เมื่อเดินทางมาถึงอำเภอฉือจี๋ไห่ได้รับข่าวร้ายทันที อนุภรรยาที่รักของเขาคลอดยากนางเจ็บท้องถึงสองวันสองคืน พอคลอดออกมาได้ กลับตกเือย่างรุนแรงกระทั่งตอนนี้ก็ยังสลบไสลไม่ได้สติลูกน้องของเขาคนหนึ่งเอ่ยแนะนำให้มาหาหลินซือเยว่ นางรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับเื่นี้อาจช่วยเหลืออนุภรรยาของเขาได้
จี๋ไห่ต้องหลบสายตาผู้คนมาหาหลินอ้ายให้เขาส่งข้อความหาหลินซือเยว่ให้มาพบเขาที เหตุเพราะเหล่านักโทษต้องถูกคุมอยู่ในลานกว้างของวัดใหญ่ประจำอำเภอ ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้เอง
“เอาป้ายชื่อของข้าไปเชิญนางออกมาที”นอกจากใช้ป้ายชื่อเชิญหลินซือเยว่แล้ว ยัง้าให้นายทหารได้เห็นป้ายผ่านทางนี้ด้วย “บอกว่าข้ารออยู่ด้านข้างวัดใหญ่ใต้ต้นพุทราป่า
หลินอ้ายเหลือบมองป้ายชื่อเล็กน้อยก่อนจะรับมาถือไว้แล้วหันหลังไปหาเผิงฉือ ให้นางไปรายงานเื่นี้กับหลินซือเยว่
“คุณหนูไม่จำเป็ต้องไปก็ได้นะเ้าคะคนแบบนั้นไม่คู่ควร” เผิงฉือไม่เห็นด้วย
“ไม่เป็ไร เขาไม่ได้เลวจนให้อภัยไม่ได้ป้าเผิงเอากระดาษกับพู่กันมาให้ข้า” หลินซือเยว่เอ่ยแล้วรอให้เผิงฉือนำของมาให้นางเขียนเทียบยาแบบคร่าว ๆ ยื่นให้หลินอ้าย “กลับไปบอกจี๋ไห่ ให้ไปซื้อยาตามนี้ต้มให้อนุภรรยาของเขากินทุกวัน วันละสามเวลาติดต่อกันสามวัน”
“ขอรับคุณหนู”หลินอ้ายรีบรับเทียบยาแล้วนำกลับไปส่งให้จี๋ไห่ พร้อมกับคำกำชับของนาง
จี๋ไห่รับเทียบยามาแล้วกลืนน้ำลายหนืด ๆลงคอ เขายังไม่ได้เอ่ยคำพูดใด นางกลับรู้ว่าอนุภรรยาของเขากำลัง้าการรักษานี่ไม่ใช่เทพเซียนของจริงหรอกหรือ เขารีบนำเทียบยาให้คนไปซื้อแล้วกลับไปต้มให้อนุภรรยาที่รักได้กิน ผ่านไปเพียงคืนเดียวนางก็ฟื้นขึ้นมา พูดคุยกับเขาได้แล้ว
หลินซือเยว่มอบเงินจำนวนหนึ่งให้หลินอ้ายนำไปให้จี๋ไห่นางฝากเขาซื้ออาหารแห้งและยาจำนวนหนึ่งในอำเภอฉือมาให้เนื่องจากติดหนี้บุญคุณของหลินซือเยว่ จี๋ไห่จึงไม่อาจปฏิเสธได้แต่เขาให้คนของเขาไปจัดการให้อย่างลับ ๆ ตอนมอบของก็มอบให้ยามดึกดื่นโดยใส่ไว้กับผ้าห่มนำกลับเข้าไปในลานวัด เรียกหลินอ้ายมาเอาไปไว้ที่รถม้าเนื่องจากความมืดทุกคนจึงไม่ทันเห็น ว่าพวกเขาส่งสิ่งใดให้กัน
“เยว่เอ๋อร์เ้าไปดูพี่ห่าวหรานของเ้าหน่อยเหตุใดถึงได้เพ้อพิษไข้อีกแล้วล่ะ ตอนแรกดูเหมือนจะดีขึ้นเลย”น้ำเสียงของจูฮูหยินร้อนรนเป็อย่างมาก
“ข้าไปดูให้เ้าค่ะ”
หลินซือเยว่คาดว่าอาการของเขาจะไม่ติดเชื้อรุนแรงแต่นางคาดผิดวันนี้เขากลับมีไข้หนักขึ้น นางอังหลังมือที่หน้าผากของคนป่วยก่อนถอนหายใจเบา ๆ ออกมา “ท่านป้านำผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวให้เขาเถอะเ้าค่ะ”
“เยว่เอ๋อร์ไม่มีวิธีรักษาอื่นแล้วหรือ”
“คุณหนูรองขอรับได้ของมาแล้วครับ”หลินอ้ายโผล่มาได้จังหวะพอดี
หลินซือเยว่ยกยิ้มเล็กน้อย“ป้าเผิงตั้งเตาต้มยา” นางค้นหาห่อยาจนเจอ ยื่นให้แก่เผิงเจือจัดการต้มให้
“ท่านป้าข้าขอให้คนไปซื้อยามาให้แล้วพอป้าเผิงต้มเสร็จท่านก็ป้อนให้เขาดื่มนะเ้าคะ แต่ระหว่างนี้ท่านคอยเช็ดตัวให้เขาอย่าให้ไข้สูงไปกว่านี้อีก”
“ได้ ๆ ข้าฟังเ้า”แม้ไม่รู้ว่าหลินซือเยว่ใช้ใครไปซื้อยามาให้แต่นางนับว่าเป็หนี้บุญคุณใหญ่หลวงอีกครั้ง
กลิ่นยาต้มฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณลานวัดคนอยู่ไกลหน่อยมองไม่เห็น และไม่รู้ว่ามาจากไหน แต่คนตระกูลหยางที่อยู่ใกล้ ๆกับรถม้าของหลินซือเยว่ พวกเขารู้ดีว่าคุณหนูหลินผู้นี้กำลังช่วยเหลือรองแม่ทัพหยางห่าวหรานของพวกเขาอยู่
หลินเต๋อมีหลายเื่ที่อยากถามบุตรสาวพอนางเดินมานั่งอยู่ด้านข้างจึงเอ่ยถาม“เหตุใดเ้าถึงช่วยเหลือคนตระกูลหยางผู้นั้น”
“ไม่ใช่ท่านพ่ออยากถามว่าข้าไปเอายามาจากไหนหรอกรึ”
“นั่นก็ด้วยข้าอยากรู้เหมือนกันข้าเห็นหลินอ้ายนำห่อผ้ามาให้เ้า เขารับมาจากทหารผู้คุ้มกัน”
หลินซือเยว่นึกขำเล็กน้อยบิดาของนางก็หาใช่คนหูตาบอดมืด กลับมองเห็นเื่ที่นางทำอยู่นางคงจะดูเบาเขาไม่ได้เสียแล้ว
“เยว่เอ๋อร์พ่อเ้าแค่เป็ห่วงเ้าอย่าได้คิดเป็อื่นไป” เถียนฮูหยินเห็นสีหน้าบุตรสาวเ็ายิ่งนักจึงคิดว่านางอาจกำลังไม่พอใจอยู่
“ข้าไม่ขอปิดบังพวกท่านข้าอยู่อารามเต๋าเรียนรู้เื่รักษาเล็กน้อย นอกจากนั้นยังทำนายทายทักได้นิดหน่อยข้าช่วยบรรเทาความทุกข์ให้จี๋ไห่ และไหว้วานเขาซื้อยาเข้ามาให้เื่ก็มีเพียงเท่านี้” นางไม่รู้ว่าก่อนหน้าพวกเขาเชื่อเื่รักษาหรือทำนายหรือไม่ นางจึงอยากย้ำเตือนอีกครั้ง
“หรือพวกท่านไม่เชื่อข้า”
“เป็เช่นนั้นได้อย่างไรข้าต้องเชื่อเ้าอยู่แล้ว” เถียนฮูหยินรีบจับมือบุตรสาวคนโตมาตบปลอบเบา ๆ
“ข้าก็เชื่อพี่รองเ้าค่ะ”หลินซูฮวาเข้ามากอดแขนพี่สาวของตัวเองอีกคน นางเห็นทุกอย่างที่พี่สาวทำต้องเรียกว่าเชื่อไปแล้วเกินกว่าครึ่ง
หลินซือเยว่หันไปทางบิดา “ท่านพ่อล่ะท่านเชื่อข้าไหม”
หลินเต๋อกลอกตาเบา ๆ “พวกนางเชื่อเ้าหากข้าไม่เชื่อก็คงดูเป็คนเลวไปแล้วกระมัง”
“เหลวไหล เชื่อก็เชื่อสิไยต้องเอาข้ากับซูฮวาไปอ้างด้วย” เถียนฮูหยินถลึงตาใส่สามี
เผิงฉือเดินหอบผ้าห่มกับเสื่อปูพื้นมาทางนี้จากนั้นพวกเขาพากันนอนอยู่รอบ ๆ กองไฟโชคดีที่ลานวัดยังมีการกางกระโจมหนังสัตว์เอาไว้ รอบด้านยังมีกำแพงกั้นทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน จึงได้ล้มตัวนอนแล้วหลับสนิทในทันทีมีเพียงหลินซือเยว่ที่ต้องตื่นตัวไว้ตลอดเวลานางรู้ว่ายามดึกต้องเข้าไปวัดไข้ดูอาการของคนป่วย
“ท่านป้าเหตุใดยังไม่นอนอีกเ้าคะ”นางเปิดผ้ากั้นรถม้าเข้าไปถาม
“ข้านอนไม่หลับหรอกเยว่เอ๋อร์ไม่รู้พี่ห่าวหรานของเ้าจะอาการกำเริบขึ้นอีกเมื่อใด”
พี่ห่าวหรานเป็ของข้าตอนไหน !
นางอยากถามหลายหนแล้ว แต่ก็ยังเกรงใจผู้หลักผู้ใหญ่อยู่“ข้ามาวัดไข้ดูอาการเขาเ้าค่ะ ท่านป้าลงมาก่อนครู่หนึ่งได้หรือไม่”
“ได้สิ ๆ” จูฮูหยินรีบลงจากรถม้าหลีกทางให้หลินซือเยว่ขึ้นไปดูอาการของหยางห่าวหราน
นางอังหลังมือที่หน้าผากเขามีเพียงอาการไข้ต่ำ ๆ ไม่ได้หนักหนาแต่อย่างใดครั้นตรวจชีพจรดูพบว่ากลับมาเต้นได้เกือบปกติแล้วจึงหยิบเม็ดยาลดไข้ออกมาป้อนเขาอีกหนึ่งเม็ด “ท่านป้าข้าขอน้ำหน่อยเ้าค่ะข้าเพิ่งป้อนยาเม็ดให้เขาไป”
“ได้ ๆ รอครู่หนึ่งนะ”จูฮูหยินรีบรินน้ำที่อยู่ในกาต้มด้านข้างรถม้าให้นางเพราะถูกหลินซือเยว่กำชับให้ต้มน้ำร้อนพร้อมใช้อยู่ตลอดเวลาเตาต้มน้ำกาน้อยนี้จึงมีถ่านเติมไว้ทั้งคืนว่าไปรถม้าคันนี้ช่างเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินจริงๆ
หลินซือเยว่รับน้ำต้มที่อุ่นอยู่ช้อนต้นคอของหยางห่าวหรานขึ้น บีบปลายคางของเขาให้ปากอ้าออกจากนั้นกรอกน้ำจากจอกลงไปอย่างช้า ๆ ดันคางของเขาขึ้นใช้กำลังภายในบังคับให้เขากลืนน้ำลงไปในลำคอ จากนั้นก็วางเขาลงนอนที่เดิมผ้าม่านที่ถูกเลิกค้างไว้ ทำให้จูฮูหยินเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนางพลันขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา
“ท่านป้าเป็อันใดเ้าคะ”หลังลงจากรถม้า นางเห็นจูฮูหยินสะอื้นไห้เบา ๆ จึงได้เอ่ยถาม
“เยว่เอ๋อร์ยามนี้ตระกูลหยางของข้าถูกคนให้ร้ายจนต้องทุกข์ทรมานเช่นนี้ มีเพียงเ้ากับครอบครัวของเ้าที่กล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนพวกเ้าได้อย่างไรนี่เ้ารับสร้อยข้อมือชิ้นนี้ไปเถอะนะ” จูฮูหยินดึงสร้อยหยกสีขาวบริสุทธิ์ออกมาข้อมือของตัวเอง เตรียมสวมใส่ให้กับหลินซือเยว่
“ท่านป้าไม่ต้องทำเช่นนี้ท่านกับข้ามีวาสนาต่อกัน อย่าได้คิดมากไปเลย สร้อยข้อมือนี้ข้าไม่อาจรับได้จริง ๆ”
“ดูเ้าสิอายุเพียงเท่านี้กลับวางตัวเป็ผู้ใหญ่จนน่าเกรงขามผู้ใหญ่ให้ของเ้าก็รับเอาไว้เถอะ”
เมื่อเอาเื่าุโขึ้นมาพูดหลินซือเยว่จึงตระหนักได้ว่า ตัวเองนั้นยังเป็ผู้น้อยในวัยสิบหกปีเท่านั้น“เช่นนี้ข้าต้องขอบคุณท่านป้ามากเ้าค่ะ” ถือว่าเป็ค่ารักษาก็แล้วกัน
“ดี ๆ เ้ารีบไปนอนต่อเถอะ”
“เ้าค่ะ ท่านป้าก็นอนได้แล้วนะเ้าคะเขาคงหลับไปถึงเช้าเลย ป้อนยาไปแล้วไม่มีอันใดต้องเป็ห่วงส่วนยาต้มค่อยดื่มตอนเช้าอีกที”
“ได้ ๆ ข้าจำได้แล้ว เ้ารีบไปนอนเถอะ”จูฮูหยินปัดมือให้นางรีบกลับไปนอน
หลินซือเยว่เดินกลับไปยังที่นอนของตัวเองฝีเท้านางเบาจนคนอื่นแทบไม่รู้สึกตัว แต่เสียงพูดคุยกันของพวกนางนั้นมีหรือคนมีวรยุทธ์สูงส่ง เช่นนักรบตระกูลหยางจะไม่ได้ยินพวกเขารู้ความเคลื่อนไหวเื่อาการป่วยของหยางห่าวหรานแล้วถึงได้พากันนอนหลับไปอย่างสนิทใจ
ฟ้ายังไม่ทันสว่างเสียงผู้คนพูดคุยกันจอแจดังขึ้น หลังกินยาไปแล้วอาการของหยางห่าวหรานก็ทรงตัวไข้เริ่มลดลงใบหน้าไม่ซีดเผือดเหมือนตอนแรกเขาตื่นเช้ามามองเห็นมารดาที่นอนเฝ้าอยู่ด้านข้าง ไม่คิดว่าบ้านรองตระกูลหลินจะยังให้เขากับมารดาอยู่บนรถม้าคันนี้
“เป็อย่างไรบ้างห่าวหราน”บิดาของเขาเดินมาถามหลังจากตื่นมาได้พักหนึ่งแล้ว
“ข้าดีขึ้นมากแล้วท่านพ่อทำให้ท่านเป็ห่วงแล้ว”
“เช่นนั้นก็ดีนี่ยาต้มเ้าดื่มยานี่จะได้หายเร็วๆ”
“ท่านแม่ยาต้มนี่ได้มาจากไหนหรือขอรับ”
“เยว่เอ๋อร์หามาให้เ้าโดยเฉพาะรีบกินเถอะอย่าให้คนอื่นเห็นหม้อยา มันจะไม่ดี”
สองพ่อลูกมองตากันก็เข้าใจในทันทียามนี้ท้องฟ้ายังมืดอยู่ คนจึงไม่ทันสังเกตเห็นหม้อต้มยาพวกเขาจึงรีบเก็บเตากับหม้อเข้าไปในรถม้าหลังจากยาเย็นแล้วหลินซือเยว่แนะนำให้กรอกใส่ถุงน้ำเอาไว้เพื่อที่จะให้คนป่วยได้ดื่มง่ายระหว่างเดินทาง
ยามที่ต้องออกเดินทางหยางห่าวหรานอยากลงมาเดินร่วมกับบิดาแต่หลินซือเยว่ให้เผิงฉือไปบอกสองแม่ลูก ว่าอาการของเขายังไม่สามารถลงมาเดินได้ให้พวกเขาทั้งคู่ดูแลกันอยู่บนรถม้าไปก่อน
“ทำเช่นนี้ได้อย่างไรให้ข้าลงไปแล้วให้บิดาของเยว่เอ๋อร์ขึ้นมานั่งก็ได้” จูฮูหยินนึกเกรงใจขึ้นมานางกับบุตรชายใช้รถม้าผู้อื่น จนทำให้เ้าของต้องลงไปเดินทางเช่นนี้คิดไปแล้วช่างลำบากใจจริง ๆ
“ฮูหยินอย่าได้เกรงใจไปเลยเ้าค่ะคุณหนูพูดสิ่งใดย่อมเป็สิ่งที่จำเป็ต้องทำเพราะฉะนั้นแค่เชื่อที่นางบอกก็พอเ้าค่ะ”แววตาเผิงฉือแสดงออกถึงความไว้วางใจในตัวของหลินซือเยว่
จูฮูหยินนึกตามคำพูดของอีกฝ่ายก็พลันพยักหน้าลงเห็นด้วย“ข้าเข้าใจแล้วฝากขอบคุณนางด้วย” ั้แ่ตอนที่ตนเองป่วยจำได้ว่าหลินซือเยว่เป็คนยื่นมือเข้ามาช่วยเกิดเหตุร้ายขึ้นนางเป็คนนำทุกคนเอาศพไปฝัง และทำพิธีสวดส่งิญญาให้จากนั้นนางก็บอกว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นหากไม่รีบออกจากนี่นั้นมีสิ่งไหนบ้างที่ไม่ใช่เื่จริง
ยามนี้จูฮูหยินเริ่มเชื่อแล้วที่ว่าการเติบโตในอารามเต๋านั้น ได้ส่งผลให้เด็กสาวผู้หนึ่งมีความสามารถเหนืุ์ทั่วไป ล่วงรู้ความลับฟ้าดิน มีความสามารถรักษาผู้คนได้ใช่แล้ว จูฮูหยินยามนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะ