเป็นความสามารถของเขาเอง”
“ถึงอย่างนั้นมันก็เหมือนโกงอยู่ดี”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นในหมู่คนดูหยางเทียนหลงบาดเจ็บสาหัสจากน้ำเต้าบรรจุสุรากัดกร่อนซึ่งแท้จริงมันก็แค่สุราธรรมดา เพราะวิชาลับของตระกูลเชี่ยงที่ร้ายกาจจึงทำให้ดูเหมือนเป็นอาวุธแต่ความจริงแล้วไม่ผิดกติกา กรรมการจึงได้แต่ยืนสังเกตการณ์โดยไม่เอ่ยวาจาอันใด
“เห็นทีข้าจะรอรับกระบวนท่าต่อไปไม่ได้เสียแล้ว”
หยางเทียนหลงพยุงตัวเองขึ้นสายตาคมกริบจับไปที่เป้าหมาย ดาบเพลิงก่อรูปขึ้นในมืออีกข้างหนึ่ง เขาไขว้ดาบคู่เป็นกากบาทรัศมีพลังระเบิดออกพร้อมกับท่วงท่าวิถีฟาดฟัน
“ศาสตราเพลิงสังหาร!”
เพลงดาบกวัดแกว่งปลดปล่อยเสี้ยวพระจันทร์เพลิง
“กระสุนสุรากัดกร่อน!”
น้ำเต้านับร้อยกระหน่ำยิงดุจกระสุนสังหาร
เพล้งง!! เพล้งง!!เพล้งง!! เพล้งง!!
เพล้งง!! เพล้งง!!เพล้งง!!
เพล้งง!! เพล้งง!!
เพล้งง!!
ตู้มมมมมมมมมมมมมม!!!
การโจมตีทั้งสองปะทะกันจนเกิดแรงระเบิดเปลวไฟพวยพุ่งปกคลุมหยางเทียนหลงโดยไม่รู้เป็นหรือตายส่วนหยางเชี่ยงชุนโดนแรงระเบิดปลิวไปสุดขอบลานประลองแม้จะพยุงตัวเองขึ้นมาได้แต่ก็กระอักเลือดออกมาหลายกำมือ
“หยางเชี่ยงชุน”
เสียงชายหนุ่มเล็ดออกมาจากเปลวเพลิง
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าสุราเป็นเชื้อเพลิงอันดีให้เปลวไฟ”
ฟู่ววว!
เปลวเพลิงหมุนเป็นเกลียวและค่อย ๆ แสดงรูปร่างเป็นมังกรมังกรเพลิงบินขึ้นไปเหนือศีรษะของหยางเทียนหลงราวกับมีชีวิตสายตาของมันจับจ้องไปที่เหยื่อที่เพิ่งกระอักเลือดบนลานประลองและลอยตามหยางเทียนหลงที่กำลังก้าวเดินไป
“เจ้าจะรับมือกับมังกรเพลิงนี้สักกระบวนท่าหรือไม่”
“ไม่ล่ะ” หยางเชี่ยงชุนส่ายศีรษะ “ ข้ายอมแพ้”
เสียงเฮดังขึ้นทั่วทั้งสนามมันเป็นการต่อสู้ที่ตื่นเต้นเร้าใจจนดูไม่ออกเลยว่าเป็นผู้บ่มเพาะหน้าใหม่ทั้งสองคนสู้ได้ดีจนได้รับการชื่นชมจากผู้เข้าชมแม้หยางเชี่ยงชุนจะพ่ายแพ้ก็ไม่ทำให้เสียหน้าตระกูลเชี่ยง บิดาของเขาได้ยินเสียงชื่นชมก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจแต่อาการบาดเจ็บของทั้งคู่ยังน่าเป็นห่วง
หลังจากกรรมการประกาศชัยชนะแก่หยางเทียนหลงก็หยิบเซียมซีขึ้นมาเขย่าหาผู้แข่งขันคู่ต่อไป
“หยางเสี่ยวป้อ!”
เจ้าของชื่อกระโดดขึ้นสนามทันทีที่ได้ยินเสียงมันเป็นการแสดงความเป็นชายชาตรีให้สตรีได้หลงใหลเวทีนี้จึงเป็นเครื่องมือในการจีบหญิงของเขาได้ดีทีเดียว
“หยางฉินเทียน!”
รายชื่อผู้เข้าประลองคนที่สองเรียกเสียงฮือฮากว่าครั้งใดเพราะหยางฉินเทียนเป็นที่รู้จักในฐานะม้ามืดในการแข่งขันครั้งก่อนแต่ได้รับบาดเจ็บจนสลบไสลไม่ได้สติ ถึงบัดนี้ก็ไม่ปรากฏแม้แต่เงาเห็นทีเขาจะมาไกลได้เพียงเท่านี้กระมัง
“ข้าคิดว่า...”กรรมการเอ่ยขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปเพียงห้าลมหายใจ“หยางฉินเทียนคงจะไม่สามารถเข้าประลองได้ฉะนั้นข้าขอตัดสินให้หยางเสี่ยวป้อเป็นผู้...”
“ช้าก่อน!!”