ลั่วอู่หลินตื่นจากนิทราด้วยสภาพสมบูรณ์พร้อมทั้งพลังปราณและพลังสายเลือดเทพมารโลหิต ชายหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกไปจากถ้ำไปสำรวจพื้นที่เสียหน่อย โดยที่ปล่อยให้กระต่ายตัวน้อยนอนหลับอยู่เช่นนั้น
จากความทรงจำของจางหลิน สิ่งที่มีค่าที่สุดของตระกูลจางคือกระบี่โลหิตสวรรค์ มันเป็นกระบี่ระดับเซียนในตำนานของเทพมารโลหิตรุ่นแรก อานุภาพรุนแรงเพียงแค่สบัดเบาๆแผ่นดินก็แยกออกเป็นสองเสี่ยง ทว่าน่าเสียดายที่กระบี่เล่มนี้เลือกผู้ใช้งานหากไม่ได้รับเลือกก็จะไม่สามารถชักมันออกจากฝักได้
ซึ่งบอกตามตรงว่าลั่วอู่หลินสนใจมันเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังน้อยกว่าทะเลสาบโลหิตซึ่งอยู่ใจกลางตระกูล นั่นเพราะว่าเขารู้สึกได้ถึงไอปราณที่ทรงพลังจากใจกลางทะเลสาบ แต่กลับพบว่าพื้นที่ใจกลางนั้นไม่เคยมีใครย่างกรายเข้าไปใกล้ ที่เห็นอยู่ก็แค่ทำเพียงบ่มเพาะพลังอยู่ริมทะเลสาบเท่านั้น
"หึหึ ข้าลองเข้าไปดูเสียหน่อยดีกว่า เผื่อจะเจออะไรดีๆ"ลั่วอู่หลินบินทะยานร่างไปยังทะเลสาบโลหิตทันทีที่คิดได้
เมื่อมาถึงเหล่าคนที่บ่มเพาะพลัง ณ บริเวณนั้นก็พากันแปลกใจ สาเหตุเพราะจางหลินหายตัวไปจากตระกูลเป็นเวลานานทำให้พวกเขาไม่คุ้นหน้าคุ้นตา
ลั่วอู่หลินเดินลงไปยังทะเลสาบช้าๆ เมื่อเขาเดินไปถึงจุดที่มีระดับน้ำสูงจึงดำดิ่งลงไปท่ามกลางสายตาตกตะลึงของปีศาจโลหิตทุกตน ก่อนที่จะมีเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ฮ่าๆๆเจ้าเด็กนั่นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆถึงได้เดินไปลึกขนาดนั้น แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสยังทำอะไรที่สิ้นคิดขนาดนี้"ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวราวกับมันเป็นเรื่องขบขัน
"ใช่ๆข้าว่ามันยังไม่ทันได้บ่มเพาะพลังหรอก ด้วยความหนาแน่นของโลหิตขนาดนั้น เดี๋ยวมันก็ว่ายน้ำหัวซุกหัวซุนกลับมา"ชายที่อยู่ข้างๆก็กล่าวอย่างเห็นด้วยเช่นเดียวกัน
ที่ไม่มีใครไปยังใจกลางทะเลสาบโลหิตนั้นไม่ใช่เพราะมันถูกหวงห้าม แต่เพราะมันมีระดับความหนาแน่นของพลังสายเลือดที่มากเกินไปจนร่างกายของพวกเขารับไม่ไหว
เมื่อก่อนเคยมีคนบ้าบิ่นอดทนว่ายน้ำไปยังใจกลางทะเลสาบได้ แต่คนๆนั้นยังไม่ทันได้บ่มเพาะก็ร่างแตกสลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลสาบโลหิตและไม่ได้กลับมาตลอดการณ์
นับจากนั้นมาก็ไม่มีใครกล้าที่จะเสี่ยงอีกต่อไป และทำเพียงบ่มเพาะพลังอยู่ริมทะเลสาบเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าทะเลสาบโลหิตนี้ย่อมแบ่งเขตศิษย์อย่างชัดเจนว่าเขตไหนเป็นของศิษย์สายนอก เขตไหนเป็นศิษย์สายใน และเขตไหนเป็นเขตของผู้อาวุโส ดังนั้นไม่ก้าวก่ายกันได้ หรืออาจะพูดง่ายๆว่าตระกูลเทพมารโลหิตแห่งนี้ถูกแบ่งสัดส่วนเอาไว้อย่างชัดเจน
ตัดกลับมาที่ลั่วอู่หลิน หลังจากที่เขาดำนิ่งสู่ทะเลสาบใบหน้าก็เต็มไปด้วยความสนใจเข้าไปใหญ่ หากร่างกายของเขาเป็นร่างกายทั่วไปแน่นอนว่าย่อมแหลกสลาย แต่ทว่าร่างกายของชายหนุ่มในตอนนี้เป็นมังกรดังนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากมายนัก
เมื่อมาถึงยังใจกลางทะเลสาบ สิ่งที่เห็นคือโบราณสถานขนาดใหญ่ที่ด้านในมีโครงกระดูกกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ ลั่วอู่หลินแหวกวายไปอยู่ตรงหน้าของบัลลังก์นั้นและเพ็งมองก่อนจะยิ้มขึ้น
"ออกมาเถอะ เสี้ยววิญญานของเจ้ายังอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ"จิตสำนึกแห่งพระเจ้าของลั่วอู่หลินเปล่งเสียงสื่อสารกับโครงกระดูกเบื้องหน้า จู่ๆแสงสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างวิญญาณของชายหนุ่มผมสีดำดวงตาสีแดงฉานราวกับโลหิต เมื่อปรากฏขึ้นแล้วชายคนนั้นก็คุกเข่าให้กับลั่วอู่หลินในทันที กิริยาท่าทางเต็มไปด้วยความนอบน้อมสุดใจ
"เทพมารโลหิตรุ่นแรกจางฮ่าว คาราวะท่านผู้ยิ่งใหญ่!"
"โอ้ การที่เจ้านอบน้อมเช่นนี้แสดงว่าในช่วงชีวิตของเจ้าต้องเคยเจอพระเจ้าแล้วใช่หรือไม่"ลั่วอู่หลินยังคงใช้จิตสำนึกแห่งพระเจ้าในการพูดคุย
"เป็นเช่นนั้นขอรับ ครั้งอดีตในยุคสงครามบรรพกาลในตอนที่ข้าเป็นมหาเทพเคยเป็นทหารให้กับพระเจ้าปีศาจสวรรค์"เมื่อได้ยินเช่นนั้นลั่วอู่หลินก็เหมือนจะนึกขึ้นมาได้
สงครามบรรพกาลคือสงครามที่พระเจ้าแห่งมหาจักรวาลทั้งสี่ทิศมาต่อสู้กันเอง ผลของมันคือทำให้พระเจ้าในมหาจักรวาลเขตตะวันออกไม่มีอยู่อีกต่อไปเหลือเพียงระดับเสมือนพระเจ้า และยังทำให้มหาจักรวาลทิศตะวันตกกลายเป็นดินแดนรกร้างที่แม้จะมีพระเจ้าเหลืออยู่แต่ทว่าพระเจ้าในเขตนั้นก็แสนจะอ่อนแอเหลือเกิน ส่วนมหาจักรวาลเขตเหนือและใต้ที่ชนะสงครามก็เสียหายมากเช่นเดียวกันแต่ก็ยังรุ่งเรืองอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้
ในช่วงเวลาแห่งสงครามที่รุนแรงนั้น เพราะเหล่าพระเจ้าขอให้เขาวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นลั่วอู่หลินในชาติก่อนจึงทำได้แต่เฝ้าดู
"หืม ข้าจำได้ว่าในสงครามครั้งนั้นพระเจ้าปีศาจสวรรค์ไม่ได้ตายนี่ แถมน่าจะเสียหายน้อยที่สุด ในเมื่อเจ้ากลับมาได้ไฉนถึงอยู่ในสภาพเช่นนี้"ลั่วอู่หลินกล่าวถามไป
"เรียนท่านผู้ยิ่งใหญ่ ก่อนที่ข้าจะตอบคำถาม ข้าขอถามก่อนได้หรือไม่ว่าท่านคือพระเจ้าองค์ไหนที่จุติลงมา"ร่างวิญญาณกล่าวถามกลับ ลั่วอู่หลินจึงยกยิ้ม จากนั้นตัวเขาก็เปล่งประกายแสงสีทองกลายร่างเป็นเทพมังกรทองห้ากรงเล็บขนาดย่อมให้เทพมารโลหิตรุ่นแรกได้ประจักษ์แก่สายตา
"ทะ ท่านคือพระเจ้ามังกรไร้สิ้นสุด"จางฮ่าวตกตะลึงจนกล่าวตะกุกตะกัก ลั่วอู่หลินกลับคืนร่างมนุษย์แล้วกล่าวถามอีกครั้ง "คราวนี้เจ้าจะบอกข้าได้หรือยังว่าเหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ในสภาพเช่นนี้"
"เรียนท่านพระเจ้าแห่งมังกร ที่ผู้น้อยตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้เป็นเพราะสงครามภายในของมหาจักรวาลเขตเหนือขอรับ ในช่วงที่สงครามสิ้นสุดลง ในสภาแห่งพระเจ้าได้มีการแต่งตั้งผู้นำของมหาจักรวาลเขตเหนือ ซึ่งคนที่ได้รับการคัดเลือกสองคนคือพระเจ้าปีศาจสวรรค์และพระเจ้าประกายแสง"
"ในท้ายที่สุดพระเจ้าปีศาจสวรรค์ก็ชนะการคัดเลือกด้วยคะแนนหกต่อห้าเสียง ทว่าพระเจ้าประกายแสงก็ไม่ยอมรามือจากตำแหน่งจึงได้ติดสินบนต่างๆให้กับเหล่าพระเจ้า จนท้ายที่สุดก็เหลือเพียงพระเจ้าปีศาจสวรรค์ พระเจ้าเทพอสูร และพระเจ้าวิญญาณ เท่านั้นที่สู้จนเลือดหยดสุดท้าย"
"ก่อนตายพระเจ้าทั้งสามได้สร้างโลกใบนี้ทิ้งเอาไว้ และให้คนของพวกเขาเข้ามาหลบภัยด้านใน โดยสร้างดินแดนทั้งสามให้ตามความเหมาะสมของทุกเผ่าพันธุ์ พระเจ้าปีศาจสวรรค์สร้างแดนปีศาจ พระเจ้าเทพอสูรสร้างแดนอสูร และพระเจ้าวิญญาณสร้างแดนมนุษย์ขึ้นมา"
"แต่ทว่าในกระบวณการสุดท้ายเหล่าพระเจ้าทั้งสามก็โดนตามตัวจนเจอ ดังนั้นพวกเราที่เป็นผู้นำตระกูลรุ่นแรกของทั้งเผ่าพันธุ์อสูร เผ่าพันมนุษย์ และเผ่าพันธุ์ปีศาจ จึงได้ร่วมมือกันต่อต้านถ่วงเวลาเหล่าพระเจ้าพวกนั้นเอาไว้ แต่ด้วยตอนนั้นพวกเราที่อยู่ระดับเหนือสวรรค์จะไปสู้ได้อย่างไร หลังจากที่ต้านได้ไม่นานก็ถูกสังหารอย่างง่ายดาย ยังดีที่ข้าทิ้งเสี้ยววิญญาณและมรดกเอาไว้ตั้งแต่แรกผลจึงออกมาอย่างที่ท่านเห็น"
การอธิบายอย่างยืดยาวของเทพมารโลหิตจางฮ่าวได้สิ้นสุดลง ลั่วอู่หลินในตอนนี้ได้ทราบที่มาของโลกใบนี้แล้ว เหตุทั้งหมดเกิดเพราะความโลภของพระเจ้าเพียงองค์เดียว สิ่งนี้ทำให้เขาอนาถใจยิ่ง ลั่วอู่หลินไม่คิดว่าอีกฝ่ายโกหกเขาแต่อย่างใดเพราะเขาได้จิตใจสำนึกแห่งพระเจ้าตรวจจับการโกหกอยู่ตลอดเวลา