จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 44 โฆษณาของมู่เทียน Re

            ไป่ฉีตื่นขึ้นมา  เขาทำกิจวัตรประจำวันของตัวเอง  ก่อนจะไปโรงเรียน  เมื่อคืนเขาได้รับกุญแจบ้านมาจากคนขับรถที่ซีหลัวส่งมาเรียบร้อยแล้ว และได้คุยกับพ่อแม่ว่าเขาตัดสินใจจะซื้อบ้านในเมืองหลวง  ซึ่งพ่อกับแม่ของเขาดีใจมาก  แต่ก็เสียดายที่ต้องจากเมืองนี้ไปอยู่เหมือนกัน


            ไป่ฉีเดินไปโรงเรียนตามปกติ  แต่วันนี้แตกต่างออกไป  ทั้งป้ายรถเมล์หรือแม้แต่ป้ายโฆษณาริมถนน  ต่างมีรูปของเขาติดอยู่เต็มไปหมด  ทั้งโฆษณาของน้ำหอมและครีมบำรุงผิว


            แม้จะยังเช้าอยู่  แต่ก็เริ่มมีคนบ้างแล้ว  หลายคนเริ่มหันไปมองป้ายโฆษณา สลับกับมองไป่ฉี  และก็มีบางคนเดินเข้ามาหาไป่ฉีบ้างแล้ว


            “เอ่อ  คุณใช่นายแบบที่อยู่บนป้ายโฆษณา  ใช่ไหมคะ” นักเรียกเรียนหญิงมัธยมปลายคนหนึ่งถามขึ้น


            “ครับ ผมเอง” ไป่ฉีตอบ


            หลังได้รับคำยืนยัน  นักเรียนหญิงแถวนั้นก็เริ่มเดิน  ไม่สิ  เรียกว่าวิ่งเข้ามามากกว่า  ไป่ฉีเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่า ถ้าเขาเดินไปแบบนี้คงไม่ถึงโรงเรียนแน่  เขาจึงหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาโทรหาเมิ่งชิงชิงทันที


            “พี่ชิงชิง  ผมมีเรื่องเร่งด่วน  ผมอยู่ที่ตลาดแถวปากซอยอะพาร์ตเมนต์ที่ผมอยู่  พี่ช่วยมารับผมหน่อย  ตอนนี้ผมโดนล้อมไปไหนไม่ได้เลย  แบบนี้ผมไปโรงเรียนสายแน่” ทันทีที่เมิ่งชิงชิงรับสาย  ไป่ฉีรีบบอกสถานการณ์กับสถานที่ให้เมิ่งชิงชิงทราบ  แต่ปลายสายกลับหัวเราะชอบใจ  ก่อนจะบอกให้เขารออยู่แถวนั้น  เดี๋ยวเธอจะขับรถไปรับ


            หลังจากนั้นไป่ฉีถูกขอลายเซ็น  ถ่ายเซลฟี (คำเขียนที่ถูกต้องไม่มีไม้เอกนะครับ) อยู่นาน  คนที่รู้จักไป่ฉีก็เข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเช่นกัน  แต่สักพักก็มีเสียงแตรรถดังขึ้น  รถคันนั้นลดกระจกลง


            “ไป่ฉี ขึ้นรถ  เดี๋ยวจะไปโรงเรียนสาย” เมิ่งชิงชิงเรียก


            “ขอโทษด้วยนะครับ  ผมต้องไปก่อน  ผู้จัดการมารับแล้ว” ไป่ฉีกล่าวลา ก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถ


            “ฉันล่ะไม่วางใจนายเลย  สาว ๆ ล้อมแบบนี้  ฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่านายจะไม่นอกใจฉัน” เมิ่งชิงชิงแซว  ส่วนไป่ฉีก็หลับตาพิงเบาะตามเคย


            “พี่ชิงชิงเคยเห็นผมแซวผู้หญิงคนไหนรึเปล่าล่ะ  กับคนอื่นผมไม่ทำหรอกนะ” ไป่ฉีกล่าว


            “ให้มันจริงเถอะ” เมิ่งชิงชิงตัดจบบทสนทนา  แต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น


            ใช้เวลาไม่นาน  รถของเมิ่งชิงชิงก็ขับมาจอดที่หน้าโรงเรียนของไป่ฉี  ซึ่งโชคดีที่มาถึงก่อนอาจารย์ฝ่ายปกครองจะปิดประตูโรงเรียน


            “ไปก่อนนะครับ  หลังจากนี้ผมรบกวนมารับมาส่งผมทุกวันด้วยนะ  คุณ  ผู้  จัด  การ” ไป่ฉีย้ำคำว่าผู้จัดการช่วงท้ายเพื่อกวนประสาทเมิ่งชิงชิง


            “ลงไปได้แล้ว  ก่อนที่ฉันจะเตะนายลงจากรถ” เมิ่งชิงชิงกล่าวพร้อมกับทำท่ายกขาขึ้น  ไป่ฉีรีบเปิดประตูลงจากรถทันที  ก่อนที่เมิ่งชิงชิงจะขับรถออกไป


            “อ๊ะ  รุ่นพี่ไป่  สวัสดีค่ะ” นักเรียนหญิงปี 1 กล่าวทักทายขณะที่วิ่งผ่านเข้าประตูโรงเรียน  ตามมาด้วยนักเรียนหญิงอีกหลายคน


            “สวัสดีครับ  เดี๋ยวขอทางด้วยนะครับ  พวกเรากำลังจะสายในคาบโฮมรูมแล้ว” ไป่ฉีตอบรับอย่างสุภาพ  ซึ่งนักเรียนหญิงต่างให้ความร่วมมือดี  แม้พวกเธออยากจะขอจับมือ  ขอถ่ายรูป หรือขอลายเซ็น  สาเหตุเพราะพวกเธอได้เห็นป้ายโฆษณาสินค้าที่ไป่ฉีเป็นพรีเซ็นเตอร์ตั้งแต่เช้า  ทำให้พวกเธออดตื่นเต้นไม่ได้ที่ในโรงเรียนของพวกเธอมีดาราเรียนอยู่ด้วย


            นักเรียนชายหลายคนต่างมองไป่ฉีด้วยความอิจฉา  แต่ไม่สามารถทำอะไรได้  เพราะพวกเขาไม่สามารถสู้กับไป่ฉีได้  ทั้งรูปร่าง  หน้าตา  ผิวพรรณ และชื่อเสียง  ไป่ฉีตอนนี้นับว่าเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว  จากโฆษณาที่มีให้เห็นอยู่ทั่วเมืองในเช้าวันนี้


            ไป่ฉีวิ่งขึ้นตึกเรียนไม่นานก็มาถึงห้องเรียนของเขา  เมื่อเปิดประตูห้อง  เขาพบว่าอาจารย์ที่ปรึกษายังไม่มา และเพื่อน ๆ ในห้องก็มาล้อมเขา  พร้อมกับยิงคำถามมากมายใส่เขา


            “ไป่ฉี  ฉันเห็นภาพโฆษณาของนายแล้ว  โคตรเท่เลย”


            “ไม่นะ  ดูลึกลับน่าค้นหาตะหาก”


            “มันมี 2 แบบ  พวกเธอไม่รู้เหรอ”


            “นอกจากน้ำหอม  ยังมีครีมบำรุงผิวด้วยนี่”


            ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันเรื่องนี้  หัวหน้าห้องก็เดินมากลางวงสนทนา  ก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาให้ทุกคนดู


            “นี่ทุกคน  มีกิจกรรมด้วยนะ  รูปโฆษณาน้ำหอมและครีมบำรุงผิวจะมีทั้งหมด 100 ภาพ  หากใครสามารถเซลฟีกับภาพทั้งหมดได้ครบ 100 ภาพ  30 คนแรก  จะได้น้ำหอมกับครีมบำรุงผิวไปใช้ 1 ชุด  พร้อมกับได้ร่วมทานอาหารและพูดคุยนายแบบที่ถ่ายโฆษณาด้วย” เมื่อหัวหน้าห้องกล่าวจบ  ทุกคนหันมามองหน้าไป่ฉีพร้อมกัน


            “ใช่  แต่กำหนดการณ์ทางมู่เทียนจะแจ้งผมอีกทีน่ะ  ยังไงก็ต้องรอให้ได้ผู้โชคดี 30 คนก่อน  แล้วนัดวันที่ทั้ง 30 คนนั้นจะว่างพร้อมกันอีก” ไป่ฉีอธิบาย


            “เดี๋ยวนะ แล้ววันนี้เป็นวันเริ่มกิจกรรม  ส่วนพวกเราต้องมานั่งเรียน  มันไม่ยุติธรรมนี่” นักเรียนหญิงในห้องพูดขึ้น  นักเรียนหญิงที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วย  โดยไม่ได้นัดหมาย  ทุกคนทำการเก็บของใส่กระเป๋านักเรียน  พร้อมกับเดินไปที่ประตูห้องเรียน


            “พวกเธอจะไปไหนกัน  อย่าบอกนะว่า....” มู่ซื่อเฉิงที่เพิ่งเดินเข้าในห้องทักขึ้น  เมื่อเขาเห็นนักเรียนหญิงหลายคนกำลังจะออกจากห้องเรียน


            “ไปพวกเรา  ออกตามล่าภาพของไป่ฉีกัน” หัวหน้าห้องเองก็เป็นไปกับเขาด้วย  เธอนำนักเรียนหญิงออกจากห้องไป  จากนั้นนักเรียนหญิงจากห้องอื่น ๆ ก็เดินออกไปจากโรงเรียนพร้อมกัน  ส่วนอาจารย์ฝ่ายปกครองที่ออกมาห้ามนั้นตอนนี้น่าจะแบนติดดินไปเรียบร้อยแล้ว


            “นะ...น่ากลัว  พวกสาว ๆ น่ากลัวเกินไปแล้ว” มู่ซื่อเฉิงเอามือกอดตัวเอง  เขารู้สึกถึงความอันตรายที่แผ่ออกมาจากเหล่านักเรียนหญิง


            “สำหรับผู้หญิงแล้ว  ความงามถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับ 1  ซื่อเฉิง  นายคิดว่าพวกน้ำหอมกับครีมบำรุงผิวราคาถูกงั้นเหรอ  หากมองในมุมของคนที่มีรายได้แล้ว  อาจจะไม่ได้คิดอะไร  แต่สำหรับพวกเธอ  มันคือของที่เกินเอื้อมเลยนะ” ไป่ฉีกล่าว


            “นั่นก็จริง” มู่ซื่อเฉิงเข้าใจในสิ่งที่ไป่ฉีพูด  ตัวเขามองในมุมของคนมีเงิน  ซึ่งเป็นการมองเพียงด้านเดียว


            “นักเรียน.....นั่งที่ได้แล้ว  เราจะเริ่มคาบโฮมรูมกัน” อาจารย์ที่ปรึกษาของไป่ฉีเดินเข้ามา  ท่าทางของเธอดูรีบร้อนแปลก ๆ


            “เนื่องจากว่าวันนี้ครูติดธุระ  คาบเรียนที่เป็นของครูจะให้พวกเธออ่านหนังสือกันเอง  แต่ห้ามออกไปนอกห้องนะเข้าใจไหม  อีกเรื่องคือกำหนดการณ์ทัศนศึกษาตามโรงเรียนมัธยมปลายออกแล้ว  แต่เพราะว่าวันนี้พวกผู้หญิงไม่อยู่กันหมด  รออยู่กับพร้อมหน้าแล้วครูจะพูดอีกที  จบการโฮมรูมเพียงเท่านี้” อาจารย์ที่ปรึกษาพูดจบก็รีบรวบเอกสารแล้วเดินออกไปทันที  ทิ้งให้ไป่ฉีกับพวกนักเรียนชายในห้องพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนที่อาจารย์ที่สอนคาบแรกจะเข้ามา


            ในช่วงสาย  หน้าห้างสรรพสินค้าที่มีเคาน์เตอร์แบรนด์สินค้าของบริษัทมู่เทียน  ตอนนี้เนืองแน่นไปด้วยหญิงสาวจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่เนื่องแน่น  ราวกับกำลังจะมีมหกรรมลดราคาสินค้าแบรนด์ดัง


            ทันทีที่ประตูห้างเปิด  ทุกคนต่างวิ่งไปยังเคาน์เตอร์แบรนด์สินค้าของมู่เทียนทันที  เหมือนกับแย่งซื้อบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตของนักร้องดังที่พวกเธอชื่นชอบ


            “กรุณาเข้าแถวกันด้วยนะคะ  เราจำกัดจำนวนซื้อ 1 คน ซื้อได้ไม่เกิน 2 ขวดนะคะ  สำหรับครีมบำรุงผิว 1 คน ซื้อได้ไม่เกิน 2 กระปุกค่ะ” พนักงานสาวถือไมค์ประกาศเสียงดัง  ซึ่งตอนนี้แถวของลูกค้ายาวตั้งแต่หน้าเคาน์เตอร์แบรนด์ไปจนถึงหน้าห้างสรรพสินค้าแล้ว


            ส่วนในเมืองตอนนี้  เหล่าเด็กสาวและหญิงสาวหลายคนต่างกระจายตัวไปตามจุดต่าง ๆ ทั่วเมือง  เพื่อค้นหาภาพของไป่ฉีทั้ง 100 ภาพ  พวกเธอแบ่งปันสถานที่รูปภาพแต่ละแห่ง  โดยแข่งกันที่ความเร็วเท่านั้น


            บริษัทมู่เทียน

            พนักงานที่รับคำสั่งซื้อกำลังรับโทรศัพท์อย่างโกลาหล  ฝ่ายผลิตเองก็กำลังเร่งการผลิตสินค้าล็อตใหม่  ฝ่ายคลังสินค้ากับฝ่ายจัดส่งต่างเร่งเบิกสินค้าออกจากคลังเพื่อนำส่งตามร้านสาขา  เนื่องจากสินค้าใหม่ของบริษัทขายหมดอย่างรวดเร็ว  แม้ทางบริษัทจะเตรียมแผนการรับมือไว้แล้ว  แต่สินค้าหน้าร้านก็ยังหมดเร็วเกินความคาดหมาย


            ที่ห้องของประธานบริษัท  ตอนนี้บนโต๊ะของประธานมู่  เต็มไปด้วยเอกสารที่ต้องเซ็นอนุมัติ  ทั้งการสั่งวัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์  ทั้งการจ้างบริษัทขนส่งมาช่วยเพิ่มเติม  เนื่องจากแผนกจัดส่งของบริษัทไม่สามารถรองรับคำสั่งซื้อจำนวนมากในตอนนี้ได้


            เหตุการณ์นี้ดำเนินไปแบบนี้โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง  ส่วนตัวโฆษณาครีมบำรุงผิวเองก็มีกระแสร้อนแรงในอินเตอร์เน็ตแบบฉุดไม่อยู่หลังออกอากาศไปในตอนเช้า


            [ใครเห็นโฆษณาครีมบำรุงผิวของมู่เทียนบ้าง นายแบบหุ่นน่ากินมาก]


            [พี่สาวลี่เอิน  ไม่นะ  พี่มีแฟนใหม่อีกแล้วเหรอ]


            [แสดงได้ดีจริง ๆ ทั้งที่แทบไม่มีบทพูดเลย]


            [หึ หึ  ลี่เอินร่วมงานกับใคร  หลังจากนั้นคน ๆ นั้นก็จะมีข่าวว่าคบกับนาง]


            [ก็จริง  ทำไมเด็กใหม่ต้องโดนเธองาบไปตลอดเลย]


            [ฉันเพิ่งไปซื้อครีมมา  เขาบอกว่าเพียง 1 สัปดาห์ก็เห็นผลแล้ว  ที่ร้านมีพนักงานที่ลองใช้มาแล้ว 1 สัปดาห์  แขนข้างที่ใช้ครีมมา 1 สัปดาห์  ผิวดีสุด ๆ ส่วนอีกข้างที่ไม่ได้ใช้ดูต่างกันชัดเจนเลยอ่ะ]


            [เอ๋  ฉันยังทำงานอยู่เลย  หวังว่าของจะไม่หมดก่อนนะ]


            [น้ำหอมของมู่เทียน  พวกแบรนด์ดัง ๆ สู้ไม่ได้เลย  นี่ฉีดใส่ผ้าเช็ดหน้านั่งดมจนติดอย่างกับทินเนอร์แล้ว]


            [น้ำหอมดีงามมาก]


            กระแสบนอินเทอร์เน็ตร้อนแรงมาก  ถึงขนาดมีคนเริ่มหาประวัติของไป่ฉี และพวกเขาก็พบว่าไป่ฉีเป็นดาราในสังกัดของ LSA ที่เพิ่งเซ็นสัญญาได้ไม่นาน  พวกเขาเข้าไปดูข้อมูลของไป่ฉีเท่าที่จะหาได้จากเว็บไซต์ของบริษัท


            [อายุ 15 เหรอเนี่ย  แน่ใจนะว่าไม่ได้โกงอายุน่ะ]


            [มัธยมต้นปี 3  ตัวสูงเกินไปไหม]


            [ใครได้ดูรูปในอัลบั๊มของไป่ฉีในเว็บไซต์ของ LSA บ้าง]


            [ดูแล้ว  เขามีฝีมือมาก  สามารถเป็นนายแบบได้เลย]


            [แล้วเห็นสัญลักษณ์ที่ปักไว้ตรงปกเสื้อเชิ้ตไหม  ถึงสีจะเหมือนกับสีปกเสื้อก็เถอะ]


            [เชี่ย  เสื้อเชิ้ตเรียบง่ายแต่ดูดี  ที่แท้ก็เป็นแบรนด์ของเทียนซานของเมิ่งเจี่ย  ดีไซน์เนอร์ระดับโลกเหรอเนี่ย]


            [ใช่  เสื้อพวกนี้ฉันลองเช็กข้อมูลดูแล้ว  มันเป็นเสื้อสั่งตัดแน่นอน]


            [ใส่แบรนด์หรูขนาดนั้น  เขาต้องรวยมากแน่ ๆ]


            [เขาไม่ได้รวยค่ะ  บ้านฉันอยู่ใกล้กับเขา  ก่อนจะเข้าวงการบันเทิง  ฉันเห็นเขาทำงานหลังเลิกเรียนตลอด  เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายภายในบ้าน]


            [จริงดิ  แล้วทำไมเขาถึงมีเสื้อของแบรนด์เทียนซานใส่ล่ะ  เริ่มงงแล้ว]


            หน้าโรงเรียนของไป่ฉี

            หลักเลิกเรียน  ไป่ฉีกำลังเดินมารอเมิ่งชิงชิงที่หน้าประตูโรงเรียน  แต่กลับพบว่ามีผู้สื่อข่าว (News Reporter)  จากสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า 10 สถานีมายืนอออันอยู่หน้าโรงเรียน  บางคนกำลังสัมภาษณ์นักเรียนชายอยู่


            หากเป็นดาราหน้าใหม่ในวงการ  เรื่องการให้สัมภาษณ์มักจะต้องให้ผู้จัดการดูแล  แต่ไป่ฉีนั้นไม่ยอมทำแบบนั้น  เขาเดินไปหากลุ่มผู้สื่อข่าว  ทำตัวเป็นปกติเหมือนกำลังจะเดินกลับบ้าน


            “นั่นไง  นายแบบโฆษณาคนนั้น” ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งชี้มาที่ไป่ฉี  ทำให้ผู้สื่อข่าวคนอื่นวิ่งกันมาล้อมไป่ฉีอย่างรวดเร็ว  ส่วนไป่ฉียังคงท่าทีสงบและยิ้มให้กับผู้สื่อข่าว  ท่ามกลางแสงแฟลชมากมายที่สาดมาหาเขาราวกับกระสุน


            “ขอสัมภาษณ์ได้ไหมคะ” ผู้สื่อข่าวสาวคนหนึ่งยื่นไมค์มาหาไป่ฉี


            “เรื่องสัมภาษณ์  ผมจะตอบเฉพาะที่ผมสามารถตอบได้  บางคำตอบที่ผมไม่มั่นใจว่ามันจะกระทบกับผมรึเปล่า  ผมจะขอไม่ตอบนะครับ” ไป่ฉีพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ


            “ไป่ฉี  โฆษณาที่เธอรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทมู่เทียนได้รับการตอบรับดีมาก  เธอคิดยังไงกับเรื่องนี้” ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องหลายสีถาม


            “ต้องขอบคุณ  คุณโม่เหยียนกับทีมงานครับ  ที่ทำให้งานออกมาดีขนาดนี้” ไป่ฉีตอบ


            “คุณคิดว่าฝีมือของคุณอยู่ในระดับไหนคะ” ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ TTB U ถาม


            “ตอบไม่ได้หรอกครับ  ผมยังเรียนการแสดงอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมของ LSA อยู่เลย  นี่ก็เป็นเพราะผู้กำกับโม่เหยียนกับทีมงานนั่นแหละครับ” ไป่ฉีตอบอย่างถ่อมตัว


            “แต่โฆษณาที่ออกมา  เธอสื่ออารมณ์ออกมาได้ดีมากเลยนะ” ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์นกส้ม ถาม


            “ขอบคุณครับ  ผมดีใจมากที่งานของผมได้รับการตอบรับที่ดีจากพวกพี่ ๆ และคุณสุภาพสตรีทุกคนครับ” ไป่ฉีตอบ


            “แล้วเธอ….คบกับลี่เอินรึเปล่า” ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ TTV S ถาม


            “ไม่ครับ  พี่ลี่เอินกับผมเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันครับ” ไป่ฉีตอบปฏิเสธข่าวลือนี้ทันที


            “แต่สายตาที่เธอมองลี่เอินในโฆษณามันดูสมจริงมากเลยนะคะ” ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ TTV S ยังคงจี้ถามไป่ฉี


            “แบบนี้เหรอครับ” ไป่ฉีจ้องไปที่ผู้สื่อข่าวสาวช่อง TTV S คนนั้น  ด้วยสายตาแบบเดียวกับที่เขามองลี่เอินตอนถ่ายโฆษณา  โดยแฝงเจตจำนงลงไปที่ดวงตาของเขาด้วย  ทำให้ผู้สื่อข่าวสาวถึงกับใบหน้าเห่อร้อน  เธอกุมหน้าอก  ก่อนจะทรุดตัวลงไป  ทำให้ผู้สื่อข่าวที่เหลือพากันตกใจ  ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ตั้งตัว  เมิ่งชิงชิงก็บีบแตรเรียกเขา  เขาจึงรีบวิ่งไปขึ้นรถ  ก่อนจะลดกระจกรถมาโบกมือให้กับผู้สื่อข่าว


            “ไว้ครั้งหน้าค่อยมาสัมภาษณ์ต่อนะครับ” ไป่ฉีขยิบตาเล็กน้อย  แล้วรถก็แล่นออกไป  ส่วนผู้สื่อข่าวสาวคนนั้นเพิ่งได้สติ  เธอรีบหันไปโบกไม้โบกมือให้ไป่ฉีราวกับเธอได้กลายเป็นแฟนเดนตายของเขาไปเสียแล้ว


            “ฉันจะติดตามผลงานของเธอนะ” ผู้สื่อข่าวสาวตะโกนไล่หลังรถของไป่ฉี


            “นายให้สัมภาษณ์อะไรไปบ้าง” เมิ่งชิงชิงถามหลังจากไป่ฉีกดปิดกระจกรถแล้ว


            “เรื่องทั่วไปน่ะ  อันไหนที่เป็นคำถามอันตราย  ผมก็ตอบแบบถ่อมตัวไว้ก่อน” ไป่ฉีตอบ


            “ดีแล้วล่ะ” เมิ่งชิงชิงดูจะเหนื่อย ๆ


            “พี่ชิงชิง  เหนื่อยมากเลยหรอครับ  คุณฉีฟงสอนงานพี่หลายอย่างเลยสินะ” ไป่ฉีถาม


            “ไม่ใช่เพราะฉีฟงหรอก  แต่เป็นนายต่างหาก  นายรู้ไหม  วันนี้มีบริษัทกับนิตยสาร  แล้วยังมีรายการติดต่อเข้ามาหาฉันจนสมาร์ทโฟนฉันจะทอดไข่ดาวได้แล้วเนี่ย” เมิ่งชิงชิงระบายสาเหตุที่ทำให้เธอเหนื่อยให้ไป่ฉีฟัง


            “ไม่ดีเหรอครับ  ผมจะได้มีงาน  รีบทำงานเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ จะได้ใช้เป็นสินสอดไปขอพี่ไง  จากนั้นก็มีลูกหัวปีท้ายปีสักคอกสองคอก” ไป่ฉีกล่าว


            “เดี๋ยวเถอะ  ใครบอกว่าฉันจะยอมแต่งกับนายห๊ะ  แล้วคอกสองคอกเนี่ย  ฉันเป็นคนนะไม่ใช่หมู  ฉันยังต้องดูพฤติกรรมนายอีกนาน” เมิ่งชิงชิงถูกไป่ฉียั่วโมโหอีกแล้ว


            “จูบแรกของผมมันยังไม่พอสินะ หรือว่าพี่ชิงชิงอยากได้ครั้งแรกของผมด้วย” ไป่ฉีถาม


            “ไม่  มี  ทาง  ย่ะ” เมิ่งชิงชิงตอบปฏิเสธ


            ไป่ฉีได้แต่ยิ้ม  ตอนนี้เขาว่าเขาเริ่มชินกับการนั่งรถบ้างแล้ว  ส่วนเครื่องบินนั้น  เขายังคงกังวลอยู่มากว่าตัวเองจะเมาเครื่องบินด้วยรึเปล่า


            วันนี้ไป่ฉีจะเริ่มเรียนคลาสการแสดงขั้นสูงกับอาจารย์หลิว  มีอีกหลายอย่างที่เขาต้องเรียนรู้ (จากลูกแก้วแห่งความทรงจำ) จากอาจารย์หลิว  นอกจากนี้เขาวางแผนจะไม่ให้ตัวเองยุ่งจนเกินไป  เพราะเขายังต้องถ่ายละครของเฉินเฟิงอยู่ และหาเวลาอยู่กับพ่อแม่  รวมถึงการไปทานข้าวกับซีหลัว


            “ถึงแล้ว  นายลงไปก่อนเลย  ฉันจะไปจอดรถ” เมิ่งชิงชิงกล่าว  ตอนนี้รถได้มาจอดอยู่หน้าอาคารศูนย์ฝึกอบรมของ LSA แล้ว


            “พี่ชิงชิง กินลูกอมไหม” ไป่ฉีถาม  พร้อมกับหยิบลูกอมออกมาแกะ


            “ขอบใจ” เมิ่งชิงชิงยื่นมือไปรับ  ไป่ฉีทำท่าจะส่งลูกอมให้  แต่พอเธอจะรับ  เขาก็โยนลูกอมเข้าปากตัวเอง  เธอเลยคิดจะดุเขา


            “ถ้านายจะกินเอง  ก็ไม่ต้องถา...อื้อ” เมิ่งชิงชิงตกใจ  เธอถูกไป่ฉีจูบโดยไม่ทันตั้งตัว  อีกฝ่ายสอดลิ้นส่งลูกอมเข้าไปมาปากของเธอ  ก่อนจะยอมปล่อยให้ริมฝีปากของเธอเป็นอิสระ


            “คนลามก” เมิ่งชิงชิงหน้าแดง  เธออายมาก  ไม่คิดว่าไป่ฉีจะจู่โจมเธอแบบนี้  ที่สำคัญคือทุกครั้งมักจะไม่มีคนเห็นเสียด้วย


            “ผมกลัวพี่ทำหล่น  ป้อนด้วยปากผมนี่แหละรับรองไม่หล่นแน่  ไปล่ะ” ไป่ฉีพูดจบก็รีบลงจากรถ  แล้วรีบสับขาเข้าศูนย์ฝึกอบรมทันที  ปล่อยให้เมิ่งชิงชิงอ้าปากค้าง  เธอไม่มีโอกาสได้พ่นคำด่าออกมาเลย


            “หวานจัง” เมิ่งชิงชิงพูดขึ้น  เมื่อเธอรับรู้ถึงรสของลูกอมในปาก  นั่นทำให้อารมณ์ของเธอดีขึ้น  ก่อนจะขับรถไปจอดที่ลานจอดรถ

    ________________________________

    V=0w0=V