แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมขอบฟ้ากรุงลอนดอนเป็สีส้มอมทองรถหรูของตระกูลจอร์จเคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวลมาจอดลงที่หน้า "เลอ คริสตัล"ภัตตาคารเลื่องชื่อของมาดามคลาร่า
ผมรู้เลยว่าบัตรกำนันอาหารฟรีในกระเป๋าเสื้อของผมมันสั่นระริกเหมือนจะประท้วงว่า"ใช้ฉันสิ! ปล่อยให้ฉันทำหน้าที่ของฉันเถอะ!"
ตัวอาคารภัตตาคารเป็สถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียนที่ผสมผสานความทันสมัยของกระจกบานั์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวผนังภายนอกประดับด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตาเสาหินสลักลวดลายเถาวัลย์ดูอ่อนช้อยแต่ทรงพลังโคมไฟแก๊สที่ทำจากทองเหลืองดัดโค้งส่องแสงสีนวลตาขับให้ตัวอาคารดูโดดเด่นราวกับอัญมณีกลางย่านธุรกิจกระจกหน้าต่างทุกบานใสแจ๋วสะท้อนเงาผู้คนที่เดินผ่านไปมาในชุดสูทและชุดราตรีหรูหรา
สมแล้วที่เป็ของมาดามคลาร่าความหรูหราขนาดนี้ถ้าไม่มีบัตรฟรีผมคงต้องยอมล้างจานสักสามเดือนถึงจะได้นั่งโต๊ะริมหน้าต่างนั่น
เมื่อรถม้าจอดสนิทพ่อบ้านเคนก้าวลงมาเปิดประตูให้ผมด้วยท่าทางสุภาพนอบน้อมผิดกับตอนที่เป็ผู้ต้องสงสัยเมื่อกลางวัน"เชิญครับท่านที่ปรึกษา หวังว่ามื้อค่ำนี้จะทำให้ท่านพึงพอใจ"
ทันทีที่ประตูเปิดออกเกียร์ก็บินพรวดออกมาทันที มันกางปีกกว้างร่อนวนไปรอบ ๆ โคมไฟหน้าทางเข้าด้วยท่าทางตื่นเต้นสุดขีด
"เกี๊ยะ!นายท่านดูสิ ที่นี่มันหรูหราอลังการกว่าห้องรับแขกที่คฤหาสน์อีกนะ"มันร้องเสียงหลงพลางซูมเลนส์ตาไปที่ป้ายชื่อร้านที่เป็ตัวอักษรทองคำแท้"หวังว่ามาดามจะทำตามสัญญานะข้าอยากได้น้ำมันหล่อลื่นสกัดเย็นรสวานิลลาสูตรพิเศษจังเลยเกี๊ยะ!"
ผมก้าวเท้าลงจากรถม้าปรับปกเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่พลางมองเข้าไปด้านในเห็นพนักงานต้อนรับในชุดยูนิฟอร์มเนี๊ยบกริบกำลังเดินตรงมาทางเรา
โธ่... เกียร์นี่มันภัตตาคารหรูสำหรับมนุษย์นะ ไม่ใช่โรงซ่อมบำรุงหัวรถจักรมันจะมีน้ำมันเครื่องสูตรพิเศษรสวานิลลาให้นายได้ยังไงกัน
แต่ดูเหมือนความกังวลของผมจะเสียเปล่าเมื่อพ่อบ้านเคนที่ยืนอยู่ข้างๆ คลี่ยิ้มบางๆ แล้วพูดขัดขึ้น “ไม่ต้องเป็ห่วงครับเดี๋ยวผมจัดการให้เอง มาดามกำชับไว้แล้วว่าต้องดูแลแขกพิเศษและท่านที่ปรึกษาให้ดีที่สุดเดี๋ยวผมจะไปหาเบอร์เบินชั้นยอดมาผสมให้แทนน้ำมันเกรดพรีเมียมแล้วกันนะ”
“เกี๊ยะ!ขอบคุณมากคุณพ่อบ้าน นายเป็คนดีกว่านายท่านของข้าเยอะเลย”เกียร์ส่งเสียงร้องอย่างดีใจจนผมอยากจะถีบมันเบาๆ สักที
แต่ในระหว่างที่พวกเรากำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูสุดหรูของภัตตาคารสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นคนคุ้นเคยที่โผล่มาผิดที่ผิดทาง เอ็ดมันด์ เ้าหน้าที่จากกรมดูแลสัตว์เลี้ยงนั่นเองเขายังคงอยู่ในชุดสูทสีเข้มรีดเรียบกริบเหมือนตอนที่ผมเจอเขาก่อนเที่ยงเป๊ะ
เขากำลังยืนหลบมุมคุยกับใครบางคนอยู่ที่ข้างกำแพงตึกที่ลับตาคนท่าทางของเขาดูเคร่งเครียดและดูหัวเสียมาก
กรมดูแลสัตว์เลี้ยงมาทำอะไรที่ภัตตาคารหรูยามเย็นแบบนี้? หรือว่ามีสัตว์เลี้ยงของคนอื่นมาก่อเื่ที่นี้
อย่างไรก็ตาม ความหิวที่โหยหามาทั้งบายบวกกับกลิ่นเนื้ออบที่โชยออกมาจากข้างในทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของผมพ่ายแพ้ต่อความหิวโหยไปอย่างราบคาบผมไม่ได้สนใจจะแอบฟังบทสนทนานั้นต่อเพราะตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือบัตรอาหารฟรีในมือที่กำลังจะถูกใช้งาน
“เชิญครับท่านที่ปรึกษา” พ่อบ้านเคนผายมือเชิญผมเข้าสู่ความโอ่อ่าภายในภัตตาคาร ผมเดินผ่านพนักงานต้อนรับที่โค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียงมุ่งตรงสู่โต๊ะที่ดูดีที่สุดเพื่อเริ่มภารกิจ ‘ถล่มเมนูแพง’ให้สมกับที่เหนื่อยมาทั้งวันโดยปล่อยให้ภาพของเอ็ดมันด์ที่มุมตึกหายลับไปจากสายตาชั่วคราว
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูกลิ่นอายของความมั่งคั่งก็เข้าปะทะจมูก ภายในถูกตกแต่งด้วยสไตล์คลาสสิกที่เน้นความโอ่อ่าเพดานสูงลิ่วประดับด้วยโคมระย้าคริสตัลขนาดั์ที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับหมื่นดวงพื้นปูด้วยพรมทอมือเนื้อนุ่มหนาสีแดงเข้มที่ช่วยดูดซับเสียงฝีเท้าจนเงียบสนิทผนังห้องบุด้วยไม้แกะสลักลวดลายประณีตสลับกับภาพวาดสีน้ำมันราคาแพงแจกันดอกลิลลี่สีขาวส่งกลิ่นหอมละมุนอบอวลไปทั่วบริเวณ
นี่มันไม่ใช่แค่ร้านอาหารแล้ว...นี่มันวิมานบนดินชัดๆ
พ่อบ้านเคนเดินนำผมตรงไปยังเคาน์เตอร์ต้อนรับที่ทำจากหินอ่อนสีดำขลับพนักงานทุกคนที่เดินผ่านต่างหยุดทำความเคารพพ่อบ้านเคนด้วยความนอบน้อมบ่งบอกว่าอำนาจของเขาในฐานะพ่อบ้านของมาดามนั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
เคนหยุดยืนหน้าพนักงานต้อนรับสาวในชุดยูนิฟอร์มเนี๊ยบกริบแล้วหันมาแบมือมาทางผมด้วยรอยยิ้มที่รู้กันผมเข้าใจความหมายนั้นทันทีจึงหยิบคูปองอาหารฟรีที่เพิ่งได้มาส่งให้เขา
ไปเลยเ้ากระดาษศักดิ์สิทธิ์!จงสำแดงเดชของเ้าออกมา!
พ่อบ้านเคนรับคูปองนั้นไปยื่นให้พนักงานด้วยท่าทางสง่างามก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวผมด้วยน้ำเสียงกังวาน “ท่านผู้นี้คือ ท่านที่ปรึกษาดัสก์บอร์นและนี่คือคู่หูของเขา เกียร์ อีกาจักรกลทั้งคู่คือแขกคนสำคัญที่สุดของมาดามคลาร่าในเวลานี้”
พนักงานต้อนรับรับคูปองนั้นไปตรวจสอบเพียงครู่เดียวก่อนจะเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความใเมื่อเห็นตราประทับพิเศษของมาดาม เธอรีบก้มศีรษะทำความเคารพผมอย่างสุดซึ้ง
“เป็เกียรติอย่างยิ่งค่ะท่านที่ปรึกษา”เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานใสพลางผายมือไปยังโซนที่นั่ง VIP “หลังจากนี้เป็เวลาหนึ่งเดือนเต็มดิฉันและทีมงานทุกคนของภัตตาคารแห่งนี้ขอฝากตัวด้วยนะคะพวกเราจะดูแลท่านให้ดีที่สุดเสมือนมาดามมาต้อนรับด้วยตัวเองเลยค่ะ”
“เกี๊ยะ! ได้ยินไหมนายท่าน!ฝากตัวด้วยนะสาวน้อย อย่าลืมน้ำมันสูตรพิเศษที่ผสมเบอร์เบินให้ข้าด้วยล่ะ”เกียร์ส่งเสียงร้องอย่างร่าเริงพลางขยับปีกไปมาอย่างมีจังหวะ
ผมพยักหน้าตอบรับน้อยๆพยายามรักษามาดที่ปรึกษาผู้สุขุมเอาไว้ ทั้งที่ในใจอยากจะะโสั่งสเต็กเนื้อวากิวมาวางตรงหน้าเดี๋ยวนี้เลย
หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จพนักงานต้อนรับชายในชุดเครื่องแบบเนี๊ยบกริบก็ก้าวออกมาต้อนรับเขาโค้งคำนับอย่างสุภาพก่อนจะนำทางผมและพ่อบ้านเคนตรงไปยังโซน VIP ที่ถูกกั้นแบ่งไว้อย่างเป็สัดส่วนเพื่อความเป็ส่วนตัวสูงสุด
"รบกวนท่านที่ปรึกษาพักผ่อนที่นี่สักครู่นะครับพอดีห้องอาหาร VIP ส่วนตัวของท่านกำลังถูกจัดเตรียมให้สมบูรณ์ที่สุด"พนักงานเอ่ยเสียงนุ่ม
พ่อบ้านเคนหันมามองผมพลางยิ้ม"ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวเข้าไปจัดการงานภายในภัตตาคารตามที่มาดามฝากฝังไว้สักครู่นะครับท่านที่ปรึกษาแล้วเดี๋ยวผมจะกลับมาดูแลท่านด้วยตัวเอง"
ผมพยักหน้าอนุญาต เขาจึงผละออกไปทิ้งให้ผมได้นั่งพักผ่อนบนโซฟากำมะหยี่สีแดงสดที่นุ่มจนแทบจะกลืนร่างลงไประหว่างที่รอพนักงานมาพาไปห้อง ผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆจึงหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านฆ่าเวลา
ขณะที่เกียร์กำลังสาละวนกับการใช้จะงอยปากเหล็กจัดระเบียบขนนกโลหะของตัวเองอย่างเอาเป็เอาตาย"เกี๊ยะ! ขนข้ายังเงาวับจับตาอยู่มั้ยนายท่าน? เดี๋ยวเกิดสาวใช้มาเสิร์ฟน้ำมันแล้วเห็นข้ามอมแมมมันจะเสียชื่อหุ่นยนต์ผู้ดีนะเกี๊ยะ!"
ผมไม่ได้สนใจคำถามไร้สาระของมัน สายตาของผมมองพาดหัวข่าวในหน้าการเมืองและสังคมของลอนดอนเนื้อหาในหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่เป็เื่ความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมไอน้ำและงานรื่นเริงของพวกชนชั้นสูงแต่ข่าวมุมเล็กๆ ที่ดูไม่สะดุดตาคนทั่วไปกลับดึงดูดความสนใจของผมได้เป็พิเศษ
[พบศพเ้าหน้าที่พนักงานจากหน่วยราชการถูกสังหารอย่างโเี้ด้วยะุปืนปริศนา]
เนื้อข่าวระบุว่าเหยื่อเป็เ้าหน้าที่ระดับกลางของกระทรวงแห่งหนึ่งถูกพบเป็ศพในซอยเปลี่ยวสภาพไม่น่าดูนักทางการยังไม่สามารถระบุชนิดของะุที่ใช้ได้และกำลังตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็การกระทำของกลุ่มก่อการร้ายใต้ดินที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเงามืดของลอนดอน
ะุปืนปริศนาที่ระบุชนิดไม่ได้งั้นเหรอ...ในโลกที่เครื่องจักรและดินปืนกำลังเป็ใหญ่อะไรกันที่ทำให้ตำรวจลอนดอนมืดแปดด้านได้ขนาดนี้ หรือว่ามันจะไม่ใช่แค่ 'ะุ'ธรรมดา
ผมพับหนังสือพิมพ์วางลงข้างตัวพลางถอนหายใจเบาๆดูเหมือนนี่จะเป็ศพที่สามแล้วสินะที่ทางการยังมืดแปดด้านและจับตัวคนร้ายไม่ได้ผมพอจะจินตนาการออกเลยว่าป่านนี้สารวัตรเฮย์สคงกำลังหัวหมุนจนแทบจะทึ้งผมตัวเองขาดคามือแน่ๆ
อย่างไรก็ตามคดีนี้ถูกระบุว่าเป็ฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายที่ค่อนข้างมีชื่อเสียโด่งดังในลอนดอนมันจึงยังไม่ต้องถึงมือที่ปรึกษาอย่างผมที่มักจะรับงานเฉพาะทางหรือคดีลึกลับที่หาคำอธิบายไม่ได้กลุ่มพวกนี้ตามข้อมูลที่เฮย์สเคยเปรยให้ฟังตอนดื่มกาแฟด้วยกันคือเครือข่ายนักฆ่ารับจ้างที่ทำงานเยี่ยงเงามืด แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาน่ากลัวไม่ใช่แค่ฝีมือการสังหารทว่าคือ วิทยาการในการประดิษฐ์อาวุธที่ล้ำหน้าไปมาก
ในบางที่เกิดเหตุเฮย์สบอกว่าเขามักจะพบเศษซากอุปกรณ์แปลกๆ ที่ทำงานด้วยระบบเฟืองและไอน้ำแบบย่อส่วนซึ่งมันดูซับซ้อนเกินกว่าที่โรงงานนวัตกรรมทั่วไปจะผลิตได้
นักฆ่าที่มีสมองระดับนักประดิษฐ์...ถ้าพวกมันรู้จักวิธีใช้มานาเป็แหล่งพลังงานด้วยล่ะก็ลอนดอนคงได้กลายเป็ทะเลเพลิงแน่ๆ
“เกี๊ยะ! นายท่านทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะ หรือว่ากลัวว่าสเต็กที่นี่จะไม่อร่อย” เกียร์ที่จัดขนเสร็จแล้วบินมาเกาะไหล่ผมพลางเอียงคอถาม
“เปล่าหรอกแค่คิดว่าโลกใบนี้มันมีพวกที่ชอบทำเื่ยุ่งยากเยอะกว่าที่คิดน่ะ” ผมตอบปัดไป
ผ่านไปได้ราวสิบนาทีพนักงานต้อนรับชายคนเดิมก็เดินกลับเข้ามาหาผมด้วยรอยยิ้มละไมเขาโค้งตัวลงอย่างงดงามก่อนจะเอ่ยเชิญ “ขอประทานโทษที่ให้รอนะครับท่านที่ปรึกษาตอนนี้ห้องอาหาร VIPของท่านพร้อมให้บริการแล้วครับ เชิญตามผมมาทางนี้ได้เลยครับ”
ผมลุกขึ้นยืนพลางจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ทิ้งเื่ราวของกลุ่มนักฆ่าและะุปริศนาไว้เื้ัชั่วคราวตอนนี้เป้าหมายหลักของผมคือการออกสำรวจ 'รสชาติ' ของภัตตาคารมาดามคลาร่าให้หนำใจเสียก่อน
ผมเดินตามพนักงานต้อนรับชายคนนั้นขึ้นไปยังชั้นสองของร้านระหว่างทางที่เดินผ่านห้องอาหารต่าง ๆเขาคอยแนะนำข้อมูลด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเป็มิตร"ห้องฝั่งนี้จะเป็ห้องทานอาหารแบบ 3 ที่นั่งครับท่านที่ปรึกษาเหมาะสำหรับแขกที่้าพื้นที่ส่วนตัวแต่ยังอยากได้บรรยากาศที่ไม่อึดอัดจนเกินไปภายในจะจัดโต๊ะแยกกัน 3 ชุดสำหรับแขกสามกลุ่มครับ"
ไม่นานนักเขาก็พาผมมาถึงประตูบานคู่สลักลายที่ดูหรูหราที่สุด "สำหรับห้องนี้ เป็ห้องพิเศษที่มีไว้รองรับแขกVIP ระดับสูงสุดเท่านั้นครับ ภายในจะมีโต๊ะและที่นั่งเพียงชุดเดียวเพื่อให้ท่านได้รับบริการที่ยอดเยี่ยมที่สุดโดยไม่มีใครมารบกวน"
ผมมองแผ่นหลังที่ดูคล่องแคล่วของเขาพลางฉุกคิดขึ้นมาว่าไหน ๆ ตลอดหนึ่งเดือนหลังจากนี้ผมคงต้องมาฝากท้องที่นี่ทุกวันการทำความรู้จักพนักงานที่ดูแลโซนนี้ไว้น่าจะเป็เื่ดี
"ขออภัยนะครับผมยังไม่ทราบชื่อคุณเลย พอดีผมคิดว่าเราคงจะได้เจอกันบ่อยแน่ ๆ ตลอดเดือนนี้"ผมเอ่ยถาม
เขาลดตัวลงโค้งคำนับอย่างสง่างามแต่ดูไม่เกร็งจนเกินไป"กระผมชื่อ ‘จูเลียน’ ครับท่านที่ปรึกษายินดีอย่างยิ่งที่จะได้เป็ผู้ดูแลท่านตลอด่เวลาพิเศษหนึ่งเดือนหลังจากนี้"
จูเลียนยิ้มพลางผายมือเปิดประตูเข้าสู่ห้องส่วนตัวนั้นทันทีภายในห้องถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงผนังด้านหนึ่งเป็กระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงลอนดอนยามค่ำคืนตัดกับเงาของแม่น้ำเทมส์บนโต๊ะอาหารมีชุดเครื่องเงินวาววับวางรออยู่ใต้แสงเทียนที่ส่องสว่างนวลตา
"เชิญนั่งครับท่านที่ปรึกษา"จูเลียนเลื่อนเก้าอี้ให้ผมอย่างรู้งาน "และสำหรับคุณเกียร์ผมเตรียมแท่นวางบุด้วยผ้ากำมะหยี่ไว้ให้ที่ข้างหน้าต่างเผื่อว่าคุณจะอยากชมวิวเมืองไปพร้อมกับท่านที่ปรึกษานะครับ"
"เกี๊ยะ! บริการระดับห้าดาวจริง ๆจูเลียน ข้าเริ่มชอบที่นี่เข้าให้แล้วสิ"เกียร์ร่อนลงไปเกาะบนแท่นวางอย่างพึงพอใจ
ผมทรุดตัวลงนั่งพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เงียบสงบจนแทบไม่ได้ยินเสียงวุ่นวายจากข้างล่างจูเลียนยื่นสมุดเมนูเล่มหนาปกหนังแท้เดินด้ายทองมาให้ผมด้วยท่าทางนอบน้อม
"วันนี้พ่อบ้านเคนกำชับเชฟไว้เป็พิเศษครับว่าเมนูไหนที่ท่านที่ปรึกษา้าทางเราจะจัดเตรียมให้ทันทีโดยไม่มีข้อละเว้นครับ"
ผมมองสมุดเมนูเล่มหนาปกหนังแท้ที่จูเลียนส่งมาให้สายตากวาดผ่านชื่ออาหารฝรั่งเศสยาวเหยียดที่อ่านยากพอ ๆ กับคัมภีร์เวทมนตร์โบราณก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพนักงานหนุ่มด้วยรอยยิ้มมาดมั่น
"จูเลียนผมไม่เลือกให้เสียเวลาหรอก เอาเมนูที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่มาให้ผมเลยครับขอแบบชุดใหญ่สำหรับแขก VIP เท่านั้นนะ"
จูเลียนรับคำด้วยรอยยิ้มแบบมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี"รับทราบครับท่านที่ปรึกษา ทางเราจะจัดเตรียมคอร์สอาหารระดับตำนานของ 'เลอคริสตัล' มาปรนนิบัติท่านทันทีครับ"
เขาก้มศีรษะให้ผมและเกียร์อย่างนอบน้อมก่อนจะถอยหลังออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบทิ้งให้ผมกับนกเหล็กปากแจ๋วอยู่ในความเงียบสงบเพียงสองต่อสอง ได้แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น
"เกี๊ยะ!นายท่านเห็นราคาท้ายเล่มนั่นมั้ย" เกียร์ะโขึ้นมาทันทีที่ประตูปิดสนิทมันบินพรวดจากแท่นวางมาเกาะที่พนักเก้าอี้ของผม "ชุดใหญ่ที่นายสั่งไปน่ะราคามันซื้อขนนกเหล็กเกรดพรีเมี่ยมใหม่ให้ข้าได้เลยนะเกี๊ยะ!มาดามจะร้องไห้เอาตอนเห็นบิลมั้ยเนี่ย"
"เงียบไปเลยเกียร์ฉันทำงานเหนื่อยมาทั้งวันเพื่อแลกกับมื้อนี้"ผมตอบพลางหยิบผ้าเช็ดปากสีขาวสะอาดมาสะบัดปูบนหน้าตักอย่างมีคนมีมารยาท"และอีกอย่าง นี่มันเป็บัตรกินฟรีนะ จะหนึ่งปอนด์หรือพันปอนด์มันก็มีค่าเท่ากันสำหรับกระเป๋าตังค์ที่ว่างเปล่าของฉัน"
"เกี๊ยะ!ก็นั่นแหละที่ข้ากังวล ถ้านายท่านกินจนเขาเจ๊งข้าก็ไม่มีน้ำมันเบอร์เบินกินน่ะสิ" มันพูดพลางใช้ปีกโลหะลูบหน้าท้อง(ที่เป็แผ่นเหล็ก) ของตัวเอง "ข้าหิวจนนอตในพุงจะหลุดอยู่แล้วนายท่านช่วยร่ายมนตร์เร่งเวลาให้พนักงานยกจานมาเร็ว ๆ ไม่ได้เหรอ"
"ฉันจะไม่เสียเวลาและมานาอันน้อยนิดที่พยายามสะสมมาได้ตอนนี้เพื่อใช้เร่งซุปให้เดือด"ผมเอ็ดมันไม่จริงจังนัก พลางเอนหลังพิงพนักนุ่ม ๆ "ใจเย็น ๆ สิดูวิวข้างนอกนั่นสิเกียร์ เมืองลอนดอนยามค่ำคืนนี่มันสวยเหมือนภาพวาดเลยนะ"
เกียร์มองตามไปที่หน้าต่างแล้วหันกลับมามองผมด้วยสายตาว่างเปล่า "เกี๊ยะ วิวมันกินไม่ได้นะนายท่านรสนิยมสูงส่งของนายท่านกินพื้นที่ในกระเพาะไปหมดแล้วรึไง"
มันเริ่มเดินเตาะแตะไปบนโต๊ะอาหารและสะท้อนเงาตัวเองกับช้อนเงินวาววับพลางจัดขนขยับปีกซ้ายขวา"ดูสิ ความหล่อของข้ามันเข้ากับช้อนเงินพวกนี้จริง ๆ ถ้าอาหารมาช้านะข้าจะแอบจิกเอาแจกันดอกลิลลี่นี่มากินรองท้องก่อนล่ะ"
"ถ้าทำแบบนั้นฉันจะถอดแบตเตอรี่นายออกแล้วเอาไปจำนำแลกไก่ทอดหน้าปากซอยแน่"ผมขู่พลางหลุดขำออกมาเบา ๆ
ท่ามกลางเสียงจิกกัดกันของคู่หูต่างสายพันธุ์กลิ่นหอมจาง ๆ ของเครื่องเทศและซอสสูตรพิเศษเริ่มโชยมาจากทางเดินด้านนอกบ่งบอกว่ากองทัพอาหารชุดใหญ่ที่ผมตั้งตารอกำลังเดินทางมาถึงแล้ว
จูเลียนผลักประตูบานคู่เปิดออกพร้อมกับขบวนรถเข็นอาหารหลายคันที่เรียงรายเข้ามาพนักงานชายอีกสองคนเร่งรีบจัดเตรียมจานพอร์ซเลนสีขาวสะอาดตาที่บรรจุอาหารชั้นเลิศวางลงบนโต๊ะอย่างเป็ระเบียบทั้งสเต็กเนื้อวัวราดซอสไวน์แดงที่ส่งควันกรุ่น ซุปข้นล็อบสเตอร์สีส้มทองและเครื่องเคียงนานาชนิดที่ถูกจัดแต่งราวกับงานศิลปะ
สาบานได้ ต่อให้เป็โลกเก่าของผมอาหารระดับนี้ก็มีราคาสูงจนผมแทบไม่เคยได้แตะผมต้องข่มใจอย่างสุดซึ้งเพื่อไม่ให้หลุดมาดนักสืบนิ่งขรึมแล้วกระโจนลงไปที่จานตรงหน้า
ในขณะเดียวกัน พนักงานอีกคนก็ยกถ้วยแก้วเจียระไนที่บรรจุน้ำมันสกัดเกรดพรีเมียมสีทองใสวางลงที่หน้าเกียร์กลิ่นหอมหวานของมันทำเอาเ้าอีกาเหล็กถึงกับส่งเสียงรัวจะงอยปากกับโต๊ะอย่างตื่นเต้น
“เรียบร้อยแล้วครับท่านที่ปรึกษา...”จูเลียนถอยออกมายืนกุมมืออย่างสุภาพ “เชิญลงมือรับประทานได้ตามอัธยาศัยเลยครับ”
ผมหยิบมีดและส้อมขึ้นมาสูดกลิ่นหอมของเนื้อวากิวชั้นดีที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยความปิติ แต่ทว่าในจังหวะที่คมมีดกำลังจะจรดลงบนเนื้อนุ่ม ๆ เป็คำแรกนั้นเอง
ปัง!!!
เสียงกัมปนาทของอาวุธปืนดังสนั่นก้องไปทั่วทั้งชั้นสองแรงสั่นะเืทำเอาแก้วไวน์บนโต๊ะสั่นไหว สัญชาตญาณของที่ปรึกษาทำงานเร็วกว่าความคิดผมทิ้งมีดในมือทันทีแล้วพุ่งตัวออกไปที่ประตูห้องโดยมีจูเลียนและพนักงานคนอื่น ๆวิ่งหน้าตั้งตามมาด้วยความตื่นตระหนก
บ้าเอ๊ย! อีกแค่นิดเดียวแท้ ๆน่องไก่ทอดครั้งก่อนก็ทีนึงแล้วนะ ลอนดอนนี่มันไม่มีที่ไหนให้ผมกินข้าวสงบ ๆเลยใช่ไหม!?
“เกียร์!ทิศทางของเสียงอยู่ทางไหน” ผมะโสั่ง
“เกี๊ยะ! ทางซ้ายนายท่านห้องทานอาหารแบบสามกลุ่มที่อยู่ถัดไปสามห้อง” เกียร์บินนำลิ่วไปก่อนเลนส์ตาของมันกะพริบถี่เป็สีแดงเพื่อตรวจจับรอยฉีดขาดของอากาศจากแรงของเสียง
ผมพุ่งมาถึงหน้าห้องเป้าหมายพร้อม ๆกับกลุ่มพนักงานและแขกคนอื่น ๆ ที่วิ่งกรูมาดูเหตุการณ์หนึ่งในนั้นคือพ่อบ้านเคนที่วิ่งหน้าตั้งมาจากอีกฝั่งของทางเดิน ผมไม่รอช้าพุ่งเข้ากระแทกประตูห้องนั้นให้เปิดออกทันที
ตึง!
เสียงประตูที่กระแทกกับผนังดังสะท้อนไปทั่วห้องแต่สิ่งที่อยู่ภายในกลับทำให้ผมและทุกคนที่ตามมาถึงกับหยุดทันที บรรยากาศหรูหราของภัตตาคารมาดามคลาร่าถูกแทนที่ด้วยกลิ่นดินปืนฉุนและกลุ่มควันสีเทาจางๆที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่กลางอากาศ
เบื้องหน้าของผม เอ็ดมันด์ ยืนอยู่กลางห้องในชุดสูทสีเข้มที่บัดนี้ดูหลุดลุ่ยมือที่สั่นระริกของเขาประคองปืนพกกระบอกหนึ่งไว้แน่นใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษเหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมตามไรผมหยดลงบนพื้นพรม
และที่โต๊ะอาหารกลางห้องนั้นมีร่างของชายคนหนึ่งนั่งนิ่งสนิทอยู่ในท่าทางปกติราวกับกำลังรออาหารมาเสิร์ฟศีรษะของเขาพิงพนักเก้าอี้เอียงไปด้านข้างเล็กน้อยแต่ที่กลางหน้าอกกลับมีรอยะุเพียงนัดเดียวที่เจาะทะลุเสื้อสูทหรูหราเืสีแดงฉานค่อยๆ ซึมกว้างออกมาจนชุ่มอกเสื้อเขาเสียชีวิตคาโต๊ะอาหารในท่าทางที่ดูสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
“เอ็ดมันด์! วางปืนลง!” ผมะโก้องพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นตามสถานการณ์ตรงหน้า
ในหัวของผมภาพที่เห็นเอ็ดมันด์ที่ดูหัวเสียกับชายชุดดำที่มุมตึกก่อนหน้านี้พุ่งย้อนกลับมาเหมือนหนังสยองขวัญหรือว่าท่าทางสุภาพนอบน้อมที่เขาแสดงต่อหน้าผมจะเป็แค่หน้ากาก มือที่สั่นระริกนั่นคือความหวาดกลัวหรือความตื่นเต้นที่เพิ่งได้ลั่นไกสังหารกันแน่
“ผะ... ผมไม่ได้เป็คนยิง!ท่านที่ปรึกษา เชื่อผมเถอะ!”
เขามองปืนในมือตัวเองสลับกับร่างไร้ิญญาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นราวกับว่าอาวุธที่เขาถืออยู่เป็สิ่งของแปลกปลอมที่เขาไม่รู้ว่ามันมาอยู่ในมือได้อย่างไรท่ามกลางเสียงหวีดร้องของแขกคนอื่นๆ ที่ถอยรั้งไปติดกำแพงห้องด้วยความขวัญเสีย
สายตาของผมเลื่อนจากเอ็ดมันด์ไปจับจ้องที่"ศพ" บนเก้าอี้ตัวนั้นอีกครั้ง ััในตัวผมเริ่มสั่นเตือนเบาๆมีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับการตายครั้งนี้ มันดูเรียบง่ายเกินไป
ถ้านายไม่ได้ยิงแล้วปืนในมือนั่นมาจากไหน และที่สำคัญใครกันที่สามารถสังหารคนกลางภัตตาคารหรูที่มีการรักษาความปลอดภัยหนาแน่นขนาดนี้ได้โดยไม่มีใครรู้ตัว