มีคาเอลเริ่มรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตนเองมาได้สักพักและรับรู้ถึงร่างกายที่ร้อนรุ่มคล้ายจะปริแตกความเ็ปกระจายแผ่ซ่านไปทั่วอณูร่างกายเล็กนี้เพราะพลังธรรมชาติที่หลั่งไหลเข้ามาสู่ร่างเล็กนี้เป็อย่างมาก ‘ฮ้า... นี่มันเกิดอะไรขึ้น!’ ในความที่ยังเป็เด็กอยู่และยังทำความเข้าใจที่แน่ชัดไม่ได้ทำให้มีคาเอลรู้สึกใยิ่งนักกับการเปลี่ยนแปลงนี้
ภายในร่างกายของเขาปรากฏจิติญญาสีใสและกำลังดึงดูดไอพลังธรรมชาติเข้ามาหลอมรวมอยู่ ณ ตรงกลางจุด จากความรู้ที่เขามีทำให้เขารู้เลยว่าตอนนี้เขาก่อกำเนิดจิติญญาแล้วและมันก็กำลังทำการจะเลื่อนระดับจิติญญาขึ้น แต่ว่าแย่ล่ะสิ... เพราะเขายังเด็กร่างกายเล็กเริ่มรับไม่ไหวกับจิติญญาที่เพิ่งก่อตัวขึ้นและช่างตะกละตะกลามยิ่งนักควบคุมไม่อยู่หากมีความผิดพลาดล่ะก็อาจมีอันตรายถึงชีวิตแน่นอน แต่แล้วก็มีอณูพลังเวทย์สีฟ้าใสแผ่ไอเย็นหนึ่งเข้ามาทำการแลกเปลี่ยนพลังธรรมชาติที่ดูดเข้ามาออกคล้ายแบ่งปันกันและเชื่อมโยงทำให้เกิดความสมดุลแปรพลังธรรมชาตินั้นเป็พลังธาตุที่เหมาะแก่จิติญญาของเขา
หากมองไปมองหาอาจคิดว่าไอพลังเวทย์นั้นจะถูกถ่ายทอดออกจากร่างของมีคาเอลไปสู่ไข่ใบนั้นแต่ในความเป็จริงแล้วนั้นช่างกลับกันโดยสิ้นเชิงไอพลังเวทย์สีฟ้าใสจากไข่ใบนั้นต่างหากที่ถูกขโมยดูดเข้ามาสู่ร่างของมีคาเอลเพราะมีพลังธาตุเดียวกัน ด้วยที่ว่ามีคาเอลยังเด็กจึงไม่สามารถที่จะมีความสามารถมากพอที่จะดึงเอาพลังธรรมชาติอย่างมากมายมาด้วยตนเองให้เพียงพอต่อจิติญญาที่ตะกละตะกลามในการเลื่อนระดับให้สุดพอเท่าที่มันจะทำได้จึงเมื่อได้ััเข้ากับสิ่งมาใหม่ไข่ใบนั้นที่มีอณูพลังเวทย์ที่กล้าแกร่งอยู่ใกล้จึงทำการแย่งและดูดซับเข้ามาเป็ของตนเองอย่างมาก
ซูม ซูม ซูม ปัง! ....เสียงปะทุภายในดังขึ้นอีกครั้งสุดท้าย
“หา ระดับก่อกำเนิดจิติญญาขั้นสูงเลยงั้นรึ!” เมื่อรับรู้ถึงการหยุดนิ่งขึ้นของจิติญญาแล้วมีคาเอลจึงทำการสำรวจภายในของตนเองอย่างใกับความก้าวะโนี้ของตน ไม่เคยมี... ไม่เคยมีในบันทึกว่าผู้ใดจะสามารถทำลายขีดจำกัดนั้นได้ อย่างน้อยก็ต้องมีอายุถึง 7 ขวบเศษขึ้นและต้องได้รับการดูแลเป็อย่างดีอย่างทั้งโอสถชั้นดีสมุนไพรชั้นเลิศ แต่ข้า... เพิ่งอายุเพียง 5 ขวบเศษเองไม่มีทางเป็ไปได้ไม่อยากจะเชื่อเลยหากมีผู้ใดรู้ล่ะก็ข้าอาจถูกฆ่าได้เลยเื่นี้ต้องปิดเป็ความลับเท่านั้น
จิติญญาสีใสว่างเปล่าเช่นนี้ข้าไม่เคยอ่านเจอในหนังสือเลย แต่และที่สำคัญ....
“นี่มัน....”
“ธาตุเหมันต์” คล้ายกับทุกอย่างปลดล็อคทุกอย่างเข้าทีเข้าทางแล้วไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของมีคาเอลบ่งบอกถึงพลังธาตุของตน ‘ธาตุเหมันต์ได้อย่างไร’ นั่นเป็คำถามที่เฝ้าถามวนเวียนอยู่ในหัวของเขาอันว่าด้วยธาตุเหมันต์นั้นเรียกได้ว่าธาตุพิเศษที่หาได้ยากมากอาจก่อกำเนิดขึ้นมาด้วยตนเองหรืออาจเป็ขีดจำกัดทางสายเืซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจนักแถมยังเป็พลังธาตุหลักเสียด้วย ส่วนพลังธาตุรองของเขาเป็พลังธาตุในหมวดหลักคือพลังอัคคีคล้ายเฉกเช่นเดียวกันกับท่านพ่อ ‘เอ๊ะ หรือว่าท่านแม่จะมีธาตุเหมันต์เป็ธาตุหลักและข้าก็ได้รับการสืบทอดมา’ สิ่งที่เขาคิดนั้นก็อาจจะมีความเป็ไปได้เพราะเขาก็ไม่รู้เื่ของท่านแม่เลยสักนิด
นอกจาก ‘สเวน’ ที่ท่านหลงเหลือไว้ให้ข้าดูต่างหน้าแล้วก็ยังมี ‘ธาตุเหมันต์’ ที่ท่านหลงเหลือมาแก่ข้าอีกงั้นรึและยังเป็ธาตุหลักของข้าอีกคล้ายกับว่าข้ารับรู้ถึงความอบอุ่นในตัวท่านจริงๆ ท่านแม่
ไอเย็นที่แผ่ซ่านมาถึงหัวใจของเขาคล้ายปลอบโยนมากกว่าทำให้หนาวเหน็บทำให้เขารู้สึกสะท้านในหัวใจอันแสนเ็าของตัวเองลึกๆ ท่านแม่หากท่านยังอยู่ท่านจะเป็ท่านแม่แบบไหนกันนะ... ความหว้าเหว่และโดดเดี่ยวที่ไม่มีมารดาคอยอุ้มชูมาเฉกเช่นเดียวกับคนอื่นทำให้หัวใจของมีคาเอลค่อยๆ รู้สึกด้านชาแต่เมื่อได้ััถึงความอ่อนโยนสุดขั้วหัวใจภายในพลังอันหนาวเหน็บนี้ที่อาจสืบทอดมาจากมารดาก็อดไม่ได้ที่จะส่งผลต่อความรู้สึกข้างในของตนคล้ายน้ำตาน้อยๆ จะไหลร่วงหล่น
แต่ก่อนนั้น...
“ไอเย็นนี้ไม่ได้แผ่ออกมาอย่างไม่มีทิศทางแต่มันแผ่ออกมาเพราะเ้านั้น!”
มีคาเอลรู้สึกใยิ่งขึ้นเมื่อพบเห็นปลายทางที่ไอเย็นจากร่างกายของตนแผ่ออกมาไปสู่ ‘ไข่ใบนั้น’ ที่ไหลมาอยู่ตรงปลายเท้าของเขามันกำลังขโมยดูดพลังเวทย์ของเขาแต่เขาก็ลืมไปเลยว่าจิติญญาตนเองนั้นตอนก่อกำเนิดขึ้นก็ขโมยดูดพลังเวทย์มาจากไข่ใบนั้นเช่นเดียวกันก่อนหน้านี้เพื่อมาทำการเลื่อนระดับและเพื่อให้พลังธาตุของตนเองสมดุลกัน
“ไข่สัตว์อสูรงั้นรึ” ไอเย็นจากตัวมีคาเอลแผ่ไปล้อมรอบไข่ใบนั้นก่อตัวคล้ายเป็เกราะปราการพลังเวทย์เหมันต์ให้สิ่งนั้นดูดซับมันเพื่อทำการฟักตัวออกมา แล้วมันมาได้ยังไงกันไม่น่าจะมีสัตว์อสูรใดมาฟักไข่แถวแถบนี้ด้วยซ้ำคงจะมาได้ทางเดียวเท่านั้นล่ะหล่นมาจากฟ้ากระมังนั้นเป็เพียงความคิดเด็กๆ เล่นๆ แต่หารู้ไม่ว่าความคิดนั้นที่มีคาเอลคิดมันคือความจริงที่ไข่ใบนี้มันหล่นลงมาจากฟากฟ้าจริงๆ
เพราะมีคาเอลเองก็ไม่เคยเห็นไข่ของสัตว์อสูรหรือแม้แต่การฟักตัวของมันที่ต้องใช้พลังเวทย์จากมารดาของมันมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความสูงส่งของสายเืสายพันธุ์ ไข่ของสัตว์อสูรนั้นหาได้ยากมากไม่ใช่เื่ง่ายที่จะพบเจอเช่นนี้และยิ่งสำหรับมีคาเอลด้วยอย่าว่าไข่ของสัตว์อสูรหรือการฟักตัวเลยแม้แต่สัตว์อสูรสักตัวมีคาเอลก็ไม่เคยพบ ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยและยอมที่จะถ่ายเทพลังเวทย์ของตนให้เรื่อยๆ และเหมือนจะคิดได้ตอนที่จิติญญาของเขาก่อกำเนิดขึ้นเหมือนจะได้รับอณูพลังเวทย์สีฟ้าใสหนึ่งเข้ามาช่วยผลัดพลังธรรมชาติที่มากเกินไปออกไปให้และแปรพลังธาตุให้สมดุลอาจจะเป็จากเ้าไข่ใบนี้ก็ได้กระมัง และเขาก็ไม่รู้ว่ามันตัวอะไรเพื่อไม่ให้เป็หนี้บุญคุณต่อกันครานี้ข้าจะช่วยเ้าฟักไข่ออกมาก็แล้วกัน
การถ่ายเทพลังเวทย์ออกไปเรื่อยๆ อย่างมากมายสุดท้ายนั้นก็มาถึงจุดสิ้นสุดของขีดจำกัดของมีคาเอลยังไงก็ไม่ทางเพียงพอมันไม่พอที่จะช่วยให้ไข่ใบนี้ฟักตัวออกมามันกระหายต่อพลังเวทย์เป็อย่างมากจนเกินไปและเพราะมีคาเอลยังเด็กและอยู่เพียงขั้นแรกเริ่มเท่านั้นพลังเวทย์ที่มีจึงมิอาจเพียงต่อการฟักตัวของมันได้ ร่างกายเล็กอ่อนแรงอ่อนเพลียลงจนแทบยืนไม่ไหวพนักพิงกับต้นไม้ใหญ่นั้น แต่เพราะเป็บุญคุณที่ไข่ใบนี้มันช่วยเขา เขาจึงอยากช่วยกลับให้มันฟักตัว ‘จงฟักตัวออกมาเถอะนะเ้าไข่’ แม้ว่าข้าจะไม่ไหวแล้วก็ตาม ก่อนที่ไอพลังเวทย์นั้นจะหยุดเพียงแค่นั้นไป
ไม่ฟักตัวออกมาหรือ ไม่ได้งั้นรึ...
“เ้ามนุษย์ชั้นต่ำกล้าดียังไงมาขโมยพลังเวทย์ของข้า!”
มีคาเอลที่นั่งหลับตานิ่งสงบอย่างเหนื่อยอ่อนพนักพิงกับต้นไม้ใหญ่ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยเล็กๆ ก่อนที่จะหันมองซ้ายขวาว่ามีเด็กที่ไหนกันมานอนเล่นที่แห่งเช่นเดียวกับเขาแต่ก็ไม่พบ
“ข้าอยู่ทางนี้ ตรงนี้”
การกำเนิดที่ไร้เสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรแต่ไอเย็นที่แผ่ซ่านกระจายไปทั่วอาณาเขตบริเวณทำให้เหล่าผู้รู้เก่งกาจและขุมอำนาจต่างๆ ต่างตื่นตระหนกขึ้นสัตว์อสูรระดับสูงกำเนิดอยู่แถวนี้ อันว่าสัตว์อสูรบางตัวก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ตามพลังอำนาจความสูงส่งแต่ในบางครั้งก็มีสัตว์อสูรบางตัวเช่นกันที่ก่อกำเนิดอย่างเงียบเชียบไร้เสียงแต่พลังอำนาจความสูงส่งนั้นก็มิอาจคาดถึงได้เลยทีเดียว การเคลื่อนไหวจากขุมอำนาจจึงเกิดขึ้นเพื่อตามหาสัตว์อสูรดังกล่าว
ทางด้านมีคาเอล….
แกร๊กแกร๊ก...
“หือ” มีคาเอลก้มลงมองอย่างสนใจกับไข่ตรงหน้านี้ที่มีรอยร้าวเล็กๆ นั้นและเสียงลอดออกมาให้สนใจ ณ จุดนั้น ก่อนที่ไข่นั้นจะค่อยๆ ฟักตัวออกมาทำเอามีคาเอลลุ้นจนตัวโก่งเช่นกันว่าสัตว์อสูรตัวแรกในชีวิตที่พบเจอแถมตนเองยังช่วยมันในการฟักอีกด้วยนั้นเป็ตัวอะไรกันแน่
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ แผล๊ง!
“หือ”
“ก็แค่... อสรพิษฟ้าวารีเองหรอกรึ”
มีคาเอลกล่าวออกมาอย่างผิดหวังลึกๆ เพราะเห็นจากการดูดกลืนธาตุพิเศษเหมันต์จากเขาได้ก็คิดว่ามันจะเป็สัตว์อสูรอะไรที่มันพิเศษเช่นกันแต่นี่แค่มันอสรพิษฟ้าวารีที่หน้าตาแปลกๆ เท่านั้นเอง อสรพิษฟ้าวารีเป็สัตว์อสูรที่หาพบได้ไม่ยากแต่ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายเช่นกัน มีลักษณะเป็งูสีฟ้าถือครองในสายธาตุพิษและวารีคู่กัน ความยากง่ายที่ได้พบก็ถือว่าดีแล้วล่ะกระมังที่ได้เจอตัวจริงและการฟักตัวนี้อีกถึงแม้ว่าดูจากหนังสือแล้วเ้าตัวนี้มันจะค่อนข้างแตกต่างไปสักนิดก็เถอะ
“เ้ามนุษย์โง่เง่าเต่าตุ่นมาหาว่าข้าเป็อสรพิษได้ยังไงกัน!”
เสียงเอ่ยราวกับรู้ความคิดความอ่านของเขาออกมาอย่างเกรี้ยวกราดทำเอามีคาเอลผงะเล็กน้อยแต่ความกลัวนั้นกลับหามีไม่ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมถึงไม่มีความเกรงกลัวต่อสัตว์อสูรตรงหน้านี้เลยทั้งที่ตนเองนั้นอยู่ต่อหน้าสัตว์อสูรอสรพิษร้ายแท้ๆ แม้ว่ามันจะเพิ่งฟักออกมาก็ตามและก็เป็ความไม่ชอบใจด้วยเสียมากกว่า ‘ตัวน่ารำคาญ… ทำไมรู้สึกน่ารำคาญคล้ายบาสเตียนอย่างนี้นะ’ (ฮัดชิ้วๆ บาสเตียนจามแล้ว... ใครบังอาจนินทาข้าบาสเตียนผู้นี้กัน ฮัดชิ้วๆ)
มีคาเอลรู้สึกไม่ชอบใจเลย... ช่างเป็สัตว์อสูรที่เย่อหยิ่งดีจริงรอดมาได้ก็เพราะข้าแท้ๆ แล้วยังจะกล้าเอ่ยออกมาเช่นนี้อีก
“นี่เ้า อย่ามาหาว่าข้าเป็ตัวน่ารำคาญนะ!”
“แล้วเ้าก็อย่าได้มาอาจหาญคิดว่าตนเป็คนฟักข้าออกมาเสียด้วย”
“ก็แค่อสรพิษฟ้าวารีตัวน้อยๆ เท่านั้นเอง” เป็อีกครั้งที่มีคาเอลรู้สึกใขึ้นที่สัตว์อสูรตรงหน้าเอ่ยออกมาอย่างเกรี้ยวกราดอีกครั้งเกี่ยวกับสิ่งที่เขาคิดราวกับว่ามันมานั่งอยู่ในใจอ่านความคิดของเขาได้ เพราะเขาเองก็เพียงอายุแค่ 5 ขวบเศษเพิ่งจะอาศัยอยู่บนโลกใบนี้นับไปก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นนอกจากในตำราหนังสือที่เขาอ่านสะสมความรู้มาเขาก็ไม่รู้ถึงโลกภายนอกอันกว้างใหญ่นั้นเลย เขาไม่รู้ว่าสัตว์อสูรตรงหน้าเป็ตัวอะไรกันแน่อาจจะไม่ใช่อสรพิษฟ้าวารีก็ได้แค่คล้ายสายพันธุ์เดียวกันก็ได้ มันสามารถคุยตอบโต้กับเขาได้อย่างสัตว์อสูรมีภูมิปัญญาและยังอ่านความคิดเขาได้ด้วยมันอาจจะมีระดับสูงก็ได้ หากแต่ว่ามีระดับสูงั้แ่ฟักตัวออกมามันได้อย่างนี้หรือ... เ้านี้มันตัวอะไรกันนะสายพันธุ์อสรพิษพิเศษอะไรกันเนี่ย
ลักษณะขนาดตัวที่ไม่ใหญ่เลย มีหน้าตาที่คล้ายัน้อยแต่ตัวยาวราวคล้ายกับอสรพิษหรืองูสีฟ้า ลำตัวสีฟ้าใสแต่ััถึงไอเย็นเบาๆ คล้ายน้ำแข็งแต่ก็เป็วารี มีมือสองข้างถือคล้ายกิ่งไม้อะไรบางอย่างมีลูกแก้วเล็กใสห้อยอยู่ตรงปลาย มีเขาน้อยๆ งอกตรงหน้าผากหนึ่งเขาและดูกำลังงอกอีกหนึ่ง เอ๊ะ หรือสองนี่แหละ และมีปีกคล้ายผีเสื้อ เป็สัตว์อสูรตัวแปลกๆ ดีจริง อาจจะเกิดการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์กันกระมัง จะเป็สายพันธุ์ทางอสรพิษฟ้าวารีหรือสรพิษก็หน้าตาแปลกแยกออกไปและยังมีปีกผีเสื้อนี่อีก จะว่าเป็สายพันธุ์ทางผีเสื้อก็ไม่น่าใช่เพราะหน้าตาและลำตัวยาวราวอสรพิษ จะว่าเป็ัเพราะหน้าตาคล้ายก็ไม่เชิงใช่ อีกอย่างัเป็สัตว์อสูรสูงส่งไม่ใช่สิเป็สัตว์อสูรในตำนานของตำนานอีกเลยเสียมากกว่าคงจะไม่โผล่มาอยู่แถวนี้แน่นอนและไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ที่แห่งใด
หรือเขาอาจจะยังเด็กเกินไปที่รู้จักัก็ได้กระมังสายพันธุ์ที่ส่งสูงและเป็ตำนานในตำนานเช่นนั้น ไม่น่าหรอกที่จะโผล่มาโง่ๆ ง่ายๆ เช่นนี้ได้
“นี่เ้า! เ้ามนุษย์โง่นี่เ้าหาว่าข้าโง่รึที่มาโผล่แถวนี้งั้นหรือ”
“บังอาจนักบังอาจมากๆ สายพันธุ์มนุษย์อย่างเ้าต่างหากที่มันต่ำต้อย”
“และอย่ามาเอาข้าไปเทียบกับสายพันธุ์อสรพิษชั้นต่ำหรือสิ่งใดที่เ้าคิดเช่นนั้นนะ”
‘เอ่ยออกมาทำทีราวกับว่าตัวเองเป็ัไปได้....’ มีคาเอลคิดอย่างเหนื่อยหน่ายใจน่ารำคาญกับสัตว์อสูรตรงหน้าที่เพิ่งฟักมันออกมาเอง ในเมื่อสนุกกับการอ่านความคิดในใจเขานักก็ตามแต่ใจเ้าสิ ‘เ้าตัวน่ารำคาญ’ แม้ไม่รู้ว่าเหตุใดที่เ้าสัตว์อสูรตรงหน้าสามารถอ่านความคิดของเขาได้ แต่เขาก็ไม่ได้คิดสนหรือเกรงกลัวแต่อย่างใดยกเว้นก็แต่รู้สึกน่ารำคาญก็เท่านั้นเอง
“ข้าไม่ใช่ตัวน่ารำคาญนะเ้ามนุษย์โง่”
‘หึ หนึ่งคำเดี๋ยวก็ต่ำต้อยหนึ่งคำเดี๋ยวก็โง่... ถึงว่าคิดได้เพียงแค่นี้จริงๆ สินะ ช่างดูโง่เง่ากว่าข้าคิดจริงๆ เลยไหนว่าเป็สัตว์อสูรที่ปัญญากัน’ มีคาเอลคิดตอบโต้กลับสัตว์อสูรตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัวเช่นกัน การเอ่ยตอบโต้กันระหว่างหนึ่งสัตว์อสูรมีปัญญาเอ่ยและหนึ่งมนุษย์เด็กคิดในใจคล้ายเป็การสร้างความสัมพันธ์แบบแปลกไปในตัว มีคาเอลที่เป็คนเ็าและไม่ค่อยพูดกลับคิดตอบโต้กลับแทนอย่างยาวกับหนึ่งสัตว์อสูรตัวน่ารำคาญที่ดูจะพูดยาวได้ไม่จบสิ้นช่างน่ารำคาญยิ่งนัก
เด็กขี้รำคาญใจกับสัตว์อสูรน่ารำคาญ...
“เ้ามนุษย์!!!”
ครานี้คล้ายกับเป็ทางสัตว์อสูรเองที่ดูท่าว่าจะไปไม่เป็กับเด็กหน้านิ่งตรงหน้ามันเองนิ่งเงียบได้โอกาสมองสำรวจเด็กตรงหน้าตั้งหัวจรดเท้า ใบหน้านี้... และท่าทีท่าทางนิ่งสงบที่สง่างามงดงาม เมื่อสังเกตแล้วช่างดูแตกต่างราวกับมนุษย์ธรรมดาจริงๆ แลดูมีความสูงส่งของชนชั้นสูงที่เหนือกว่าธรรมดา อาจจะไม่ธรรมดาก็เป็ได้กระมังที่สามารถ....
และที่เด่นชัดเส้นผมสีรัตติการสนิทและดวงตาสีเดียวกันนั้นช่างให้ความรู้สึกที่แตกต่างจริงๆ
“หึ เด็กน้อยชะมัดแค่ 5 ขวบเศษเองรึ” เมื่อเงียบได้ไม่นานทางฝั่งสัตว์อสูรเองที่มองสำรวจเด็กตรงหน้าสักพักก็เอ่ยออกมา มีคาเอลถอนหายใจอย่างรำคาญใจกับเ้าสิ่งตรงหน้าที่อ่านความคิดอ่านของเขาได้แม้ว่าจะไม่ใส่ใจอะไรนักแต่ว่าจะมีใครกันบ้างเล่าที่จะมาชอบให้ผู้อื่นรู้ความคิดอ่านของเรา
‘เอ่ยออกมาราวกับตัวเองเกิดมานานอย่างนั้นล่ะ ทั้งๆ ที่ตัวก็เพิ่งจะฟักออกมาได้ไม่ถึงวันเลยแท้ๆ ไม่ใช่รึ’ มีคาเอลคิดในใจแต่ก็ไม่พ้นที่สัตว์อสูรตรงหน้าจะรู้และได้ยินมันต่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไม่พอใจกับมนุษย์เด็กน้อยที่ทำตนไม่รู้ที่ต่ำที่สูง แม้มันจะเกิดได้ไม่ถึงวันแต่ความสามารถถ่ายทอดความทรงจำได้มาจากบิดามารดาของมันก็ทำให้มันรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ ของโลกภายนอกหรือความทรงจำของจากบิดามารดาของมันมาอีกทีหนึ่ง ยิ่งสายพันธุ์สัตว์อสูรนั้นสูงส่งเพียงใดหรือเหนือกว่าเพียงใดมีอายุอยู่มานานเพียงใดการถ่ายทอดนั้นก็ยิ่งจะทรงอานุภาพมากก็ไม่ต่างอะไรกับการมีชีวิตอยู่นานแล้วเถอะนะ
และมันก็.... อยู่มานานมากจนเหลือเกินอยู่มานานเกินกว่าที่เ้าเด็กน้อยตรงหน้าที่อายุเพียง 5 ขวบเศษนี้จะสามารถคาดการณ์รู้ได้เสียอีกแม้ว่าตอนนี้ความทรงจำของข้าจะยังไม่เข้าทรงทิศทางดีก็ตามมันเยอะมากขนาดนั้นนี้
แต่ถ้าให้เอ่ยถึงว่าออกมาจากไอ้เ้าเปลือกไข่นั้นล่ะก็ มันก็... ไม่ถึงวันจริงๆ นั่นแหละ แต่นั่นข้าไม่นับต่างหากเล่า ข้านับตามอายุความยืนยาวของความทรงจำต่างหาก! อีกอย่างเ้าเด็กน้อยไม่เหมือนกันเ้าหรอกสายพันธุ์ที่ต่ำต้อยแม้แต่การจำตนเองก็ยังไม่ได้ แล้ว.. เหตุใดใยต้องเป็ข้าเองด้วยที่ต้องมาเถียงกับเ้าเด็กบ้านี้นี่ด้วย
“เ้านี่มันบังอาจจริงๆ เลย” คล้ายกับมันไม่รู้จะเอ่ยอันใดกับเ้าเด็กน้อยตรงหน้านี้จริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับน่ะนะ ยอมรับโดยไม่รู้สาเหตุ...
“นี่เ้าอสรพิษ”
“ข้าไม่ใช่อสรพิษ ข้าบอกเ้าแล้วไงว่าอย่าเอาสายพันธุ์ชั้นต่ำเช่นนั้นมาเรียกข้าหรือเปรียบกับข้า”
“หากเช่นนั้นแล้วเ้าเป็ตัวอะไรกันเล่า” อสรพิษก็ไม่ใช่ ผีเสื้อก็ไม่ใช่แล้วมันสัตว์อสูรชนิดใดสายพันธุ์ใดกันเล่า นั่นสิเขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเ้านี้มันตัวอะไรกันแน่ นั่นก็ไม่ใช่นี้ก็ไม่ใช่ไม่พอยังมีหน้ามาเอ่ยว่าตัวเองอยู่มานานทั้งที่เพิ่งฟักไข่ยังได้ไม่ถึงวันต่อหน้าต่อตาเขานี่เองแท้ๆ เขาที่เพิ่งจะเกิดได้ไม่นานบนโลกใบนี้เพียง 5 ขวบปีเท่านั้นก็อยากจะรู้ยิ่งนักไว้ประดับตัวเสียบ้างว่าสัตว์อสูรตัวแรกในชีวิตที่ตนเองพบเจอนั่นนอกจากความน่ารำคาญที่เด่นชัดแล้ว มันคือตัวอะไรกันแน่
แม้ว่าความคิดที่ดังเข้ามาหมายความถึงตัวน่ารำคาญแต่สัตว์อสูรตรงหน้าก็หาได้ใส่ใจไม่ ตั้งใจจะบอกถึงตัวตนของมันให้เ้าเด็กนี่มันได้รับรู้เสียบ้างถึงตัวตนอันต่ำต้อยของตนเองและสายพันธุ์อันต่ำต้อยเ่าั้ที่เอ่ยออกมาไม่สามารถเอามาเปรียบกับมันได้
“ข้าคือ... ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา”