หลังจากฝืนใจกินอาหารที่นายทหารคนหนึ่งเอาเข้ามาให้เด็กหนุ่มก็ตัดสินใจแล้วว่าต่อไปจะไม่แตะต้องอาหารในกองทัพอีกดูเหมือนคนในค่ายจะเกลียดเ้าเด็กนี่มาก ไม่อย่างนั้นคงไม่แกล้งเอาแป้งก้อนกลมๆ แข็งๆกัดไม่เข้านี่มาให้หรอกทั้งที่นี่เป็คำสั่งของพี่หลี่ว่าให้พ่อครัวทำอาหารเลิศรสมาให้เขาแท้ๆแต่ของที่ได้มากลับตรงกันข้าม หน้าตาดูดีแต่รสชาติโคตรห่วยอย่าว่าแต่คนกินไม่ได้เลย แม้แต่หมามันยังเมิน
“เฮ้อ นี่ถ้าไม่กลัวอดตายนะ ไม่มีวันกินไอ้ของจืดชืดไร้รสชาติพวกนี้หรอก!”
เพราะมีทางเลือกไม่มากนักเขาจึงจำใจกลืนมันลงท้องไปแกงจืดสารพัดผักในชามก็จืดสนิทเหมือนน้ำเปล่า ข้าวสวยควันกลบหอมกรุ่นที่มองผิวเผินว่าน่ากินแต่พอตักเข้าปากไปแล้วถึงได้รู้ว่าเม็ดข้าวแข็งเป็ไตยังไม่สุกดี ส่วนก้อนแป้งสีขาวก็เย็นชืดเหมือนทำทิ้งไว้นานแล้วไม่ใช่ของที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่
นี่ถ้าไม่เต็มใจทำให้ก็ไม่ต้องทำก็ได้มั้ง ถึงทำมาให้ก็กลืนลงท้องไม่ได้อยู่ดีสิ้นเปลืองวัตถุดิบชะมัด
“ดูเหมือนที่ผ่านมาเ้าเด็กคนนั้นจะเป็คนทำอาหารกินเองงั้นอย่างนี้เราก็ต้องลงมือทำเองบ้างแล้วสิไม่อย่างนั้นแม้แต่ตอนกินข้าวก็คงไม่มีความสุข”
โชคดีไปที่ถึงเขาจะจำเื่ราวในอดีตทั้งหมดไม่ได้แต่ไม่ถึงขั้นสูญเสียทักษะในการเอาชีวิตรอด กิจวัตรประจำวันยังทำได้ตามปกติรู้ว่าต้องกินเดินยังไง เขียนอ่านอย่างไร วิธีพูดจาโต้ตอบก็จัดว่าอยู่ในระดับดีทีเดียวแต่ดูท่าว่าการแสดงออกของเขาที่เป็อยู่ตอนนี้จะแตกต่างจากฝูกว่างเยว่คนก่อนมาก
“ไม่รู้ว่าพี่หลี่จะสงสัยอะไรบ้างหรือเปล่า ก็นะคงสงสัยไปเรียบร้อยแล้วมั้ง”
คิ้วเรียวขมวดมุ่นรู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อยกับผลที่ออกมาในวันนี้ไม่ใช่ว่ามาวันแรกก็ถูกจับได้หรอกนะ ชักหวั่นใจขึ้นมาแล้วสิ
ตัวตนของฝูกว่างเยว่ไม่ใช่แค่อ่อนโยนใจเย็น ยังเป็คนดีมากมีเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แม้ว่าบางครั้งจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนแต่ก็ไม่เคยเก็บมาใส่ใจแล้วนี่เ้าตัวก็ทำอาหารเป็แถมยังอร่อยมากด้วย ตอนเช้าของทุกวันจะต้องเตรียมอาหารไว้ให้หานเจี้ยหนึ่งชุดแยกกับของตัวเอง
ถึงไอ้แม่ทัพโหดนั่นจะไม่เคยแตะต้องอาหารที่ฝูกว่างเยว่ทำแต่ก็รับรู้มาโดยตลอดว่าเด็กคนนั้นให้ความสำคัญกับตัวเองมากแค่ไหนตัวเขาที่เพิ่งเข้ามาอยู่ใหม่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะทำตามเหมือนกันอย่างน้อยก็ต้องเลียนแบบให้ได้ใกล้เคียงมากที่สุดแม้ว่ามันจะทำให้เขาลำบากใจที่จะทำแบบนั้นก็ตาม
ฝูกว่างเยว่คือคนที่ถูกใช้เป็เครื่องมือทำลายชื่อเสียงท่านแม่ทัพการที่
หานเจี้ยจะรู้สึกไม่ชอบหน้าหรือโกรธแค้นเด็กคนนี้ก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
หากมีโอกาสได้เลือกใหม่อีกครั้งว่าอยากเป็คนหรือกลับไปเป็ผีเหมือนเดิมก็ตอบยากเหมือนกันถ้าอยู่ที่นี่แล้วมีความสุขก็ดีไป แต่ถ้าแย่กว่าต้องถูกคนอื่นกดขี่
ข่มเหงตลอดก็ไม่ไหว สู้กลับไปเป็ผีอย่างเดิมดีกว่าเพราะอย่างน้อยเขาก็เชิดหน้าอวดเบ่งใส่ผีตนอื่นได้ ถึงเขาจะไม่เคยทำแบบนั้นสักครั้งเลยก็เถอะ
เด็กหนุ่มเ้าของร่างสูงเพรียวในชุดสีแดงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้หัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น สองตาจ้องเขม็งเหล่าอาหารหน้าตาพื้นๆ แสนธรรมดาอย่างหงุดหงิดหน่อยๆเขาถอนหายใจยาวเหยียดระบายความเดือดพล่านในอก
ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน ทางที่ดีควรหยุดคิดพักสมองก่อนดีกว่า แต่ถึงจะบอกกับตัวเองอย่างนั้นก็ยังยากที่จะทำอยู่ดีตอนนี้เขาทั้งคิดทั้งเครียดเชียวล่ะ!
เขาเข้าใจว่าอาชีพทหารลำบากแค่ไหนการจะให้มาเลือกกินแต่ของดีๆ พิถีพิถันในเื่รสชาติมันคงเป็ไปไม่ได้แต่การที่พวกเขาไม่เลือกกินเลยก็แย่อยู่เหมือนกัน ร่างกายที่ขาดการบำรุงไม่ได้รับการฟื้นฟูในส่วนที่เสียไปจะยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและเจ็บป่วยได้ง่าย อายุไม่เกินหกสิบก็ตายแล้ว
อันที่จริงเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเื่นี้มากนักหรอกถ้ามันไม่ได้ส่งผลกระทบกับเขาที่เป็เพียงเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ยังต้องดำเนินชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปอีกอย่างเขาก็เแค่คิดว่าทหารพวกนั้นน่าจะได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้แต่จะว่าไปก็ไม่ใช่เื่ของเขาอีกเหมือนกัน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังเคืองไม่หาย มาวันแรกก็ถูกต้อนรับด้วยอาหารรสชาติห่วยๆแบบนี้ นึกว่าจะได้กินของอร่อยๆ แล้วซะอีก
เฮ้อ มันน่าโมโหจริงๆ นะ ให้ตาย...
“นี่ถ้าจำได้สักหน่อยว่าตัวเองชื่ออะไรมีญาติพี่น้องหลงเหลืออยู่ไหมก็คงดี ไม่ใช่ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้ แม้แต่ชื่อตัวเองก็ยังจำไม่ได้อีกน่าสมเพชชะมัด”
มันแย่ตรงที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ตายไปแบบงงๆ โง่ๆไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง นี่เขาเป็ผีความจำเสื่อมหรือไง หรือว่ามีใครมาขโมยความทรงจำเขาไปถึงหายหมดเกลี้ยงอย่างนี้
ช่างเถอะ เื่ของอดีตเขาคิดมากไปก็เหนื่อยเปล่าตอนนี้เขาอยู่ในร่างใหม่เป็คนใหม่แล้วควรจะคิดถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้มากกว่าเพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไปและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ต้องถูกใครระราน เขาควรจะเริ่มทำอะไรด้วยตัวเองจะยืนหลบอยู่ใต้ปีกของคนอื่นตลอดไปไม่ได้
ถึงหลี่ซื่อจื่อจะดีกับเขามาก แต่มันออกจะมากเกินไปสักหน่อยไหมมีคนเป็ร้อยเป็พันเกลียดชังน้ำหน้าเขา พากันสาปแช่งขับไล่ไสส่งเขาอย่างกับหมูกับหมามันทำให้เขากลัวความสัมพันธ์ที่คลุมเครือนี้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงรึเปล่ามันไม่มีเหตุผลเลยสักนิดที่ต้องมาทำดีกับเขา
หลี่ซื่อจื่อทำราวกับไม่กลัวว่าตัวเองจะแปดเปื้อนทำเหมือนกับไม่รู้ว่าการเอาตัวเองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเขามันส่งผลเสียกับตัวเองยังไงตัวฝูกว่างเยว่แทบไม่มีค่าอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว เป็ได้แค่หมากตัวหนึ่งบนกระดานเมื่อไหร่ที่หมดประโยชน์ก็คงถูกกำจัดทิ้ง
เขาต้องทำยังไงถึงจะหลุดไปจากสถานะนี้ได้สมรสพระราชทานของฮ่องเต้ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืนเว้นเสียแต่ว่าเขาจะเบื่อโลกไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ถึงจะเอาคอไปพาดไว้บนเขียง รอให้เพชฌฆาตลงดาบปะาชีวิตเขาซะแต่เขายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ เพราะฉะนั้นอย่าแส่หาเื่ต้องโทษปะาเลยดีกว่า
หนทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากการแต่งงานบ้าๆ นี่มีแต่ต้องทำให้ฮ่องเต้สติไม่ดีนั่นหมดอำนาจเท่านั้นและคนเดียวที่จะทำเื่แบบนั้นได้ก็ดันมีแต่หานเจี้ยคนเดียวซะด้วยสิ ลางสังหรณ์เขาบอกว่าคนผู้นั้นต้องไม่ปล่อยให้เื่ราวจบลงแค่นี้แน่ในเมื่อตัวเองเป็ฝ่ายพ่ายแพ้จนต้องสูญสิ้นทุกอย่างไปก็ต้องเรียกคืนกลับมาให้หมดสิถึงจะถูก
กึก...
เสียงความเคลื่อนไหวที่ด้านนอกช่วยดึงสติเด็กหนุ่มให้กลับเข้าร่างจนหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองดวงตาฉ่ำวาวเปล่งประกายสดใสจับจ้องไปยังปากทางเข้าด้านหน้า เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังมุ่งตรงมาทางนี้แล้วก็ไม่ผิดจากที่คาดเมื่อมีมือข้างหนึ่งแหวกกระโจมเข้ามา ก่อนจะโผล่เข้ามาทั้งร่างจนเห็นหน้าตาของผู้ชายคนนั้นชัดเจน
ชายตรงหน้ามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มคิ้วตามีความเด็ดขาดเฉียบแหลม รอบกายแผ่กลิ่นอายเข้มแข็งน่าเกรงขาม ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความระมัดระวังยำเกรงรู้สึกหวาดเกรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ราวกับว่าถ้าทำอะไรไม่ดีเข้าจะถูกฆ่าเอาได้ง่ายๆท่าทางการเดินแต่ละก้าวดูหนักแน่นทรงพลัง บ่งบอกถึงความเคร่งครัดในกฎระเบียบหากได้เป็ลูกน้องใครก็จะจงรักภักดีต่อคนผู้นั้นไม่เสื่อมคลาย
“ท่านคือ...” ฝูกว่างเยว่เปิดปากพูดก่อน ถึงจะเดาได้หลายส่วนว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่พี่หลี่ส่งมาแต่ก็ยังแสร้งทำเป็ซื่อบื้อไม่รู้อะไรอยู่ดี
“ข้าคือองครักษ์ข้างกายท่านแม่ทัพนามว่า ‘ฮุ่ยเหอ’ กุนซือหลี่ได้ไหว้วานให้ข้านำทหารสองนายมารับใช้อยู่ข้างกายฮูหยินรองขอรับอีกทั้งยังกำชับให้ข้ามาสอบถามว่าฮูหยินยังขาดเหลือสิ่งใดอีกหรือไม่ หากยัง้าอะไรเพิ่มเติมข้าจะสั่งให้คนไปจัดเตรียมไว้ให้ตามที่ฮูหยิน้าทุกอย่างขอรับ”
“ที่แท้เื่ราวก็เป็อย่างนี้นี่เองตอนแรกข้าใหมดนึกว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นกับตัวเองเสียอีก หืม ทหารสองคนนี้เหรอ?”ฝูกว่างเยว่เอ่ยถามพลางยิ้มแย้มด้วย
สีหน้าประหม่าเล็กน้อย แววตาฉายชัดถึงความขัดเขินไม่กล้าสบตาใครตรงๆ ทำได้เพียงแค่ลอบมองทหารสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของฮุ่ยเหอ
บุคลิกท่าทางการวางตัวของนายทหารสองคนนี้ถือว่าดีมากเก็บงำความรู้สึกได้มิดชิดจนเดาไม่ออกว่าในใจกำลังคิดอะไรอยู่ หน้าตาดูสะอาดสะอ้านไม่ขัดตารูปร่างไม่สูงใหญ่เกินไปดูสมส่วนทะมัดทะแทงใช้ได้ถ้าได้สองคนนี้มาเป็ลูกน้องคงเรียกใช้งานได้ถนัดมือหน่อย แต่น่าเสียดายที่ดันเป็คนของหลี่ซื่อจื่อแบบนี้จะไปไว้ใจเต็มร้อยได้ยังไง
ถ้าต้องถูกสองคนนี้คอยตามประกบทุกฝีก้าว อีกไม่นานเขาต้องถูกจับได้แน่
แล้วจะปฏิเสธยังไงไม่ให้เป็การหักหน้าพี่หลี่ จะทำยังไงให้ดูแเีที่สุดล่ะก็คนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ดันเป็องครักษ์ของหานเจี้ย คิดจะโกหกคงไม่ง่ายนักอีกอย่างฮุ่ยเหอก็มีฐานะไม่ธรรมดา เื่การจับผิดคนคงไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่หลี่แน่
จะว่าไปเขากับฝูกว่างเยว่ก็มีชะตากรรมที่คล้ายๆ กันเลยแฮะ พวกเขาต่างก็ถูกทำให้ต้องตายอย่างไม่เต็มใจแถมยังไม่มีใครคิดจะช่วยเหลือเลยสักคน ตายไปอย่างไร้ค่า ไม่มีใครจดจำได้ว่าเคยมีชีวิตอยู่แต่ว่าตอนนี้มีคนพยายามจะยื่นมือเข้ามาช่วยเขา แล้วเขาควรจะยื่นมือออกไปรับไว้ดีไหม
ตอนนี้คงยังไม่ดีหรอก แต่ถ้าหลังจากนี้ที่เขาได้พิสูจน์อะไรแล้วตอนนั้นเขาคงยอมรับความช่วยเหลือได้อย่างสนิทใจ
เอาล่ะ เพื่อไม่ให้ผิดใจกับหลี่ซื่อจื่อที่มีตำแหน่งเป็ถึงกุนซือท่านแม่ทัพและไม่ให้โดนเขม่นจากองครักษ์เหอเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเก็บรักษาความลับไว้ให้ได้ลองคิดว่าถ้าเป็ฝูกว่างเยว่จะตอบปฏิเสธกลับไปยังไง...
“ฝากบอกกุนซือหลี่ด้วยว่าข้าซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก ตลอดมาผู้อื่น
หลบเลี่ยงไม่อยากเสวนากับข้าแต่เขากลับไม่เคยทำเช่นนั้น ยังคอยดูแลเอาใจใส่ข้าเป็อย่างดีเสมอทั้งที่ตัวข้าไร้ประโยชน์มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้เป็สามีข้าเสียอีกที่เกลียดชังน้ำหน้าข้า ไม่อยากให้ข้าอยู่ใกล้ ไม่อยากเห็นหน้าข้าข้าจึงไม่กล้าโผล่หน้าไปให้ขัดเคืองลูกตาเขา”
หลังจากที่รอคอยอยู่นาน ในที่สุดฮูหยินก็ยอมพูดสิ่งที่ค้างคาใจออกมา
เสียที สีหน้าและแววตาของฮูหยินปราศจากการตัดพ้อน้อยใจ น้ำเสียงฟังดูเศร้าซึมเหมือนคนไม่มีความสุข้าระบายความทุกข์ออกมาเท่านั้น
ฮุ่ยเหอบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามีตรงไหนไม่ถูกต้อง ทุกอย่างคือความจริงที่เขารู้ดีแก่ใจท่านแม่ทัพทำหมางเมินต่อฮูหยินมากจริงๆ
ถ้าจะโทษว่าเป็ความผิดใครสักคน คงเป็ฮ่องเต้ที่พระราชทานสมรสจับคนสองคนที่ไม่ได้มีใจให้กันมาใช้ชีวิตร่วมกันมากกว่าแต่ผู้ใดจะกล้าทักท้วงในเมื่อพระองค์คือผู้ปกครองที่มีอำนาจสูงสุดในแคว้นนี้
“ฮูหยินอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย ท่านแม่ทัพไม่เคยเกลียดชังในตัวท่านเพียงแต่บางเื่ต้องใช้เวลาถึงจะปรับตัวได้ ฮูหยินรองเป็คนดี ต่อไปจะต้องได้รับสิ่งที่ดีตอบแทนกลับมาแน่”
ดวงตาหม่นแสงไร้ประกายสดใสของฮูหยินทำให้ฮุ่ยเหอต้องรีบโต้แย้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังสีหน้าจึงพลอยเคร่งขรึมตามไปด้วยคล้ายกับจะยืนยันทุกคำพูดที่กล่าวไปว่าเป็ความจริงท่านแม่ทัพนิสัยเป็อย่างไรผู้อยู่รับใช้ใกล้ชิดอย่างเขาย่อมรู้ดีที่สุด
ฮูหยินรองเป็น้องชายของนางอันเป็ที่รักดั่งดวงใจของท่านแม่ทัพต่อให้ไม่อาจได้ครองคู่กันก็ไม่มีความคิดที่จะทำร้ายน้องชายที่รู้จักคุ้นเคยกันดีมานานเพียงแต่สถานการณ์บีบบังคับให้ต้องทำเื่ที่ขัดต่อหัวใจ เมื่อเสร็จสิ้นจากาเขาเชื่อว่าท่านแม่ทัพจะต้องหาสตรีรูปงามมาแต่งเป็ภรรยาของฮูหยินรองแน่
ตรงข้ามกับฝูกว่างเยว่ที่แอบแค่นยิ้มเย็นในใจส่งผลให้ดวงตาเรียวหงส์
ทอประกายเย็นยะเยียบขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะหายวับไปในชั่วพริบตาเหลือทิ้งไว้แต่ความขมขื่นเศร้าสลด ดวงหน้าขาวซีดไร้สีเืก้มลงซ่อนน้ำตาที่หลั่งรินไว้ท่าทางเปราะบางเหมือนกับกิ่งหลิวไม่อาจต้านทานแรงลมเช่นนั้นยิ่งทำให้คนมองนึกเวทนา
ฮุ่ยเหออดะเืใจสงสารฮูหยินรองไม่ได้ ต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับบุรุษด้วยกันถือเป็การหยามเกียรติอย่างถึงที่สุดแต่จะให้แก้ไขอย่างไรได้ในเมื่อผู้ที่จัดการเื่นี้ไม่ใช่คนธรรมดา
ิญญาเด็กหนุ่มที่เพิ่งยึดครองร่างใหม่ได้ไม่ถึงวันเหลือบมองดูสีหน้าท่าทางของคนพวกนี้อย่างละเอียดไม่ปล่อยให้ทุกอารมณ์ความรู้สึกบนใบหน้าลอดผ่านไปได้ก่อนจะผุดยิ้มพรายบีบน้ำตาให้หยดลงมาอีกนิดเรียกคะแนนความน่าสงสารให้มากอีกสักหน่อยจะเป็ไรไปล่ะ จริงไหม?
เมื่อดวงหน้าขาวกระจ่างผ่องใสเอ่ออาบด้วยน้ำตาที่ร่วงพรูราวกับสายฝนใจของบุรุษที่ว่ากล้าแกร่งดุจหินผาก็ยังมีวันอ่อนยวบพ่ายแพ้ให้กับน้ำตาของอิสตรี หากแต่ผู้ที่ร้องไห้ไร้เสียงสะอื้นกลับเป็เพียงชายรูปงามที่ยังโตไม่เต็มวัยคนหนึ่งรูปร่างก็อ้อนแอ้นบอบบางเหมือนกิ่งหลิว อากัปกิริยาเรียกได้ว่าพอเหมาะพอเจาะวาจาที่เอ่ยแต่ละคำก็นุ่มรื่นหูน่าฟังราวกับสายน้ำที่ไหลชโลมเข้าสู่กลางใจ
ฝูกว่างเยว่ใช้หลังมือปาดน้ำตาที่เกาะพราวตรงขนตาออก ปลายแขนเสื้อกว้างทิ้งลงเผยลำแขนกลมกลึงเกลี้ยงเกลาดุจหยกนุ่มนิ่มราวกับจะบีบคั้นน้ำออกมาได้ คราวนี้ใบหน้าของพวกเขาพากันแดงก่ำกระอักกระอ่วนใจจนต้องหันหน้าหนีไปคนละทิศคนละทาง
หารู้ไม่ว่าท่าทางแบบนั้นทำให้คนมองอดยิ้มเยาะในใจไม่ได้ใครบอกว่ามีแต่ผู้หญิงเสแสร้งมารยาเก่งเท่านั้น ผู้ชายเองก็เสแสร้งได้เก่งไม่แพ้กัน
อืม...ที่จริงฝีมือการแสดงของเขาเก่งซะขนาดนี้น่าจะไปเป็ดารานะแค่บีบน้ำตานิดหน่อยก็ไหลลงมาราวกับสั่งได้ ช่างชวนให้พิศวงนัก เสียดายที่โลกนี้อยู่ในยุคสมัยที่ล้าหลังยังไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ใช้งานสักชิ้น เพราะฉะนั้นความสามารถด้านนี้คงต้องเอาไว้ใช้ในเวลาคับขันมากสุดก็เอาไว้ตบตาเรียกคะแนนสงสารเห็นใจจากคนอื่น